“ดูเหมือนพวกข้าจะประเมินเจ้าต่ำไปความจริงแล้วเจ้าปกปิดความแข็งแกร่งเอาไว้ไม่น้อยเลย”
แพรีสยังคงยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ชุดสีขาวของนางกระพือตามแรงลมของยอดเขากระโปรงปลิว โบกสะบัดเล็กน้อย เผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนเหมือนหยกที่อยู่ใต้กระโปรงนางกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “อเล็กซานเดอร์ คำพูดก่อนหน้านี้ของข้าก็ยังคงมีผลอยู่นะ หากเจ้ายินยอมรับใช้องค์ชายโดมิงเกวซ เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ข้าจะถือว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเจ้าจะได้รับทุกสิ่งทุกอย่างที่เจ้าต้องการ...แม้ว่าเจ้าต้องการข้าก็สามารถทำได้!”
เมื่อแพรีสพูดถึงตรงนี้ใบหน้าที่ไร้ที่ติก็พลันแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อยใครเคยเห็นใบหน้ายามเขินอายที่งดงามขนาดนี้บ้าง? ความงามนี้สามารถควบคุมได้แม้แต่จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ภายใต้แสงอาทิตย์สีทองบนยอดเขาตะวันออก มีผู้ชายนับไม่ถ้วนที่เลือดกำเดาไหลออกจมูกแม้กระทั่ง ‘เทพสงครามแห่งเซนิท‘ อย่างอาร์ชาวินก็ยังต้องเบือนสายตามองไปที่อื่นไม่กล้าที่จะมองใบหน้างดงามนี้
แต่...
“เฮอะ ยัยป้า เจ้าแก่ขนาดนี้แล้วยังจะถ่อมาอ่อยคนถึงที่นี่เอาเถอะ ถึงจะน่าเกลียดไปหน่อยก็ไม่ใช่ความผิดของเจ้าอีกอย่างเจ้าคิดว่าบิดาไม่เคยเห็นผู้หญิงหรือไง?” ซุนเฟยกรอกตาดูถูก
ต้องยอมรับเลยว่า ฝีปากของซุนเฟยจัดจ้านมาก
ประโยคด่าแบบนี้ก็ทำให้แพรีสสีหน้าเปลี่ยนไปเช่นกัน และยังทำให้คนอื่นๆ เกือบจะหลุดหัวเราะออกมา
ถึงแม้ว่าแพรีสจะไม่น่ารักน่าเอ็นดูเหมือนเด็กสาว แต่ทั้งร่างก็เผยให้เห็นถึงเสน่ห์แบบผู้ใหญ่และยังมีความงามที่เหนือกว่าผู้หญิงทั่วไปที่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กมีขุนนางและองค์ชายจำนวนไม่น้อยที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นแขกรับเชิญจากนางมีข่าวลือมากมายตามท้องตลอดว่าแม้แต่จักรพรรดิยาซินยังรู้สึกประทับใจในความงามของนางเลย แน่นอนว่าการที่ถูกซุนเฟยเรียกยัยป้าบ้างล่ะ อ่อยบ้างล่ะมันทำให้ทั้งร่างของแพรีสที่นิ่งสงบมาตลอดต้องสั่นระริกด้วยความโมโหใบหน้างามขาวซีดเล็กน้อย
“ไม่รู้จักที่ตาย สังหารมัน!”
นักฆ่าชุดขาวที่สวมถุงมือกรงเล็บและอยู่ด้านหลังแพรีสก็พลันร้องออกมาอย่างเย็นชาก่อนจะหายตัวไปจากที่เดิม เหมือนกับละลายหายไปในอากาศไม่ทิ้งแม้แต่ร่องรอยของเงาหรือคลื่นเล็กๆ สักนิด เห็นได้ชัดว่านักฆ่าที่น่ากลัวคนนี้หลบซ่อนตัวอยู่ในความว่างเปล่าและกำลังเตรียมตัวที่จะลงมือสังหาร
แต่ซุนเฟยกลับยืนหัวเราะอย่างไม่แยแสอยู่กับที่ ราวกับว่ามองไม่เห็นเหตุการณ์นี้
“ระวัง มันเป็นทักษะอำพรางกายในอากาศของคลื่นพลังธาตุทอง!”
ไม่รู้ว่าตั้งเมื่อไร สาวน้อยชุดม่วงที่นั่งอยู่บนพื้นและกำลังเร่งเปลวไฟสีม่วงให้ลุกท่วมร่างตัวเองเพื่อรักษาบาดแผลได้ลืมตาขึ้นมาบนใบหน้างามพิสุทธิ์เผยสีหน้าความเคร่งเครียด เมื่อเห็นซุนเฟยกำลังรับมือกับคนพวกนั้นเพียงคนเดียวจึงอดไม่ได้ที่จะร้องเตือน
ซุนเฟยยิ้มน้อยๆ ไปให้สาวงามคนนั้น ดวงตาแฝงไปด้วยความขอบคุณ
ทันใดนั้น
ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นทันใดนั้นก็เกิดระลอกคลื่นโปร่งใสที่แทบจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อมันเหมือนกับบนผืนน้ำที่นิ่งสงบ จู่ๆ ก็มีดอกไม้งามผลิบานขึ้นมาพร้อมกับกรงเล็บที่โปร่งใสจนแทบจะมองไม่เห็นทะลุผ่านดอกไม้งามนั้นมาปรากฏตรงหน้าของซุนเฟยอย่างรวดเร็วมันเหมือนกับยามค่ำคืนที่มืดมิดที่มีปีศาจโผล่ขึ้นมากะทันหันเกินกว่าที่มนุษย์จะมีปฏิกิริยาตอบสนองได้ทัน กรงเล็บนั้นแทงเข้าไปในหน้าอกของซุนเฟยรวดเร็วดุจสายฟ้า
เลือดค่อยไหลออกมาทีละหยด
ตรงปลายกรงเล็บสีขาวเป็นตะขอและมีเกล็ดที่เหมือนเกล็ดปลาปกคลุมไปทั่ว
ร่างของนักฆ่าชุดขาวก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นตรงหน้าของซุนเฟยทีละส่วน ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่โหดเหี้ยมและหยิ่งผยองมุมปากของมันฉีกยิ้มกว้างอย่างเหี้ยมโหด มันจงใจจะบิดกรงเล็บที่แทงเข้าไปร่างของซุนเฟยมันชอบที่จะได้เห็นคู่ต่อสู้อ้อนวอนอย่างสิ้นหวัง
ฉากนี้ทำให้ผู้คนที่อยู่บริเวณรอบๆ อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาอย่างตกใจ
คนที่อยู่ฝ่ายเดียวกับองค์หญิงต่างก็คิดว่าความหวังที่เพิ่งลุกโชนเมื่อกี้ตอนนี้มันได้พังทลายลงอย่างรวดเร็วมีบางคนที่ในใจก่นด่าถึงความโง่ของราชาน้อยคนนี้…อีกด้านหนึ่งเหล่าองค์ชายที่อยู่ฝ่ายเดียวกับแพรีสมองไปยังซุนเฟยด้วยสายตาขบขำดูแคลนและสงสารเล็กน้อย เหมือนกับเห็นตัวตลกที่ไม่เจียมตนคิดอยากจะแย่งความสนใจจากคนอื่นแต่สุดท้ายก็ทำลายการแสดงของตัวเองจนพัง
“ตอนนี้...ยังจะทำท่ายโสเหมือนเมื่อครู่อีกไหม?”
นักฆ่ากรงเล็บชุดขาวค่อยๆ บิดมือของตัวเองเบาๆนิ้วทั้งห้าที่แทงเข้าไปในร่างขององค์ราชาน้อยตรงหน้าก็ขยับเคลื่อนไหว การกระทำนี้จะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกถึงความเจ็บปวดในการถูกฉีกร่างกายอย่างชัดเจน และรู้สึกได้ถึงพลังชีวิตที่ค่อยๆ ออกจากร่างของตัวเองทีละนิดอย่างสิ้นหวังแม้ว่าร่างกายที่แข็งแรงของราชาน้อยคนนี้จะทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อยเพราะมันทำให้เขารู้สึกเหมือนว่ากรงเล็บของตัวเองติดอยู่ในแท่งเหล็กกล้า แต่ถึงอย่างไรกรงเล็บของตัวเองก็ได้ทำลายเส้นทางคลื่นพลังที่สำคัญในร่างของเขาแล้วและยังได้ขังคลื่นพลังของราชาน้อยคนนี้ไว้อีกด้วย
ทว่า
“ไอ้โง่ บิดายังยโสได้อยู่!”
ซุนเฟยแสยะยิ้มอย่างมีเลศนัยในขณะที่พูดประโยคนี้ออกมาในใจของนักฆ่าชุดขาวก็พลันเย็นเยียบขึ้นมาทันใดนั้นเขาก็ตระหนักถึงความผิดปกติ ในขณะที่เขากำลังจะโคจรคลื่นเพื่อทำลายร่างกายของอีกฝ่ายทันใดนั้นก็ปรากฏแสงสว่างสีม่วงขึ้นมาแวบหนึ่ง แขนขวาของเขาพลันรู้สึกหนาวเย็น ตั้งแต่ช่วงไหล่ไปจนแขนของเขาถูกตัดขาด แขนขวาของเขาได้ฝังเอาไว้ในร่างของซุนเฟย
เลือดก็พุ่งออกมาเหมือนน้ำพุจากบริเวณไหล่ที่ถูกตัด
นักฆ่าชุดขาวหวาดกลัวเป็นอย่างมากร่างของเขาสั่นสะท้านด้วยความเจ็บปวดที่ยากจะทนได้ จึงคิดจะหลบหนีออกไปร่างของเขาเริ่มโปร่งใสขึ้นมาเหมือนจะละลายหายเข้าไปในอากาศแต่ซุนเฟยกลับไม่ปล่อยโอกาสให้เขาได้หนีรอดไปได้มือขวาของเขาก็พุ่งเข้าไปกระชากหัวของนักฆ่าชุดขาวอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้า
“ฮ่าๆๆ ตอนนี้อยากหนีแล้วหรือ? ช้าไปแล้ว!”
ซุนเฟยหัวเราะออกมาเสียงดัง
นักฆ่าชุดขาวพลันรู้สึกได้ถึงพลังมหาศาลที่กำลังดึงเขาออกมาจากสภาวะการอำพรางตัวของเขาเหมือนกำลังดึงหัวผักกาดขึ้นและมีความรู้สึกเหมือนภูเขาที่กำลังตกลงมาจากฟากฟ้า
“ไม่...”
เขาร้องตะโกนออกมาด้วยความสิ้นหวังพยายามโคจรคลื่นพลังธาตุทองระดับสี่ดาวของตัวเองอย่างบ้าคลั่งเพื่อหลบหนีออกไปแต่สองมือขนาดใหญ่ที่กุมหัวเขาไว้อย่างแน่นอนได้ทำลายความพยายามดิ้นรนของเขาเขาร้องโหยหวนออกมาอย่างหวาดกลัว พยายามที่จะดิ้นหนีออกไปให้ได้สองเข่าของเขากลับไม่สามารถรับแรงกดดันที่มาจากส่วนหัวได้ทำให้เขาต้องคุกเข่าลงต่อหน้าซุนเฟยเสียงดังสนั่น
ในสายตาของผู้คนภายนอกราชาน้อยคนนั้นดูเหมือนคนที่กำลังจะตายเพียงแค่ยื่นมือไปผลักเบาๆ ก็อาจตายได้นักฆ่าชุดขาวที่คุกเข่าลงกับพื้น ในจังหวะที่สองเข่าของเขาได้กระแทกลงบนพื้นหินจนปริแตกก็ได้ยินเสียงเหมือนกระดูกหักดังขึ้นมา เห็นได้ชัดว่าสองเข่าของนักฆ่าชุดขาวได้แตกละเอียดแล้ว
ซุนเฟยแลบลิ้นเลียเลือดที่ไหลออกมาจากมุมปากของตัวเองการกระทำนั้นทำให้ผู้คนที่อยู่รอบๆ หวาดกลัวเหมือนกำลังมองเห็นปีศาจกระหายเลือดโผล่ขึ้นมาจากนรก
“ตอนนี้ข้าถามเจ้ากลับบ้าง เจ้าล่ะ ไอ้โง่ยังจะทำท่ายโสเหมือนเมื่อกี้อีกไหม?”
ประกายคมขวานสีฟ้าทาบไปที่ลำคอของนักฆ่าชุดขาวรอยยิ้มของซุนเฟยค่อยๆ กว้างขึ้น
ในชั่วพริบตา ความกล้าของทุกคนก็กลายเป็นนกบินหายไปแล้ว
นักฆ่าชุดขาวไม่อาจควบคุมอาการสั่นเทาของตัวเองได้ในฐานะที่เป็นนักฆ่า เขาไม่รู้ว่ามีผู้คนมากเท่าไรที่ต้องตายภายใต้กรงเล็บของเขาเขาโอ้อวดอย่างภูมิใจกับการที่คนอื่นเรียกเขาว่ามัจจุราชแต่เมื่อความตายกำลังย่างกรายมาตรงหน้าของเขา เขาก็หวาดกลัวร้องเสียงแหลมไม่ต่างอะไรกับผู้หญิง“อ่าๆ ไม่...ได้โปรด...ไว้ชีวิตข้า...ได้โปรด”
แต่เขายังไม่ทันพูดจบประโยค คมขวานสีเขียวก็ฟันเข้าที่คอของเขา
นักฆ่าชุดขาวรู้สึกได้ถึงความหนาวเย็นที่แทรกซึมไปทุกอณูกล้ามเนื้อผิวหนัง เลือดและกระดูกของตัวเองได้อย่างชัดเจน เขาดิ้นรน อยากจะร้องอ้อนวอนอยากจะขอร้อง อยากจะโหยหวน...แต่ปีศาจที่อยู่ตรงหน้าเขาไม่ยอมให้โอกาสนั้นแก่เขาสักนิด ระหว่างที่กำลังจะตายเขาคิดว่าทำไมกระบวนการตายนี้ถึงได้เชื่องช้าและยาวนานนักเขารู้สึกได้ถึงจังหวะคมขวานกำลังฟันที่คอเขาได้อย่างชัดเจนจากนั้นก็เห็นเลือดของตัวเองพุ่งออกมาเหมือนน้ำพุ่ง...
เห็นร่างไร้หัวของคนในชุดขาวกำลังล้มลงบนพื้นเหมือนกระสอบทรายเลือดค่อยๆ ย้อมโคลนจนเป็นสีแดง
ร่างนั้นคือตัวเขาเอง
ทุกคนรอบริเวณรอบๆ ต่างพากันอึ้ง
แม้ว่าวันนี้จะได้เห็นทั้งคนของตัวเองและคนของฝ่ายศัตรูได้ตกตายไปมากมายในวันนี้ด้วยสายตาของตัวเองแต่ในตอนที่ซุนเฟยใช้ขวานสีเขียวฟันที่คอของนักฆ่าชุดขาวที่เป็นยอดฝีมือระดับสี่ดาวง่ายดายเหมือนฆ่าไก่พวกเขามองเห็นเลือดที่พุ่งกระฉูดขึ้นมาบนท้องฟ้า...ฉากนี้ได้สั่นครอนจิตวิญญาณของทุกคน
พวกเขารู้สึกได้ถึงความโกรธของราชาตรงหน้า
ความโกรธเกรี้ยวมหาศาล
แม้แต่แพรีสและองค์หญิงที่สงบนิ่งมาตลอดทั้งสองคนก็พากันหน้าเปลี่ยนสีขึ้นมา อดไม่ได้ที่จะถามตัวเองขึ้นมาว่า“คงไม่ใช่ว่าข้าได้ไปปลุกปีศาจขึ้นมาจากการจำศีลใช่ไหม?”
แม้แต่ฝูงนกกินเนื้อที่บินเข้ามาเหมือนเมฆสีดำครึ้มก็รู้สึกได้ถึงรังสีการฆ่าฟันที่พวยพุ่งออกมาพวกมันต่างพากันร้องตกใจ เสียงดังไปทั่วท้องฟ้า ไม่กล้าแม้แต่จะบินลงมา
นอกจากเสียงดังแกว๊ก ก็มีเพียงเสียงสูดลมหายใจดังขึ้นทั่วบนยอดเขาตะวันออก
“อา ฆ่าอีกหนึ่ง ฮ่าๆๆ บิดารู้สึกดีขึ้นมาอีกนิด”
ซุนเฟยยังคงยกเท้าขึ้นมาถูกับคราบเลือดที่เปื้อนบนขวานเขาฉีกยิ้มกว้างเผยให้เห็นฟันขาวราวกับมุก ก่อนจะยกมือมาลูบคางของตัวเองแขนของนักฆ่าสีขาวที่ยังคงติดอยู่บนร่างของเขา มันส่ายเล็กน้อยตามการเคลื่อนไหวของเขาบางทีอาจจะรู้สึกเจ็บที่เส้นประสาทยามเคลื่อนไหว ซุนเฟยเลยขมวดคิ้วการกระทำต่อไปของเขาก็ทำให้ทุกคนบนยอดเขาพลันตะลึงจนตาค้าง และตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
ซุนเฟยกระชากแขนที่แทงเข้ามาในร่างของเขาออกมากรงเล็บเต็มไปด้วยเลือดและเนื้อบางส่วน อีกทั้งยังมีเศษกระดูกขาวๆ ติดออกมาด้วยหากเปลี่ยนเป็นคนอื่น เกรงว่าคงตายไปนานแล้วแต่ทุกคนกลับไม่เห็นสีหน้าท่าทางเจ็บปวดบนใบหน้าของราชาน้อยคนนี้แม้แต่นิดเดียว
การกระทำนี้รวดเร็วดุจสายฟ้าผ่าเพียงชั่วพริบตาเส้นประสาทของบางคนก็พลันแตกขึ้นมา
“อ๊ากกกกก ปีศาจ เขาคือปีศาจ...”
เหล่าคณะทูตทุกคนที่อยู่ด้านของแพรีสก็พลันร้องโหยหวนออกมา พวกเขากรีดร้องแล้วหันหลังวิ่งหนีไป เขาอยากจะหนีออกให้ห่างจากขุมนรกนี้ แต่วิ่งไปได้แค่ห้าหกเมตร เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
เกิดเสียงฟ้าผ่าขึ้น!
เพียงชั่วพริบตาก็มีสายฟ้าโผล่ขึ้นมาจากพื้นดิน กระแสไฟฟ้าที่แข็งแกร่งได้จู่โจมไปที่ร่างของผู้คุ้มกันที่สติแตกคนนั้นในเสี้ยววินาที ร่างของผู้คุ้มกันคนนั้นก็ไหม้เป็นเถ้าถ่าน
“พระเจ้า นั่นคือ...กับดักเวทมนตร์ธาตุสายฟ้า” บางคนอุทานออกมาเสียงดังลั่น
ซุนเฟยระเบิดเสียงหัวเราะออกมา ไม่ปกปิดอาการหยิ่งยโสของตัวเอง“วะฮะฮ่า ถูกต้อง นี่คือกับดักเวทมนตร์สายฟ้าพวกเจ้าคิดว่านอกจากแกล้งตายแล้วบิดาทำอย่างอื่นไม่เป็นหรือ? วะฮะฮ่า ทั้งยอดเขาตะวันออกนี้เต็มไปด้วยกับดักเวทมนตร์ ใครกล้าวิ่งมั่วซั่วก็จะกลายเป็นเถ้าเหมือนไอ้โง่นั่นไงล่ะ!”
--------------------------