“คัมภีร์เต๋าเหนือโลกันตร์”

    บทที่ 36 เงาในความมืด


    เสียงลมหนาวพัดผ่านป่าภูเขา

    ทั่วบริเวณเชิงเขาเงียบงันผิดปกติ

    วิญญาณนับพันที่คุกเข่าอยู่รอบภูเขายังคงก้มศีรษะไม่ขยับเขยื้อน

    ราวกับกำลังรอคอยบางสิ่ง

    และในค่ำคืนนี้

    ความเงียบอันน่าหวาดหวั่นนั้น

    ถูกทำลายลงในที่สุด

    ซูอู๋เซวียนยืนอยู่หน้าทางเข้าสู่โพรงใต้ภูเขา

    ใบหน้าเรียบเฉยดังเดิม

    แต่สายตากลับเย็นเยียบกว่าทุกครั้ง

    ด้านหลังเขา

    เฉินเยี่ยนชิว

    หานเทียนจวิน

    มู่ชิงเหยา

    รวมถึงคนของหอเฝ้าราตรีจำนวนหนึ่ง

    ต่างพร้อมรับมือสถานการณ์

    ไม่มีผู้ใดเอ่ยวาจา

    เพราะทุกคนรู้ดีว่า

    คนที่สามารถฝ่าแนวป้องกันทั้งหมด

    และเข้าใกล้ผนึกได้

    ไม่มีทางเป็นคนธรรมดา

    ภายในโพรงใต้ดิน

    เปลวไฟของคบเพลิงสั่นไหวเบา ๆ

    แสงสีส้มทอดยาวไปตามผนังหินโบราณ

    ขณะที่ทุกคนเดินลึกลงไป

    กลิ่นอายเย็นเยียบก็ยิ่งรุนแรงขึ้น

    จนกระทั่งมาถึงลานหินเบื้องหน้าประตูผนึก

    ทุกคนหยุดฝีเท้าพร้อมกัน

    เพราะมีคนยืนอยู่ที่นั่นแล้ว

    หนึ่ง

    สอง

    สาม

    ...

    ทั้งหมดเจ็ดคน

    บุคคลเหล่านั้นสวมชุดคลุมสีดำสนิท

    ไม่มีสัญลักษณ์

    ไม่มีตราประจำสำนัก

    ไม่มีแม้แต่เครื่องหมายบ่งบอกตัวตน

    ราวกับเงาที่หลุดออกมาจากความมืด

    แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือ

    พวกเขายืนอยู่ห่างจากประตูผนึกเพียงไม่กี่สิบก้าว

    ทั้งที่บริเวณนี้ควรถูกค่ายกลของหอเฝ้าราตรีปิดตายเอาไว้

    หานเทียนจวินขมวดคิ้วแน่น

    มือกำหอกปราบอสูรโดยอัตโนมัติ

    "คนพวกนี้..."

    "เข้ามาได้อย่างไร"

    แม้แต่เขาเองก็ไม่เข้าใจ

    ค่ายกลป้องกันหลายชั้น

    กลับไม่สามารถหยุดคนกลุ่มนี้ได้

    ชายผู้หนึ่งในชุดดำหันกลับมาอย่างช้า ๆ

    ใบหน้าซ่อนอยู่ใต้เงาของหมวกคลุม

    มองไม่เห็นรูปลักษณ์ชัดเจน

    แต่เพียงแค่เงยหน้าขึ้น

    ทุกคนก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันประหลาด

    ราวกับกำลังถูกบางสิ่งจ้องมองจากส่วนลึกของความมืด

    ซูอู๋เซวียนก้าวออกมาข้างหน้า

    เสียงเรียบนิ่ง

    "พวกเจ้าคือผู้ใด"

    "เหตุใดจึงบุกรุกเขตผนึกของหอเฝ้าราตรี"

    ความเงียบปกคลุมอยู่ชั่วครู่

    ก่อนที่ชายชุดดำจะหัวเราะเบา ๆ

    "เขตผนึกของหอเฝ้าราตรี?"

    "ช่างเป็นคำที่น่าสนใจ"

    น้ำเสียงนั้นฟังดูราวกับกำลังเยาะเย้ย

    หานเทียนจวินก้าวออกมา

    พลังปราณปะทุขึ้นเล็กน้อย

    แรงกดดันจากผู้ฝึกตนขั้นจิตมรรคาแผ่กระจายออกไป

    "ตอบคำถาม"

    "หรืออยากให้ข้าบังคับ"

    ทันทีที่สิ้นเสียง

    คนชุดดำอีกคนหนึ่งพลันหัวเราะ

    "ผู้พิทักษ์ส่วนกลางแห่งหอเฝ้าราตรี"

    "หานเทียนจวิน"

    "อารมณ์ร้อนเช่นเดิม"

    คำพูดนั้นทำให้ทุกคนหน้าเปลี่ยนสี

    เพราะอีกฝ่ายรู้จักตัวตนของหานเทียนจวิน

    แต่พวกเขากลับไม่รู้เลยว่าคนพวกนี้เป็นใคร

    เฉินเยี่ยนชิวหรี่ตาลง

    เขาสังเกตเห็นบางอย่าง

    คนทั้งเจ็ด

    ไม่มีผู้ใดอ่อนแอ

    อย่างน้อยที่สุด

    ทุกคนอยู่เหนือขั้นแก่นมรรคา

    บางคนถึงขั้นทำให้เขามองระดับพลังไม่ออก

    เรื่องนี้น่ากลัวอย่างยิ่ง

    ชายชุดดำคนเดิมค่อย ๆ หันกลับไปมองประตูผนึกอีกครั้ง

    ก่อนกล่าวช้า ๆ

    "ในที่สุด"

    "เราก็พบมัน"

    เมื่อได้ยินเช่นนั้น

    มู่ชิงเหยารู้สึกหัวใจเต้นแรง

    เพราะประโยคเดียวกันนี้

    เคยถูกกล่าวไว้เมื่อพวกเขามาถึงหมู่บ้านครั้งแรก

    ซูอู๋เซวียนมองประตูหิน

    จากนั้นมองอีกฝ่าย

    "พวกเจ้ารู้จักสถานที่แห่งนี้"

    ชายชุดดำเงียบไปครู่หนึ่ง

    ก่อนตอบ

    "มากกว่าที่พวกเจ้าคิด"

    บรรยากาศพลันตึงเครียด

    หานเทียนจวินกุมหอกแน่นขึ้น

    เฉินเยี่ยนชิวเริ่มรวบรวมพลังเต๋าเงาและผนึกอย่างเงียบ ๆ

    ส่วนคนของหอเฝ้าราตรีด้านหลังต่างเตรียมพร้อมต่อสู้

    เพราะทุกคนรู้ดีว่า

    หากเกิดการปะทะ

    คงไม่ใช่ศึกธรรมดา

    ในเวลานั้นเอง

    หลินเซวียนซึ่งยืนอยู่ด้านหลัง

    พลันรู้สึกถึงความผิดปกติ

    ดวงตาแห่งกรรมเปิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว

    ทันใดนั้น

    ภาพเบื้องหน้าก็เปลี่ยนไป

    เขาเห็นเส้นกรรมจำนวนมหาศาล

    เชื่อมโยงคนชุดดำทั้งเจ็ดเข้าด้วยกัน

    ราวกับพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งเดียวกัน

    แต่สิ่งที่ทำให้เขาตกใจที่สุดคือ

    เส้นกรรมสีดำขนาดมหึมา

    ที่ทอดยาวออกจากร่างของชายชุดดำผู้นำ

    เชื่อมลึกลงไปใต้ภูเขา

    ลึกยิ่งกว่าประตูผนึก

    ลึกยิ่งกว่าสิ่งที่เขาเคยเห็น

    หัวใจของหลินเซวียนเต้นแรง

    เพราะนี่เป็นครั้งแรก

    ที่เขาเห็นผู้มีความเชื่อมโยงกับภูเขาแห่งนี้

    มากพอ ๆ กับตัวเขาเอง

    ทันใดนั้น

    ชายชุดดำผู้นำพลันหันหน้ามา

    สายตาทะลุผ่านผู้คน

    หยุดอยู่ที่หลินเซวียนโดยตรง

    แม้จะมีระยะห่างหลายสิบก้าว

    แต่หลินเซวียนกลับรู้สึกเหมือนอีกฝ่ายกำลังจ้องมองเข้ามาในวิญญาณของตน

    ชายชุดดำเอ่ยขึ้นช้า ๆ

    "น่าสนใจ..."

    "คิดไม่ถึงเลยจริง ๆ"

    เฉินเยี่ยนชิวขยับตัวมาขวางด้านหน้าหลินเซวียนทันที

    สายตาเย็นเฉียบ

    "เจ้ากำลังมองอะไร"

    เสียงหัวเราะแผ่วเบาดังขึ้น

    ชายชุดดำละสายตาออก

    ก่อนกล่าวเพียงประโยคเดียว

    "ดูเหมือนว่า..."

    "สายสืบทอดนั้นยังไม่สูญสิ้น"

    ทันทีที่สิ้นคำ

    สีหน้าของซูอู๋เซวียนเปลี่ยนไปเป็นครั้งแรก

    ภายในโพรงโบราณ

    ความเงียบปกคลุมอีกครั้ง

    สองฝ่ายยืนประจันหน้ากัน

    ไม่มีผู้ใดขยับ

    ไม่มีผู้ใดลงมือ

    แต่ทุกคนรู้ดีว่า

    พายุที่แท้จริง

    กำลังใกล้จะเริ่มขึ้นแล้ว


    "เมื่อผู้ที่เฝ้าความลับมาพบกับผู้ที่ตามหาความลับ..."

    "การเผชิญหน้าที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ได้เริ่มต้นขึ้น"

    คล้ายกับเรื่อง“คัมภีร์เต๋าเหนือโลกันตร์” ที่คุณอ่าน