เหลียงจิ่วกงเข้าวังมาั้แ่ยังเยาว์ จนบัดนี้กลายเป็คนโปรดข้างกายฮ่องเต้ ทั้งยังเป็หัวหน้าขันทีแห่งพระราชวังต้องห้าม ช่างเป็่เวลาที่รุ่งโรจน์และสง่างามยิ่งนัก
ทว่าในวันนี้ เพียงคำพูดประโยคเดียวของฮ่องเต้ กลับทำให้เขาใจนแทบฉี่ราด
ฮ่องเต้... ฮ่องเต้ตรัสว่าเขาเป็คนดูแลห้องเครื่อง...!!
ชั่วขณะหนึ่ง เหลียงจิ่วกงรู้สึกเหมือนโลกตรงหน้ามืดดับลง
ในทางกลับกัน หัวหน้าห้องเครื่องทั้งสองคนทำงานได้อย่างรวดเร็ว โจ๊กขาวข้น ๆ ชามหนึ่งถูกทำเสร็จในเวลาอันสั้น พร้อมด้วยเครื่องเคียงรสเลิศอีกสองสามอย่าง
จักรพรรดิคังซีอุ้มถังเป่านั่งบนเก้าอี้ ค่อย ๆ ป้อนโจ๊กให้นางทีละคำ
ขณะที่ป้อน ก็ยังไม่ลืมที่จะถามนางว่า "อร่อยไหม?"
คำถามนี้ทำเอาหัวหน้าห้องเครื่องสองคนที่อยู่ข้างกายสั่นสะท้านจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่
โชคดีที่ถังเป่าไม่เลือกกิน อีกทั้งนางยังหิวจนท้องน้อยส่งเสียงร้องประท้วง จึงรีบคว้ามือของจักรพรรดิคังซีไว้ เพราะอยากจะดื่มอีกสักสองคำ!
"ท่านอา ถังเป่าขออีกคำเ้าค่ะ!"
จักรพรรดิคังซีเผยยิ้มละมุนแบบผู้ใหญ่ที่เอ็นดูเด็ก
เมื่อทานโจ๊กเสร็จ ถังเป่าก็เหมือนลูกแมวน้อยที่อิ่มหนำสำราญ นางทิ้งตัวนอนแผ่หลาอยู่บนตักของจักรพรรดิคังซี ท่าทางง่วงงุนหรี่ตาลงอย่างเกียจคร้าน ทำให้จักรพรรดิคังซีอดไม่ได้ที่จะลูบท้องน้อยที่ป่องออกมาของนาง
"ฮึม ฮึม..."
ถังเป่าถึงกับสั่นเท้าเล็ก ๆ และเริ่มส่งเสียงครางเบา ๆ กลายเป็ลูกหมูน้อยไปเสียแล้ว
จนถึงตอนนี้ จักรพรรดิคังซีจึงเริ่มสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติอื่น ๆ ยกตัวอย่างเช่น เสื้อผ้าที่สกปรกมอมแมมและเห็นได้ชัดว่ามีขนาดไม่พอดีตัวของถังเป่า รวมถึงร่างกายที่ผอมแห้งจนดูไม่ได้ของนาง เห็นได้ชัดว่าเื่นี้ต้องมีปัญหาใหญ่แน่!
จักรพรรดิคังซีเหลือบมองถังเป่าที่กำลังหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข เขาค่อย ๆ เลิกแขนเสื้อข้างขวาที่ใหญ่จนเกือบจะลากพื้นขึ้นอย่างแ่เบา และต้องตกตะลึงเมื่อพบว่า...
แขนของเด็กคนนี้ไม่มีที่ไหนที่ผิวพรรณเรียบเนียนเลย!
มีรอยถลอกเป็วงกว้าง และรอยแผลฉกรรจ์ที่เนื้อปลิ้นออกมา! อีกทั้งหากมองดูดี ๆ จะพบว่าาแเหล่านี้สกปรกมอมแมมและไม่เคยผ่านการทำความสะอาดเลย!
และนี่เป็เพียงแค่แขนข้างเดียวเท่านั้น!!
มือของจักรพรรดิคังซีขยับเร็วกว่าความคิด เขาเลิกแขนเสื้ออีกข้างของถังเป่าขึ้นทันที เป็ไปตามคาด มีาแเช่นกัน!
ในวินาทีนี้ จักรพรรดิคังซีรู้สึกว่าความอดทนที่เขาสั่งสมมานานหลายปีในฐานะจักรพรรดิเกือบจะพังทลายลง!
เหลียงจิ่วกงยิ่งใจนพูดไม่ออก บรรพบุรุษตัวน้อยที่ฮ่องเต้ทรงใส่พระทัยได้รับาเ็หนักเพียงนี้ ดูท่าว่าจะมีใครบางคนในวังต้องจบสิ้นแล้ว!
จักรพรรดิคังซีสะกดกลั้นความโกรธเกรี้ยวที่พลุ่งพล่านในใจ พยายามปรับน้ำเสียงให้อ่อนโยนที่สุดถามถังเป่าว่า
"ถังเป่าเอ๋ย าแเหล่านี้เป็ฝีมือของทาสสุนัขตัวไหน... ใครทำเ้าาเ็หรือ? บนร่างกายยังมีแผลที่อื่นอีกไหม?"
เมื่อเห็นาแที่แขน ความรู้สึกเจ็บแปลบที่เคยถูกลืมก็หวนกลับมา ถังเป่าจึงรีบเอามือกุมท้องน้อยของตนเองตามสัญชาตญาณ
โจ๊กขาวอุ่น ๆ ที่เพิ่งทานเข้าไป ดูเหมือนจะทำให้ท้องน้อยของนางรู้สึกไม่สบายตัว
ถังเป่ากลั้นไว้ไม่อยู่ หยาดน้ำตาจึงร่วงหล่นลงมาเหมือนก๊อกน้ำที่เปิดทิ้งไว้ กระทบลงบนแขนเสื้อของจักรพรรดิคังซี จนเกิดเป็รอยเปียกชื้นอย่างรวดเร็ว
"ยังมี... ยังมีที่ท้องน้อยด้วยเ้าค่ะ..."
จริงด้วย ยังมีที่หูอีก!
ถังเป่าเบะปาก พลางลูบใบหูที่ทั้งแดงและบวม แล้วชูให้จักรพรรดิคังซีดู
จักรพรรดิคังซี "..."
จักรพรรดิคังซี "!!!!"
แววตาของเขาฉายแววอำมหิตวูบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงเย็นกับเหลียงจิ่วกงว่า "เหลียงจิ่ว... ขันทีเหลียง รบกวนเ้าไปเชิญหมอหลวงและแพทย์หญิงหลาย ๆ คนมาให้ถังเป่า าแบนตัวนางมีมากเกินไป ต้องตรวจดูให้ละเอียด"
เหลียงจิ่วกงกำลังจะก้มตัวรับคำสั่ง แต่ในขณะที่ก้มลงนั้น สายตากลับประสานเข้ากับดวงตากลมโตที่คลอไปด้วยน้ำตาของถังเป่า ทำให้เขาชะงักค้างอยู่ในท่าก้มครึ่งหนึ่ง!
จากนั้น ภายใต้สายตาเหยียดหยามของจักรพรรดิคังซีที่สื่อว่า ‘ทำไมเ้าถึงไร้ประโยชน์เช่นนี้?’ เหลียงจิ่วกงที่มีเหงื่อซึมที่ท้ายทอยค่อย ๆ ยืดตัวตรง และเอ่ยด้วยน้ำเสียงแ่เบาว่า "หัวหน้าขันทีคัง ท่านช่วยดูแลถังเป่าก่อนเถิด กระหม่อมจะรีบให้คนไปเชิญหมอหลวงเดี๋ยวนี้ขอรับ"
คังซีผู้เปลี่ยนตัวเองเป็หัวหน้าขันทีประจำห้องเครื่อง จึงพยักหน้าอย่างพอใจ
"แล้วปกติถังเป่าพักอยู่ที่ไหนหรือ?" ในเมื่อปกปิดฐานะของตนเองไว้ จักรพรรดิคังซีจึงยังไม่พานางกลับไปยังตำหนักเฉียนชิง *[1] ในทันที แต่ตั้งใจจะไปดูที่พักของถังเป่าก่อน
เพื่อความมั่นใจ เขาจะตรวจสอบให้แน่ชัดว่าถังเป่าเป็ลูกสาวของเขาจริงหรือไม่
หากไม่ใช่... หึหึ เช่นนั้นก็จะชิงตัวเข้าวังมาเป็ลูกบุญธรรมเสียเลย!
ดังนั้น ภายใต้การนำทางอย่างงัวเงียของถังเป่า จักรพรรดิคังซีพร้อมด้วยขบวนผู้ติดตามยาวเหยียดจึงมาถึงตำหนักเย็นที่ตั้งอยู่ในที่ห่างไกล
เมื่อได้เห็นตำหนักเย็น ในใจของจักรพรรดิคังซีก็ยิ่งมั่นใจว่า ถังเป่าต้องเป็ลูกสาวของเขาแน่นอน!
"ถังเป่าพักอยู่ที่นี่เ้าค่ะ"
นางชี้ไปยังตำหนักเย็นที่ประตูเปิดแง้มไว้ เมื่อเห็นจักรพรรดิคังซียืนนิ่งไม่ยอมขยับ ถังเป่าคิดว่าเขากำลังกลัว จึงตบแขนเขาเบา ๆ เพื่อปลอบใจว่า
"ไม่ต้องกลัวนะเ้าคะ ไม่ต้องกลัว ข้างในไม่มีคนใจร้ายหรอกเ้าค่ะ"
แต่พอถังเป่าคิดดูอีกที คำพูดแบบนี้ดูจะไม่ช่วยปลอบใจเลยสักนิด
นางจึงตบแขนเขาอีกสองที "ต่อให้มีคนใจร้าย ถังเป่าจะปกป้องท่านเองเ้าค่ะ!"
จักรพรรดิคังซีเกือบจะหลุดขำออกมา ในใต้หล้านี้ มีคนไม่กี่คนที่สามารถทำให้ผู้ที่มีอำนาจสูงสุดอย่างเขาเกิดความกลัวได้ แต่พอคิดว่าในวังนี้กลับมีทาสสุนัขที่กล้ารังแกลูกสาวของเขา ไฟโทสะในใจของจักรพรรดิคังซีก็ยิ่งโหมกระหน่ำ
...
เมื่อเหลียงจิ่วกงนำหมอหลวงและแพทย์หญิงที่เชี่ยวชาญด้านกุมารเวชมาถึง ตำหนักเย็นที่เคยสกปรกและทรุดโทรมก็ถูกทำความสะอาดจนหมดจดแล้ว
ทว่าสภาพความรกร้างที่ปรากฏแก่สายตาก็ยังทำให้หมอหลวงหลายคนแอบบ่นในใจ
ขันทีเหลียงนำทางพวกเขามาตรวจอาการให้กุ้ยเหริน เหตุใดจึงมาที่ตำหนักเย็นแห่งนี้เล่า?
จนกระทั่งได้เห็นจักรพรรดิคังซีที่กำลังอุ้มเด็กหญิงตัวน้อยอยู่ในห้อง หมอหลวงทั้งหลายก็ถึงกับตะลึงงัน และเกือบจะทำความเคารพจักรพรรดิคังซีตามสัญชาตญาณ
โชคดีที่เหลียงจิ่วกงปฏิกิริยาไว รีบเอ่ยกับจักรพรรดิคังซีด้วยรอยยิ้มว่า "หัวหน้าขันทีคัง ข้าน้อยเห็นว่าตำหนักเย็นแห่งนี้ถูกทำความสะอาดจนหมดจด สมกับเป็ท่านจริง ๆ ขอรับ!"
คำพูดนี้เป็การเตือนหมอหลวงทุกคนโดยนัยว่า ห้ามหลุดปากพูดอะไรออกมาเด็ดขาด
หัวหน้าขันทีคัง?!
หมอหลวงหลายคนชะงักไปครู่หนึ่ง แม้จะไม่เข้าใจจุดประสงค์แต่ก็ปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว เมื่อทำความเคารพจึงเรียกจักรพรรดิคังซีว่า
"หัวหน้าขันทีคัง"
ถังเป่ามีสีหน้าประหลาดใจ ดวงตาเป็ประกาย "ว้าว ท่านอาเก่งจังเลยเ้าค่ะ!"
จักรพรรดิคังซีที่รู้สึกยินดีกับสายตาชื่นชมของถังเป่า "..."
ไม่หรอก นี่ไม่ใช่เื่ที่เก่งกาจอะไรเลย
จักรพรรดิคังซีไม่ได้พูดอะไรมาก แต่เรียกให้หมอหลวงเข้ามาตรวจชีพจรของถังเป่าทันที
แม้หมอหลวงจะเตรียมใจไว้บ้างแล้วเมื่อเห็นสภาพของตำหนักเย็น แต่พอได้ััชีพจร หัวใจของพวกเขาก็หล่นวูบ
ชีพจรแบบนี้...
หลังจากหมอหลวงสี่คนผลัดกันตรวจและหารือกัน ในที่สุดหมอหลวงที่เป็หัวหน้าก็ได้รายงานสรุปต่อจักรพรรดิคังซี
"ทูล... หัวหน้าขันทีคัง ชีพจรขององค์หญิงน้อยท่านนี้อ่อนแรง... เห็นได้ชัดว่าขาดสารอาหาร... อีกทั้งมีาแลึกตามร่างกายจำนวนมาก จำเป็ต้องทำความสะอาดให้ละเอียดก่อนจึงจะใส่ยาได้ขอรับ..."
ยิ่งหมอหลวงาุโยิ่งได้รับความนับถือ ถังเป่ามองดูคุณปู่เคราขาวที่เริ่มร่ายคำศัพท์ยาวเหยียดที่นางไม่เข้าใจ เปลือกตาของนางก็เริ่มหนักอึ้ง นางขยี้ตา พยายามอย่างยิ่งที่จะรักษาความตื่นตัว
จักรพรรดิคังซีที่สังเกตเห็นท่าทางของถังเป่าก้มลงมอง พบว่าหัวน้อย ๆ ของนางสัปหงก แต่ก็ยังไม่ยอมหลับไปง่าย ๆ พยายามดิ้นรนขัดขืน ดูแล้วช่างซื่อ ๆ และน่ารักยิ่งนัก!
น่ารักขนาดนี้ สมกับเป็ลูกสาวของเขาจริง ๆ !!
จักรพรรดิคังซีลูบศีรษะของถังเป่า เส้นผมที่หยาบกระด้างทำให้แววตาของเขามืดลงชั่วขณะ แต่เสียงยังคงอ่อนโยน
"ถังเป่าหากง่วงแล้ว ก็นอนพักสักครู่ดีไหม?"
ถังเป่าส่ายหัว "แต่ว่า ถ้าถังเป่าหลับไป ท่านอาก็จะหายไป... แล้วถังเป่าก็จะเหลือตัวคนเดียวอีก..."
ที่แท้ก็เป็เช่นนี้นี่เอง!
จักรพรรดิคังซีจึงได้รู้สาเหตุที่ถังเป่าพยายามไม่หลับ ในใจของเขารู้สึกเศร้าและอ่อนไหว ความรู้สึกหลากหลายประดังเข้ามาในใจ
"ไม่ต้องกลัวนะ ท่านอาจะอยู่เคียงข้างถังเป่าเอง"
จักรพรรดิคังซีปรับท่าอุ้มถังเป่าอย่างเงอะงะ เพื่อให้นางนอนได้สบายขึ้น "ท่านอาอุ้มถังเป่าอยู่นะ ถังเป่าเด็กดี นอนหลับเถิดนะ ดีไหม?"
ถังเป่าเงยหน้าขึ้นมองแววตาที่จ้องมองมายังนาง ไม่มีแววตาดุร้ายเหมือนของหูมัวมัวหรือท่านอาฟางเสีย
ดังนั้น นิ้วเล็ก ๆ จึงแอบดึงสายคาดเอวสีทองที่เอวของจักรพรรดิคังซีไว้ แล้วพยักหน้าอย่างว่าง่าย
"ตกลงเ้าค่ะ~!"
*[1] ที่ประทับของจักรพรรดิคังซี