ตอนที่ 48 การต่อสู้บนลำธาร
ทันใดนั้นลูกศรก็ยิงเข้าไปที่ต้นไม้เจาะทะลวงผ่านไปได้อย่างง่ายดายกายที่หลบอยู่หลังต้นไม้เบี่ยงตัวออกไปแล้ว แม้ว่าตัวของเขาจะพ้นแต่กระเป๋าด้านหลังกลับโดนลูกศรเต็ม ๆกายรู้สึกได้ว่ากระเป๋าด้านหลังนั้นเหมือนมีคนตัวใหญ่ ๆ มากระชากมันอย่างแรงจนเขาเกือบหงายหลัง
พอกายหันกลับมองด้วยสภาพที่เต็มไปด้วยเหงื่อ
กระเป๋าของเขาขาดเป็นชิ้นๆ ของทั้งหมดกระจายไปทั่ว กายคิดจะหันไปเก็บแต่สายตาของเขาหันไปเห็นว่าหญิงสาวสั่งให้คนสองคนไปจับกายมาตอนนี้ในที่สุดกายก็รู้ว่าหญิงสาวผมบอร์นคนนี้เป็นหัวหน้ากลุ่ม ในความรู้สึกของกายเธอมีพลังไม่น้อยกว่ามีอาอย่างแน่นอน
หญิงสาวที่อยู่ห่างออกไป40 เมตรเห็นว่ากายรอดไปได้ก็ต้องแปลกใจด้วยระยะแค่นี้มันยากที่ใครจะหลบลูกศรที่ใช้ศิลปะการต่อสู้ เจาะทะลวง ขั้นสองไปได้เธอรู้สึกสนใจกายขึ้นมาบ้างแล้ว
กายลุกขึ้นวิ่งหนีทันทีตอนนี้เอาตัวรอดให้ได้ก่อนค่อยว่ากัน
โชคยังดีที่เหรียญตราทั้งสองกายเก็บไว้ที่ตัวไม่อย่างนั้นเขาอาจจะเสียงหันกลับไปหยิบมันก็ได้แต่แล้วกายก็พึ่งนึกได้ว่าเขาลืมอะไรไป พลุสัญญาณมันอยู่ในกระเป๋า
นักเรียนชายสองคนที่ไล่ตามกายมาหนึ่งเป็นผู้ใช้ดาบอีกคนใช้ธนูคนที่ใช้ธนูพยายามยิ่งกาย กายจึงไม่สามารถย้อนไปเอาพลุสัญญาณได้แล้วจริง ๆ ไม่อย่างนั้นเขาโดนทั้งสองเล่นงานแน่นอน
“ช่างมัน!ยังไงก็อยู่ให้รอดจนจบการทดสอบก็พอแล้ว พลุสัญญาณคงไม่ได้ใช้” กายวิ่งเข้าไปในป่ามันมีต้นไม้หลายแห่งซึ่งพอจะช่วยให้กายหลบลูกธนูได้บ้าง
หลังจากนั้นไม่นานกายก็เห็นพลุสัญญาณสีแดงยิ่งขึ้นมาสองครั้งติดต่อกันเขาเดาว่าคงเป็นนักเรียนสองคนนั้น ซึ่งหมายความว่าอีก 8คนที่เหลือกำลังตามมาเช่นกัน
กายวิ่งไปแบบเดาสุ่มเอาแต่ยิ่งเขาวิ่งมาทางนี้มากเท่าไหร่ก็มีน้ำมากเท่านั้น กายกระโดดลงไปตามทางน้ำไหลเพราะต้องการให้น้ำที่ไหลลบรอยเท้าที่เขาวิ่ง อีกสองคนด้านหลังจะได้ตามมาไม่ถูก
ห้านาทีหลังจากนั้นกายยังคงวิ่งๆ หลบ ๆ อยู่ริมน้ำ จนในที่สุดเขาก็ไม่ได้ยินเสียงใครตามมาแล้วจึงหยุดนั่งพักลงริมตลิ่งของธารน้ำกายหายใจด้วยความเหนื่อยหอบ
แต่ดูเหมือนกายจะดูถูกความสามารถของนักรบฝึกหัดขึ้น2 มากไปหน่อย
ชายผู้ใช้ดาบมาหยุดยืนอยู่ด้านบนตลิ่งเหนือหัวกายและยิ้มออกมาด้วยความสนุกสนานราวกับกำลังมองดูเหยื่อที่หมดแรงแล้ว
“เจ้าวิ่งเร็วนี่ส่งเหรียญตรามาแล้วข้าจะไม่ทำอะไร!” นักเรียนชายคนนี้พูดออกมาด้วยท่าทีเหนือกว่าแต่กายไม่คิดจะไปคุยด้วยให้เสียเวลา
กายกำดินทรายที่พื้นก่อนจะสาดเข้าไปที่ใบหน้าของนักเรียนชายทรายเข้าไปที่ดวงตาจนนักเรียนชายต้องหลับตาตามสัญชาตญาณ ทำให้ปิดโอกาสให้กายวิ่งหนีออกไป
“บ้าเอ๊ย!เจ็บตาชะมัดเลย” นักเรียนชายคนนั้นพูดด้วยความไม่พอใจก่อนจะวิ่งตามกายไปทั้งที่ตาข้างหนึ่งยังปิดอยู่
แม้กายวิ่งออกมาก่อนแต่ความเร็วของนักเรียนคนนั้นยังเร็วกว่าเขามากนักเพียงไม่กี่วินาทีก็เข้ามาประชิดตัวของกาย นักเรียนชายจับดาบสองมือฟาดฟันมาจากทางด้านหลังของกายทำให้เขาไม่มีทางเลือกต้องหันกลับไปใช้ค้อนขวานที่อยู่ในมือเข้ามากัน
ดาบของนักเรียนชายฟันเข้าไปที่ด้ามจับไม้แม้ดาบจะตัดด้ามไม้ค้อนขวานไม่ขาด แต่ก็สร้างรอยบาดลึกพอสมควรกายที่จับค้อนขวานแต่ละฝั่งไว้รับรู้ได้ถึงแรงปะทะที่มหาศาลมาก
มันพอๆ กับแรงหรืออาจจะมากกว่าที่เคยสู้กับมีอาเล็กน้อยดูเหมือนว่าที่ผ่านมามีอายังออมแรงไว้อยู่
พละกำลังของนักรบฝึกหัดขั้น1 นั้นมากกว่าคนปกติเล็กน้อย แต่สำหรับขั้น 2 แล้วมันมากกว่าคนปกติถึง 2เท่าเป็นอย่างต่ำ ดังนั้นกายแทบจะไม่สามารถรับมือได้เลยส่วนครั้งนั้นที่สู้กับโจชัว เพราะพวกเขาประลองกันจึงไม่ถึงกับลงมืออย่างจริงจัง
แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนกันการทดสอบหมายถึงการแย่งที่ในสถาบันศาสตร์นักรบ มันก็เหมือนกับสงครามภายในสถาบันศาสตร์นักรบเพียงแต่ห้ามฆ่ากัน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะบาดเจ็บจนพิการไม่ได้ดูเหมือนนักเรียนกลุ่มนี้คงจะเป็นพวกหัวกะทิในชั้นปี 1 ไม่ต่างจากมีอา ลิลี่วิลเลียมหรือลูคัส
กายรู้ว่าสู้แรงไม่ไหวก็พลิกตัวหลบทันทีนักเรียนชายคนนั้นก็เตะส่วนเข้ามา แต่กายเอาค้อนขวานขึ้นมาป้องกันไว้ได้กายถอยห่างออกมาด้วยแรงปะทะ ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างทั้งสอง
“โอ๋เจ้าเป็นแค่นักรบฝึกหัดขั้น 1 แต่รวดเร็วกว่าที่คิดมาก แบบนี้ค่อยน่าสนุกหน่อย”
“เจ้าชื่ออะไร”กายถามชื่อนักเรียนชายคนนี้ แต่ไม่ใช่เพราะเขาอยากจะทำความรู้จัก เพียงแต่มองช่องทางถอยก็เท่านั้น
นักเรียนชายยิ้มออกมากายเห็นดังนั้นก็รู้ว่าชายคนนี้ไม่ได้โง่คงรู้ว่าเขาแค่ถามถ่วงเวลามองหาทางหนีเท่านั้นแต่ถึงอย่างนั้นนักเรียนชายคนนี้ก็ยังตอบ
“ก็ได้ข้าเจเดน อันดับที่ 33 ในการจัดอันดับศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดชั้นปีที่ 1เป็นไงเจ้ากลัวหรือยัง”เจเดนพูดออกมาด้วยท่าทางโอ้อวด แม้แต่กายยังคิดเลยไอ้นี่มันขี้โม้หรือไงถึงแบบนั้นฝีมือของชายคนนี้ก็ไม่ธรรมดาจริง ๆ
“ข้าเดวินแค่นั้นแหละ”กายก็แนะนำตัวขณะที่เดินถอยหลังช้า ๆ
ในตอนนั้นเองก็มีเสียงพลุสัญญาณดังขึ้นสองครั้งมาจากทางทุ่งกว้างที่เขาหนีมา กายเดาว่าคงจะเป็นสองคนนั้นที่โดนกลุ่มของเจเดนล้อมเอาไว้ในตอนแรกซึ่งนั้นก็หมายความว่าอีกไม่นานนักเรียนกอีก 8 คนจะถามมาที่นี่หรือไม่ตอนนี้พวกนั้นก็คงมาใกล้ถึงแล้วก็ได้
แบบนี้ชักไม่ดีแล้วกายคิดในใจด้วยความร้อนรน
เจเดนยิ้มออกมาก่อนจะยกดาบสองมือชี้ไปที่กาย“เอาละชื่อก็รู้จักกันแล้ว อย่างนั้นมาจบเรื่องกันได้แล้วเจ้าเอาเหรียญตรามาแล้วข้าจะปล่อยไป”
“แบบนั้นคงไม่ได้ถ้าข้าให้เหรียญตราเจ้าไป ข้าก็สอบตกนะสิ” กายส่ายหัวเตรียมสู้สุดชีวิต
เขาไม่รอให้เจเดนลงมือก่อนกายจู่โจมก่อนในทันทีด้วยการจับค้อนขวานสองมือสร้างมุมเหวี่ยงเข้าหาด้านข้างตัวของเจเดน
เจเดนก้มหลบค้อนขวานที่โจมตีเข้ามาอย่างง่ายๆ ก่อนจะใช้ดาบสองมือฟันกาย กายดึงค้อนขวานขึ้นมากันดาบฟันไปที่ด้ามอีกครั้งทำให้เกิดรอยลึกที่ด้ามไม้อีกครั้ง
ทั้งสองปะทะกันอยู่อีกสามถึงสี่กระบวนท่าแต่กายเสียเปรียบมาก เพราะความเร็วของกายสู้ไม่ได้แถมพอโดนฟันก็ต้องเอาด้ามขวานมารับอีกกายเข้าใจแล้วว่าพออาวุธต่างไปการใช้ก็ต่างกัน
ที่ผ่านมาเขาเคยฝึกแต่ดาบพอมาจับค้อนขวานก็คิดว่าจะใช้ได้เหมือนดาบ แต่ตอนนี้มันผิดมหันต์เลย
“ศิลปะการต่อสู้รูปแบบศาสตราวุธ ฟาดฟัน ขั้น 1” ดาบของเจเดนฟันไปหากายจากด้านหน้า
แต่ในจังหวะนั้นกายกับก้าวพลาดเท้าไปติดซอกหินเสียจังหวะล้มลงไป ดาบของเจเดนที่ใช้ศิลปะการต่อสู้ฟาดฟันผ่าลงไปที่พื้นหินในลำธารเป็นรอยยาว 2 เมตร เจเดนถึงกับงงวิธีการหลบของกาย
กายเองก็ไม่คิดว่าเขาจะหลบได้
เจเดนคิดจะดึงดาบออกมาจากรอยที่ฟันลงไปแต่ปรากฏว่าดาบมันดันคาอยู่ที่พื้นขยับไม่ออก ทั้งเจเดนและกายมองลงไปที่พื้นมันคือหินสีเทาน้ำตาลก้อนใหญ่กว่า 4 เมตรฝังอยู่ในดินส่วนดาบของเจเดนนั้นดูเหมือนมันจะไปติดคาในรอยที่ฟันลงไปพอดี
ทั้งสองคนมองหน้ากันเจเดนมองหน้ากายแบบยิ้ม แต่กายไม่ยิ้มด้วยกายใช้จังหวะนี้หยิบค้อนขวานพร้อมกับใช้ศิลปะการต่อสู้ ทุบ ขั้น 1โจมตีไปที่ด้านข้างของเจเดนเข้าอย่างแรง
เจเดนที่จับดาบพยายามดึงออกมาอยู่ก็ไม่คิดว่ากายจะลงมือทั้งแบบนี้ทำให้โดนด้านค้อนทุบเข้าไปเต็ม ๆ จนเกราะหนักที่เจเดนใส่อยู่ถึงกลับเกิดรอยบุบลงไปเจเดนรู้สึกราวกับโดนม้าวิ่งชนไม่มีผิด แต่ตัวของเจเดนนั้นไม่ได้กระเด็นถอยไปเพราะดาบที่จับอยู่มันยึดเขาไว้
“อ้วก...”
เจเดนอ้วกออกมาจากอาการจุกในตอนนั้นเองดาบสองมือที่ติดในหินก็หลุดออกมาเช่นกัน เจเดนกัดฟันฝืนความเจ็บเหวี่ยงดาบฟันใส่กายอย่างรวดเร็วจนกายเองก็หลบไม่พ้น ดาบฟันเข้าไปที่กลางหน้าอกของกาย
ดาบสองมือปะทะที่เกราะเกล็ดทมิฬจนเกิดประกายไฟแต่เกราะกลับไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อย ทั้งที่ดาบที่ฟันมานั้นเป็นดาบระดับ 4ถึงดาบจะฟันไม่เข้า แต่ก็จุกไม่น้อย
กายถึงกับถอยหลังโซซัดโซเซไปสองสามก้าวเขาใช้ค้อนขวานมาค้ำตัวเองไว้ถึงทรงตัวยืนได้
เจเดนที่พยายามฝืนอาการบาดเจ็บลุกขึ้นมากระโดดสูงจากพื้นสามเมตร ยกดาบสูงเหนือหัวด้วยสองมือ ฟาดฟันดาบลงไปที่กาย
“ศิลปะการต่อสู้รูปแบบศาสตราวุธ ฟาดฟัน ขั้น 2”
ดาบที่เต็มไปด้วยศิลปะการต่อสู้กำลังฟันลงมาที่กายซึ่งห่างไปไม่ถึงเมตร กายไม่ได้หลบ อันที่จริงเขาไม่มีเวลาหลบได้แต่ยกค้อนขวานขึ้นมาและสู้กลับไปเท่านั้น
ในครั้งนี้ดาบของเจเดนฟันจนด้ามจับที่กายใช้รับการโจมตี
ฉับ!
ดาบสองมือของเจเดนด้ามจับไม้ของค้อนขวานขาดเป็นรอบเรียบเนียนจากนั้นก็ฟันลงไปจนถึงเกราะไหลของเกราะเกล็ดทมิฬ
“เสร็จล่ะ”เจเดนพูดออกมาด้วยความสะใจ ว่าดาบนี้ฟันกายจนบาดเจ็บได้อย่างแน่นอนส่วนกายก็ยังตกใจ ที่ด้ามขวานโดนฟันจนขาด
กายได้แต่คิดในใจว่าซวยแล้วทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากในเวลาเพียงไม่ถึงนาทีตั้งแต่ที่ทั้งสองลงมือสู้กันดาบสองมือของเจเดนฟันลงไปที่เกราะไหลของเกราะเกล็ดทมิฬจนตัวกายถึงกับทรุดเข่าลงไปกับพื้นจากแรงที่ฟันลงมาแต่เจเดนก็ต้องรู้สึกเหลือเชื่ออีกครั้ง เพราะเกราะเกล็ดทมิฬหยุดดาบของเขาไว้ได้
“เป็นไปไม่ได้”
แม้ตัวเกราะจะมีรอยฟันจากดาบให้เห็นชัดเจนแต่ไม่อาจจะฟันลงไปลึกกว่านั้นได้อีก
“หลับไปซะ”กายไม่สนใจดาบที่ฟันคาอยู่ตรงไหลซ้ายของตัวเอง สองมือกำค้อนขวานที่เหลือด้ามจับอยู่เพียงครึ่งเดียวโจมตีสวนกลับไปที่เจเดนทันที
“ศิลปะการต่อสู้รูปแบบศาสตราวุธ ทุบ ขั้น 1 ย๊ากกกก!!!!!!”
กายร้องออกมาสุดเสียงใส่พลังลงไปในการโจมตีนี้เขาไม่ได้เล็งไปที่เกราะหรือที่ตัวของเจเดน แต่เล็งไปที่ปลายคางต่อให้เจเดนเป็นนักรบฝึกหัดขั้น 2 แต่ในระยะแค่นี้ก็หลบไม่ทันเช่นกัน
ปัง!