เสียงลมหนาวพัดผ่านป่าภูเขา
ทั่วบริเวณเชิงเขาเงียบงันผิดปกติ
วิญญาณนับพันที่คุกเข่าอยู่รอบภูเขายังคงก้มศีรษะไม่ขยับเขยื้อน
ราวกับกำลังรอคอยบางสิ่ง
และในค่ำคืนนี้
ความเงียบอันน่าหวาดหวั่นนั้น
ถูกทำลายลงในที่สุด
ซูอู๋เซวียนยืนอยู่หน้าทางเข้าสู่โพรงใต้ภูเขา
ใบหน้าเรียบเฉยดังเดิม
แต่สายตากลับเย็นเยียบกว่าทุกครั้ง
ด้านหลังเขา
เฉินเยี่ยนชิว
หานเทียนจวิน
มู่ชิงเหยา
รวมถึงคนของหอเฝ้าราตรีจำนวนหนึ่ง
ต่างพร้อมรับมือสถานการณ์
ไม่มีผู้ใดเอ่ยวาจา
เพราะทุกคนรู้ดีว่า
คนที่สามารถฝ่าแนวป้องกันทั้งหมด
และเข้าใกล้ผนึกได้
ไม่มีทางเป็นคนธรรมดา
ภายในโพรงใต้ดิน
เปลวไฟของคบเพลิงสั่นไหวเบา ๆ
แสงสีส้มทอดยาวไปตามผนังหินโบราณ
ขณะที่ทุกคนเดินลึกลงไป
กลิ่นอายเย็นเยียบก็ยิ่งรุนแรงขึ้น
จนกระทั่งมาถึงลานหินเบื้องหน้าประตูผนึก
ทุกคนหยุดฝีเท้าพร้อมกัน
เพราะมีคนยืนอยู่ที่นั่นแล้ว
หนึ่ง
สอง
สาม
...
ทั้งหมดเจ็ดคน
บุคคลเหล่านั้นสวมชุดคลุมสีดำสนิท
ไม่มีสัญลักษณ์
ไม่มีตราประจำสำนัก
ไม่มีแม้แต่เครื่องหมายบ่งบอกตัวตน
ราวกับเงาที่หลุดออกมาจากความมืด
แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือ
พวกเขายืนอยู่ห่างจากประตูผนึกเพียงไม่กี่สิบก้าว
ทั้งที่บริเวณนี้ควรถูกค่ายกลของหอเฝ้าราตรีปิดตายเอาไว้
หานเทียนจวินขมวดคิ้วแน่น
มือกำหอกปราบอสูรโดยอัตโนมัติ
"คนพวกนี้..."
"เข้ามาได้อย่างไร"
แม้แต่เขาเองก็ไม่เข้าใจ
ค่ายกลป้องกันหลายชั้น
กลับไม่สามารถหยุดคนกลุ่มนี้ได้
ชายผู้หนึ่งในชุดดำหันกลับมาอย่างช้า ๆ
ใบหน้าซ่อนอยู่ใต้เงาของหมวกคลุม
มองไม่เห็นรูปลักษณ์ชัดเจน
แต่เพียงแค่เงยหน้าขึ้น
ทุกคนก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันประหลาด
ราวกับกำลังถูกบางสิ่งจ้องมองจากส่วนลึกของความมืด
ซูอู๋เซวียนก้าวออกมาข้างหน้า
เสียงเรียบนิ่ง
"พวกเจ้าคือผู้ใด"
"เหตุใดจึงบุกรุกเขตผนึกของหอเฝ้าราตรี"
ความเงียบปกคลุมอยู่ชั่วครู่
ก่อนที่ชายชุดดำจะหัวเราะเบา ๆ
"เขตผนึกของหอเฝ้าราตรี?"
"ช่างเป็นคำที่น่าสนใจ"
น้ำเสียงนั้นฟังดูราวกับกำลังเยาะเย้ย
หานเทียนจวินก้าวออกมา
พลังปราณปะทุขึ้นเล็กน้อย
แรงกดดันจากผู้ฝึกตนขั้นจิตมรรคาแผ่กระจายออกไป
"ตอบคำถาม"
"หรืออยากให้ข้าบังคับ"
ทันทีที่สิ้นเสียง
คนชุดดำอีกคนหนึ่งพลันหัวเราะ
"ผู้พิทักษ์ส่วนกลางแห่งหอเฝ้าราตรี"
"หานเทียนจวิน"
"อารมณ์ร้อนเช่นเดิม"
คำพูดนั้นทำให้ทุกคนหน้าเปลี่ยนสี
เพราะอีกฝ่ายรู้จักตัวตนของหานเทียนจวิน
แต่พวกเขากลับไม่รู้เลยว่าคนพวกนี้เป็นใคร
เฉินเยี่ยนชิวหรี่ตาลง
เขาสังเกตเห็นบางอย่าง
คนทั้งเจ็ด
ไม่มีผู้ใดอ่อนแอ
อย่างน้อยที่สุด
ทุกคนอยู่เหนือขั้นแก่นมรรคา
บางคนถึงขั้นทำให้เขามองระดับพลังไม่ออก
เรื่องนี้น่ากลัวอย่างยิ่ง
ชายชุดดำคนเดิมค่อย ๆ หันกลับไปมองประตูผนึกอีกครั้ง
ก่อนกล่าวช้า ๆ
"ในที่สุด"
"เราก็พบมัน"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น
มู่ชิงเหยารู้สึกหัวใจเต้นแรง
เพราะประโยคเดียวกันนี้
เคยถูกกล่าวไว้เมื่อพวกเขามาถึงหมู่บ้านครั้งแรก
ซูอู๋เซวียนมองประตูหิน
จากนั้นมองอีกฝ่าย
"พวกเจ้ารู้จักสถานที่แห่งนี้"
ชายชุดดำเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนตอบ
"มากกว่าที่พวกเจ้าคิด"
บรรยากาศพลันตึงเครียด
หานเทียนจวินกุมหอกแน่นขึ้น
เฉินเยี่ยนชิวเริ่มรวบรวมพลังเต๋าเงาและผนึกอย่างเงียบ ๆ
ส่วนคนของหอเฝ้าราตรีด้านหลังต่างเตรียมพร้อมต่อสู้
เพราะทุกคนรู้ดีว่า
หากเกิดการปะทะ
คงไม่ใช่ศึกธรรมดา
ในเวลานั้นเอง
หลินเซวียนซึ่งยืนอยู่ด้านหลัง
พลันรู้สึกถึงความผิดปกติ
ดวงตาแห่งกรรมเปิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ทันใดนั้น
ภาพเบื้องหน้าก็เปลี่ยนไป
เขาเห็นเส้นกรรมจำนวนมหาศาล
เชื่อมโยงคนชุดดำทั้งเจ็ดเข้าด้วยกัน
ราวกับพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งเดียวกัน
แต่สิ่งที่ทำให้เขาตกใจที่สุดคือ
เส้นกรรมสีดำขนาดมหึมา
ที่ทอดยาวออกจากร่างของชายชุดดำผู้นำ
เชื่อมลึกลงไปใต้ภูเขา
ลึกยิ่งกว่าประตูผนึก
ลึกยิ่งกว่าสิ่งที่เขาเคยเห็น
หัวใจของหลินเซวียนเต้นแรง
เพราะนี่เป็นครั้งแรก
ที่เขาเห็นผู้มีความเชื่อมโยงกับภูเขาแห่งนี้
มากพอ ๆ กับตัวเขาเอง
ทันใดนั้น
ชายชุดดำผู้นำพลันหันหน้ามา
สายตาทะลุผ่านผู้คน
หยุดอยู่ที่หลินเซวียนโดยตรง
แม้จะมีระยะห่างหลายสิบก้าว
แต่หลินเซวียนกลับรู้สึกเหมือนอีกฝ่ายกำลังจ้องมองเข้ามาในวิญญาณของตน
ชายชุดดำเอ่ยขึ้นช้า ๆ
"น่าสนใจ..."
"คิดไม่ถึงเลยจริง ๆ"
เฉินเยี่ยนชิวขยับตัวมาขวางด้านหน้าหลินเซวียนทันที
สายตาเย็นเฉียบ
"เจ้ากำลังมองอะไร"
เสียงหัวเราะแผ่วเบาดังขึ้น
ชายชุดดำละสายตาออก
ก่อนกล่าวเพียงประโยคเดียว
"ดูเหมือนว่า..."
"สายสืบทอดนั้นยังไม่สูญสิ้น"
ทันทีที่สิ้นคำ
สีหน้าของซูอู๋เซวียนเปลี่ยนไปเป็นครั้งแรก
ภายในโพรงโบราณ
ความเงียบปกคลุมอีกครั้ง
สองฝ่ายยืนประจันหน้ากัน
ไม่มีผู้ใดขยับ
ไม่มีผู้ใดลงมือ
แต่ทุกคนรู้ดีว่า
พายุที่แท้จริง
กำลังใกล้จะเริ่มขึ้นแล้ว
"เมื่อผู้ที่เฝ้าความลับมาพบกับผู้ที่ตามหาความลับ..."
"การเผชิญหน้าที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ได้เริ่มต้นขึ้น"