เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว)

    ตอนที่ 33 ปีศาจซากศพหมีพันปี

    “ อาจารย์บอกว่า รอยเท้านี้เป็นของพระองค์ท่านจริงๆ เมื่อพันปีก่อน ดินแดนแถบนี้ถูกย้ายมาจากที่ดินแดนโลกเก่า ที่เรียกว่าดินแดนชมพูทวีป บรรพบุรุษของสำนักพอค้นพบ ก็ทราบทันทีว่าเป็นรอยเท้าของพระพุทธเจ้า ได้สร้างเอาไว้ก่อนขึ้นไปแดนไร้ที่สิ้นสุด เวลาผ่านไป  พลังฤทธานุภาพของรอยเท้าก็ยังคงอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง เจ้าสามารถ อาบน้ำชำระร่างกายให้บริสุทธิ์ก่อน แล้วลงไปฝึกตนได้ครั้งละไม่เกิน 1 ชั่วยาม หากนานกว่านั้น ร่างกายของเจ้าอาจจะรับพลังในสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้ ร่างกายระเบิดตายได้”  ศิษยพี่เซี่ยเป่ยอธิบาย เสี่ยวเทียนก็พยักหน้า แล้วศิษย์พี่ก็ให้เสี่ยวเทียนไปพักผ่อนที่บ้านพักของตนเอง แล้วก็มอบหยกที่บรรจุคัมภีร์การเดินพลัง คัมภีร์หมัด และกระบี่ทั้งหมดของสำนักให้เสี่ยวเทียนไปศึกษา  พอเสี่ยวเทียนเข้ามาในที่พัก ก็ได้ยินเสียงอาจารย์ลู่เอินเอ่ย

    “ เจ้าไปอาบน้ำแล้วลงไปแช่ตัวในสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ ในตอนนี้เลย”

    “ อาจารย์ ท่านเชื่อเรื่องที่ศิษย์พี่เซี่ยเป่ยบอกด้วยรึ”

    “ ข้าไม่ได้เชื่อเขา แต่ข้าเชื่อสัมผัสของตัวข้าเองมากกว่า ในสระแห่งนี้ มีอัฐิธาตุของพระโมคลาณะฝังอยู่บางส่วน เป็น่สาวกของท่านได้สร้างเอาไว้เป็นรอยพระพุทธบาทจำลอง ไม่ใช่เท้าของพระพุทธเจ้าจริงๆ ดังนั้น น้ำในสระจึงเปี่ยมล้นด้วยพลังอัธิธาตุของพระโมคลาณะ เจ้ารีบเข้าไปดูดซับ จะมีส่วนช่วยให้สภาวะจิตของเจ้าแข็งแกร่งขึ้นอีกมาก แล้วสามารถปรับพลังที่ขึ้นมาให้เสถียรยิ่งขึ้น เจ้าลงไปแช่ตัว สามวัน เจ้าก็สามารถปล่อยพลังเทพรัตติกาลออกมา เพื่อเลื่อนขั้นปราณอัครพรหมเทพได้ทันที” อาจารย์ลู่เอินเอ่ยจบ เสี่ยวเทียนก็รีบไปจัดการตามที่อาจารย์สั่งทันที

    เสี่ยวเทียนเข้าไปในสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ ก็เริ่มโคจรพลังแบบแนววิถีในคัมภีรนิรันดร์แบบเต๋า แล้ว กำหนดลมหายใจแบบแนวทางสถาบันสงฆ์ ตามที่อาจารย์ลู่เอินบอกมา

    ไม่นาน ก็มีพลังงานออกมาจากจุดเก็บพลังใต้ท้องน้อย กระจายสู่ร่าง พร้อมกับพลังของพุทธะเข้ามาจากสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ ทำให้พลังแห่งเต๋ากับพลังพุทธะแทนที่จะหักล้างกันกลับหลอมรวมเข้าไปในร่างกายของเสี่ยวเทียน ร่างของเสี่ยวเทียนส่องประกายพุทธะออกมา พร้อมกลิ่นไอของพลังเทพ พลังปราณที่อยู่ในร่างไม่สามารถกดพลังเอาไว้ได้อีก ไหลทะลักออกมาอีก ห้าระดับ ทำให้ปราณอัครพรหมเทพของเสี่ยวเทียนเลื่อนระดับขึ้นมาที่ 50 แล้ว  เสี่ยวเทียนลืมตาขึ้น ก็พบว่า ศิษย์พี่เซี่ยเป่ยมายืนมองด้วยความเป็นห่วง

    “ ศิษย์พี่เซี่ยเป่ย”

    “ ในที่สุดเจ้าก็รู้สึกตัวเสียที ข้าเห็นเจ้ามานั่งแช่ตัวอยู่ที่นี่ สามวันแล้ว บอกกับท่านอาจารย์ ท่านบอกให้ข้าคอยดูเจ้าอย่าไปรบกวน ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะไม่เป็นอะไร แถมพลังยุทธ์กลับ เพิ่มขึ้นทีเดียว 5 ระดับ ลุกออกมาจากสระได้แล้ว ศิษย์พี่หลินของเจ้ามาหาข้าตั้งหลายครั้ง เขาทำอาหารมาให้เจ้าด้วย ตอนนี้ข้าให้เขารออยู่ที่บ้านพักของเจ้า” ศิษย์พี่เซี่ยเป่ย เอ่ยด้วยน้ำเสียงยินดีไม่น้อย

    “ ศิษย์พี่รองหลินมารึ ข้าจะรีบไปเดี๋ยวนี้” แล้วทั้งสองคนมาในที่พักพบกับอาหารเต็มโต๊ะ เสี่ยวเทียนรีบเดินเข้าคว้าตะเกียบ แล้วกินทันที เพราะว่าสามวันที่ผ่านมาเขาไม่ได้กินอะไรเลย

    “ ไม่ต้องรีบร้อน ข้าทำมาให้เจ้าตั้งเยอะ ศิษย์พี่เซี่ยเป่ย ท่านก็กินด้วยกันซิ ข้าทำมาให้ท่านด้วย”  ศิษย์พี่หลิน ยื่นถ้วยข้าวสวยร้อนๆ ให้ เซี่ยเป่ยเผยยิ้มแบบไม่รู้ตัวออกมา แล้วก็ค่อยๆกิน โดยไม่ได้พูดอะไร ทั้งสามคนกินโดยไม่มีใครพูดกันสักคำ

    เสี่ยวเทียนพอกินไปสักพักเห็นทั้งคู่ ไม่พูดอะไรกันก็เลยพูดขึ้นมาว่า

    “ ศิษย์พี่หลิน ท่านทำอาหารอร่อยจัง ข้ากินแล้วคิดถึงท่านแม่ข้าเลยนะเนี่ย”

    “ ถ้าเจ้าชอบศิษย์พี่จะทำให้เจ้ากินทุกวันก็ยังได้”

    “ จริงๆ นะ”

    “ จริงซิ”

    “ แต่ว่าท่านคงลำบากแน่เลย ต้องขึ้นลงยอดเขาทุกวัน แบบนี้ได้ไหมศิษย์พี่เซี่ยเป่ย ให้ศิษย์พี่หญิงมาอยู่กับข้าที่นี่ จะได้ทำอาหารให้พวกเรากินทุกวันเลย”

    เสี่ยวเทียนรู้ว่า บนยอดเขาศิษย์หลักเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ได้

    “ อย่าเลย ข้าเป็นผู้ฝึกยุทธ์ เรื่องนี้ไม่ลำบากอะไรหรอก” ศิษย์พี่หลินไม่กล้าเอ่ยมากเกรงใจศิษย์พี่เซี่ยเป่ย

    “ ตามหลักแล้วไม่สามารถให้ศิษย์อื่นๆ ขึ้นมาได้ แต่ว่า  เสี่ยวเทียนยังเด็ก ทำอะไรกินคงลำบาก ข้าเองก็ไม่ค่อยสันทัดเรื่องอาหารเท่าไร ข้าจะเข้าไปขอท่านอาจารย์ให้เจ้าอยู่บนยอดเขาเป็นกรณีพิเศษ”  ศิษย์พี่เซี่ยเป่ยเอ่ยเสร็จก็ไม่พูดอะไรอีก

    “ เย้.. ต่อไปข้าจะได้กินอาหารของศิษย์พี่หลินทุกวันแล้ว”   เสี่ยวเทียนดีใจไม่ต้องเงียบเหงาอีกแล้ว

    “ ขอบคุณศิษย์พี่เซียเป่ย” ศิษย์พี่หลินเอ่ยกับศิษย์พี่เซี่ยเป่ยที่ค่อยๆ กินอาหารไม่พูดอะไรต่ออีก

    ไม่กี่วัน ศิษย์พี่รองหลินก็ได้เข้ามาอยู่บ้านพักเดียวกับ เสี่ยวเทียน ซึ่งบ้านพักมีห้องนอนถึง ห้าห้อง ไม่รู้ว่าพวกเขาจะสร้างห้องนอนไปเยอะทำไมกัน เลยทำให้สองคนอยู่ด้วยกัน อย่างสบาย เสี่ยวเทียนรู้ว่า  ศิษย์พี่รองหลิน อยากไปแช่ตัวในสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ แต่ว่า ในถ้ำแห่งนั้น เป็นสถานที่หวงห้าม ผู้ที่เข้าไปได้มีเฉพาะแค่อาจารย์เจ้าสำนัก กับศิษย์หลักเท่านั้น เสี่ยวเทียนเลยสร้างห้องน้ำขนาดใหญ่ขึ้นมา แล้วดูดน้ำจากสระน้ำศักดิ์สิทธิ์มาให้ ศิษย์พี่หลินเอาไว้แช่ตัว ในบ้านพัก

    “ เสี่ยวเทียน ทำแบบนี้ ศิษย์พี่เซี่ยเป่ยต้องว่าข้าแน่ๆ เลย”

    “ ศิษย์พี่ไม่ต้องกังวล ศิษย์พี่เซี่ยเป่ยบอกว่า น้ำในสระศักดิ์สิทธิ์มีมากมาย จะเอาไปทำอะไรก็ได้ เขาไม่ว่าหรอก”

    “ ศิษย์พี่เซี่ยเป่ยบอกอย่างนั้นจริงๆ รึ?”

    “ อืม ถ้าไม่เชื่อท่านไปถามเขาดูซิ”  เสี่ยวเทียนไม่ได้ถามศิษย์พี่เซี่ยเป่ยหรอก เพราะรู้ว่า คนแบบศิษย์พี่เซี่ยเป่ยถ้ารู้ ต้องไปสอบถามกับอาจารย์ก่อนเป็นแน่ 

    ตั้งแต่นั้นศิษย์พี่หลินก็ได้ฝึกวิชาจากสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ด้วยเช่นกัน ทำให้พลังยุทธ์ของศิษย์พี่หลินก็เลื่อนระดับมาอยู่ในขั้นปราณจักรพรรดิระดับต้นแล้ว

    เสี่ยวเทียนทุกวันนี้ใช้ชีวิตอยู่บนยอดเขา แล้วก็มาที่ถ้ำของอาจารย์หานลี่ อยู่เสมอ

    เพราะว่าอาจารย์หานลี่ ที่แท้เป็นอาจารย์สอนด้านเวทย์ อักขระ ยันต์ในการสร้างหุ่นธาตุทั้งสี่ ถึงแม้ว่าจะตาบอด แต่การเขียนอักขระยันต์ กลับบรรลุถึงจุดสุดยอด

    เสี่ยวเทียนเคยขอให้ อาจารย์ลู่เอินช่วยรักษาดวงตาให้อาจารย์หานลี่ แต่อาจารย์ลู่เอินบอกว่า ถ้าหากว่าดวงตาเข้าเป็นปกติ พลังที่เขียนอักขระยันต์ของเขาจะเสื่อมถอยลง ต้องให้เขาเลือก เสี่ยวเทียนเคยถามไปแต่อาจารย์หานลี่กลับเอ่ยว่า

    “ ข้ายอมตาบอดแบบนี้ดีกว่า ที่จะทำให้พลังการเขียนอักขระยันต์ของข้า ต้องเสื่อมถอยไป ชีวิตนี้ข้าไม่อยากเห็นอะไรอีก ข้าขอแค่เพียงให้ข้าได้เขียนอักขระยันต์ได้เช่นนี้ก็พอแล้ว ข้าขอบคุณท่านเซียนที่จะช่วยข้า” อาจารย์หานลี่รู้ว่ามีเซียนคอยคุ้มครองปกป้องเสี่ยวเทียนอยู่  แต่เสี่ยวเทียนก็สงสัยว่าทำไม คนเราถ้ามีดวงตามองเห็น น่าจะมีพลังการเขียนมากขึ้น ทำไม่พลังการเขียนถึงได้ลดลง

    “ ตาแก่หานลี่นี้ หมกมุ่นกับอักขระยันต์โบราณ หลงฝีมือของตัวเองมากเกินไป แล้วเคยชินกับการใช้เพียงจิตสัมผัส หากมีดวงตาที่มองเห็นชัด เขาคงจะกลัวเห็นสิ่งต่างๆ  ซึ่งอาจจะทำให้จิตใจเขาวอกแวก ไม่สงบนิ่งเช่นนี้ เป็นความคิดที่โง่เขลายิ่งนัก” อาจารย์ลู่เอินเอ่ยดูถูก

    “ อาจารย์เราจะมีทางช่วยเขาบ้างไหม”

    “ ก็มี เจ้านำกระบี่อาญาสิทธิ์อัสนีสวรรค์ให้เขาศึกษายันต์ที่กระบี่ดู เข้าจะได้รู้เสียทีว่าโลกนี้ยังมียอดฝีมืออักขระยันต์ระดับสวรรค์อีกมากมาย หากเขายอมปล่อยวาง ไม่หลงตน ข้าก็จะให้อักขระยันต์ระดับสวรรค์เขาไปศึกษาเอง”

    “ ขอรับอาจารย์”

    เช้าตรู่ เสี่ยวเทียนกับศิษย์พี่หลินกับศิษย์พี่เซี่ยเป่ย กำลังไปหาอาจารย์หานลี่ พบว่า มีชายหนึ่งคน กำลังยืนต่อหน้าอาจารย์หานลี่ ซึ่งชายผู้นี้มาจากสำนัก เทพธรรมยุทธ์ นามว่า ฟางไห่ เต้าหยิน

    “ เจ้าคิดจะมาท้าสู้กับข้าอีกรึ ฟางไห่” อาจารย์หานลี่เอ่ยด้วยรอยยิ้ม

    “ ศิษย์พี่ ข้าได้พบแผ่นอักขระยันต์โบราณ มาใหม่ ข้าอยากทดสอบเท่านั้น อยากรู้ว่ามันจะมีอานุภาพขนาดไหน ในแผ่นดินชั้นสองนี้ มีเพียงแค่ท่านผู้เดียวที่เป็นปรมาจารย์เป็นหนึ่งในด้านนี้” ฟางไห่เต้าหยินเอ่ยท้าทาย

    “ ได้ ข้าจะสอนสั่งเจ้าเอง” หานลี่ยืนนิ่งอย่างมั่นใจ

    “ เชิญ”  ฟางไห่เต้าหยิน  ปล่อยยันต์ใส่ก้อนหินก้อนใหญ่ก่อนหนึ่ง ฉับพลันหินก้อนนั้นกลายร่างคล้ายมนุษย์ พุ่งเข้าหา หานลี่ที่ยืนนิ่ง แต่พอสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายใช้ยันต์สร้างมนุษย์หินแล้ว ก็กระทืบเท้าที่พื้น มีเม็ดดินพุ่งขึ้นมามากมายแล้ว หานลี่ก็ปล่อยยันต์ออกไปเช่นกัน เม็ดดิน เข้ารวมตัวกัน เป็นงูยักษ์เข้า อ้าปากงับมนุษย์หิน จนกลายเป็นเศษหินไปในทันที

    ฟางไห่เต้าหยิน โยนลูกแก้วออกมาไปบนท้องฟ้า ทำให้ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีแดง

    แล้วก็มีแสงสีแดงพุ่งออกมาจากลูกแก้ว เข้าใส่งูดินยักษ์ จนสลายหายไป แล้วแสงก็ยังส่องไปที่ร่างของหานลี่ แต่หานลี่ก็นำร่มสีดำมาจากแหวนมิติออกกั้นเอาไว้ แล้ว ก็หมุนร่ม มีประกายแสงพุ่งเข้าใส่ ลูกแก้ว จนแสงของลูกแก้วกับร่มปะทะกันถึงกับระเบิดไปพร้อมกัน แล้วฟางไห่นำยันต์ผ้าสีเหลืองออกมาผืนใหญ่แล้วปล่อยออกไปบนฟ้า  ยันต์ผ้าสีเหลืองกลายเป็นมังกรยักษ์สีเหลือง พุ่งเข้าใส่ หานลี่

    แต่ว่าหานลี่ ก็มีผ้ายันต์สีแดง ที่มียันต์เอาไว้เช่นกัน ปล่อยออกไปเป็นมังกรสีแดงพุ่งเข้าปะทะกัน เสียงคำรามร้องลั่นไปทั่ว  จนมังกรทั้งสองตัวล้วนพุ่งชนกันร่างระเบิดเป็นชิ้น สลายหายไปพร้อมกันอีก

    “ สุดท้ายเจอกับอักขระยันต์ที่ข้าเพิ่งค้นพบใหม่ ศิษย์พี่รับมือ”  ฟางไห่เต้าหยิน หยิบแผ่นโลหะที่บรรจุลายอักขระยันต์แปลกประหลาดออกมา  แล้วโยนขึ้นไปบนท้องฟ้า อักขระยันต์แผ่นนี้แปลกประหลาดมาก มันนอกจากส่องแสงสีดำทมิฬแล้วยัง มีบทสวดแปลกๆ ออกมาจากยันต์โลหะแผ่นนี้ แล้วทันใดนั้นเอง เสี่ยงบทสวดกับแสงสีดำทมิฬ  กลับไปปลุกชีพ ซากศพที่ตายไปแล้วไม่รู้มาจากไหนเป็นจำนวนมาก มีทั้งคนและสัตว์   แล้วพวกมันทั้งหมดบุกเข้าโจมตี เข้าใส่ อาจารย์หานลี่ ที่ยืนนิ่งอย่างสงบ แต่พอได้กลิ่นไอซากศพ ก็ตกใจยิ่งนักรีบกล่าวว่า

    “ ฟางไห่ นี่มันยันต์ปลุกปีศาจ เจ้าไปเอามาจากไหนเนี่ย  นี่เจ้าบ้าไปแล้วหรือไง หากเจ้าไปปลุก ศพพันปี ขึ้นมาเจ้าจะควบคุมมันยังไง”

    “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ในสำนักของท่านมีศพพันปีด้วยรึ โลกนี้เพิ่งกำเนิดแค่พันปี จะศพพันปีที่ไหน ยอมแพ้เสียเถิด”  ฟางไห่เต้าหยิน เอ่ยอย่างมั่นใจว่าคราวนี้หานลี่แพ้แน่  อาจารย์หานลี่นำยันต์ปราบปีศาจออกมาแล้วปล่อยออกไปนับร้อยใบ ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !!

    ปีศาจซากศพที่ฟื้นคืนชีพ มา ถูกยันต์ปราบปีศาจทำลายล้างไปเกือบสิ้น 

    ในขณะที่ทั้งสองต่อสู้กันอยู่นั้น กลับมีซากศพโบราณของพญาหมีขาว ที่ตายมาเป็นพันปี แต่ศพถูกแช่ไว้ในแกนน้ำแข็งใต้ดิน พอมันได้ยินเสียงบดสวดจากยันต์โบราณ  ทำให้มันลืมตาขึ้น พลังปีศาจพันปี ของมันพุ่งขึ้นมาจากใต้ดิน โผล่ออกมายืนบนลานต่อสู้ของทั้งสองคน มันมองซ้าย มองขวา แล้วคำรามออกมาดังก้อง ศิษย์พี่หลินถึงกับดึงตัวเสี่ยวเทียนมาใกล้ตน  ส่วนศิษย์พี่เซี่ยเป่ยถึงกับต้องชักกระบี่สีขาววับ ออกมาป้องกันตัวทันที

    “ เจ้าบ้าฟางไห่ เจ้าปลุกตัวอะไรมาอีกวะเนี่ย” หานลี่รีบตะโกนออกไป เพราะสัมผัสกลิ่นไอแห่งความตายหนาแน่นมาก

    “ ศิษย์พี่...มันเป็นซากศพจักรพรรดิหมีพันปี พวกเราช่วยกันปราบมันก่อนเถอะ”

    ฟางไห่เต้าหยินเอ่ยเสียงสั่น ไม่ทันจะทำอะไรเจ้าปีศาจหมีพันปีก็กระโดดเข้าใส่

    หานลี่ที่ยืนนิ่งก่อน แต่ไม่ทันจะเข้าใกล้ ก็เจอยันต์ปราบปีศาจ กระแทกเข้าใส่กว่าร้อยใบ ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !! เสียงระเบิดดังกึกก้อง ไปทั่ว แต่ไม่สามารถทำอะไรมันได้ มันยังพุ่งกรงเล็บเข้าใส่ ไม่ช้าลงเลยแม้แต่น้อย ขณะที่กรงเล็บจะเข้าเจาะร่างของอาจารย์หานลี่

    เสี่ยวเทียนก็ชี้กระบี่อัสนีสวรรค์ปล่อยพลังสายฟ้าเข้าใส่ร่างซากศพหมีปีศาจตนนี้  เปรี้ยง !  ร่างของมันกระเด็นลงไปคลุกฝุ่นหลายตลบ  พอมันลุกขึ้นมาได้ ก็เจอกับตาข่ายยันต์สิบทิศของฟางไห่เต้าหยิน มันดิ้นรนอยู่ไม่นาน ตาข่ายยันต์สิบทิศก็ถูกฉีกขาดกระเด็นออกไป แคว่ก !!  ศิษย์พี่เซี่ยเป่ย พุ่งกระบี่เข้าแทงทะลุอกเจ้าซากศพหมีพันปี   ฉึก ! แต่มันกลับไม่รู้สึกอะไร มันใช้มือตะปบเข้าหน้าอกของศิษย์พี่เซี่ยเป่ย  เปรี้ยง !   ร่างของ ศิษย์พี่เซี่ยเป่ยโดนกรงเล็บแทงใส่จนกระเด็นไป ท่ามกลางเสียงกรีดร้อง ของศิษย์พี่หลินที่ทิ้งมือของเสี่ยวเทียนรีบไปประคองร่าง ของศิษย์พี่เซี่ยเป่ยทันที

    “ ศิษย์พี่เป็นไงบ้าง”

    “ ไม่เป็นไร ข้าใส่เสื้อเกราะเต่ามังกรไว้” ศิษย์พี่แบะเสื้อออกให้เห็นเสื้อเกราะสีดำ 

    ส่วนเจ้าซากศพหมีตัวนี้ยังไม่หยุดมันยังกระโจนใส่ ศิษย์พี่ทั้งสองคนต่อ แต่อาจารย์หานลี่ ปล่อยยันต์โลหะออกไปห้าแผ่น กลายเป็นสัตว์เวทย์โลหะมังกร เสือ สิงโต กระทิง และหมียักษ์  ทั้งหมดต่างจู่โจมเข้ารุมใส่ ซากศพหมีพันปี แต่ด้วยพลังระดับจักรพรรดิ  หมีพันปีเริ่มขยายร่างจนใหญ่กว่าสัตว์เวทย์ทั้งหมด แล้วตวัดกรงเล็บเข้าใส่ ทำให้ สัตว์เวทย์โลหะ ถูกฉีกทิ้งทำลายไปทีละตัว จนหมด ฟางไห่เต้าหยินกำลังจะหนี แต่หนีไม่ทัน ถูกกรงเล็บหมีพันปี ตะปบเข้าใส่ ฉัวะ !   แผ่นหลังถึงกับเป็นแผลลึก ขณะจะโดนซ้ำ หานลี่ก็เข้ามาใช้ถุงมือยันต์เข้าปะทะ  โครม !!! ทำให้หมีพันปีถอยไปหลายก้าว ส่วนอาจารย์หานลี่ก็กระเด็นถอยออกมาแล้วกระอักโลหิตพ่นออกมา แต่ยังโชคดีที่ ศิษย์พี่เซี่ยเป่ย กับศิษย์พี่หลินสามารถดึงร่างของ ฟางไห่ที่ล้มลงไปออกมาได้   

    เสี่ยวเทียนเห็นดังนั้นก็ไม่รอช้า รีบใช้กระบี่อัสนีสวรรค์อีกครั้งคราวนี้ใช้ร่วมกับพลังในร่างแล้วพุ่งตัวเข้าใส่แต่ยังไม่ปล่อยสายฟ้าออก พอใกล้จะถึงตัวเจ้าหมีพันปีก็ปล่อยพลังจากกระบี่อัสนีออกไปพร้อมกับ  ดึงพลังสายฟ้าจากเบื้องบนลงมากลายเป็นสองอัสนีประสาน กระบี่อัสนีสายฟ้าแทงเข้าร่างซากศพหมีพันปีแล้วก็สายฟ้าจากเบื้องบน ฟาดเข้าใส่กลางกระหม่อมมันอีกที  ฉึก !  เปรี้ยง  !  คราวนี้ร่างเจ้าซากศพหมีพันปีระเบิด กระจายออกเป็นชิ้นๆ ไม่เหลือซากเลยแม้แต่น้อย...

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน