พลังแห่งโชคชะตาคืออะไรเขาพอจะรู้แล้วคร่าวๆ
แต่เขาไม่รู้ว่าพวกมันอยู่ที่ไหนนี่สิ
ทว่าตอนนี้เขามองเห็นเป้าหมายของตัวเองแล้วสิ่งที่ทำให้หัวใจเขาเต้นแรง เป้าหมายที่ทำให้เขากระตือรือร้นที่จะทำให้สำเร็จและบางทีเนิ่นนานมาแล้วตั้งแต่ตอนที่เธอคนนั้นจากไป เป้าหมายนี้ก็คงอยู่ในใจของเขาอยู่แล้วเพียงแต่เขาไม่พบวิธีที่จะทำให้มันสำเร็จเท่านั้นเอง
เขาอยากจะเปิดเผยความลับของห้วงเวลาแห่งโชคชะตาเช่นนั้นเขาอาจจะได้รู้ว่าตอนนั้นเธอจากเขาไปทำไม และไปที่ไหน..... แม้ว่าบางทีมันอาจจะเป็นความปรารถนาของเธอแต่ตราบใดที่ยังมีความหวังในการตามหาเธอเขาก็จะลองและพยายามโดยไม่สนใจสิ่งใดทั้งสิ้น
พลังแห่งโชคชะตา.........ความเชื่อที่ก่อตัวขึ้นนี้บอกเขาว่าขอเพียงค้นหาพลังแห่งโชคชะตาทั้งเจ็ดนี้และสร้างห้วงเวลาแห่งโชคชะตานิรันดร์ขึ้นมาใหม่เขาก็จะค้นพบคำตอบของความหวังในการตามหาเธอ
แต่ตอนนี้สิ่งเหล่านั้นล้วนไม่ใช่เรื่องสำคัญ!
“กั่วกัว!” เย่เทียนเซี่ยส่ายหัวอย่างแรงแต่ไหนแต่ไรเขาก็ไม่เคยสงสัยในวิสัยทัศน์ของตัวเองเลยแต่ครั้งนี้เวลานี้เขาแทบไม่กล้าเชื่อสายตาตัวเอง เพราะก่อนหน้านี้ก็มีเรื่องกั่วกัวห้วงเวลาแห่งโชคชะตา และ World of Fate เข้ามาในเวลาเดียวกัน“อมยิ้มของเธอมาจากไหนน่ะ!”
เมื่อหันกลับไปมองกั่วกัวเขาก็มองเห็นสิ่งที่ไม่ควรจะมาอยู่ที่นี่ในเวลานี้......อมยิ้มที่กั่วกัวถืออยู่ในมือนั่น!
เครื่องประดับที่คอมาปรากฏใน World of Fate เย่เทียนเซี่ยก็อึ้งพอแล้วแล้วไหนกั่วกัวยังจะตามไปโผล่ในโลกแห่งความจริงอีก ตอนนั้นเขาก็คิดว่าตัวเองฝันไปตอนนี้เป็นอีกครั้งที่เขาพบสิ่งที่ทำให้เขาตกใจจนแทบจะเสียการควบคุม.......อมยิ้มแท่งนั้นก็คืออันที่เขาซื้อให้กั่วกัวเมื่อวาน! มันคือของในโลกแห่งความจริงมันไม่ควรจะมาปรากฏอยู่ในโลกนี้!
“หึ้ย!” กั่วกัวทำปากยื่นเธอพูดออกมาด้วยความภูมิใจระคนไม่พอใจ “นายท่านแย่มากนะเจ้าคะเมื่อวานซื้ออมยิ้มมาตั้งเยอะแต่กลับให้ข้าแค่แท่งเดียว......เพราะงั้นตอนที่นายท่านหลับอยู่ข้าก็เลยแอบขโมยมาจนหมดแล้วล่ะเจ้าค่ะ นายท่านโกรธไปก็ไม่มีประโยชน์หรอกเจ้าค่ะฮ่าๆๆๆๆๆๆ”
ฉวยโอกาสตอนที่เขาหลับขโมยไปจนหมด........เย่เทียนเซี่ยสีหน้ามืดครึ้มลง.......แต่นี่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ! เย่เทียนเซี่ยพูดออกมาด้วยความกรุ่นโกรธ “กั่วกัวเธอเอาของในโลกนั้นเข้ามาในโลกนี้ได้ด้วยงั้นเหรอ?”
“เอ๋? เอาของจากโลกนั้นเข้ามาในโลกนี้?นายท่านพูดถึง....... อ๊า!!”กั่วกัวพูดออกมาได้เพียงครึ่งเดียวก็ร้องออกมาเสียงดังสองมือน้อยปิดปากเอาไว้ด้วยความตกใจ อมยิ้มที่ถืออยู่ในมือหล่นลงบนพื้น
เย่เทียนเซี่ยเดินไปข้างหน้าอีกก้าวหยิบอมยิ้มแท่งนั้นขึ้นมาไว้ในมือเห็นชัดว่านี่คืออมยิ้มที่เขาซื้อให้กั่วกัวเมื่อวานกระดาษห่อที่ยังนอนนิ่งอยู่ไม่ไกลเป็นหลักฐานพิสูจน์ได้เป็นอย่างดี อมยิ้มแท่งนี้เพิ่งถูกกั่วกัวหยิบออกมาด้านบนยังคงเต็มไปด้วยน้ำลายแวววาว แต่ยัยตัวจิ๋วนี้กลับไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆที่ชัดเจน
อมยิ้ม : ของหวานที่เด็กชอบกิน
คุณสมบัติ : หลังจากรับประทานแล้วค่าความหิวจะลดลง-3 ฟื้นฟูพลังชีวิต +5
มันมีคุณสมบัติ......เวลานี้เย่เทียนเซี่ยรู้สึกเหมือนมีแรงบางอย่างจู่โจมสมองของเขาอย่างรุนแรงการรับรู้ของเขาเองก็ถูกทำลายล้างอย่างรุนแรงอีกครั้ง
“แหะๆ......เอาเถอะๆข้าไม่ทันระวังว่ากลับมาที่นี่แล้ว........ก็เลยเอาออกมากินอย่างไม่ระวัง.....แหะๆถูกนายท่านจับได้ซะแล้ว..... ทำยังไงดีล่ะ ทำยังไงดีพี่สาวบอกว่าอย่าให้เขารู้เร็วนัก แหะๆ.....จะทำยังไงดีล่ะเนี่ย.....” กั่วกัวเอามือปิดปากมองไปยังเย่เทียนเซี่ยอย่างเคร่งเครียด ดวงตาทั้งคู่ราวกับคริสตัลเปื้อนน้ำ เธอพึมพำกับตัวเองเสียงเบาแต่เย่เทียนเซี่ยก็ได้ยินอย่างชัดเจน
เห็นได้ชัดว่ายัยตัวเล็กที่เก็บงำความลับไว้มากมายเธอไม่อยากจะพูดถึงสิ่งที่ไม่ควรเปิดเผยเช่นเธอไม่ควรเปิดเผยว่าเธอสามารถปรากฏตัวในโลกจริงได้และไม่ควรเปิดเผยว่าเธอสามารถนำสิ่งของในโลกจริงเข้ามาใน World of Fate ได้แต่เวลาผ่านไปไม่ถึงสองวันสมองน้อยๆที่คิดอะไรไม่เท่าคนธรรมดาก็ทำให้เธอเปิดเผยทุกสิ่งทุกอย่างออกมาแต่โดยดีถ้าเย่เทียนเซี่ยไม่ทักขึ้นเธอก็จะยังไม่รู้ตัวต่อไป
เย่เทียนเซี่ยส่ายหัว พยายามระงับอารมณ์ที่พุ่งพล่าน“กั่วกัว ดูแล้วเธอคงสามารถนำของจากโลกจริงมาที่นี่ได้ สินะ จริงๆแล้วเธอเป็นใครกันแน่”
กั่วกัวมีท่าทีน่าสงสารเธอพูดออกมาเสียงเบา “นายท่าน..... ฮือๆ...... ข้าไม่สามารถบอกท่านได้เจ้าค่ะ”
“ทำไมถึงบอกฉันไม่ได้”
“เพราะนายท่านยังตามหาพลังแห่งโชคชะตาทั้งเจ็ดไม่พบจึงยังไม่มีคุณสมบัติที่จะรู้เจ้าค่ะมิฉะนั้นถ้านายท่านรู้แล้ว.......จะต้องตายแน่ๆ......”
“!!!!?” เย่เทียนเซี่ย
“สรุปก็คือข้าไม่บอกนายท่านหรอกนายท่านไม่ต้องถาม ไม่ต้องถาม ไม่ต้องถาม!!!” กั่วกัวทำแก้มป่องแล้วตะโกนออกมาเสียงดัง หลังจากนั้นก็กลายเป็นแสงสีขาวหายไปต่อหน้าต่อตาเย่เทียนเซี่ยเวลานั้นเย่เทียนเซี่ยพูดไม่ออกและตกอยู่ในภวังค์ความคิด
แต่ทันใดนั้นแสงสีขาวก็โผล่มาตรงหน้ากั่วกัวที่เพิ่งจะหายไปปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ไม่รอให้เย่เทียนเซี่ยถามอะไรเธอก็บินเข้ามาด้วยความรวดเร็วฉวยจังหวะที่เย่เทียนเซี่ยไม่ระวังแย่งอมยิ้มจากมือเขาไป หลังจากนั้นก็หายไปทันที
เมื่อมองมือซ้ายที่ว่างเปล่าเย่เทียนเซี่ยก็ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี ดูเหมือนว่ากั่วกัวจะมีอะไรแปลกๆกับอมยิ้มที่เขาเองก็อธิบายไม่ได้
World of Fate เป็นแค่เกมเกมหนึ่งจริงๆเหรอ?
เขาคิดไปถึงความจริงที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของผู้ลั่วซือในงานแถลงข่าวครั้งสุดท้ายคิดไปถึงการตายของเขาและจดหมายลาตายนั่น และพยายามเชื่อมโยงเรื่องราวเหลือเชื่อแต่ละอย่างที่เกิดขึ้นภายในสองวันนี้แล้วเขาก็ต้องส่ายหน้าอย่างรุนแรง “ไม่!”
แล้วคำตอบของมันคืออะไรกันแน่......
เขายกห้วงเวลาแห่งโชคชะตาขึ้นมาพุ่งไปทางกลุ่มหมาป่าโลหิตที่อยู่ด้านหน้า แท้จริงแล้วมีเพียงแค่คนที่แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะมีคุณสมบัติได้รับรู้โชคชะตา จะอยู่ในมือของผู้ที่แข็งแกร่งเสมอ ไม่ว่าโลกไหนๆมันก็คือกฎที่ไม่มีวันเปลี่ยนเขาไม่สามารถไปบังคับถามเอากับกั่วกัวได้ จริงๆแล้วมันเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะรับรู้สิ่งใดได้จากปากน้อยๆของยัยตัวเล็กนั่นเขาได้แต่คิดว่าคงจะต้องใช้ความแข็งแกร่งและความพยายามของเขาค้นหาสิ่งที่เขาต้องการจะรู้ทั้งหมดนี่ไม่ใช่หลักการที่เขายึดมั่นอยู่ตลอดหรอกเหรอ?
เวลาเที่ยงตรง ณ ต้นไม้เอียงโค้งต้นเดิมเย่เทียนเซี่ยส่งมอบดวงตาหมาป่าหนึ่งพันดวงให้หญิงชราประหลาดด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ในตอนที่เขาเก็บรวบรวมอยู่นั้น ค่าประสบการณ์ของทักษะเก็บรวบรวมขั้นต้นก็เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากถ้าทุกวันยังคงรักษาความถี่ในการเก็บรวบรวมได้มากเท่าวันนี้ ไม่เกิดหนึ่งเดือนทักษะเก็บรวบรวมของเขาจะต้องไปถึงขั้นกลางแน่
“ติ๊ง! ท่านทำภารกิจ ‘คำขอร้องของหญิงชราที่ถูกผนึก’ สำเร็จแล้วได้รับรางวัลภารกิจ : ค่าประสบการณ์ 1,000 หน่วย, เหรียญทอง 10 เหรียญ”
“ขอบใจมากนะเจ้าหนุ่มดวงตาหมาป่าพวกนี้จะต้องมีประโยชน์ต่อข้ามากแน่ๆ เจ้าหนุ่มข้ารู้ว่าเจ้ามีความกระตือรือร้นและมีความกล้าหาญ เจ้าจะช่วยข้ารวบรวมดวงตาหมาป่าอีก10,000 ดวงได้หรือไม่?”
“!@#¥%&……” เย่เทียนเซี่ย