บทที่12
ผักิญญาชุดแรก
เจ็ดวันผ่านไป
บริเวณสวนผักที่อยู่ใกล้ๆบ้านยามนี้พืชผลงอกงามผักต่างๆนาๆชนิดมันเติบโตจนเต็มวัยหย่งคังยืนอยู่บริเวณด้านข้างสวนแล้วก็ใช้ดวงตามองดูผักพวกนี้ด้วยดวงตาตกตะลึง
พวกผักจำนวนมากมายที่กำลังอยู่ภายในสวนในตอนนี้มันมีจำนวนไม่มีเท่าไหร่แต่สิ่งที่สามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนเลยก็คือพวกมันไม่ใช่ผักธรรมดาทั่วไป
จากที่มองเห็นผักเหล่านี้เติบโตงอกงามและภายในตัวของพวกมันก็มีออร่าพลังิญญาปกคลุมเป็ของวิเศษที่ดูไม่ธรรมดา
นี่ก็เป็ครั้งแรกเช่นเดียวกันที่หย่งคังมองเห็นเช่นนี้
ก่อนหน้านี้ไม่เคยพบเจอผักิญญามาก่อนไม่รู้ว่าพวกมันมีรูปร่างหน้าตาเป็เช่นไร
ยามนี้เมื่อได้มองเห็นก็รู้ได้แล้วมันเป็ผักที่มีออร่าพลังิญญาปกคลุมดูวิเศษกว่าผักธรรมดาทั่วไปหลายเท่า
ดวงตามองพวกมันด้วยแววตาที่เปล่งประกายเพียงแต่ว่าหย่งคังมองเห็นพวกมันในตอนนี้เป็กองเงินกองโตที่ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้า
จางหยวนเดินเข้ามาบริเวณด้านหลังด้วยท่าทางภาคภูมิใจหยุดลงข้างกายของหย่งคังแล้วก็พูดขึ้น “ดูสิเป็อย่างที่ข้าบอกใช่หรือไม่เจ็ดวันมันก็เติบโตแล้ว ”
“ ถูกต้องเจ็ดวันก็เติบโตแล้วเป็อย่างที่เ้าพูดจริงๆด้วย ”หย่งคังไม่อยากจะเชื่อสายตาของตนเองเลยว่าผักเหล่านี้ปลุกไปเพียงแค่เจ็ดวันจริงๆ
เมื่อลองนับดูแล้วนี่ผ่านไปเพียงแค่เจ็ดวันหลังจากที่เริ่มปลูกผักเหมือนภายในแปลงผัก
ในตอนแรกชายหนุ่มผู้นี้ทำการพูดว่าพวกมันจะเติบโตได้ในเจ็ดวันเขาแทบจะไม่อยากเชื่อ
แต่ในตอนนี้เมื่อได้มองเห็นพวกผลผลิตที่งอกงามอยู่บนแปลงผักก็ปักใจเชื่อได้แล้วว่าพวกมันใช้เวลาปลุกเพียงแค่เจ็ดวันเท่านั้น
อันที่จริงแล้วการที่พวกมันใช้เวลาปลูกเพียงแค่เจ็ดวันมันเองก็เป็เพราะพวกน้ำิญญาด้วยเช่นเดียวกัน
น้ำพลังิญญาเหล่านี้มีความพิเศษโดยการที่เมื่อใช้ร่วมกับปุ๋ยจะเป็การเร่งการเจริญเติบโตของพืชพันธ์
แต่ถ้าเป็พวกคนที่เพาะปลูกพืชิญญาจริงๆกว่าพวกมันจะสามารถเพาะเลี้ยงพืชิญญาจนเติบโตได้ก็คงจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่าหนึ่งเดือน
ตอนนี้สิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้าล้วนเป็เงินทองทั้งหมดมันเป็เงินทองที่เขาสามารถหามาได้
จางหยวนที่กำลังยืนอยู่พยักหน้าขึ้นลงอย่างพึงพอใจแล้วก็พูดขึ้นมา“ในตอนนี้มองดูจากแปลงผักที่อยู่บริเวณด้านหน้าของพวกเราราคาที่ได้จากมันคงจะสูงเพราะพวกมันที่อยู่ด้าหน้าได้ประมาณสามถึงสี่ตะกร้าใหญ่ๆ ”
“ สามถึงสี่ตะกร้าใหญ่ใหญ่แสดงว่าเงินที่พวกเราจะได้ก็คงจะหลายตำลึง ”หย่งคังถาม
“ ถูกต้อง!!!! แต่อันที่จริงแล้วตัวของข้าเองก็ไม่ได้หวังจะขายพวกผักิญญาพวกนี้ให้กับพวกเศรษฐีเพียงอย่างเดียวหรอกนะ”
“ หมายความว่าอย่างไร? ”
“ ผักส่วนนึงข้าอยากจะเก็บเอาไว้เพื่อนำมาใช้เป็อาหารให้กับพวกเราร่างกายของท่านแข็งแรงกำยำมองดูแล้วคงฝึกฝนวรยุทธอยู่ถ้ามีมันช่วยก็จะช่วยส่งเสริมการฝึกวรยุทธให้กับท่าน”
“ ไม่เพียงเท่านั้นการที่ค้าขายผักให้กับครัวชาวเมืองมันเองก็เป็การดีด้วยเช่นเดียวกันจะได้มีผู้ที่ฝึกฝนวรยุทธและพลังิญญามากขึ้นเป็การดีต่อผู้คน ”
“ ภายในเมืองจินหยวนอยู่ใกล้ใกล้เมืองหลวงภายในสถานที่อย่างนี้อันที่จริงทุกคนภายในเมืองก็ไม่ได้ยากจนถ้าคนธรรมดาทั่วไปก็คงจะมีเงินซื้อพวกมันเพียงแต่ว่าพวกเขาไม่มีช่องทางในการติดต่อรวมไปถึงการขายผักิญญาส่วนใหญ่ก็ถูกผูกขาดเอาไว้กับพวกตระกูลขุนนางหรือไม่ก็เศรษฐี”
“ เพราะแบบนั้นการซื้อขายผักพวกนี้ข้าอยากทำให้มันเท่าเทียมมากที่สุดนั่นคือการค้าขายของข้า”
“ ไม่มีฐานะ ไม่มีความใหญ่โต ผู้ใดอยากได้ของเหล่านี้ก็ต้องต่อแถวรอซื้อ ”
“ ดี!!! ดี!!! ” หย่งคังพยักหน้าเห็นด้วยกับหลักการการซื้อขายเหล่านี้
“ แล้วเ้าตั้งใจจะนำเอาพวกมันไปขายที่ไหน ”
“ เื่นั้นไม่ยากการนำพวกมันไปค้าขายก็เพียงแค่ไปค้าขายบริเวณกลางเมืองก็พอ”
“ เมืองแห่งนี้เป็เมืองขนาดใหญ่อย่างไรเสียผู้คนก็เดินผ่านไปผ่านมาอยู่แล้วเพียงตั้งแผงขายบริเวณกลางเมืองคงมีผู้คนสนใจไม่น้อย” เขาพูดออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความจริงจัง
ในตอนนี้จางหยวนคิดเอาไว้หมดแล้วว่าเขาจะทำอย่างไรดีกับการค้าขายต่อไป
เมื่อลองคิดดูเมืองแห่งนี้เป็เมืองจินหยวนเป็เมืองที่ตั้งอยู่ห่างไกลจากเมืองหลวงเพียงแค่ไม่เท่าไหร่
เพราะแบบนั้นการค้าขายของมันเองก็คงจะครึกครื้นไม่แพ้เมืองหลวงอย่างแน่นอนถ้าตั้งผักพวกนี้ที่เป็ของดีขายเอาไว้กลางเมืองคงจะมีผู้คนสนใจอยู่ไม่น้อย
“ ดีถ้าเช่นนั้นพวกเรามาลงมือเก็บกัน ” หย่งคังแสดงท่าทางฮึกเหิมกำลังใจ
หลังจากนั้นทั้งสองก็เริ่มช่วยกันเก็บผักเหล่านี้อย่างรวดเร็วผักิญญาทั้งแปลงถูกถอนขึ้นมาได้ประมาณสี่ตะกร้าใหญ่
หลังจากที่ได้พวกผักพวกนี้มาแล้วก็ได้รีบเดินทางเข้าไปภายในตัวเมืองอย่างรวดเร็ว
…
บริเวณถนนเส้นลองของเมืองจินหยวน
เมืองอันใหญ่โตเช่นนี้ถนนเส้นลองที่มีขนาดน้อยกว่าเส้นหลักก็มีผู้คนเดินผ่านไปผ่านมามากเช่นเดียวกัน
ในตอนนี้บนถนนเส้นนี้แผงเล็กๆที่ถูกตั้งขึ้นบริเวณข้างถนนในยามเช้ามีผักจำนวนมากวางเรียงรายอยู่บริเวณ้าแผง
จางิยืนเป็พ่อค้าอยู่หน้าร้านเขาแต่งกายด้วยชุดที่ดูดีขึ้นมาในระดับหนึ่งและยืนด้วยท่าทางที่ดูมีภูมิฐานไม่ได้เดินให้ผู้คนมองเห็นว่าพิการ
เพราะแบบนั้นรูปลักษณ์ของเขาไม่ได้แตกต่างจากคุณชายที่ดูดีดึงดูดสายตาของผู้คนมากมายมาจ้องมอง
ไม่นานนักดวงตาของผู้คนมากมายเริ่มหันมาให้ความสนใจ
พวกเขาเริ่มค่อยค่อยขยับเข้ามาดูบนแผงที่มีผักมากมายตั้งเรียงรายเอาไว้บริเวณด้านหน้า
เมื่อผู้คนขยับร่างกายเข้ามาดูดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกใ
เป็เพราะมองเห็นว่าผักเหล่านี้เป็ผักิญญา“ นี่มันอันใดกันผักิญญาไม่ใช่รึ? ” คนผู้หนึ่งอุทานขึ้นมาด้วยท่าทางและใบหน้าที่ตกตะลึง
ไม่ว่าผู้ใดที่มองเห็นเช่นนี้ก็ยอมแสดงท่าทางที่ตกตะลึงอยู่แล้ว
เพียงแค่พริบตาเดียวผู้คนเริ่มเห็นมากขึ้นว่ามีผักิญญาตั้งขายอยู่บนแผง
“ นี่มันอันใดกัน!!!! ผักิญญาพวกนี้ข้าไม่เคยเห็นผักิญญาคุณภาพดีเช่นนี้มาก่อนเลย ”พ่อบ้านตระกูลใหญ่ผู้หนึ่งที่กำลังยืนอยู่บริเวณด้านหน้าอุทานออกมาด้วยท่าทางที่ตกตะลึง
มันเป็ชายชราที่อายุน่าจะเราราวซักประมาณ60 ปีบริเวณด้านซ้ายและขวามีผู้คุ้มกันยืนขนาบข้างชายชราผู้นี้สวมใส่ด้วยชุดสีเข้มมีผมและหนวดเคราสีขาวจ้องมองผักิญญาที่อยู่ภายในมือด้วยท่าทางที่ตระหนก
มันกำลังตกตะลึงกับคุณภาพของผักิญญาเหล่านี้ที่มีความบริสุทธิ์สูง
มันเป็พ่อบ้านของตระกูลใหญ่มานานพบเจอผักิญญามามากมายอีกทั้งยังเป็คนที่คอยเลือกสรรผักิญญาเ่าั้ให้กับนายท่านในสกุล
แต่ว่ามันเองก็ไม่เคยพบเจอพวกผักิญญาที่มีคุณภาพสูงเช่นนี้มาก่อนเลย
“ แน่นอนอยู่แล้วขอรับผักพวกนี้ข้านั้นเป็คนปลูกมันเองกับมือย่อมมีคุณภาพที่ดีกว่าผักิญญาธรรมดาทั่วไป”จางหยวนกล่าว
พ่อบ้านผู้นั้นใช้แววตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจจ้องมองมาที่จางหยวน
เมื่อมันลองขมวดคิ้วและหรี่ตาจ้องมองดูมองเห็นว่าคนผู้นี้แม้ว่าจะมีการแต่งกายที่ดูเรียบง่ายไปหน่อยแต่ท่าทางภายนอกก็เหมือนกับพวกบัณฑิตจึงยอมเชื่อ
“ ข้าเป็พ่อบ้านแห่งตระกูลโม่ ผักิญญาพวกนี้ข้าขอซื้อหมดเลยได้หรือไม่ ”พ่อบ้านที่อยู่บริเวณด้านหน้ากล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่จริงจัง
ดูเหมือนว่ามันจะยอมซื้อพวกผักิญญาพวกนี้ทั้งหมด
จางหยวนหลังจากที่ได้ยินที่มาที่ไปของมันรู้ได้ในทันทีว่าคงจะเป็หนึ่งในตระกูลเศรษฐีที่ใหญ่โตภายในเมืองจินหยวนที่เคยได้ยินจากหย่งคัง
เขาคิดในใจ“ ที่แท้ก็เป็พ่อบ้านแห่งตระกูลใหญ่ มิน่าเล่าสองข้างกายถึงมีผู้คุ้มกันที่คุ้มกันอยู่ตลอดเวลา ”
จางหยวนสงบใจแล้วยกมือทั้งสองข้างขึ้นแล้วพูด“ เรียนผู้าุโ ถ้าจะให้ข้าขายผักิญญาเหล่านี้ให้ข้าขายให้ท่านได้มากสุดเพียงแค่หนึ่งตะกร้าเท่านั้นเพราะบริเวณด้านหลังของท่านมีผู้คนรอซื้ออยู่อีกมาก ”
พ่อบ้านตระกูลโม่หันไปมองด้านหลังพบเห็นว่ามีสายตากดดันมากมายจึงจำใจและยอมพูดออกมา“ ไดัหนึ่งตะกร้าก็หนึ่งตะกร้า ”
จบบท