มหาศาสตรากู้แผ่นดิน

    ตอนที่ 72 พบโจรป่าระหว่างทาง

    ตอนที่72 พบโจรป่าระหว่างทาง

     

    เที่ยงวัน.......

     

    “พักที่นี่ก่อนก็แล้วกันไอ้จ๋อ เอาไว้สักประเดี๋ยวแล้วค่อยเดินทางต่อ”

     

    เฮ้อ.....

     

    “ข้าก็นึกเสียว่าเอ็งจักมิยอมพักเสียแล้ว เห็นเดินจ้ำเอาจ้ำเอาไม่หยุดเลย”

     

    ฮึ!

     

    “ที่ข้ารีบเดินก็เพื่อที่พวกเราจักได้ไปถึงหมู่บ้านทุ่งตะไคร้หอมเร็วๆเยี่ยงไรละ ยิ่งพวกเราไปถึงที่นั่นเร็วเท่าไหร่พวกเราก็ยิ่งมีเวลาทำอย่างอื่นมากขึ้นเท่านั้น”

     

    กล้วยหันไปพ้นลมใส่ไอ้จ๋อเบาๆก่อนที่จะอธิบายให้ไอ้จ๋อฟัง ว่าทำไมเขาถึงได้เร่งเดินทางเช่นนี้......

     

    อ้า!

     

    “ข้ารู้แล้ว ข้ารู้แล้ว! ว่าแต่............อุ๊บ!”

     

    ชู่!!!

     

    “เงียบก่อนไอ้จ๋อ มีคนกำลังมาทางนี้ แยกตัวเร็วเข้า!”

     

    อื้ม!

     

    ทว่าในขณะที่ไอ้จ๋อกำลังพูดอยู่นั้นกล้วยก็ได้พุ่งตัวเข้ามาหาไอ้จ๋อและเอามือปิดปากมันไว้ก่อนที่จะบอกให้มันรู้ว่ามีคนกำลังมุ่งหน้ามาทางพวกเขา และเพื่อป้องกันอันตรายกล้วยจึงได้บอกให้ไอ้จ๋อกระจายตัวออกไปหลบคนละทิศซึ่งกล้วยได้เลือกที่จะกระโดดขึ้นไปอยู่บนต้นไม้ขนาดใหญ่ที่อยู่ข้างบนจุดที่พวกเขายืนอยู่เมื่อสักครู่นี้ส่วนไอ้จ๋อเองก็เลือกไปอยู่ต้นไม้อีกต้นหนึ่ง.......

     

    แกร๊บ!!แกร๊บ!! แกร๊บ!!

     

    เห้ย!

     

    “รีบเร่งเท้าหน่อยโว้ย! ถ้าขืนยังชักช้าเช่นนี้กว่าจักไปถึงหมู่บ้านทุ่งตะไคร้หอมก็คงจักมืดค่ำกันเสียพอดีนี่พวกเอ็งเป็นหญิงสาวกันหรือเยี่ยงไรวะ? เร็วสิวะ!”

     

    “โธ่ลูกพี่! พวกข้าก็เร่งกันขนาดนี้แล้ว ให้พวกเราพักกันเสียหน่อยมิได้หรือ?เยี่ยงใดหมู่บ้านทุ่งตะไคร้หอมก็มิวิ่งหนีไปไหนดอก จริงไหมพวกเรา?!”

     

    ใช่ใช่ ใช่!

     

    “ถูกอย่างที่ไอ้มูรังมันบอกนะพี่จัมเตาะยังไงเสียหมู่บ้านทุ่งตะไคร้หอมก็มิหนีพวกเราไปไหนดอก จักช้าจักเร็วพวกเราก็ไปถึงที่นั่นอยู่ดีพักเสียหน่อยเพื่อเอาแรงไว้ เมื่อไปถึงจักได้มีแรงปล้นและเล่นกับสาวๆในหมู่บ้านเยี่ยงใดละลูกพี่!”

     

    ใช้!

     

    ฮ่าฮ่า ฮ่า!

     

    ที่แท้กลุ่มคนเหล่านี้ก็คือพวกโจรป่าที่อยู่แถวๆนี้นี่เอง ซึ่งกลุ่มโจรป่ากลุ่มนี้ไม่ได้แข็งแกร่งอะไรมากเมื่ออยู่ต่อหน้ากล้วยและไอ้จ๋อเพราะหัวหน้ากลุ่มเป็นเพียงนักรบระดับหัวหมู่ขั้นกลางเท่านั้นส่วนโจรคนอื่นก็แค่แข็งแรงกว่าชาวบ้านธรรมดาทั่วไปหรือเทียบได้กับพลทหารในกองทัพดังนั้น การที่จะจัดการกับพวกโจรป่ากลุ่มนี้นั้นไม่ยากเลย......

     

    “พวกเอ็งจักไปรู้กระไร! ข้าได้ข่าวมาว่าในช่วงนี้ที่หมู่บ้านทุ่งตะไคร้หอมมีนักรบระดับหัวหมู่ขั้นต้นมาอาศัยอยู่คนหนึ่งแม้ว่ามันจักบาดเจ็บ แต่ฝีไม้ลายมือของมันก็มิอาจดูเบาได้ดอกหนาถ้าพวกเอ็งยังทำตัวสบายๆ เยี่ยงนี้ พวกเอ็งอาจจักมิมีชีวิตรอดกลับไปก็เป็นได้นะ!”

     

    แม้ว่าคำกล่าวของลูกน้องจะเป็นจริงแต่หัวหน้าโจรอย่างจัมเตาะก็ยังไม่ลดความระมัดระวังลงเลยแม้แต่น้อยถึงข้อมูลที่ได้มาจะได้รับการยืนยันแล้วก็ตามว่านักรบผู้มาใหม่นั้นเป็นแค่คนที่ได้รับบาดเจ็บ แต่ถึงจะบาดเจ็บอีกฝ่ายก็เป็นทหารที่ผ่านศึก ยังไงมันก็คงไม่ง่ายอยู่ดี......

     

    อ้า!

     

    “พวกเราจักจำเอาไว้ลูกพี่ เยี่ยงไรพวกเราก็พักกันเสียก่อนเถอะแล้วค่อยเดินทางกันต่อ!”

     

    เออ........

     

    ‘ที่แท้พวกมันก็เป็นโจรป่านี่เอง แต่น่าเสียดายที่พวกมันอ่อนแอเกินไปถึงแม้เราจักลงมือเองก็คงมิได้ประสบการณ์ที่ดีอันใดแน่ๆ ให้ไอ้จ๋อจัดการดีกว่า’

     

    แน่นอนว่ากล้วยที่อยู่ข้างบนต้นไม้ได้ยินที่พวกมันพูดคุยกันทั้งหมดแต่ถึงกล้วยจะรู้ว่าคนเหล่านี้เป็นโจรป่ามันก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นหรือดีใจเลยเนื่องจากคนเหล่านี้ไม่เหมาะที่จะเป็นคู่มือให้กับเขาถึงจะสู้ได้มันก็ไม่ต่างไปจากการฆ่ามดฝูงหนึ่งเท่านั้น ดังนั้นแล้ว......

     

    พึ่บ!

     

    หือ?

     

    ไอ้จ๋อที่อยู่บนต้นไม้อีกต้นหนึ่งได้สังเกตเห็นกล้วยส่งสัญญาณให้มันก็เข้าใจได้ในทันทีว่ากล้วยต้องการที่จะสื่อถึงอะไรก่อนที่มันจะส่ายหัวไปมากสองสามครั้งอย่างช่วยไม่ได้เพราะมันเองก็ไม่อยากที่จะลงมือจัดการกับพวกโจรเหล่านี้ให้เสียแรงเช่นกันแต่ในเมื่อมันเป็นสิ่งที่กล้วยอยากให้มันทำ มันก็จะทำตามที่กล้วยต้องการ อีกอย่างพวกโจรเหล่านี้ก็ไม่ได้ยากที่จะจัดการด้วย......

     

    เฮ้อ......

     

    เห้ย!!

     

    “เสียงถอนหายใจของผู้ใดวะ”

     

    พึ่บ!พึ่บ! พึ่บ!

     

    “เกิดอันใดขึ้นลูกพี่? มีใครมากระนั้นรึ?”

     

    เมื่อเหล่าลูกสมุนของหัวหน้าโจรป่าเห็นหัวหน้าของตัวเองตะโกนเสียงดังขึ้นพร้อมกับตั้งท่าเตรียมพร้อมสู้พวกมันทั้งหมดก็รีบยืนขึ้นและถามหัวหน้าโจรให้หายสงสัยในทันที.....

     

    “พวกเอ็งมิได้ยินเสียงถอนหายใจแปลกๆ หรือเยี่ยงใด?”

     

    “พวกข้ามิเห็นได้ยินเลยนะลูกพี่ ท่านหูฝาดไปแล้วหรือไม่?”

     

    “พวกเอ็งกว่าว่าข้าหูฝาดกระนั้นรึ? พวกเอ็งคิดว่าข้าจักเอาเรื่องเช่นนั้นมาล้อเล่นรึเยี่ยงไร?!”

     

    อ้า!

     

    ไม่จ๊ะลูกพี่!

     

    ลูกสมุนโจรนึกว่าหัวหน้าของตนกำลังล้อกันเล่นแต่เมื่อพวกมันเห็นว่าหัวหน้าไม่ได้คิดเล่นตลกด้วยเลยพวกมันก็รีบขอโทษและทำตัวให้จริงจังมากขึ้นเพราะขนาดหัวหน้าของพวกมันยังดูระแวงระวังขนาดนี้ศัตรูในครั้งนี้จะต้องอันตรายมากแน่ๆ ......

     

    แกร๊บ!!

     

    ฟิ้ววววววว!!

     

    ปัง!!!!!

     

    ทว่าในขณะนั้นเองจู่ๆ ก็มีเสียงกิ่งไม้หักเพราะถูกบางอย่างเหยียบและด้วยความระมัดระวังของหัวหน้าโจรป่ามันได้ปาดาบในมือของมันไปยังทิศทางของเสียงกิ่งไม้ที่หักก่อนที่ดาบเล่มนั้นจะพุ่งเข้าไปชนกับอะไรบางอย่างจะเกิดเสียงดังลั่นขึ้น......

     

    โอ้ว!

     

    “นี่คิดจะเอากันถึงตายเลยหรือเยี่ยงไรพี่ชาย?”

     

    หือ?!

     

    ลิง?!

     

    “หยาบคายนะพูดแบบนั้นน่ะ พวกท่านควรเรียกข้าว่าวานรสุดหล่อสิถึงจะถูก”

     

    “ลิงพูดได้ด้วย!”

     

    เห้ย!

     

    “มันก็พูดอยู่ว่ามันคือวานร ลิงที่ไหนจะพูดได้ มันต้องเป็นวานรแน่ๆ”

     

    “จริงด้วย นอกจากพวกเผ่าวานรแล้ว ลิงทั่วไปพูดไม่ได้หรอก”

     

    เมื่อเหล่าโจรป่าเห็นไอ้จ๋อพวกมันก็พากันยืนอึ้งและคิดไม่ตกเลยว่าไอ้จ๋อเป็นลิงธรรมดาทั่วไปหรือเป็นเผ่าวานรกันแน่เพราะรูปร่างของไอ้จ๋อจะเหมือนลิงทั่วไปก็ไม่ จะเหมือนเผ่าวานรก็ไม่นั่นเลยทำให้ยากที่จะบอกได้ว่าตกลงแล้วควรเรียกไอ้จ๋อว่าอย่างไร.....

     

    “มันจักเป็นตัวอันใดก็เรื่องของมัน พวกเอ็งจักไปสนใจทำไมวะ รีบๆเข้าไปจับตัวมันมาซะ ไม่ว่าจะเป็นลิงหรือเผ่าวานร พวกมันล้วนแล้วแต่มีราคาทั้งนั้นขอแค่พวกมันพูดได้!”

     

    แต่สำหรับหัวหน้าโจรป่าแล้วมันกลับคิดต่างออกไปเมื่อมันเห็นไอ้จ๋อที่สามารถพูดภาษามนุษย์ได้เช่นนี้ เพราะลิงที่พูดได้กับพวกเผ่าวานรนั้นมักมีราคาที่สูงถ้าจับไปขายเป็นทาส ดังนั้น เมื่อมันเห็นเงินก้อนโตอย่างไอ้จ๋ออยู่ตรงหน้าเช่นนี้มีหรือที่มันจะปล่อยไอ้จ๋อไป......

     

    อ๊ะ!

     

    “รู้แล้วก็รีบๆ เข้าไปจับมันสิวะจะยืนเซ่อรอให้พ่อเอ็งกลับขึ้นมาจากหลุมหรือเยี่ยงใดวะ!”

     

    จ๊ะลูกพี่!

     

    แม้ว่าเหล่าสมุนโจรจะมึนงงอยู่แต่คำสั่งของหัวหน้าโจรนั้นถือเป็นที่สุด ดังนั้นพวกมันจึงรีบพุ่งเข้าไปจัดการกับไอ้จ๋อในทันทีโดยที่พวกมันไม่ได้รู้เลยว่าไอ้จ๋อนั้นแข็งแกร่งหรืออ่อนแอ......

     

    “นี่พวกเอ็งกะจะไม่พูดไม่จากันเลยหรือเยี่ยงใดวะ? พูดกันก่อนก็ได้........”

     

    ฟิ้ว!

     

    เอ้ย!

     

    “ไอ้พวกบ้าเอ้ย! ทรงผมอันหล่อเหลาและเท่บาดใจสาวของข้าขาดหมดแล้ว!”

     

    ฟิ้ว!ฟิ้ว! ฟิ้ว!!

     

    ไอ้จ๋อคิดที่อยากจะเล่นมากเกินไปหน่อยดังนั้น มันจึงประมาทสมุนโจรป่าเหล่านี้ทำให้สมุนโจรป่าคนหนึ่งสามารถใช้ดาบของมันตัดผมบางส่วนของไอ้จ๋อไปได้ทำให้ทรงผมหัวแหลมเหมือนยอดเจดีย์ของมันแหว่งและบานออกจนดูน่าตลกเลย.......

     

    อุ๊บ!!

     

    แน่นอนว่ากล้วยที่มักจะชอบแกล้งไอ้จ๋ออยู่เป็นประจำนั้นย่อมที่จะอดขำไม่ได้เมื่อเห็นทรงผมที่ไอ้จ๋อหวงนักห่วงหน้าของมันมาแหว่งเช่นนี้แต่เพราะในตอนนี้เขากำลังแอบซ่อนตัวอยู่กล้วยจึงทำได้แต่หัวเราะอยู่ภายในใจและยิ้มเยาะใส่ไอ้จ๋อเท่านั้น.......

     

    ฮ่าฮ่า ฮ่า!

     

    “เอ้ยพวกเราดูนั่นสิวะ ทรงผมของลิงนั่นโคตรอุบาทว์เลยวะเห็นแล้วตลกยิ่งนัก!”

     

    “เอ็งก็พูดบาปมันเกินไป แต่ดูๆ ไปแล้วก็ตลกจริงๆ นั่นแหละ ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”

     

    พวกเอ็ง.........ตายซะ!

     

    เห้ย!

     

    “ดูดิ มันโกรธแล้ววะ”

     

    “แล้วไง? ถ้ามันกล้าเข้ามาใกล้ข้านะข้าจัก...........จะ............อั๊ก!”

     

    ไอ้อังซอ!

     

    ทว่าในขณะที่โจรป่าคนหนึ่งกำลังพูดอยู่นั้นจู่ๆ เสียงของมันก็เริ่มที่จะขาดหายไป ก่อนที่จะมีเลือดสดๆ พุ่งออกมาจากลำคอของมันแต่ยังไม่ทันที่โจรป่าจะได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหัวของมันก็หลุดออกไปจากร่างกายเสียแล้ว และทำให้มันตายตกไปเป็นคนแรก........

     

    “วันนี้จักมิมีโจรชั่วผู้ใดในที่นี้สามารถมีชีวิตรอดออกไปจากป่าแห่งนี้ได้!”

     

    เจี๊ยกกก!!

     

    ไอ้สารเลวเอ้ย!

     

    ฆ่ามัน!

     

    ไม่ใช่แค่ไอ้จ๋อที่โกรธเกรี้ยวฝ่ายของโจรป่าเองก็รู้สึกโกรธเช่นกันที่เห็นไอ้จ๋อตัดหัวสหายของพวกมันต่อหน้าต่อตาแบบนี้โดยที่พวกมันไม่ได้นึกคิดเลยว่า ไอ้จ๋อขยับตัวและลงมือฆ่าสหายของพวกมันไปตอนไหนมีเพียงแค่หัวหน้าโจรคนเดียวที่รู้ตัว แต่ว่าก่อนที่มันจะได้เตรียมลูกสมุนของมันนั้นก็สายเกินไปแล้วเพราะว่าในช่วงเวลาแค่พริบตาเดียวโจรป่าสามถึงสี่คนก็ตายตกตามโจรป่าคนแรกที่ถูกตัดหัวไปแล้วอย่างน่าอนาถไม่แพ้กัน.......

     

    ฉึบ!ฉึบ!

     

    อ้า!

     

    ไม่นะ!อย่าทำข้า ข้าผิดไปแล้ว!

     

    ไม่!ไม่! ไม่!

     

    ฉึบ!อ้า!!

     

    ปะ.....ปะ.....ปีศาจร้าย!!

     

    ความวุ่นวายก็พลันเกิดขึ้นในทันทีเมื่อเหล่าสมุนโจรป่าที่เหลือเห็นความแข็งแกร่งของไอ้จ๋อพวกมันรู้สึกกลัวจนมือไม้และแข้งขาสั่นไปหมดแล้วถ้าหากพวกมันสามารถย้อนเวลากลับไปได้พวกมันจะไม่มีทางไปหยอกล้อกับลิงปีศาจตนนี้เลย แต่เมื่อคิดได้ทุกอย่างมันก็สายเกินไปที่จะแก้ไข้อะไรได้แล้วมีเพียงแค่สิ่งเดียวเท่านั้นที่พวกมันจะทำได้นั่นก็คือวิ่งหนีไปจากที่นี่ให้สุดกำลัง......

     

    ข้าไม่อยู่แล้ว!

     

    ลูกพี่รอพวกข้าด้วย!!

     

    แม้แต่หัวหน้าโจรป่าก็ไม่คิดที่จะรั้งอยู่อีกต่อไปมันรู้ตัวดีว่ามันไม่ใช่คู่ต่อสู้ของไอ้จ๋อ ถึงแม้มันจะเป็นนักรบระดับหัวหมู่แล้วก็ตามแต่มันไม่คิดที่จะถือศักดิ์ศรีใดๆ ไว้เลย ขอเพียงแค่ตัวเองมีชีวิตรอดต่อไปก็พอส่วนคนอื่นๆ จะเป็นอย่างไรก็ช่าง.......

     

    “คิดหนีเยี่ยงนั้นรึ? มันไม่ง่ายเยี่ยงนั้นดอกนะ!”

     

    เมื่อไอ้จ๋อเห็นว่าหัวหน้าโจรป่ากำลังจะหนีไปมันก็รีบกระโดดสูงขึ้นไปตามต้นไม้และไปหยุดอยู่ที่เบื้องหน้าของหัวหน้าโจรป่าในทันที......

     

    ตุบ!!

     

    อ๊ะ!

     

    “ปะ......ปะ.....ปล่อยข้าไปเถอะนะ ข้า......ข้าผิดไปแล้ว”

     

    เมื่อหัวหน้าโจรเห็นไอ้จ๋อกระโดดมาขวางทางข้างหน้าของมันได้อย่างง่ายดายความหวังที่จะมีชีวิตรอดของมันก็น้อยลงไปจนถึงจุดที่เกือบจะไม่เหลือแล้วในเวลานี้แต่ถึงจะเหลือเพียงน้อยนิด มันก็จะเลือกที่จะเสี่ยงกับโอกาสอันน้อยนิดนั้นโดยการกล่าวขอร้องและอ้อนวอนไอ้จ๋อ.......

     

    ปล่อยเอ็งไปรึ?

     

    ทำผิดเยี่ยงนั้นรึ?

     

    ฮึ!

     

    “มีสักกี่ผู้คนแล้ว ที่ต้องร้องขอความเมตตาจากเอ็งเยี่ยงนี้? แล้วเอ็งเคยปล่อยพวกเขาไปหรือไม่? โดยเฉพาะพวกสาวๆพวกนางคงร้องขอความเมตตาจากพวกมันมากกว่าคนอื่นๆ เป็นแน่แต่พวกเอ็งก็คงไม่คิดที่จะปล่อยพวกนางไป แล้วเอ็งยังคิดที่จะมาขอร้องให้ข้าปล่อยเอ็งไปเพียงแค่เอ็งกล่าวขอโทษแล้วบอกว่าตัวเองผิดกระนั้นรึ?”

     

    อ้า!

     

    คราวนี้ไม่ใช่ไอ้จ๋อที่พูดแต่เป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนต้นไม้ใกล้ๆ นี้ซึ่งเด็กหนุ่มที่ว่านี้ก็คือกล้วยนั่นเอง เขามองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาตลอดจนกระทั่ง มาถึงช่วงเวลาที่หัวหน้าโจรกล่าวอ้อนวอนขอชีวิตกับไอ้จ๋อเขาจึงอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นมาอย่างไม่พอใจและเกลียดชังต่อหัวหน้าโจรป่าผู้นี้เพราะในขณะที่หัวหน้าโจรพูดนั้น แววตาของมันดูปลิ้นปล้อนอย่างมาก......

     

    กล้วย!?

     

    ไอ้จ๋อมองไปที่กล้วยเพื่อขอความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องเพราะก่อนหน้านี้มันก็ฆ่าโจรป่าไม่ตั้งหลายคนแล้วมันกลัวว่ากล้วยจะไม่พอใจที่มันใช้อารมณ์ตัดสินและฆ่าผู้อื่นเช่นนี้......

     

    “คนชั่วอย่างมัน ปล่อยไว้ก็หนักแผ่นดินเสียเปล่าๆจัดการมันและทำให้แผ่นดินของเราสูงขึ้นเถอะ”

     

    เข้าใจแล้ว!

     

    มะ.......ไม่นะไม่!

     

    อย่าเข้ามานะโว้ย!

     

    “ในเมื่อพวกมึงไม่เหลือทางรอดให้กู เช่นนั้นก็สู้ให้ตายกันไปข้างนะ......”

     

    ฉึบ!!

     

    “........หนึ่ง!”

     

    ตุบตุบ ตุบ!!!

     

    เฮ้อ.......จบเสียที!