“ข้ามิอาจตัดใจทิ้งนางได้ ทุกอย่างรอบตัว ล้วนอันตรายเกินไปสำหรับนาง ขอเพียงมีข้าอยู่ข้าง ๆ นางก็จะปลอดภัย” ชายชราลอบยิ้มหลังจากมองประกายนัยน์ตาคู่คมนั้น
“ทูลองค์รัชทายาท จะคิดเห็นเช่นไร หากให้นางอาศัยอยู่กับข้าที่นี่”
“ท่านหมายความว่าอย่างไร”
“สำนักของข้าซ่อนเร้นจากผู้คน แม่นางซูเจินจะอยู่ที่นี่อย่างปลอดภัย ท่านเองมิต้องกังวลต่อสิ่งใดเพียงใช้วิชาเวทขั้นเจ็ดก็จะเสด็จถึงเขาลูกนั้นได้ในพริบตา เดินหน้าทำตามประสงค์ให้สำเร็จ เมื่อนั้นท่านสามารถมารับนางกลับได้ตลอดเวลา” องค์รัชทายาทนิ่งครู่หนึ่ง ก่อนเดินไปยังหน้าผา แล้วทอดสายตามองดูทิวทัศน์ด้านหน้าพร้อมความคิด สายลมอ่อนปะทะเข้ามาบางเบา พอให้ชุดสีขาวสยายออกอย่างงดงาม ชายชราเดินตามเข้ามาแล้วยืนรอคำตอบอย่างเงียบ ๆ ด้วยกิริยานอบน้อม
“นางชอบทำอาหาร และเล่นพิณเก่งกว่าผู้ใด อีกทั้งชอบการเรียนรู้ มีหลายครั้งที่นางได้รับอันตรายเพราะความซุกซนของตัวเอง ท่านแน่ใจฤาว่าจะดูแลนางได้” องค์รัชทายาทยังคงแสดงความกังวลออกมา ก่อนชายชราจะค้อมตัวเล็กน้อย
“ทูลองค์รัชทายาท ด้วยเกียรติของข้าหานลู่ ผู้เป็นเจ้าสำนักฮุ่ยหวง ขอท่านได้โปรดวางใจ ข้าจักดูแลแม่นางซูเจินอย่างดี เพื่อทดแทนสิ่งที่ศิษย์ข้าได้ล่วงเกินไว้” ชายหนุ่มยืนนิ่งยังคงทอดมองผาน้ำตกด้านหน้า
“มีสิ่งหนึ่งที่ข้าอยากฝากกับท่าน นางอยากฝึกเวท หากข้าเดินทางไปแล้ว ท่านช่วยฝึกเวทพื้นฐานให้นางด้วยได้ฤาไม่” ชายชราขมวดคิ้วคิดทบทวน
“แม่นางซูเจินเป็นเพียงสามัญ ต้องได้รับอนุญาตจากองค์ราชาก่อนจึงจักฝึกเวทได้ สำนักของข้าได้รับอนุญาตให้สอนเวทได้ในราชวงศ์ก่อนก็จริง หากในยามนี้แคว้นเสี่ยนหลิวเปลี่ยนองค์ราชาแล้ว ข้ามิอาจสอนเวทใครได้อีก”
“ข้าเป็นองค์รัชทายาทแห่งนครใหญ่ อนุญาตให้นางฝึกเวทได้ฤาไม่ แม้นางจักอายุไม่ถึงสามพันปีก็ตาม”
“ทูลองค์รัชทายาท หากเป็นประสงค์ของท่าน มิมีผู้ใดกล้าคัดค้านอย่างแน่นอน เช่นนั้นข้าจะสอนเวทให้นางตามประสงค์” โจวอี้เฟยพยักหน้า พลางปล่อยยิ้มออกมาอย่างสบายใจ
“มีอีกเรื่องที่ข้าอยากขอร้องท่าน อันฐานะของข้าอย่าให้ผู้ใดล่วงรู้ แม้แต่ซูเจินก็ตาม” ชายชราก้มหน้ารับคำอย่างอ่อนน้อม แล้วปล่อยให้องค์รัชทายาทยืนทบทวนบางสิ่งบางอย่าง ท่ามกลางวิวทิวทัศน์ด้านหน้า
“นางดื่มยาแก้ไปแล้ว สักครู่คงฟื้น” ชิงจูวางถ้วยยาลงด้านข้าง แล้วหันไปพูดกับศิษย์น้องอย่างโล่งใจ
“พวกเราเกือบเอาตัวไม่รอด หากอาจารย์มาไม่ทัน เราอาจได้ตายกันจริง ๆ ไปแล้ว”
“ใครจะล่วงรู้ว่าฝีมือเขาร้ายกาจถึงเพียงนี้ เช่นนั้นแล้วข้าคงไม่คิดก่อเรื่องให้อาจารย์ต้องอับอาย” ชิงจูยู่หน้าอย่างสำนึกผิด ดวงตากลมก้มต่ำลง เพราะรู้ว่าได้ทำให้อาจารย์ยุ่งยากลำบากเสียแล้ว
“นางฟื้นแล้วศิษย์พี่” ชิงเถาสะกิดชิงจูด้วยความดีใจ หากแต่ไม่กล้าแตะตัวนางตามที่ยอดฝีมือปรามไว้ ชายหนุ่มได้เพียงมองดูหญิงสาวที่กำลังลืมตาด้วยใจจดจ่อ
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น ข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” หลังจากลืมตาตื่นได้เพียงครู่เดียว หญิงสาวจึงเด้งตัวขึ้นพลางมองรอบ ๆ อย่างแปลกใจ ดวงตาวาวระริกหันสบตาทั้งสองด้วยความหวาดหวั่น
“เอ่อ...คือ...” ชิงจูและชิงเถาหันสบตามองกัน เพราะไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไร
“แล้วที่นี่เป็นที่ใดกัน”
“แม่นาง...ไม่มีสิ่งใดเป็นอันตราย” ชิงเถาพยายามพูดปลอบเพื่อให้ซูเจินสงบลง ทว่านางนึกบางอย่างได้ จึงรีบลุกจากเตียงแล้วเดินออกในทันที
“แม่นางหยุดก่อน”
“ท่านยอดฝีมืออยู่ที่ใด ข้าจะไปหาเขา” หญิงสาวหวาดระแวงในทุกสิ่ง นางมองทุกอย่างรอบ ๆ ด้วยความไม่ไว้ใจ ทางเดินที่คดเคี้ยวมี
หลายแยกด้านหน้า ทำให้หญิงสาวหยุดเดิน ยืนสับสนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนร่างขององค์รัชทายาทจะเดินมาพร้อมกับหานลู่
“ซูเจิน เหตุใดจึงลุกขึ้นมา ไม่ยอมพัก” สรุเสียงขององค์รัชทายาทอันแสนคุ้นเคย ทำให้ซูเจินรีบวิ่งเข้าไปสวมกอดในทันที แรงของหญิงสาวทำให้ร่างขององค์รัชทายาขยับไหว หากแต่ไม่นานจึงตั้งหลักได้
“ข้าคิดว่าท่านทิ้งข้าไปแล้ว ข้าคิดว่าท่านจะไม่อยู่กับข้าแล้ว” โจวอี้เฟยก้มมองร่างเล็กที่กำลังโอบรัดเขาไว้แน่น ร่างบางสั่นระริกแขนเรียวเล็กกระชับแนบแน่น ก่อนหานลู่จะหันตัวเดินออก