"วิเวียร์!"
คุณลินเซะโขึ้นมาพลางหันมาส่งสัญญาณให้วิเวียร์ หลังจากที่มอนสเตอร์รูปร่างเหมือนหมูป่าแต่ว่ามีขนาดใหญ่กว่าสองเท่าที่ถูกเรียกว่า 'ซองกลีเยร์' หลุดจากแนวป้องกันแนวหน้าของคุณลินเซกับคุณเตรอซานเข้ามาในแนวหลัง
"ได้คะ!"
ทันทีที่เธอตอบกลับ ลูกธนูที่ถูกง้างไว้ก็ถูกปล่อยไปยังหมูป่าซองกลีเยร์ตัวที่หลุดเข้ามาทันที ลูกศรปักเข้าที่หัวของมันอย่างแม่นยำ และมันก็ล้มถไลไปกับพื้นก่อนที่จะเข้าใกล้แนวหลัง
สมกับที่เป็วิเวียร์เลย! ฉันแอบชะโงกหน้าออกไปมองทุกคนจากข้างหลังของเกวียนที่ฉันหลบอยู่ด้วยความตื่นเต้นผสมความกลัว ตอนนี้พวกเรากำลังถูกฝูงมอนสเตอร์นานาชนิดล้อมอยู่ บ้างก็มีรูปร่างเหมือนหมาป่าแต่มีหนามขึ้นตามลำตัวแถมยังยิงออกมาได้ด้วย อีกด้านหนึ่งก็มีหมูป่าแบบซองกลีเยร์แต่มีไฟลุกโชติ่ตามลำตัว แล้วก็ยังมีพวกที่ลำตัวเป็หินที่ต้องให้คุณเตรอซานใช้เรโซแนนซ์จัดการให้ ที่อันตรายจริงๆ ก็มีมอนสเตอร์หมีอะไรสักอย่างที่มีกรงเล็บยาวข้างลำตัวซึ่งตอนนี้กำลังเป็คู่มือให้กับคุณลินเซ กับมอนสเตอร์แมวป่าที่ซุ่มโจมตีฉันก่อนหน้านี้ที่กำลังคอยหลบลูกธนูของคุณแบร์มาไปมา หมาป่ามอร์สไปร์ที่เคยโจมตีฉันกับวิเวียร์ที่สุสานเฟราลิอาก็ปะปนอยู่ด้วย
แค่สี่คนกับมอนสเตอร์อีกมากกว่าสามสิบตัวในเวลาคํ่าคืนแบบนี้เนี่ยแค่พยายามจะมองให้เห็นก็ลำบากมากแล้วสำหรับทุกคน แต่ว่าในทางกลับกัน... ฉันรู้สึกว่า่หลังมานี้ สายตาของฉันตอนกลางคืนกลับดีขึ้นกว่าตอนแรกที่เพิ่งออกเดินทางมา นั่นก็เพราะว่าฉันมองเห็นทุกคนแม้จะอยู่แนวหลังสุดเลยนะสิ มอนสเตอร์บางส่วนที่หลุดเข้ามาถึงแนวที่ฉันอยู่นั้นมักจะเป็พวกที่ไม่แข็งแกร่งมากซึ่งคนในกองคาราวานสามารถจัดการกันเองได้อยู่
"เตรอซาน! ใช้เรโซแสงของนายที!"
คุณลินเซะโขึ้นพลางหลบการโจมตีของมอนสเตอร์หมีที่เขากำลังรับมืออยู่
"ได้เลย! แบร์มา วิเวียร์ ฝากแทนที่ด้วย!"
"ค่ะ!"
"อื้อ!"
หลังจากนั้นคุณเตรอซานก็ถอยสลับที่กับวิเวียร์และคุณแบร์มาก่อนจะเริ่มใช้เรโซแนนซ์อะไรสักอย่างที่ฉันดูไม่ออกว่าคืออะไรในขณะที่วิเวียร์และคุณแบร์มาคอยคุ้มกันให้ ผ่านไปสักพักหนึ่งคุณเตรอซานก็ะโขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ดังลั่น แม้แต่แนวของกองคาราวานด้านหลังรวมถึงฉันยังได้ยิน
"ทุกคน! ฉันจะใช้เรโซแนนซ์แสงส่องไฟให้ อย่ามองขึ้นไปบนฟ้านะ!"
ทันทีที่เขาพูดจบลงทุกคนก็พยายามหลีกสายตาไม่มองขึ้นไปบนฟ้า ตรงกันข้ามกับฉัน ที่กำลังสงสัยว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น... จึงเพ่งมองขึ้นไปบนฟ้าทันทีที่ได้ยินคำเตือนนั้น
'ย-ยายงั่ง! อย่ามอ—'
วาบบบ—
"อ๊าาาาาา— ตาฉัน! ตาฉัน!!"
ทุกอย่างขาวโพลนไปหมด
'เห้อ...'
ฉันกรีดร้องไปมาอย่างทุกข์ทรมานพลางล้มลงกลิ้งไปมาบนพื้นดิน มือทั้งสองยกขึ้นปิดตาทั้งคู่ ตาของฉันแสบไปหมดอีกทั้งยังมองไม่เห็นอะไรเลย
'...หยุดดิ้น'
ท่ามกลางความวุ่นวายและเสียงกรีดร้องของฉัน มีเสียงๆ หนึ่งแทรกเข้ามา
'หยุดสิ...'
เสียงนี้อีกแล้ว...
'หยุด—'
"ย-ยายหนูอยู่นิ่งๆ สิ เดี๋ยวก็หายแล้ว!"
เสียงของคุณลุงที่อยู่ใกล้ๆ ดังขึ้นมา เขาพยายามช่วยฉันที่ทรุดตัวลงไปไม่ให้ดิ้นไปมาจนเกิดอันตราย
"ข-ข-ข-ขอโทษค่ะ..."
ฉันพยายามตั้งสติพลางลุกขึ้นมานั่งอย่างทุลักทุเล คุณลุงจึงพยุงฉันไปนั่งข้างๆ ตัวเกวียน เพื่อรอให้สายตาปรับเข้ากับแสงรอบๆ ตัว
ผ่านมาสักพักหนึ่งแล้ว บนท้องฟ้าเหนือหัวของพวกเรามีวัตถุบางอย่างรูปทรงคล้ายคริสตัลลอยอยู่และมันคอยสาดแสงไปรอบๆ ทำให้มองเห็นทุกอย่างได้ชัดเจน นั่นน่าจะเป็... เรโซแนนซ์ของคุณเตรอซานที่ทำให้ท้องฟ้าสว่างจ้าไปทั่วแม้จะยังเป็ตอนกลางคืนก็ตาม การมองเห็นของฉันก็... เริ่มจะดีขึ้นแล้ว รอบๆ พวกเรานั้นดูปลอดภัยมากขึ้นแถมมอนสเตอร์ก็เริ่มเหลือน้อยลงแล้ว คงเป็เพราะว่าพวกมันก็โดนแบบเดียวกับที่ฉันโดนเข้าไปทำให้ทุกคนจัดการพวกมันได้ง่ายขึ้น ที่ทุกคนพยายามจะไม่มองท้องฟ้ากัน... ก็เพราะแบบนี้เองสินะ
วิเวียร์กับพวกฟูรูร์ ซงเบรอยังคงวุ่นวายอยู่กับมอนสเตอร์หมีที่มีตัวเป็ไฟและมอนสเตอร์แนวหน้าอยู่ คนในกองคาราวานเริ่มดูผ่อนคลายกันมากขึ้นด้วย ตราบใดที่พวกตัวอันตรายไม่โผล่มาแนวหลัง ทุกคนก็น่าจะไม่เป็ไร...
โฮกกกกก!!!
อะไรอีกล่ะเนี่ย—!!!
เสียงคำรามดังขึ้นจากทางป่าบริเวณที่พวกแนวหน้าอยู่กัน ทันใดนั้นก็มีฝูงมอนสเตอร์โผล่เข้ามาเพิ่มอีก เท่าที่ดมกลิ่นดู... น่าจะมาเพิ่มอีกประมาณยี่สิบกว่าตัว! มอนสเตอร์หมี หมูป่า และมอร์สไปร์หลายตัววิ่งฝ่าแนวหน้าพุ่งตรงมาทางที่พวกเราอยู่โดยตรง
"แย่แล้ว! ทุกคนที่ว่างอยู่—ตั้งแนวตั้งรับเร็วเข้า!"
คนของกองคาราวานะโขึ้นทันทีที่เห็นพวกมัน และเพียงแค่ครู่เดียวก็เกิดการปะทะกันขึ้น ทุกคนต่างคว้ามีด ดาบสั้น หรืออะไรก็ตามที่พอจะเป็อาวุธได้มาป้องกันตัว แม้จะหวาดกลัวกันแทบทั้งนั้น แต่ก็ไม่มีใครเลือกที่จะหนีเพราะรู้ดีว่า... ถึงหนีก็หนีไม่พ้นอยู่ดี พวกวิเวียร์ดูร้อนรนอย่างเห็นได้ชัดที่ไม่สามารถเข้ามาช่วยได้เลย
"เอ้านี่ ยายหนู! เอามีดนี้ไป!"
คุณลุงที่ช่วยฉันเมื่อครู่ยื่นมีดเล่มเล็กมาให้
แต่ฉันลังเลที่จะรับมันมา ฉ-ฉันคงไม่ต้องทำอะไรที่มันน่ากลัว อย่างการใช้มีดนี่หรอก... เพราะเดี๋ยววิเวียร์กับทุกคนก็คงจะมาปกป้องฉันเหมือนทุกที...ใช่ไหม?
'...หยิบมันมาซะ'
อีกแล้ว... เสียงผู้หญิงคนนั้นดังขึ้นมาอีกครั้ง
ต-แค่ว่า...
'หยิบมีดนั่นซะ!'
"ค-ค-ค่ะ..."
ฉันรับมีดมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ ด้วยมือทั้งสองข้าง
"อยู่หลังทุกคนแล้วอย่า— อั่ก!"
ยังไม่ทันที่คุณลุงจะพูดจบอะไรบางอย่างก็กระแทกเข้าใส่คุณลุงจนร่างของเขาล้มกลิ้งลงไปกับพื้น
โฮกกกกก!!!
ฉันหงายหลังล้มลงไปอยู่บนพื้นด้วยความใ ร่างกายสั่นกลัวไม่ยอมขยับ
สิ่งที่ฉันเห็นตรงหน้า... ก็คือหมาป่ามอร์สไปร์ ม-มันกำลังขึ้นคร่อมร่างของคุณลุง
“อ๊ากก!!—”
เสียงกรีดร้องของคุณลุงดังขึ้นอย่างต่อเนื่องตามจังหวะที่มันฝังเขี้ยวไปมาด้วยปากที่บิดเป็เกลียวของมัน
"ค-ใครก็ได้—!"
ฉันพยายามส่งเสียงออกไปแต่ไม่มีใครตอบกลับมา
ทุกคนต่างวุ่นวายอยู่กับการพยายามมีชีวิตรอดแต่ไม่ใช่กับหมาป่ามอร์สไปร์ตัวนี้ มันได้ยินเสียงที่ฉันพยายามเรียกขอความช่วยเหลือ... และหยุดโจมตีคุณลุงต่อ และมัน... เปลี่ยนเป้าหมายมาที่ฉันแทน
"อ-อย่าเข้ามานะ!"
มันค่อยๆ เดินเข้ามาหาฉันอย่างช้าๆ เสมือนพยายามเล่นกับเหยื่อที่สู้กลับไม่ได้
"ถอยไปนะ!"
ฉันรีบพยายามดันตัวให้ถอยออกห่างจากมันด้วยมือทั้งสองข้าง
กึก!
หลังของฉันกระแทกเข้ากับเกวียน ไม่มีที่ให้ถอยไปต่ออีกแล้ว...
"อึก... ว-วิเวียร์..."
กรรรรรร...
"ค-คุณลินเซ คุณเตรอซาน คุณแบร์มา... ใครก็ได้..."
เสียงมอนสเตอร์คำรามก้องอยู่ข้างหน้าฉัน
"ไม่นะ… ไม่นะ…!!!"
ตัวของฉันสั่นไหว มือกำข้างตัวแน่นจนจิกเข้าไปในดิน
"เรย์เน่!!!"
เสียงของวิเวียร์ดังขึ้นมา แต่ว่า... เสียงนั้นกลับห่างไกลเหลือเกิน
เธอและคนอื่นๆ กำลังสู้อยู่กับมอนสเตอร์อยู่ แม้เธอจะยิงธนูแม่นแค่ไหน... แต่ว่าในระยะห่างขนาดนี้กับฝูงมอนสเตอร์ที่เธอกำลังรับมืออย่างยากลำบากอยู่ทำให้เธอไม่สามารถหาช่องว่างเพื่อช่วยฉันได้
ฉ-ฉันยังไม่อยากตาย...
ฉันเพิ่งจะได้เห็นอะไรต่างๆ ได้ไม่นานเองน่ะ...
นํ้าตาเริ่มไหลลินบนใบหน้าของฉัน
'...ทำไมถึงไม่ทำอะไรสักอย่าง?'
เสียงกระซิบแ่เบาดังขึ้นมาจากที่ไหนสักแห่ง ฉันมองไปรอบๆ แต่ก็ไม่เห็นใคร
เสียงของเธอคนนั้นอีกแล้ว...
'ทำไมไม่สู้กลับ?'
เสียงนั้นเหมือนเสียงของฉัน แต่ว่า... ในขณะเดียวกันก็ไม่ใช่ เป็น้ำเสียงที่ฟังดูคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด...
"ท-ทำไมนะเหรอ... ก็มันน่ากลัวนะสิ!"
'แล้วทำไมถึงกลัวละ?'
"ท-ทำไมเหรอ..."
ฉันชะงักไปครู่หนึ่ง
ทำไมถึงได้ถามอะไรแบบนั้นกันล่ะ! ฉันไม่เข้าใจที่เสียงนั่นพยายามจะสื่อ
'ทำไมไม่สู้? เธอจะรอให้เพื่อนของเธอเข้ามาช่วยตลอดเหรอ?'
"ฉ-ฉัน..."
หมาป่ามอร์สไปร์ยังคงเข้าใกล้ฉันเรื่อยๆ อย่างไม่รีบร้อน ไม่รู้ว่าั้แ่เมื่อไหร่ที่มีพวกมันอีกสองตัวเข้ามาเพิ่ม ความหวังที่จะรอดของฉันเริ่มริบหรี่ลง
'ฟังฉันนะเรย์เน่... เธอต้องสู้ ถ้าเธอไม่ทำอะไรเลย—เธอจะตาย'
"ฉ-ฉันทำไม่ได้... เธอกำลังขออะไรที่มันเป็ไปไม่ได้อยู่นะ!"
'โถ่เอ๊ย เรย์เน่... เธอมีมีดอยู่นะ! อย่างน้อยก็สู้กลับสิ!'
ฉันมองดูมีดในมือที่ได้มาพลางเหลือบตามองพวกหมาป่าสลับไปมา
"ม-ไม่ไหวหรอก... ไม่ว่ายังไงก็ไม่—"
'เรย์เน่!!!'
เธอคนนั้นกระแทกเสียงขึ้นมาจนฉันสะดุ้งใ เสียงนั้นดังก้องในหัวของฉันอย่างชัดเจนจนฉันต้องยกมือทั้งสองข้างขึ้นมากุมหัวแน่นเพราะอาการปวดหัวที่ตามมา
'ถ้าเธอจะไม่ทำสักอย่าง—ฉันจะเป็คนจัดการเอง...'
เธอหมายความว่ายังไง...?
ความปวดหัวรุนแรงมากขึ้นจนฉันทำอะไรไม่ถูก แค่จะพูดออกไป... ยังทำไม่ได้เลย ฉันทำได้แค่นั่งอยู่อย่างนั้นปล่อยให้น้ำตาไหลรินต่อไปอย่างเงียบงัน ในขณะเดียวกันหมาป่าตัวหนึ่งที่เห็นฉันเป็แบบนั้น ในที่สุด... มันก็ตัดสินใจพุ่งเข้ามา
'ไม่ไหวจริงๆ สินะ… งั้นฉันขอยืมร่างเธอหน่อยแล้วกัน!!!'
ทันใดนั้น... ทุกอย่างก็มืดลงในพริบตา
......
ทุกอย่างมันชุลมุนั้แ่ตอนที่เรย์เน่เกือบโดนแมวป่าซาเฟซุ่มโจมตีแต่ก็โชคดีที่ภูติลมของฉันเตือนทันเวลา แต่ว่าหลังจากนั้นหลายๆ อย่างกลับเลวร้ายลงไปหมดเพราะพวกเราถูกฝูงมอนสเตอร์บุกเข้ามาโจมตีต่อเลย ถึงแม้เรย์เน่จะเตือนพวกเราล่วงหน้าแล้วก็ตามแต่ความต่างชั้นของจำนวนก็เป็สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
พวกเราเพียงสี่คนไม่เพียงพอที่จะตั้งรับฝูงมอนสเตอร์ที่มากขนาดนั้นได้ทำให้กองคาราวานต้องเข้ามาช่วยด้วย แม้พวกตัวอันตรายจะมีพวกเราคอยรับมือแต่ก็อดเป็ห่วงแนวหลังอย่างพวกเขาไม่ได้ ฉันทำได้เพียงอยู่รับมือที่แนวหน้ากับพวกฟูรูร์ ซงเบรอให้ดีที่สุด และหวังว่าสถานการณ์จะไม่เลวร้ายไปกว่านี้ แต่แล้วเื่ที่ไม่อยากให้เกิดก็เกิดขึ้น... มอนสเตอร์อีกฝูงโผล่เข้ามา โชคดีที่ส่วนใหญ่ไม่ได้พุ่งเข้ามาโจมตีพวกเราที่แนวหน้าสุด แต่ว่าโชคร้ายที่พวกมันกลับมุ่งเป้าไปที่แนวหลัง — ที่ซึ่งกองคาราวานและเรย์เน่อยู่
"ไม่นะ… ไม่นะ…!!!"
เสียงกรีดร้องของเรย์เน่ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความวุ่นวายทำให้ฉันรีบหันกลับไปมอง ก็พบว่ามีหมาป่ามอร์สไปร์ตัวหนึ่งกำลังอยู่กับเธอ
"เรย์เน่!!!"
ฉันพยายามะโเรียกหาเธอแต่กลับมีมอนสเตอร์ตัวอื่นๆ พุ่งเข้ามาขวางทำให้ฉันไม่มีแม้แต่แนวยิงใส่มอร์สไปร์ตัวนั้น
"โถ่เอ๊ย!"
มันไม่ลงมือกับเรย์เน่ทันทีแต่กลับเลือกที่จะเล่นกับเหยื่อก่อน และไม่นานก็มีพวกมันโผล่มาเพิ่มอีกสองตัวทำให้การจะช่วยเธอยิ่งยากขึ้นไปอีก ฉันสัญญากับเรย์เน่ไว้แล้วว่าจะปกป้องเธอ แต่ตอนนี้... ฉันกลับทำอะไรไม่ได้เลย อีกเพียงนิดเดียว... มอนสเตอร์ที่แนวหน้าก็จะหมดแล้ว ฉันรีบจัดการพวกที่บังมุมยิงจนเกลี้ยงและในที่สุดก็เห็นเรย์เน่อีกครั้ง—แต่ว่าไม่ทันแล้ว... เธอถูกต้อนจนมุมและกำลังนั่งร้องไห้อยู่ขณะที่หนึ่งในพวกมันกระโจนเข้าหาเธอ
แต่ก่อนที่มันจะถึงตัวเรย์เน่ อยู่ๆ เธอก็ขยับตัวหลบไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว พ้นจากแนวที่มันกระโจนใส่ พลางคว้ามีดที่ตกอยู่แทงพุ่งเข้าไปที่หัวของมันอย่างแม่นยำจนมันสิ้นใจตายในทันที ใบหน้าของเธอไม่เหลือร่องรอยความกลัวอีกต่อไป เืของมอร์สไปร์กระเด็นเปื้อนแก้มและลบคราบน้ำตาก่อนหน้านี้ออกไปบางส่วน
"…อะไรน่ะ…?
ฉันเบิกตากว้าง—นั้นมันเรย์เน่ที่ฉันรู้จักจริงๆ หรือ? คนที่สุภาพ... ขี้กลัว...และเรียบร้อยคนนั้น ตอนนี้กลับมีสายตาที่แน่วแน่และน่าหวาดกลัวเช่นนี้ หรือว่า... นี่คือตัวตนที่แท้จริงของเธอกันแน่? อีเรียหมาป่าที่น่ากลัวจากแดนเหนืออย่างที่เธอควรจะเป็...
หมาป่ามอร์สไปร์อีกสองตัวถึงกับชะงักและตกตะลึงกับภาพตรงหน้า—เหยื่อที่เมื่อครู่ไร้ทางสู้กลับจัดการพวกมันตัวหนึ่งได้อย่างง่ายดาย เรย์เน่ไม่ปล่อยให้จังหวะนั้นหลุดไป เธอกระโจนเข้าใส่ตัวที่ใกล้ที่สุดในพริบตา มีดในมือกรีดฉับลงที่เส้นเอ็นตรงขาของมันจนขาดทำให้มันทรุดล้มลงไปนอนจมกับพื้น มอร์สไปร์อีกตัวฉวยจังหวะที่เรย์เน่กำลังตั้งหลักอยู่พุ่งกระโจนใส่เธอทันที
"ร-เรย์เน่!"
ฉันะโเตือนสุดเสียงแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว มอร์สไปร์ตัวนั้นพุ่งกระแทกใส่เรย์เน่จนเธอเสียหลักล้มลงกับพื้นและฉวยโอกาสขึ้นคร่อมทันที มันเปิดปากที่เป็เกลียวออกมาพร้อมจะลงมือจัดการเธอ แต่ว่าในวินาทีนั้นเอง แทนที่เรย์เน่จะใกลับสิ่งที่เกิดขึ้น... กลับมีรอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปากของเธอ มือข้างหนึ่งของเธอยันลำตัวมอร์สไปร์ไว้แน่น ขณะที่อีกข้างง้างขึ้นและแทงลงไปในลำตัวของมันอย่างจังด้วยฝ่ามือเปล่า
ใน่ที่เรย์เน่ง้างมือนั้น... ฉันสาบานได้เลยว่านั้นไม่ใช่ฝ่ามือของเรย์เน่ที่ฉันเห็นอยู่เป็ประจำ มันไม่ใช่เนื้อหนัง... แต่เป็มือที่มีขนปกคลุมพร้อมด้วยกรงเล็บแหลมยาวราวกับสัตว์ป่า... หรือเหมือนพวกอีเรียที่มีลักษณะใกล้เคียงสัตว์มากกว่ามนุษย์
เวลาผ่านไปสักพัก…
มอนสเตอร์ถูกจัดการไปเกือบหมดแล้ว พวกเราทั้งหมดรอดมาได้แม้จะมีหลายคนาเ็สาหัสก็ตาม โชคดีที่พรุ่งนี้... พวกเราจะเข้าสู่เขตเมืองฟัลนัสแล้ว ฉันมองดูเรย์เน่ที่ดันร่างไร้ิญญาของมอร์สไปร์ออกไป ก่อนจะทรุดนั่งและมองมือของตัวเอง—มือที่ชุ่มไปด้วยเื ใบหน้าและชุดเดรสที่แม่ของฉันให้... ถูกย้อมเป็สีแดงฉาน
เธอเป็ใครกันแน่... เรย์เน่...