มุกจันทร์เหลือบตามองไปตามสายตาของรพี “อ๋อ ตอนแรกมุกพกมาด้วยกะว่าจะกินเป็นมื้อเที่ยงค่ะ”
“ได้ยังไงกันครับ ของกินที่นี่เยอะแยะ จะนั่งกินบะหมี่ถ้วยไปทำไมถึงว่าสิ เจ้าดินมันกำชับผมจังว่าให้เอาอาหารมาส่งให้คุณมุกด้วยกลัวคุณมุกจะกินเจ้านี่นี่เอง”
“คุณดินบอกเหรอคะ”
“ใช่ครับ เมื่อตอนเกือบเที่ยงก็ทักมาถามผมว่ากลางวันคุณมุกจะกินอะไรเตรียมไว้หรือยัง ผมเลยต้องโทรมาถามสาลี่”
มุกจันทร์ได้ยินว่าไตรภพเป็นคนกำชับเรื่องมื้อเที่ยงของเธอก็รู้สึกประหลาดใจเธอไม่คิดว่าเขาจะใส่ใจแม้กระทั่งอาหารมื้อเที่ยงของเธอ ทั้งๆที่ตัวเขาเองก็ไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วยซ้ำ เขาใส่ใจเธอขนาดนี้เพราะนี่ยังเป็นช่วงโปรโมชั่นสินะ
“ลำบากคุณพีแย่เลย ขอบคุณนะคะ อุตส่าห์เอามาส่งให้เองด้วย”
“ไม่ลำบากหรอกครับ ผมกำลังหาโอกาส เอ้ย... ผมว่างๆ อยู่พอดีถือว่าออกมายืดเส้นยืดสาย” รพีเกือบจะหลุดพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดไว้ จริงๆ เขาคอยหาโอกาสมาเจอมุกจันทร์ไตรภพเป็นเพื่อนสนิทของเขา เพื่อนสนิทแต่งงานทั้งทีเขาก็อยากทำความคุ้นเคยกับว่าที่เจ้าสาวไว้ก่อน
“นี่ครับข้าวผัดกุ้ง กุ้งตัวใหญ่ ๆ สดๆ อร่อยแน่นอน แล้วนี่...”เขาเลื่อนกล่องข้าวผัดกุ้งมาตรงหน้ามุกจันทร์ และเลื่อนอีกกล่องตามมาด้วย“น้ำพริกหนุ่ม แคบหมู มีแตงกวาสดๆ ด้วย ผมแถมให้ เอาไว้กินเล่นเพลินๆ”
“ขอบคุณค่ะ ถ้ามุกเอามากินเล่นจริงๆ สงสัยจะอ้วนแน่ๆ เลย” มุกจันทร์มองกล่องที่รพีบอกว่าเป็นของแถมเธอรู้สึกว่ากล่องที่เป็นของแถมดูเหมือนจะราคาแพงกว่าข้าวผัดกุ้งที่เธอสั่งไปซะอีก
“ไม่อ้วนหรอกครับ ผู้หญิงมีน้ำมีนวลกอดอุ่นดีจะตาย”
มุกจันทร์ได้ยินคำว่ากอดอุ่นดีก็มีสีหน้าอึ้ง นั่นสินะ ไตรภพคงไม่ได้บอกใครว่าการแต่งงานของพวกเธอเป็นแค่ข้อตกลงที่มีผลประโยชน์ร่วมกันเพื่อนของเขาถึงได้เทคแคร์เธอดีแบบนี้
รพีที่กำลังพูดลื่นไหล เห็นมุกจันทร์มีสีหน้าแปลกๆ “เอ่อผมหมายถึงเจ้าดินกอดน่ะครับ” ถ้าพูดเจาะจงแบบนี้คงจะดีล่ะมั้งมุกจันทร์จะได้ไม่เข้าใจผิดว่าเขากำลังลามปามเธอ
แต่สิ่งที่เขาไม่คาดคิดคือตอนแรกมุกจันทร์แค่มีสีหน้าแปลกๆ เท่านั้นแต่พอเขาพูดประโยคต่อมานี้ ใบหน้าของมุกจันทร์ก็เริ่มออกสีแดงเรื่อๆ แล้ว เขาชักจะรู้สึกผิดในใจให้ตายเถอะ เขาพูดอะไรออกไปกันนะ มุกจันทร์เป็นผู้หญิง เขาพูดแบบนี้เธอคงจะอายสินะในหัวของรพีตอนนี้กำลังคิดหาทางเปลี่ยนเรื่องคุย
มุกจันทร์รู้สึกร้อนวูบวาบที่ใบหน้า เธอกำลังอายอยู่จริงๆเธอไม่โทษรพี ใครจะคิดล่ะว่าผู้หญิงอายุขนาดเธอจะมาเก้อเขินกับคำว่า กอดอุ่นดี อยู่อีก
“คุณพี ทานข้าวมาหรือยังคะ”เธอเปลี่ยนเรื่องก่อนที่บรรยากาศจะกระอักกระอ่วนไปมากกว่านี้
รพีนึกขอบคุณมุกจันทร์อยู่ในใจที่เธอไม่เอ่ยปากตำหนิเขาแถมยังช่วยเขาเปลี่ยนเรื่องอีก “เรียบร้อยแล้วครับ เชิญคุณมุกเลยเดี๋ยวผมขอตัวกลับก่อนดีกว่าครับ” เขาเอ่ยขอตัวกลับ และลุกขึ้นเดินจากไปแต่เดินไปได้สองก้าวก็หันหน้ากลับมา “พรุ่งนี้คุณอยากทานอะไร บอกสาลี่นะครับเดี๋ยวตอนเที่ยงผมเอามาส่งให้”
มุกจันทร์กำลังจะอ้าปากตอบ
“อ่ะ ไม่ต้องเกรงใจครับ ช่วงที่เจ้าดินไม่อยู่ผมจะดูแลคุณเองพรุ่งนี้เจอกันครับ”
พูดจบเขาก็เดินจากไป มุกจันทร์มองตามหลังเขาตาปริบๆ เธอไม่คิดว่าระหว่างที่ว่าที่เจ้าบ่าวของเธอไม่อยู่เพื่อนของว่าที่เจ้าบ่าวจะต้องมาคอยดูแลเธอ
ระหว่างทางที่เดินไปขึ้นรถ รพีรู้สึกว่าคำพูดของเขาออกจะแปลกๆอยู่บ้าง แต่คิดไปคิดมาก็ไม่รู้ว่าแปลกที่ไหน สุดท้ายเขาจึงไม่ได้คิดอีกยังไงเขาก็ทำตามที่ไตรภพไหว้วานไว้เสร็จแล้ว ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรพอขึ้นรถได้ก็ขับออกจากร้านไป
มุกจันทร์เริ่มเปิดกล่องอาหารดู กล่องที่ใส่ข้าวผัดกุ้งจัดมาได้น่ากินมากด้านบนข้าวผัดมีกุ้งตัวใหญ่ๆ อยู่ถึง 5 ตัว ตัวใหญ่อย่างที่รพีบอกไว้จริงๆด้วย เธอคิดว่าเขาคงจะตั้งใจจัดมาให้เธอเป็นพิเศษแน่ๆถ้าร้านขายข้าวจัดอาหารให้ลูกค้าแบบนี้ทุกกล่องท่าทางจะหากำไรได้ยากแล้ว เธอยิ้มออกมาผู้ชายอย่างไตรภพมีเพื่อนดีๆ กับเขาเหมือนกันแฮะ
จากนั้นเธอเปิดกล่องที่รพีบอกว่าเป็นน้ำพริกหนุ่มกับแคบหมูต่อกล่องนี้มีขนาดใหญ่กว่ากล่องข้าวผัดกุ้งพอสมควร พอเปิดออกมากลิ่นแคบหมูลอยฟุ้งไปทั่วชวนให้น้ำลายสอ ในกล่องมีแคบหมูหลายชิ้น และมีถ้วยใส่น้ำพริกหนุ่มถ้วยเล็กๆนอกนั้นยังมีถุงใส่แตงกวาที่หั่นไว้อย่างสวยงามอีกด้วย
มุกจันทร์ทนกลิ่นหอมยั่วน้ำลายไม่ไหว จึงหยิบแคบหมูใส่ปากกัดไปคำหนึ่งอืม อร่อยจริงด้วยแฮะ เธอเริ่มเปิดถ้วยน้ำพริกและเอาแคบหมูจิ้มกินน้ำพริกรสเผ็ดเล็กๆ ผสมกับความเปรี้ยวและหวานที่ปรุงมาอย่างดีทำให้มุกจันทร์รู้สึกเจริญอาหารมาก เธอเริ่มตักข้าวผัดกุ้งกินอย่างเอร็ดอร่อยๆบางครั้งก็วางมือจากข้าวผัดกุ้งมาหยิบแคบหมูและแตงกวากิน มื้อนี้เป็นอีกมื้อที่เธอรู้สึกว่าอาหารอร่อยมาก
สองสาวสาลี่และบัวตองที่อยู่หน้าเค้าน์เตอร์ร้าน มองเข้ามาเห็นมุกจันทร์กินอาหารอย่างเอร็ดอร่อยดูท่าทางมีความสุขมากพลางอดสงสัยไม่ได้ว่าข้าวผัดกุ้งร้านรพีอร่อยมากขนาดนั้นเลยเหรอ เห็นทีว่าวันหลังพวกเธอจะต้องไปลองกินดูบ้างแล้ว
ไตรภพอยู่ที่กรุงเทพ เขาจัดการธุระของตัวเองเสร็จแล้วจึงเลยเข้าไปดูบ้านของมุกจันทร์ตามที่ได้รับไหว้วานมาความจริงแล้วหลังจากกลับถึงเชียงใหม่ได้ไม่นานเขาก็บอกให้คนมาซ่อมกระจกให้เรียบร้อยแล้วเพียงแต่เขาไม่ได้บอกมุกจันทร์ เพราะมุกจันทร์ไม่ได้บอกเรื่องที่เธอโดนก่อกวนให้แม่ของเธอทราบเขาจึงคิดว่าควรจะรีบซ่อมให้เสร็จโดยไวเผื่อแม่ของมุกจันทร์กลับมาที่บ้านจะได้ไม่พบพิรุธอะไรเข้าการทำให้ผู้ใหญ่ไม่สบายใจคงไม่ดีนัก
เขาเดินเข้าไปในบ้านเพื่อดูความเรียบร้อย ทุกอย่างดูดีช่างไม่ได้ทำบ้านสกปรก ถือว่าเก็บงานได้ดี เขาเดินไปดูบริเวณรอบๆ บ้าน ไม่มีเศษประทัดหล่นอีกแสดงว่าหลังจากที่พวกเขาไปแล้วก็ไม่มีคนมาก่อกวนนั่นหมายความว่าคนทำพุ่งเป้ามาที่มุกจันทร์โดยเฉพาะ
สวนไม้ประดับเล็กๆ ที่หน้าบ้านของมุกจันทร์เริ่มมีหญ้าขึ้นประปรายอาจจะเพราะเป็นหน้าร้อนหญ้าเลยเจริญเติบโตได้ไม่ดีนัก เดี๋ยวพอเข้าหน้าฝน ฝนตกลงมาเพิ่มความชุ่มชื้นให้ดินหญ้าพวกนี้จะโตไวมากไตรภพคิดว่าเขาต้องเตรียมหาคนมาจัดการหญ้าที่สวนหน้าบ้านไว้ด้วยถ้าปล่อยไว้ไม่มีคนดูแล หญ้าขึ้นรก บ้านจะดูโทรมไม่น่าอยู่
เขาสังเกตว่าบรรดาต้นไม้ในกระถางเริ่มมีต้นที่เหี่ยวเฉาบ้าง ต้นที่ใบเริ่มเหลืองบ้างดูสุขภาพไม่ดีเลย มองปราดเดียวก็รู้ว่าขาดน้ำและโดนแดดมากเกินไปเขาเป็นคนรักต้นไม้ พอมาเห็นแบบนี้ก็อดรู้สึกสงสารต้นไม่ได้
ไตรภพเริ่มคิดวางแผนติดตั้งระบบน้ำหยดให้ต้นไม้และต้องย้ายบางกระถางให้ไม่โดนแดดตรงๆ ไม่งั้นเวลาที่มุกจันทร์และแม่ของเธอไม่อยู่บ้านต้นไม้พวกนี้ต้องขาดน้ำตายแน่ๆ
เขาคิดวางแผนเพลินๆ ก็ได้ยินเสียงกริ่งประตูหน้าบ้านดังขึ้น อดสงสัยไม่ได้ว่าเขาเพิ่งมาถึงไม่เกินสองชั่วโมงกลับมีคนมากดกริ่งที่หน้าบ้านแล้ว เชื่อได้ยากจริงๆ ว่าเป็นเรื่องบังเอิญ
ไตรภพเดินไปเปิดประตู และพบว่าดูท่าจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญจริงๆนั่นแหละ ผู้ที่มากดกริ่งคือปรเมศ ผู้ชายคนนี้อีกแล้ว “สวัสดีครับ มาหาคุณมุกเหรอ”
ไตรภพไม่อยากเสแสร้งให้มากความจึงเลือกจะพูดกับอีกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมาปรเมศไม่ตอบแต่ส่งสายตาสอดส่องเข้าไปในบ้านแทน
“ไม่ต้องมองหาหรอกครับ คุณมุกไม่ได้กลับมา ผมมาคนเดียวมาซ่อมกระจกที่มีคนปาแตกไว้ คุณรู้เรื่องนี้ไหม”
ปรเมศทำหน้าฉงนทำไมเขาจะต้องรู้เรื่องที่บ้านมุกจันทร์โดนคนปากระจกแตกด้วยล่ะ “ผมไม่ทราบผมจำเป็นต้องทราบด้วยเหรอ”
“คุณลองไปถามแฟนคุณน่าจะได้คำตอบ”
“คุณหมายถึงแพท แพทเอาแต่ใจก็จริง แต่เขาไม่ทำอะไรแบบนี้หรอก” ปรเมศไม่คิดว่าบ้านมุกจันทร์จะมีคนมาก่อกวนและยิ่งไม่คิดว่าคนที่มาก่อกวนจะเป็นภีรณี เขาคิดว่าผู้ชายตรงหน้าพูดจาเหลวไหล
“ยังไงคุณก็ลองถามดูเถอะ แค่นี้นะครับ ผมมีธุระ”ไตรภพพูดจบก็ทำท่าจะปิดประตู “อ้อ คุณเลิกยุ่งกับคุณมุกเถอะอีกไม่นานเธอจะแต่งงานกับผมแล้ว”
ไตรภพพูดจบก็ปิดประตูใส่หน้าปรเมศ เขาพูดชัดเจนขนาดนี้อีกฝ่ายน่าจะเลิกยุ่งวุ่นวายซะทีนี่เป็นการตัดความรำคาญแทนมุกจันทร์
ปรเมศยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น เดือนก่อนเขาเพิ่งดูตัวกับมุกจันทร์เธอยืนยันหนักแน่นว่าไม่อยากแต่งงานแต่ภายในเดือนเดียวเธอกลับมีแฟนและตอนนี้กำลังจะแต่งงานแล้วมันจะเป็นไปได้ยังไงกัน เรื่องนี้ดูผิดปกติ รีบร้อนรวบรัดจนผิดปกติ
เขาเดินกลับมาขึ้นรถและขับออกไป พลางคิดเรื่องที่ไตรภพบอกว่ามุกจันทร์ถูกคนก่อกวนขนาดถูกปากระจกบ้านแตกแถมมุกจันทร์ยังสงสัยว่าคนที่ทำก็คือภีรณีหรือนี่คือเหตุผลที่มุกจันทร์ต้องแกล้งทำเป็นมีแฟนและแต่งงานแต่คนเราจะแกล้งแต่งงานได้ด้วยเหรอ ถ้าไม่ใช่เหตุผลนี้เขาก็นึกไม่ออกจริงๆ ว่าทำไมอยู่ๆมุกจันทร์ถึงดูเปลี่ยนไปเร็วขนาดนี้
ปรเมศกดโทรศัพท์โทรหาภีรณี รอสายไม่นานก็มีเสียงหวานตอบรับที่ปลายสาย“สวัสดีค่ะปาล์ม คิดถึงแพทเหรอ”
ปรเมศถอนหายใจอย่างไม่คิดปกปิดเลยสักนิดเขาต้องการให้ภีรณีรู้ว่าเขาเบื่อเธอแค่ไหน “บ้านคุณมุกโดนปากระจกจนแตกคุณทำหรือเปล่า”
ภีรณีได้ยินปรเมศถามก็เริ่มไม่สบอารมณ์ขึ้นมา ช่วงหลังๆ มานี้หายากที่ปรเมศจะเป็นฝ่ายโทรหาเธอก่อนพอโทรมากลับเป็นว่าโทรมาเพื่อตำหนิเธอเพื่อผู้หญิงคนนั้น “ถ้าใช่แล้วจะทำไมคะ ถ้าแพททำ คุณจะให้ตำรวจมาจับแพทเหรอ”
ความจริงเธอไม่คิดจะยอมรับว่าตัวเองเป็นคนทำไม่มีหลักฐานอะไรมาเชื่อมโยงถึงเธอซะหน่อย เธอไม่รับซะอย่างจะมีใครทำอะไรเธอได้แต่เพราะความน้อยใจระคนโกรธที่เกิดขึ้นฉับพลันทำให้เธอยอมรับเพราะอยากจะดูว่าปรเมศจะทำยังไงเขากล้าเรียกตำรวจมาจับเธอเพื่อผู้หญิงคนนั้นหรือเปล่า บางทีถ้าเขาทำแบบนั้นเธออาจจะตัดใจจากเขาได้ซะที
ปรเมศถอนหายใจแรงกว่าเดิม “แพท นี่มันคดีอาญานะ ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคุณกลายเป็นแบบนี้”
“คุณไงที่ทำให้แพทเป็นแบบนี้ คุณไปชอบมัน แล้วจะมาทิ้งแพท แพทต้องทนเหรอ”
“ผมเลิกกับคุณก่อนที่จะเจอเขาอีกนะ”
“แล้วไงคะ แพทต้องยินดีกับคุณเหรอผู้หญิงไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้าแบบนั้น ไปคว้ามาทำเมียมีแต่จะสร้างปัญหา”
“คุณวางใจเถอะ เรื่องสร้างปัญหาไม่มีใครเก่งเท่าคุณหรอก”
“เอ๊ะ ปาล์ม #%?a#@&*@$”
ภีรณีส่งเสียงโวยวายต่อ แต่ปรเมศไม่ได้ยินอีกแล้วว่าเธอพูดอะไรเขาเอาหูฟังออกจากหูอย่างหงุดหงิดและกดตัดสาย
ผู้หญิงชื่อภีรณีที่น่ารักอ่อนหวานคนนั้นคนที่เขาเคยรู้จักเมื่อหลายปีก่อนไม่รู้หายไปไหนแล้ว