เมื่อไม่มีมารดาคอยจับตาดูแล้ว เยว่ซินจึงเปลี่ยนเครื่องแต่งกายให้คนในบ้านใหม่เสียหมด นางเลือกใช้ผ้าเนื้อปานกลางที่ซื้อสำเร็จรูปจากร้านผ้าในตลาด หากนางใช้ผ้าเนื้อดีอาจกลายเป็ที่จับตามองได้และอาจจะเป็อันตรายแก่นางและครอบครัว นางตั้งใจว่าจะแวะไปร้านผ้าในตลาดอีกครั้งเพื่อเลือกซื้อผ้าสำหรับใช้ในฤดูหนาวที่กำลังจะมาเยือน ร่างเล็กจึงมาหยุดอยู่ที่ร้านผ้าร้านหนึ่ง
“เถ้าแก่เ้าคะข้า้าผ้าสำหรับฤดูหนาว….”นางยังพูดมิทันจบก็ถูกผลักให้หลบทาง
“เ้ามิเห็นรึว่าคุณหนูของข้า้าเลือกผ้า หลบไปสิ”สาวใช้นางหนึ่งกล่าวเสียงดัง
เยว่ซินปรายตามองเล็กน้อย “ข้าก็จะเลือกผ้าเช่นกันเ้าค่ะ”
“เ้ามิรู้หรือว่าข้าเป็ใคร”หญิงสาวคนหนึ่งมองนางด้วยสายตารังเกียจ
“ขออภัยด้วยเ้าค่ะ ข้ามิมีเวลาว่างจนต้องรู้ไปหมดว่าใครเป็ใคร”
“อวดดี!”หญิงงามใช้พัดในมือตบหน้านางเบาๆ
“จงจำใส่หัวเ้าไว้ซะ! ข้าตงหว่านถิงแห่งกระกูลตง ในเมืองนี้ใครบ้างที่มิรู้จักบิดาข้า”
เยว่ซินค้อมตัวลงเล็กน้อย “ขออภัยเ้าค่ะ ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่”
“หึ! อย่างเ้ามีสิทธิ์อะไรมาเข้าร้านผ้าชื่อดังเช่นนี้ได้ เ้ามีปัญญาซื้อหรือ มิสู้รอรับบริจาคเสียดีกว่า”ตงหว่านถิงหัวเราะเยาะ
“ท่านจะบริจาคหรือเ้าคะ ดียิ่งนัก ข้าจะไปป่าวประกาศให้เดี๋ยวนี้เ้าค่ะ”นางวิ่งออกไปหน้าร้านพร้อมกับป่าวประกาศเสียงดัง
“ท่านที่ผ่านไปผ่านมาโปรดฟังทางนี้ คุณหนูหว่านถิงแห่งตระกูลตงได้จัดเตรียมผ้าห่มหลายพันพับทั้งยังมีชุดคลุมกันหนาวอีกหลายร้อยตัวไว้แล้ว นางตั้งใจจะบริจาคให้แก่ชาวเมืองเพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึงนี้ และอีกไม่นานนางจะนำมาตั้งโต๊ะบริจาคที่ศูนย์รวมกลางเมือง ท่านทั้งหลายโปรดกระจายข่าวไปให้รับรู้กันโดยทั่วด้วยเ้าค่ะ” เยว่ซินประกาศจบก็หายไปในฝูงชนที่มามุงอยู่หน้าร้านผ้า
“นี่เ้า….”หญิงสาวมองหาเยว่ซินแต่ก็ไม่พบแล้ว
ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วเมืองโดยการพูดปากต่อปากของชาวบ้าน ผู้ที่ยากลำบากดีใจเป็อย่างมากที่มิต้องทนหนาวเย็นเช่นปีที่ผ่านมา ชาวเมืองต่างพากันสรรเสริญเยินยอคุณหนูตงหว่านถิงไปทั่วเมือง
หากแต่คนที่เป็เ้าชื่อของกลับไม่ได้ดีใจไปด้วย นางกลับกลุ้มใจยิ่งกว่าเดิม หากเื่รู้ถึงหูบิดาเข้านางคงถูกตำหนิอีกเป็แน่ นางเป็เพียงบุตรอนุเท่านั้น เพียงแต่เป็บุตรีคนแรกจึงกลายเป็คุณหนูใหญ่ของจวน ไม่ว่าจะย่างกรายไปที่ใดบ่าวรับใช้ก็ยำเกรงนางในฐานะคุณหนูใหญ่เสมอ
“ข้านับถือน้ำใจพี่หญิงใหญ่เสียจริง ชาวเมืองต่างสรรเสริญท่านพี่กันเสียทั่ว ข้าคงต้องเรียนรู้จากท่านพี่ให้มากเสียแล้ว”เด็กหญิงผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น
“ผิงเออร์เองหรอกหรือ ข้ามิกล้าสั่งสอนเ้าหรอก เ้าอย่าเยินยอพี่นักเลย”
“นี่หากท่านพ่อรู้เื่เข้าคงต้องภาคภูมิใจเป็แน่ เดี๋ยวข้าจะรีบนำความไปบอกท่านพ่อให้ดีหรือไม่เ้าคะ”
“เ้า! มิต้องหรอก เดี๋ยวข้าบอกกล่าวกับท่านพ่อเอง เ้าก็รู้ว่าท่านพ่อโปรดปรานข้ามากเพียงใด”
“จริงสิข้าก็ลืมไปเสียสนิทว่าท่านพี่เป็บุตรอนุที่ท่านพ่อโปรดปรานที่สุด”
เมื่อไม่ได้ดั่งใจสิ่งใดตงหว่านถิงก็มักนำชื่อเสียงของบิดามากล่าวอ้างเสมอ นอกจากคนในจวนก็ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่านางเป็เพียงบุตรอนุเท่านั้น เนื่องจากมารดานางเสียไปั้แ่นางยังแบเบาะ ฮูหยินเอกของจวนจึงรับเลี้ยงนางเป็เสมือนบุตรแท้ๆ แต่ทว่าไม่นานนักตงฮูหยินก็ตั้งครรภ์ขึ้น เริ่มแรกบิดาก็ยังคงใส่ใจนางมิเคยเปลี่ยนแปลง แต่เมื่อคุณหนูรองของจวน ‘ตงซูผิง’ ถือกำเนิดขึ้นนางก็มิเคยได้รับความรักเฉกเช่นเดิมอีกเลย
ทว่าเมื่อเติบใหญ่ขึ้นความโปรดปรานก็หันกลับมาหานางอีกครั้ง เนื่องจากนางนั้นมีรูปโฉมที่งดงามทั้งชื่อเสียงยังเต็มไปด้วยเื่ดีงาม แตกต่างกับตงซูผิงบุตรีคนรองเสียสิ้นเชิง
“เถ้าแก่เป็อย่างไรบ้างเ้าคะ”นางนั่งลงที่โต๊ะ
เถ้าแก่เฉียนดึงสายตากลับมามองนางเล็กน้อย “มิมีลูกค้าเลย แถวนี้คนมิพลุกพล่านเช่นบริเวณใจกลางตลาด”
“ถ้าเช่นนั้นเราคงต้องหาวิธีให้คนได้ชิมก๋วยเตี๋ยวของเราเสียก่อน”นางเสนอ
“ข้ามีวิธี”คนมาใหม่กล่าวขึ้น
เยว่ซินมองเด็กหญิงอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับนาง เพียงแต่ดูเหมือนว่าส่วนสูงจะต่างกันพอสมควร นางล่วงรู้แต่แรกแล้วว่าเด็กหญิงคนนี้ตามนางมาั้แ่ในตลาด เพียงแต่นางไม่รู้เจตนาที่ชัดเจน จึงทำทีเป็แวะมาร้านก๋วยเตี๋ยวเพื่อความปลอดภัย คาดไม่ถึงว่านางจะปรากฏตัวออกมาง่ายดาย
“เ้าเป็ใครอีกเล่า”เถ้าแก่เฉียนขมวดคิ้ว
“ข้าอยากพูดกับเ้า”นางชี้มาที่เยว่ซิน
เยว่ซินรู้ดีว่าเหตุใดเด็กหญิง้าเจรจากับนาง เหยียนเหยาบอกกับนางว่าเด็กหญิงคนนี้คือตงซูผิง บุตรสาวคนรองของจวนพ่อค้าวานิชที่มีอิทธิพลในเมืองนี้ “เ้าว่ามาสิ มีสิ่งใดจะพูดกับข้า”
“ข้ามีนามว่าตงซูผิงอยากเป็สหายกับเ้าได้หรือไม่”