BRCO - บันทึกศึกผู้กล้าท้าสวรรค์ โดย MingGuang
ตอนที่ 46 เมรัยเลอค่านามว่าจตุฤดู
แม้มู่หวั่นซูจะตะลึงกับท่าทีสงบนิ่งของหลินสวิน แต่ครั้นนางเห็นกาสุราที่คุณชายใหญ่หยิบออกมานั้น สีหน้าของนางก็เปลี่ยนไป“คุณชายใหญ่...”นางไม่อาจนิ่งเงียบได้อีกต่อไป ความกังวลฉายชัดผ่านคิ้วทั้งสองข้างที่ขมวดเข้าหากัน “ไม่เป็นไร”คุณชายใหญ่โบกมือให้มู่หวั่นซูเงียบเสีย ก่อนยกกาเหล้านั้นขึ้นรินจนเต็มจอกสุราจอกนั้นมีสีครามเขียว ทอประกายโปร่งแสงประดุจอำพัน ส่งกลิ่นหอมอวลชวนสดชื่นหลินสวินจับจ้องน้ำสุราในจอกแล้วพึมพำ “เมรัยชั้นเลิศ” ตาวาวเป็นประกายเมื่อครู่เขาจับสังเกตสีหน้าที่เปลี่ยนไปของมู่หวั่นซูได้ เด็กหนุ่มจึงพอจะเดาออกว่า หากเมรัยกานี้ไม่ใช่ยาพิษร้ายแรง ก็ต้องมีราคาแพงและหายากเป็นที่สุดแน่จากที่หลินสวินดู น่าจะเป็นอย่างหลังเสียมากกว่า เพราะหากทั้งคู่ประสงค์จะสังหารเขาจริง ก็ไม่เห็นจะต้องวางยาพิษให้เสียเวลา พวกเขามีพลังอำนาจพอจะฆ่าเขาได้สบายๆหลินสวินจึงยกจอกนั้นขึ้นมาดื่มจนเกลี้ยง ก่อนที่ดวงตาของเขาจะทอประกายสว่างขึ้นราวกับสายฝนฤดูใบไม้ผลิ เมรัยซึ่งเปี่ยมไปด้วยพลังวิญญาณอันอบอุ่นนุ่มนวลค่อยๆ หลั่งไหลไปหล่อเลี้ยงกระดูกและแขนขา ซึมซาบเข้าไปในทุกอณูของร่างกายภายในลมหายใจเดียว หลินสวินก็รู้สึกได้ว่าพลังวิญญาณของเขากำลังเดือดพล่าน และพรั่งพรูท่วมท้นไปทั่วทั้งร่างด้วยความเปรมปรีดิ์หลินสวินอดเอ่ยปากชมมิได้ “เมรัยวิเศษโดยแท้!”ครั้นเห็นหลินสวินยกดื่มทั้งอย่างนั้น คุณชายใหญ่ก็ทั้งประหลาดใจและประทับใจในความเป็นกันเองและเรียบง่ายของเด็กหนุ่ม เขาระเบิดหัวเราะออกมาแล้วเสริม “เมรัยนี้มีชื่อว่าจตุฤดู เป็นฝีมือต้มของท่านเหมยประจำโรงฝึกสุราลัยแห่งสำนักศึกษามฤคมรกต จอกแรกจะมอบความชุ่มชื้นให้ทุกส่วนในร่างกายอย่างเงียบเชียบแผ่วเบา ประดุจสายลมที่ลอบพัดผ่านรัตติกาล”ขณะเดียวกันเขาก็รินสุราให้เป็นจอกที่สอง “ทีนี้เจ้าลองจอกที่สอง”หลินสวินไม่ลังเลและกระดกทีเดียวหมดจอก วาบ!ราวกับทะเลเพลิงโหมไหม้ในช่องปาก กระแสลมร้อนแรงพลุ่งพล่านไปทั่วร่างกายเขาอย่างบ้าคลั่ง ทำเอาเด็กหนุ่มสั่นสะท้านขึ้นมาเอง ใบหน้าของเขาแดงก่ำขึ้นมาฉับพลัน ขณะที่ทุกอณูผิวหนังเริ่มแดงเถือกความรู้สึกไม่ต่างจากยืนแก้ผ้าท้าแสงแดดกลางคิมหันต์อันร้อนเร่า ความแสบร้อนผลาญเผาไปทั่วทั้งกาย พลังวิญญาณมากมายพวยพุ่งออกมาจากทุกทวารและรูขุมขนหลินสวินอ้าปากแลบลิ้นพลางกล่าว “เหตุใดเหล้าจากกาเดียวกันสองจอกจึงให้รสชาติที่แตกต่างกันเยี่ยงนี้ ท่านเหมยแห่งสำนักศึกษามฤคมรกตช่างเป็นนักต้มเมรัยที่ฝีมือฉกาจเสียจริง”ได้ยินดังนั้น มู่หวั่นซูถึงกับพูดไม่ออกและได้แต่นึกรังเกียจความเขลาของหลินสวินอยู่ในใจ ท่านเหมยเป็นคนระดับใด นั่นคือปรมาจารย์หลอมโอสถอันดับหนึ่งในหมู่อันดับหนึ่งของจักรวรรดิเชียวนะ เมรัยจตุฤดูกานี้นับเป็นสมบัติล้ำค่าแม้แต่ในนครต้องห้ามอันเป็นนครหลวงของจักรวรรดิเองก็ตาม มีเพียงคนใหญ่คนโตเท่านั้นจึงจะสามารถหาซื้อเมรัยกานี้ได้แม้แต่มู่หวั่นซูซึ่งนับว่าเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงบารมี มีตำแหน่งเป็นถึงผู้ดูแลอัครการค้าแห่งเมืองตงหลิน ก็มิหาญกล้าหมายปองรสชาติแห่งเมรัยจตุฤดูกระนั้นคุณชายใหญ่กลับรินมันให้เด็กหนุ่มในหมู่บ้านทุรกันดารลิ้มลอง มู่หวั่นซูไม่เข้าใจเลยสักนิด นางได้แต่แอบอิจฉาลึกๆ แม้เด็กหนุ่มจะขลาดเขลา แต่ก็นับว่ามากับดวงไม่มีใครล่วงรู้ความคิดของมู่หวั่นซู คุณชายใหญ่หัวเราะออกมาแล้วกล่าวกับหลินสวิน “จอกที่สองจะไหลลงไปแผดเผากระเพาะของเจ้าอย่างทารุณ ไม่ต่างจากกลืนดวงตะวันอันร้อนแรงลงลำคอ”ครั้นเห็นแก้มแดงก่ำของหลินสวิน เขาก็ถามขึ้น “น้องชาย เจ้ายังประสงค์จะดื่มจอกที่สามอยู่รึไม่”ที่จริงแล้วหลินสวินกำลังมึนหัวอย่างถึงที่สุด หาใช่เพราะคออ่อน แต่เป็นเพราะเพิ่งดื่มไปแค่สองจอกก็ทำให้พลังวิญญาณในร่างกายเขาพวยพุ่งขึ้นฉับพลันอย่างชัดเจน ประหนึ่งกระแสน้ำหลากจากยอดเขาที่ท่วมทะลักเข้ามาสู่บ่อน้ำขนาดเล็กเกินกว่าจะรองรับไหวชัดเจนแล้วว่าเมรัยจตุฤดูเป็นเมรัยวิญญาณประเภทหนึ่ง ที่มีค่าและหายากเป็นที่สุดหลินสวินฝืนโคจรพลัง เขากำหนดลมปราณ โคจรพลังวิญญาณที่พลุ่งพล่านให้หมุนเวียนไปทั่วร่างอย่างต่อเนื่องเพื่อลบล้างฤทธิ์เมรัยพร้อมกันนั้นก็ตอบพร้อมรอยยิ้มมุมปาก “ในเมื่อเป็นเมรัยจตุฤดู หากข้าพลาดจอกที่สามและสี่ไป คงจะต้องเสียใจชั่วชีวิต”‘ช่างไร้ยางอายสิ้นดี!’มู่หวั่นซูแอบปรามาสเขาในใจ นางมั่นใจว่าหลินสวินได้รับสรรพคุณและประโยชน์จากเมรัยจตุฤดูไปเรียบร้อยแล้ว เขาควรปฏิเสธคำชวนของคุณชายใหญ่ด้วยความเกรงใจและนอบน้อมจึงจะเหมาะสม อย่างไรเสียเมรัยนั้นก็มีราคาแพงและหายากเกินกว่าที่ใครจะกล้ารับมาดื่มได้โดยไม่รู้สึกละอายใจกระนั้นเจ้าเด็กนี่กลับยังไม่รู้จักพอคุณชายใหญ่เองก็ตะลึงเช่นกัน ก่อนกวาดตามองหลินสวินตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยดวงตาแหลมคมแล้วจึงกล่าว “ว่ากันตรงๆ คำตอบรับของเจ้าอยู่เหนือความคาดหมายของข้านัก เพราะผู้ฝึกปราณระดับกำลังภายในทั่วไป เพียงจอกเดียวก็เมาพับลงกับพื้น ไม่อาจรองรับพลังวิญญาณในนั้นได้ แต่เจ้ากลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง”หลินสวินดวงตาเยิ้ม แก้มร้อนผ่าว เขาพูดด้วยเสียงอู้อี้ “เอ่อ ข้าอาจจะคอแข็งไปหน่อยน่ะขอรับ”คุณชายใหญ่กลั้วหัวเราะแล้วรินเมรัยจอกที่สามให้ ก่อนชี้ไปที่เนื้อและหนังสัตว์ที่แขวนอยู่ตรงลานหน้าบ้านโดยไม่ทันให้ตั้งตัว แล้วจึงถามขึ้น “สัตว์ปีศาจพวกนี้เป็นเจ้าสังหารเช่นนั้นหรือ”หลินสวินส่ายหน้าพลางตอบ “เปล่าหรอกขอรับ พอดีเมื่อวันก่อนเกิดศึกใหญ่ขึ้นกลางหุบเขาไกลออกไป สัตว์ปีศาจพวกนี้โดนลูกหลงจนตายไประหว่างนั้น ข้าจึงเก็บกลับมาได้ง่ายๆ”ศึกใหญ่!นัยน์ตาของทั้งคุณชายใหญ่และมู่หวั่นซูต่างหดรัดหลินสวินยังจ้อต่อไปเหมือนคนเมา “ท่านทั้งสองคงไม่รู้ ศึกครั้งนั้นเป็นศึกระหว่างผู้ฝึกปราณทรงพลังระดับมหาสมุทรวิญญาณสองคน คนหนึ่งขี่กระบี่เหินฟ้าประหนึ่งเทพเซียน...”นั่นต้องเป็นเซี่ยอวี้ถังแน่นอน!ประโยคนี้ยืนยันการคาดคะเนของคุณชายใหญ่กับมู่หวั่นซูแล้ว“แล้วเขาสู้อยู่กับใครเล่า”มู่หวั่นซูอดเอ่ยปากถามไม่ได้“ดูเหมือน...ดูเหมือนจะเรียกว่าจอมพลังพ่อมดเถื่อนกระมัง”หลินสวินขมวดคิ้วแล้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเสริม “ข้าเองก็จำไม่ได้ชัดนักหรอก”หลังจากนั้นเขาก็กระดกจอกที่สามเข้าปาก รสชาติคราวนี้กลับใสเย็นสดชื่น ไหลลื่นผ่านลำคอลงไปคล้ายลำห้วยกลางหุบเขา ความรู้สึกเวิ้งว้างอิสระปะทะเข้าสู่ร่างของหลินสวิน พาเขาหวนกลับไปสู่บรรยากาศแห่งฤดูใบไม้ร่วง ใต้ฟ้าครามเมฆขาว เปี่ยมไปด้วยความวิเวกเปลี่ยวเปล่าตู้ม!ประหนึ่งภูเขาไฟระเบิด พลังวิญญาณภายในกายห้อตะบึงโคจรไม่หยุดหย่อน พุ่งทะลวงเส้นลมปราณและข้อต่อทุกส่วนของร่างกายด้วยแรงกรรโชกถึงแม้พลังวิญญาณจะได้รับการขัดเกลาถึงสี่เท่า ณ จุดปราณทั้งสี่แห่งเส้นปราณหัวใจ ทว่าจำนวนที่เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ ก็ยังยากที่จะควบคุมได้ขืนเป็นอย่างนี้ต่อไป ความเสียหายเกินเยียวยาจะต้องบังเกิดขึ้นกับร่างกายเขาเป็นแน่หลินสวินกัดฟันกรอด เลิกคิดฟุ้งซ่านแล้วสูดหายใจลึก ก่อนไขว้ขาลงนั่งขัดสมาธิกับพื้น พร้อมเริ่มทะลวงด่านปราณโดยไม่สนใจสิ่งอื่นใดอีกแล้วคุณชายใหญ่กับมู่หวั่นซูหาได้แปลกใจพฤติกรรมอันผิดธรรมดาของหลินสวินไม่ เพราะแท้จริงแล้วก็ไม่ได้ผิดธรรมดาเสียทีเดียว ด้วยพลังวิญญาณที่ล้นหลาม เมรัยจตุฤดูจึงต้มขึ้นเพื่อให้ผู้ฝึกปราณที่บรรลุระดับจิตผสานวิญญาณแล้วดื่มเท่านั้น และด้วยเพราะเขาเป็นเพียงเด็กหนุ่มที่เพิ่งบรรลุขั้นที่สามของระดับกำลังภายใน นั่นจึงยิ่งทำให้ผู้มาเยือนทึ่งเป็นพิเศษ หลังจากเห็นหลินสวินดื่มเมรัยเข้าไปสามจอกเต็มๆทว่าตอนนี้ความสนใจทั้งหมดของพวกเขากลับพุ่งไปยังจอมพลังพ่อมดเถื่อนที่หลินสวินกล่าวถึง“ไม่อยากจะเชื่อว่าผู้ฝึกปราณทรงพลังจากจักรวรรดิมืดจะมาเยือนสถานที่แห่งนี้ด้วย หรือพวกมันจะได้ยินข่าวเรื่องมหาสมบัติไร้เทียมทานเช่นกัน”สีหน้าของคุณชายใหญ่คร่ำเคร่งลงยามเขาขมวดคิ้วจักรวรรดิมืดตั้งอยู่ลึกเข้าไปในดินแดนรกร้างไร้สงบ นับเป็นศัตรูคู่อาฆาตกับจักรวรรดิจื่อเย่า“หากเซี่ยอวี้ถังว่าไว้เช่นนั้นจริง ก็คงไม่ผิดแล้วล่ะ ข้าเพียงแต่ไม่นึกไม่ฝันว่าจักรวรรดิมืดจะเริ่มกลับมาสร้างปัญหาอีก หลังจากผ่านมาเป็นพันปีแล้ว”มู่หวั่นซูเม้มปากแน่น ดวงตาฉายแววกังวล“ช่างเถอะ ข้าเพียงแต่สงสัยว่า ป่านนี้เซี่ยอวี้ถังจะเจอมหาสมบัติไร้เทียมทานที่ท่านราชครูพูดถึงแล้วรึยัง”ประกายเย็นเยียบฉายวาบขึ้นในแววตาของคุณชายใหญ่มู่หวั่นซูไม่รู้จะตอบคำถามนั้นอย่างไร เพราะพวกเขามีเบาะแสน้อยเกินไป ข้อสันนิษฐานทั้งหลายล้วนเชื่อถือไม่ได้ ตราบใดที่ยังไม่ได้สนทนากับเซี่ยอวี้ถังตัวเป็นๆคุณชายใหญ่เองก็คิดไม่ต่างกัน จึงได้แต่ส่ายหน้าแล้วเหลือบตามองหลินสวินที่นั่งฝึกปราณอยู่ข้างๆมู่หวั่นซูเองก็หันมองไปทิศทางเดียวกัน ก่อนถามขึ้นมาเสียงเบา “คุณชายใหญ่ เหตุใดท่านจึงรินเมรัยมูลค่าสูงอย่างจตุฤดูให้เด็กนี่ดื่มด้วยเล่า เสียดายของเปล่าๆ”คุณชายใหญ่ส่ายศีรษะอีกครั้งขัดให้นางเงียบเห็นดังนั้นมู่หวั่นซูก็สงบปากลง แม้ภายในใจยังมีความสงสัยอยู่มากมายเต็มไปหมดหลังจากผ่านไปหนึ่งถ้วยชา หลินสวินก็ลืมตาขึ้น ร่างกายเปี่ยมด้วยพลังวิญญาณมากมายเหลือคณา บรรยากาศที่แผ่ออกมาเปลี่ยนไปมากภายในเวลาไม่นาน ตอนนี้เขาช่างดูเฉียบคมและดุดัน ประหนึ่งกระบี่คมกริบที่ถอดออกมาจากฝักภายในกายของเขา พลังวิญญาณอันบริสุทธิ์ทรงพลังไหลเวียนผ่านเส้นลมปราณและจุดปราณทุกจุด ผ่านจุดปราณทั้งสี่แห่งเส้นปราณหัวใจ โคจรหนึ่งรอบผ่านอวัยวะภายในทั้งห้า ก่อนวนกลับมาที่เส้นลมปราณอีกครั้งทวารทั้งปวงในร่างกายตอนนี้ซึมซับแสงวิญญาณเรืองอ่อน สะท้อนโลหิตและลมปราณอย่างกราดเกรี้ยวเขาบรรลุขั้นบรรจบช่องทาง ขั้นที่สี่ของระดับกำลังภายในได้สำเร็จในที่สุด!ทวารหรือช่องทางที่บรรจบกันนั้นส่งผลดีต่อพลังวิญญาณ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นโลหิตและลมปราณให้ทรงพลังยิ่งขึ้น เมื่อผู้ฝึกปราณบรรลุขั้นนี้ได้ การไหลเคลื่อนของปราณและพลังกายของเขาจะเปลี่ยนรูปอีกครั้ง“ยินดีด้วย! เจ้าบรรลุขั้นถัดไปของระดับปราณแล้ว”คุณชายใหญ่หัวเราะร่าและประสานมือแสดงความยินดีต่อหลินสวินหลินสวินผุดลุกขึ้นแล้วคารวะตอบ “ข้าต้องขอบคุณท่านมากจริงๆ หากไม่ได้เมรัยที่ท่านรินให้ข้า ข้าคงไม่มีทางบรรลุขั้นได้เร็วขนาดนี้แน่”คุณชายใหญ่หัวเราะแล้วโบกมือบอกปัด “ไม่เป็นไรหรอก แค่เหล้าจอกสองจอกเอง นั่งลงก่อนเถิด”หลินสวินนั่งลงด้วยความปีติยินดีกระบวนการบรรลุขั้นปราณเกิดขึ้นโดยที่เขายังไม่ทันได้เตรียมตัวเตรียมใจ กระนั้นเขาก็ยังรู้สึกว่าตัวเองติดหนี้บุญคุณคนผู้นี้โดยไม่รู้ตัวแต่ว่าหลินสวินจะไม่พูดออกไป เขาจะรู้ได้อย่างไรว่าอีกฝ่ายทำดีต่อเขาเพื่อจุดประสงค์อะไรสักอย่างรึเปล่า หากมีโอกาสในภายภาคหน้า เขาจะตอบแทนบุญคุณคุณชายผู้นี้แน่นอน แต่ถ้าไม่มีโอกาส ก็เห็นจะต้องลืมเสียว่าสิ่งนี้เคยเกิดขึ้นเด็กหนุ่มไม่ใช่คนยึดมั่นถือมั่น ที่จะยอมตายเพียงเพื่อตอบแทนบุญคุณของคนที่เคยช่วยเหลือเขาเพียงครั้งเดียวครั้นเห็นหลินสวินนั่งลงสบายใจเฉิบได้ มู่หวั่นซูก็แอบชื่นชมเขาอยู่ลึกๆ หากเป็นคนอื่นมีโอกาสบรรลุขั้นปราณเช่นเขา คงไม่อาจสำรวมท่าทีให้นิ่งสงบได้อย่างเขาแน่นอน“แท้จริงแล้ว ข้าเดินทางมายังหมู่เขาสามพันคีรีที่ชายแดนทิศตะวันตกเฉียงใต้แห่งนี้ เพื่อตามหามหาสมบัติไร้เทียมทาน ว่ากันว่าเมื่อสามเดือนก่อน มีเหตุอาเพศจากสรวงสวรรค์เกิดึ้นที่นี่ แล้วเจ้าล่ะน้องชาย เคยได้ยินข่าวเรื่องนี้บ้างไหม”คุณชายใหญ่ถามอย่างเป็นกันเอง ขณะที่รินเมรัยจอกที่สี่ให้แก่หลินสวิน“ข้าจำไม่ได้เลยนะขอรับ”หลินสวินส่ายศีรษะแล้วตอบต่อ “หากช่วงไม่กี่เดือนมานี้มีอะไรแปลกๆ เกิดขึ้น ข้าจะต้องจำได้แน่นอน กระนั้นข้าก็ยังไม่เห็นมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นสักอย่าง ชาวบ้านที่นี่ทุกคนเป็นพยานได้”คุณชายใหญ่ร้องอ้อ ก่อนจมลงสู่ห้วงความคิด ขณะที่มู่หวั่นซูขมวดคิ้วแล้วถามขึ้น “น้องชาย เจ้าแน่ใจรึ”ยังไม่ทันที่หลินสวินจะตอบอะไร คุณชายใหญ่ก็โบกมือตัดบทแล้วกล่าวขึ้น “เอาเถอะ ไม่ต้องถามแล้ว ข้าเข้าใจแล้ว”มู่หวั่นซูยังไม่พอใจในคำตอบของหลินสวินนัก นางจ้องเขาด้วยสายตาไม่เป็นมิตร เด็กหนุ่มนี่กระดกเมรัยจตุฤดูอย่างไม่รู้คุณค่ายังไม่พอ ซ้ำร้ายยังไม่ให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์อีก น่าหงุดหงิดเสียจริงกระนั้นนางก็เข้าใจได้ ถ้าเด็กหนุ่มจากหมู่บ้านกันดารจะไม่เคยรับรู้เรื่องมหาสมบัติไร้เทียมทานมาก่อนขณะเดียวกัน ประตูลานหน้าบ้านก็เปิดผางออก ก่อนที่หัวหน้าหมู่บ้านเซียวเทียนเริ่นจะเดินเข้ามาอย่างตื่นเต้น แล้วโพล่งขึ้น “ข่าวดี หลินสวิน เราขุด...”คำพูดของเขาชะงักทันที ยามเห็นว่ามีคนแปลกหน้าสองคนอยู่กับหลินสวินในลานบ้านด้วย สีหน้าเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย
TBC
เข้าไปพูดคุยกับผมได้ที่ FB Group : Battling Records of the Chosen One แปลไทย by Ming Guang นะครับ