Galactic Imperium

    ตอนที่หนึ่งร้อยเก้า ส่งจักรพรรดิไปเรียนหนังสือ 12

    ตอนที่หนึ่งร้อยเก้า ส่งจักรพรรดิไปเรียนหนังสือ12

    ผมยังคงใช้แต้มการเมืองปลดพวกขุนนางระดับสูงที่มีพลังจิตออกมาให้ไปทำงานเป็นองครักษ์ส่วนตัวของผมกับไปที่การค้นคว้าด้านพลังจิต

    เพราะคนที่มีพลังจิตจะช่วยให้มีโบนัสค่าการวิจัยพลังจิตได้ดีกว่า

    แน่นอนสร้างความไม่พอใจให้กับฝ่ายขุนนางนักแต่ได้รับการชดเชยโดยการที่ได้ทำงานกับผมโดยตรง

    โดยที่พวกเธอไม่ได้เสียตำแหน่งไปโดยการที่เรียกว่า“ขาลอย” ไม่มีอำนาจเสียทีเดียวแต่คือการต้องใช้อำนาจผ่านผมโดยตรงในฐานะองครักษ์หรือที่ปรึกษาหรือข้าราชบริพารโดยตรงทำให้อำนาจของฝ่ายจักรพรรดิอย่างผมเพิ่มมากขึ้นในทางการเมือง

    และยังเป็นการช่วยให้ตำแหน่งทางราชการมีจำนวนว่างขึ้นพอสมควรด้วย

    แม้จะไม่ค่อยช่วยประชาชนทั่วไปเสียเท่าไรในด้านการสอบ

    แต่อย่างน้อยก็เรียกว่ามีการเปลี่ยนแปลงบ้างหากมีประชากรที่สอบเข้ามาเพิ่มขึ้นได้ในระบบราชการของจักรวรรดิบ้าง

    ผมยังพยายามสอบการเป็นทหารขั้นต้นหรือทางวิศวกรรมขั้นต้นไปเรื่อยๆ

    ซึ่งพอมาโลกนี้ผมรู้สึกว่าเวลาผ่านไปได้ดีกว่าแม้ทางเทคนิคตอนมองจากหน้าจอในเกมส์มันจะมีการเคลื่อนไหวเวลาไปรวดเร็วกว่าโลกความจริงก้ตาม

    แต่ในโลกนี้ผมได้เรียนรู้ทักษะด้านต่างๆด้วยเทคโนโลยีเชื่อมต่อสมองและพลังจิต

    ทำให้ผมสามารถเรียนรู้ศาสตร์ต่างๆได้ด้วยความรวดเร็ว

    แต่ด้วยเหตุผลบางประการประชาชนไม่ค่อยมาเรียนรู้เพื่อทดสอบให้นเองผ่านคุณสมบัติต่างๆเหล่านี้

    จากการอ่านข้อมูลประวัติศาสตร์น่ารู้ของจักรวรรดิของผม

    ผมสรุปได้คร่าวๆว่าการเมืองของจักรวรรดิตอนนี้ในสายตาประชาชนทั่วไปมองผมที่เป็นจักรพรรดิเหมือนเทพเจ้าในตำนานที่ห่างไกลจากการปกครองธรรมดา

    ถ้ามีปัญหาคือความผิดของพวกขุนนางต่างๆด้วยกัน

    ไม่ใช่ความผิดของผมที่อยู่ในสถานะอีกยอ่างหนึ่งเหมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์

    นับว่าเป็นเรื่องน่าสนใจทีเดียว

    และศาสนาเหมือนจะเป็นศาสนาหนึ่งเดียว

    แต่นับว่ามีนิกายอยู่หลายนิกาย

    ทั้งนิกายที่บูชาไฟในอดีตพัฒนามาเป็นบูชาผมแบบเดียวกับเทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์หรือแสงสว่าง

    นิกายกาเอีย ที่ชอบการเพาะปลูกมองผมว่าคือสามีของกาเอียแม่พระธรณีที่คอยปกปักคุ้มครองผืนดินและต้นไม้

    และพวกสายหูแมวหรือพวกร่างกายมีส่วนผสมของสัตว์ป่าต่างๆที่มองว่าการเปลี่ยนร่างกายของตนเองเป็นรูปแบบของสัตว์คือการแสดงจิตใจของเราออกมาได้ดีมากที่สุด

    เช่นคนที่เปลี่ยนร่างกายมีรูปแบบของม้าก็จะเป็นคนที่มีความทนทานไม่เหน็ดเหนื่อยมากกว่าคนธรรมดาเพนกวิ้นทนทานต่ออากาศหนาวและการใช้พลังจิตควบคุมความเย็นสาวหูแมวจะเป็นคนที่มีความช่างสังเกตและชอบเรื่องราวที่แปลกใหม่มากกว่าปรกติพร้อมกับการเคลื่อนไหวที่ว่องไวฯลฯ

    ซึ่งการจะเปลี่ยนร่างกายให้มีรูปแบบของสัตว์นั้นก็จะมีสถานที่เปลี่ยนแปลง

    Conversion Center

     ศูนย์การเปลี่ยนแปลง

    และกฎหมายที่อธิบายเกี่ยวกับการเป็น

    ทาส Slave  

    บริวาร Retainer

    คนรับใช้ Servant

    ที่มีสิทธิหน้าที่แตกต่างกันตามกฎหมาย

    ซึ่งผมได้คะแนนเต็มสูงสุดเท่าที่เคยมีมา

    เพราะผมใช้แต้มการเมืองตีความกฎหมายไปให้ตรงกับที่ผมส่งข้อสอบด้านกฎหมายไปให้กับทางหน่วยงานจัดการทดสอบ

    และมันมีเรื่องราวต่างๆมากมายทั้งสิทธิหน้าที่ของพวกขุนนางหรือประชาชนสถานะต่างๆที่ยุบยั่บมากไปหมด

    ผมต้องยอมรับว่าผมเปิดหูเปิดตาจริงๆที่ได้ลองมาทดสอบความรู้ด้านต่างๆดูนอกจากการมองจากเบื้องบนอย่างเดียว

    ...

    “ขอบคุณท่านจักพรรดิที่ได้ประทานโอกาสนี้ให้เรา”

    บรรดาสาวขุนนางระดับดัชเชสกลุ่มหนึ่งได้คุกเข่าต่อหน้ารูปปั้นขององค์จักรพรรดิ

    จากความพยายามมาตลอดชีวิต

    ในที่สุดพวกเธอก็ได้ตำแหน่งที่พวกเธอใฝ่ฝันที่สุดคือการทำงานรับใช้จักรพรรดิโดยตรง

    การเข้าสภาฮาเร็มของจักรพรรดินั้นมีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดในด้านชนชั้นต่างๆและโควต้าปริมาณของแต่ละชนชั้นเกิดจากการโต้เถียงกันอย่างดุเดือดทั้งในสภาสูงและสภาล่าง

    ทำให้การเข้าถึงท่านจักรพรรดินั้นมีจำกัด

    แต่นโยบายใหม่ๆที่ออกมานี้ทำให้พวกเธอสามารถเข้าถึงท่านจักรพรรดิได้ง่ายมากขึ้นในการรับใช้ใกล้ชิดมากกว่าเดิม

    ไม่มีเกียรติใดสูงมากไปกว่านี้แล้ว

    แน่นอนอาจจะเกิดความวุ่นวายในด้านการเมืองเล็กน้อยในส่วนของตระกูล

    เพราะทางเทคนิคเหมือนกับว่าพวกเธอนั้นมีอำนาจมากขึ้นโดยส่วนตัว

    แต่ความจงรักภักดีของพวกเธอต้องตอบสนองต่อท่านจักรพรรดิโดยตรงแทนที่จะเป็นคนในตระกูล

    ทำให้ทางตระกูลชั้นสูงต่างๆแม้จะมีคนยินดีแต่ก็มีคนที่กังวลใจเช่นกัน

    แม้จะเชื่อว่าท่านจักรพรรดิทำเรื่องที่ดีแล้ว

    แต่คนเราก็กลัวความเปลี่ยนแปลงไม่ได้

    แต่สำหรับพวกเธอแล้ว

    การเป็นองครักษ์ใกล้ชิดนั้นทำให้พวกเธอได้รับเกียรติสูงสุดมากกว่าคนอื่นใดในตระกูล