ย้อนเวลากลับสู้วันโลกาวินาศ

    ตอนที่ 48 จิ้งจองน้อยหนิงเฟยเฟย

    ตอนที่ 48 จิ้งจองน้อยหนิงเฟยเฟย

    ณ ห้องสักห้องภายในหอพักนักศึกษา

    หลังจากที่หลินฟานออกมาจากสนามรบแนวหน้า เขาก็กลับมาที่นี่ทันที หลังจากกินอาหาร อาบน้ำ และทำเรื่องอื่นๆ ที่จำเป็น หลินฟานก็มานั่งคิดเงียบๆ คนเดียวในห้องพักของเขา

    หลินฟานเอามือนวดขมับตัวเอง พร้อมกับคิดในใจว่า

    ‘ ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางเอาไว้

    ‘ หากยังรักษาความเร็วในการกวาดล้างแบบนี้เอาไว้ได้ ประมาณ 4 – 5 วัน ก็คงสามารถกำจัดพวกซอมบี้ในมหาลัยหลินฮวาได้หมด

    ‘ อีกอย่าง สถานที่ตั้งของมหาลัยหลินฮวาแห่งนี้ก็น่าสนใจไม่ใช่น้อยๆ ที่นี่อยู่ไกลจากตัวเมืองพอสมควร หากพวกเรากวาดล้างซอมบี้รอบๆ ออกไปให้หมด ที่นี่จะเป็นตำแหน่งที่ดีเป็นอย่างมากในการสร้างค่ายแห่งที่ 2

    ‘ มหาลัยหลินฮวามีรั้วล้อมรอบพื้นที่อยู่ก่อนแล้ว แค่เพิ่มความแข็งแกร่งนิดหน่อยก็คงรับมือกับการบุกโจมตีของกลุ่มมนุษย์ และคลื่นซอมบี้ได้สบายๆ ทั้งยังมีอาคารอีกมากมายภายในมหาลัย เราแทบไม่ต้องลงทุนสร้างอะไรมากมายเลย ที่นี่ก็เป็นค่ายได้แล้ว เหมาะกับการสร้างเป็นค่ายแห่งที่ 2 เพื่อเอาไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉินมาก

    ‘ แต่! ตอนนี้กองทัพตระกูลหลินของเรายังอยู่ในช่วงตั้งไข่ พวกเรายังไม่สามารถแบ่งกำลังออกเป็น 2 ส่วน ได้ในตอนนี้

    ‘ ถ้างั้น! ก็มีแต่จะต้องสร้างความมั่นคงในเมืองให้ได้ก่อน จากนั้นเราก็ค่อยๆ ขยายอาณาเขตมาสร้างค่ายที่นี่แล้วกัน หากให้ดีควรสร้างค่ายอื่นๆ อีก 3 ค่าย รอบค่ายหลักที่เป็นคฤหาสน์ตระกูลหลินไปด้วยเลย แบบนั้นเวลาศัตรูบุกเราจะได้รู้ตัว ‘

    หลินฟานมีความคิดมากมายสำหรับการพัฒนาค่ายตระกูลหลิน

    หลินฟานอยากสร้างค่ายจำนวนมากล้อมรอบค่ายหลักของตระกูลหลินเอาไว้ แต่ตอนนี้เขาคงทำไม่ได้ หากต้องการสร้างค่ายขึ้นมา สิ่งที่จำเป็นมากๆ ก็คือมนุษย์ และหากมีมนุษย์อยู่ในการดูแลมากๆ หลินฟานก็ต้องสิ้นเปลืองทรัพยากรจำนวนมากเช่นกัน

    การจะรับค้นเข้าค่ายต้องคิดให้รอบคอบ  ไม่งั้นระบบภายในค่ายก็จะล่มสลาย หรือไม่ค่ายก็จะกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า ค่ายนรก!

    ค่ายนรก! สิ่งนี้ก็คือพวกค่ายที่ผู้นำเอาแต่รับคนเข้าค่าย จากนั้นก็ไม่สามารถดูแลได้เพราะคนมีจำนวนมากเกินไป และหลังจากนั้น อาหาร น้ำ และของใช้ต่างๆ ก็เริ่มมีไม่เพียงพอต่อผู้คนที่อยู่อาศัยในค่าย

    เมื่อเป็นแบบนั้น หากผู้นำในค่ายต้องการเก็บค่ายเอาไว้ ผู้นำค่ายก็ต้องลดการใช้ทรัพยากร เมื่อเวลานั้นมาถึง คนอ่อนแอในค่ายก็จะอยู่กันแบบอดๆ อยากๆ มีคนอดตายในทุกๆ วัน นั่นแหละคือค่ายนรกที่หลินฟานพูดถึง

    การช่วยคนเป็นเรื่องที่ดี แต่ก่อนจะช่วยใครเราควรดูตัวเองก่อน

    หลินฟานไม่อยากให้ค่ายของตระกูลหลินล่มสลาย หรือกลายเป็นค่ายนรกแบบที่เขาเคยเจอมาในชาติก่อน เพราะงั้น เขาถึงต้องควบคุมประชากรให้พอกับอาหารที่ค่ายหาได้ หากมีประชากรน้อยเกินไปค่ายก็จะพัฒนาช้า แต่ถ้าหากมีประชากรอยู่มากเกินไป ค่ายก็อาจจะล่มสลายได้

    ในวันโลกาวินาศ การสร้างค่ายไม่ใช่แค่ต้องแข็งแกร่งเท่านั้น แต่ผู้ควบคุมหรือผู้นำค่ายต้องบริหารเป็นด้วย ไม่งั้นค่ายก็มีแต่คำว่าล่มสลายที่รออยู่

    เฮ้อ~

    หลินฟานถอนหายใจ

    จากนั้นหลินฟานก็โยนเรื่องปวดหัวทิ้ง เรื่องบริหารเขาไม่จำเป็นต้องมาคิดให้ปวดหัวตัวเอง เพราะตอนนี้เขามีโอหยางซินทำงานให้ หลินฟานก็แค่รอให้เธอเสนอแนวทางการจัดการมาให้ จากนั้นเขาก็แค่มาคิดว่าควรทำหรือไม่ควรทำ

    หลินฟานลุกขึ้นแล้วเตรียมตัวเข้านอน แต่ในระหว่างที่เขาจะไปนอน ประตูห้องของหลินฟานก็โดนเคาะซะก่อน

    ก๊อก ก๊อก ก๊อก

    “ เชิญ! “

    หลินฟานอนุญาต

    ด้านหน้าประตูมีทหาร 4 คน ยืนเฝ้าอยู่ ไม่มีทางที่พวกนั้นจะตายโดยไม่มีเสียงการต่อสู้ และหากอีกฝ่ายเป็นนักฆ่าหรือมุ่งร้ายจริงๆ อีกฝ่ายคงไม่เคาะประตูห้องแบบนี้

    ประตูเปิดออก

    เมื่อประตูเปิดออก หลินฟานก็เห็นผู้หญิงผมสีทองเดินเข้ามาพร้อมถ้วยใส่น้ำขนาดใหญ่มือของเธอ แล้วมีไอน้ำลอยขึ้นจากน้ำพวกนั้นบ่งบอกว่ามันคือน้ำอุ่น

    แต่หลินฟานไม่ได้แปลกใจเรื่องน้ำ หลินฟานกำลังแปลกใจว่า หนิงซิวเย่น้อยมาทำอะไรที่นี่ต่างหาก ใช่แล้ว! หลินฟานกำลังเรียกผู้หญิงผมสีทองที่เดินเข้ามาด้วยชื่อเล่นว่า  หนิงซิวเย่น้อย!

    เหตุผลที่หลินฟานเรียกแบบนั้นนะหรือ แน่นอนอยู่แล้วว่านั่นเป็นเพราะพวกเธอทั้งสองคนเหมือนกันมาก

    หนิงซิวเย่น้อยเป็นเหมือนหนิงซิวเย่ฉบับย่อส่วนลงมาหลายปี ร่างกายของเธอเล็กกว่าพี่ของเธอพอสมควร หากใครเห็น คนคนนั้นก็คงบอกได้ทันทีว่าพวกเธอสองคนเป็นพี่น้องกัน ถึงในตอนนี้หนิงซิวเย่น้อยจะมีสัดส่วนเล็กกว่าพี่สาวของเธออยู่บ้าง แต่หลินฟานมั่นใจว่า มั่นใจมากๆ ว่าในอนาคตคงไม่ต่างกันแน่

    “ คุณหลิน! “

    หนิงเฟยเฟยก้มหน้าแล้วพูดออกมา

    หลินฟานพยักหน้า เขาไม่ได้พูดอะไร หลินฟานผ่านวันโลกาวินาศมาเยอะเพราะงั้นเขาจึงรู้ดีว่าหลินเฟยเฟยต้องการอะไร ผู้หญิงแบบหนิงเฟยเฟย หลินฟานเรียกว่าเป็นผู้หญิงที่ฉลาด

    ผู้หญิงส่วนมากยังในโลกตอนนี้ พวกเธอยังคงคิดว่าพวกเธอไม่ควรมอบร่างกายของพวกเธอให้กับคนแข็งแกร่ง แต่นั่นก็ไม่ผิด คนเรามีสิทธิ์เลือกได้ว่าจะทำหรือไม่ทำ แต่ว่า หากเลือกผิดก็หมายถึงความตายที่รออยู่ เพราะแบบนั้น หลินฟานจึงบอกว่าหนิงเฟยเฟยเป็นคนที่ฉลาด เธอเป็นเพียงเด็กน้อยที่เรียนอยู่มัธยมปลาย แต่เธอปรับตัวได้ดีกว่าผู้ใหญ่หลายๆ คนสะอีก

    หนิงเฟยเฟยพูดต่ออีกว่า

    “ คุณหลิน เฟยเฟยได้ยินมาจากพี่ว่า คุณเป็นคนส่งทหารไปช่วยเฟยเฟยที่โรงเรียน เฟยเฟยรู้สึกขอบคุณมากจริงๆ หากไม่มีทหารและพี่ของเฟยเฟยไปช่วยในตอนนั้น เฟยเฟยก็คงเป็นของเล่นให้กับพวกผู้ชายที่อยู่ที่นั่นไปแล้ว

    “ และวันนี้เฟยเฟยก็รู้ว่า คุณหลินเหนื่อยจากการต่อสู้กับพวกซอมบี้มา เฟยเฟยเคยเรียนนวดมาบ้าง หากคุณหลินต้องการเฟยเฟยสามารถบริการได้ “

    พูดจบ หนิงเฟยเฟยก็วางถ้วยใส่น้ำในมือของเธอลงบนโต๊ะ

    หลินฟานเองก็ไม่รอช้า เขารู้สึกเหนื่อยจริงๆ หากได้คนมานวดให้ก็คงเป็นเรื่องที่ดี ถึงจะเข้าใจเป้าหมายจริงๆ ของเธอก็เถอะ แต่หลินฟานก็ไม่ได้รังเกียจอะไร เขารู้สึกชอบมากด้วยซ้ำที่เธอเป็นคนฉลาดแบบนี้

    คนที่สามารถปรับตัวเข้ากับวันโลกาวินาศได้แบบหนิงเฟยเฟย มันมีไม่ค่อยเยอะนักหรอก และจากการพูดของเธอ หลินฟานก็พอเดาได้ว่าตอนที่อยู่ในโรงเรียนเธอคงเจอเรื่องที่โหดร้ายมาแน่ๆ แล้วถ้าหากเป็นไปตามเส้นเวลาเดิม หนิงเฟยเฟยก็คงตายที่โรงเรียนแบบชาติที่แล้วของหลินฟาน

    ฟุ๊บ!

    หลินฟานนั่งลงด้วยท่าเอามือกอดอก

    หนิงเฟยเฟยไม่รอช้า เธอรีบเอามือจุ่มน้ำแล้วเอามานวดไหล่ทั้งสองข้างของหลินฟานทันที มือเล็กๆ ของเธอนวดร่างกายหลินฟานไม่ดีเท่าไหร่นัก มาถึงตรงนี้ หลินฟานก็ได้รู้แล้วว่าไอ้เรียนนวดมามันเป็นเรื่องโกหก

    การนวดของเธอเป็นของมือใหม่ชัดๆ

    ‘ เฮ้อ~ กระต่ายน้อยคนนี้ ‘

    หลินฟานคิดในใจขณะโดนหนิงเฟยเฟยนวดให้

    หลินฟานพูดขึ้นว่า

    “ พอแล้ว! “

    พูดจบหลินฟานก็ผายมือของเขาออกหนึ่งข้าง สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า เขาต้องการเห็นเธอเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดแทนการนวดที่ไม่ได้ช่วยห่าอะไรเลย

    หนิงเฟยเฟยแสดงใบหน้าลังเล

    เป้าหมายที่หนิงเฟยเฟยมาที่นี่ก็เป็นแบบที่หลินฟานเข้าใจ ตั้งแต่ที่เธอเขามาในโรงอาหารแห่งนี้ เธอก็ได้ถามข้อมูลจากพวกทหารมาแล้วหลายอย่าง ทั้งเรื่องซอมบี้ ทั้งเรื่องวันโลกาวินาศ ทั้งเรื่องเพราะอะไรพี่สาวของเธอถึงมีอำนาจ

    และเธอก็ยังได้รู้ความจริงจากพวกทหารหลายอย่าง ส่วนเหตุผลที่พวกทหารยอมเล่าให้ฟังนะหรือ แน่นอนว่าเธอเป็นเด็กที่น่ารัก และอีกเหตุผลหลักก็คือ หนิงเฟยเฟย เธอคนนี้เป็นถึงน้องสาวของหนิงซิวเย่ เธอมีพี่สาวเป็นถึงพลเอกในกองทัพ มีหรือที่พวกทหารธรรมดาจะไปกล้าทำให้เธอผิดใจ

    แล้วพอหนิงเฟยเฟยได้ฟังเรื่องจากทหาร หนิงเฟยเฟยก็เกิดความคิดบางอย่างขึ้นมาทันที เธอเคยเห็นความโหดร้ายของโลกในวันโลกาวินาศมากับตาตัวเองแล้ว เพราะงั้นเธอจึงสามารถเข้าใจได้ทันทีว่าเรื่องที่ทหารเล่าไม่ใช่เรื่องโกหก

    เพราะรู้ว่าโลกตอนนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว หนิงเฟยเฟยจึงมีความคิดว่า เธอควรเป็นผู้หญิงของหลินฟานให้ได้ ถึงเธอจะต้องเสียครั้งแรกให้หลินฟานเธอก็ยอม เหตุผลที่เธอตัดสินใจแบบนี้มีเหตุผลหลักๆ อยู่ 2 ข้อด้วยกัน

    ข้อแรก ตัวเธอจะปลอดภัยหากได้เป็นผู้หญิงของหลินฟาน ถึงชื่อเสียงของเขาจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก แต่หากพูดถึงคนที่มีอำนาจที่สุดในกองทัพตระกูลหลิน คนคนนั้นก็คือหลินฟาน

    ส่วนข้อที่สอง เธอทำแบบนี้ก็เพื่อช่วยพี่ของเธอ หลังจากได้ยินว่าอยู่ๆ พี่ของเธอก็ได้รับตำแหน่งพลเอกเพราะแค่ปลุกทักษะได้

    หนิงเฟยเฟยก็คิดว่า เรื่องนี้มันไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย ถึงการปลุกทักษะได้จะทำให้พี่ของเธอเก่งกว่าคนธรรมดา แต่หากให้สู้แบบ 1-1 กับพวกทหารในกองทัพตระกูลหลิน หนิงเฟยเฟยก็มั่นใจว่าพี่ของเธอแพ้ราบคาบ 100%

    เพราะรู้ว่าตำแหน่งของพี่สาวไม่มั่นคง หนิงเฟยเฟยจึงเลือกที่จะเป็นผู้หญิงของหลินฟานแล้วสนับสนุนพี่สาวของเธอ ถึงเธอจะสั่งหลินฟานให้ทำดั่งใจไม่ได้ แต่ถ้าหากได้อยู่บนเตียงเดียวกันเธอก็จะมีโอกาสยัดเรื่องดีๆ ของพี่เธอให้หลินฟานฟังได้ เมื่อเป็นแบบนั้นตำแหน่งพี่ของเธอในใจของหลินฟานก็จะสูงขึ้น ตำแหน่งพี่ของเธอในกองทัพก็จะมั่นคงขึ้น

    หนิงเฟยเฟยสะบัดหน้าทิ้งความลังเล

    เธอยิ้มยั่วยวนและเดินเข้าไปหาหลินฟาน

    ฟุ๊บ!

    หนิงเฟยเฟยไม่ใช่แค่เข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของหลินฟาน แต่เธอกลับนั่งลงบนตักของหลินฟาน และเธอก็จ้องหลินฟานด้วยใบหน้ายั่วยวน

    หลินฟานมองภาพตรงหน้าพร้อมกับคิดในใจว่า

    ‘ เห็นครั้งแรกก็คิดว่าเป็นแค่กระตายน้อย แต่จริงๆ แล้ว เธอเป็นจิ้งจอกน้อยสินะ หนิงเฟยเฟย หึหึ! ‘

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลากลับสู้วันโลกาวินาศ ที่คุณอ่าน