เทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต

    ภารกิจเสร็จสิ้น ตราประทับพันธะหยินหยาง

    เวลาผันผ่านไปจนถึงช่วงเที่ยงของอีกวัน เย่หยุนซีและหยุนฉางเยว่บัดนี้กำลังนอนกอดกันกลมเกลียวหลังจากเสร็จศึกรักที่สุดแสนจะยาวนานและเร้าร้อน

     

    ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพวกเขาอ่อนเพลียกันขนาดไหน โดยเฉพาะฝ่ายหญิงอย่างหยุนฉางเยว่ที่ต้องแบกรับความหื่นกระหายของสามีเด็กตลอด 6 ชั่วยามไม่มีพัก

     

    “อื้อ~~เจ้ามันปีศาจร้ายชัดๆ” นางละเมอพูดออกมาขณะที่กำลังหลับใหล ส่งผลให้ชายหนุ่มที่โอบกอดนางไว้ลืมตาตื่นขึ้นโดยพลัน ใบหน้าอันหล่อเหล่าประดับรอยยิ้มแห่งความสุขสันต์ระคนยินดี

     

    ได้ภรรยาที่ทั้งงดงามและเร้าร้อนเช่นนี้ ย่อมถือเป็นบุญของสามีเช่นเขา

     

    ‘อ่ะแฮ่ม.......เด็กน้อย รีบสวมอาภรณ์เร็วเข้า ข้าจะได้เปิดจิตสำนึกศักดิ์สิทธิ์เสียที’ ในขณะเย่หยุนซีกำลังตกอยู่ห้วงแห่งความหลงใหล เสียงที่เจือความอายของเทพธิดาเซียนเหยาก็ดังขึ้นมา

     

    เย่หยุนซีไม่รอช้า เขาค่อยๆคลายอ้อมกอดจากภรรยาสาวและดึงเสื้อคลุมจากแหวนมิติมาสวมใส่ ทั้งยังไม่ลืมเอาเสื้อคลุมอีกชุดมาห่มกายให้กับโฉมสะคราญ

     

    ‘เรียบร้อยแล้วขอรับ ท่านเทพธิดา’ เด็กหนุ่มส่งสัญญาณ เทพธิดาเซียนเหยาจึงเปิดจิตสำนึกศักดิ์สิทธิ์ของตนเอง ณ ตอนนั้น ก่อนจะประกาศกล่าวว่า

     

    ‘ยินดีกับเจ้าด้วยที่ทำภารกิจตามเกี้ยวว่าที่ภรรยาจนเสร็จสิ้น ของรางวัลครั้งนี้คือ ตราประทับคู่พันธะหยินหยาง’

     

    เมื่อสิ้นสุดการรายงาน ที่บริเวณเนินอกข้างซ้ายของเย่หยุนซีและหยุนฉางเยว่ก็พลันปรากฏตราประทับเล็กๆลวดลายมังกรคู่สีขาวและดำ

     

    “ความสามารถของมันคืออะไรขอรับ” เย่หยุนซีมองไปยังตราประทับของตนเองแล้วเอ่ยถามด้วยความสงสัย

     

    เทพธิดาเซียนเหยาหัวเราะเบาๆก่อนจะเริ่มอธิบายเพื่อไขความกระจ่าง

     

    “ตราประทับพันธะหยินหยางนั้นมีความสามารถหลากหลายมาก........นับจากนี้ไป! สตรีที่เจ้าร่วมหลับนอนด้วยจะปรากฏตราประทับนี้ขึ้นมาบนร่าง และขอเพียงเจ้าร่วมรักกับพวกนางไปเรื่อยๆ ขั้นพลังของทั้งฝ่ายก็จะพัฒนาขึ้นเองโดยไม่จำเป็นต้องฝึกฝนให้มากมาย”

     

    “ถ้าหากเหล่าคนรักตกอยู่ในอันตราย ตัวเจ้าก็จะสามารถรับรู้ได้ทันที แถมเจ้ายังเคลื่อนย้ายไปหาพวกนางได้อย่างอิสระโดยใช้ตราประทับเป็นสื่อกลาง”

     

    เย่หยุนซีเมื่อได้ฟังรายละเอียดก็ตะลึงงันไปครู่ใหญ่ แค่เพียงร่วมรักก็สามารถพัฒนาพลังได้ นี่มันทักษะของมารราคะหรืออย่างไรกัน

     

    ถึงจะดูไร้สามัญสำนึกไปบ้าง แต่ก็ต้องยอมรับจริงๆว่ามันเป็นสิ่งที่วิเศษมาก

     

    ‘นี่ๆเจ้าหนู อย่าได้มีความคิดชั่วร้ายอย่างการใช้ตราประทับกับหญิงสาวทั่วทั้งโลกเชียวนะ ไม่เช่นนั้นจะมีเรื่องน่าปวดหัวตามมาไม่รู้จบแน่’

     

    ‘อ่ะ!.............แล้วก็อย่าได้คิดว่าพอมีความสามารถนี้แล้วจะหยุดฝึกฝนทักษะบ่มเพาะได้นะ ถึงแม้ข้าจะบอกว่าสามารถพัฒนาพลังร่วมกันได้ผ่านการร่วมรัก แต่คนที่ได้รับประโยชน์สูงสุดน่ะคือฝั่งหยินของสตรี ส่วนฝั่งหยางของบุรุษได้ประโยชน์เพียงแค่ 3 ส่วนเท่านั้น’ เทพธิดาเซียนเหยากล่าวเตือนสติเพื่อป้องกันเหตุการณ์เลวร้าย

     

    เย่หยุนซีทำหน้ามุ้ยในทันใด “ท่านเห็นข้าเป็นคนเลวปานนั้นตั้งแต่เมื่อไรกัน”

     

    ‘คิกคิก เอาล่ะๆข้าไม่รบกวนเวลาหวานชื่นของเจ้าแล้ว’เทพธิดาเซียนเหยาหัวเราะขบขัน ก่อนที่เสียงของนางจะหายไปในเวลาต่อมา

     

    เย่หยุนซีไม่รอช้า เขารีบเดินไปปลุกหยุนฉางเยว่ผู้ซึ่งเป็นภรรยาในทันที ทำให้ยอดสตรีอันดับ 1 ค่อยๆเปิดเปลือกตาช้าๆ

     

    “อรุณสวัสดิ์ภรรยาข้า” เด็กหนุ่มเอ่ยปากทักทาย พร้อมทั้งใช้มือลูบเส้นผมสีเงินของนาง

     

    “อื้อ~~เหตุใดจึงรีบปลุกข้านัก” หยุนฉางเยว่ซุกหน้าไปที่อกของสามีพลางกล่าว

     

    เย่หยุนซีเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “หากท่านยังอยากจะนอนต่อก็ได้ ข้าไม่มีปัญหา แต่พวกเราคงต้องออกจากป่ากันพรุ่งนี้”

     

    หยุนฉางเยว่สะดุ้งโหยงลุกขึ้นนั่งในทันที แต่ด้วยความที่นางพึ่งผ่านสมรภูมิรักแสนเร้าร้อนมาหมาดๆจึงทำให้รู้สึกปวดเหมื่อยและเจ็บแสบช่วงล่างจนต้องเผยสีหน้าบิดเบี้ยวออกมาอยู่ครู่หนึ่ง

     

    “ซี๊ด~~ ไม่ล่ะๆ ต้องออกไปจากที่นี่วันนี้” นางค่อยๆใช้มือจับก้อนหินดึงตัวเองให้ลุกขึ้นยืน แต่ถึงกระนั้นขาของนางก็สั่นเทาเสียจนต้องล้มลงบนตักของผู้เป็นสามี

     

    การกระทำเหล่านี้ ทำเอาเย่หยุนซีที่เห็นถึงกับระเบิดเสียงหัวเราะอย่างขบขัน “ฮ่าๆๆ ฉางเยว่ ถ้าท่านไม่ไหว พวกเราพักกันอีกสักคืนก็ไม่น่ามีปัญหา”

     

    หยุนฉางเยว่เมื่อได้ยินก็เผยสีหน้าบึ้งตึงแง่งอนออกมา “ฮื่ม!.......ใครกันล่ะที่ทำให้ข้าตกอยู่ในสภาพน่าอายเช่นนี้......แล้วก็อีกอย่าง ถ้าหากยังอยู่ที่นี่ต่ออีกคืน มีหวังข้าคงได้ขาดใจตายเพราะสามีลามกเช่นเจ้า”

     

    เด็กหนุ่มลูบเส้นผมสีเงินของนางเบาๆ “แต่ท่านก็ให้ความร่วมมือกับข้าเป็นอย่างดีมิใช่หรือ ที่รัก”

     

    “อย่าพูดมากน่า………. เอ๊ะ! แล้วนี่มันตราสัญลักษณ์อะไรกัน?” ในขณะที่กำลังบ่นสามีตัวดีอยู่นั้น หยุนฉางเยว่ก็เหลือบสายตาไปเห็นตราประทับมังกรคู่หยินหยางที่อยู่ตรงบริเวณเนินอกข้างซ้ายของตนเอง

     

    “มันเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่านับจากนี้ท่านคือภรรยาของข้าอย่างเป็นทางการ” เย่หยุนซีตอบเพื่อไขความกระจ่างให้ภรรยา

     

    “ฮื่ม!.......ถึงกับต้องตีตราข้าเลยหรือ” โฉมสะคราญหรี่ตามองเด็กหนุ่มตัวร้าย

     

    มังกรหนุ่มยิ้มเจื่อนให้ “ใช่เสียที่ไหน.......มันคือผลกระทบจากทักษะที่ข้าฝึกฝนต่างหาก แต่ท่านไม่ต้องห่วงไปหรอกนะ เพราะตราประทับนี้มีแต่ประโยชน์ไม่มีโทษ”

     

    “โห แล้วมีประโยชน์อย่างไรล่ะ?” นางเอ่ยถามทันควัน

     

    “อืม........ก็อย่างเช่น หากท่านตกอยู่ในอันตรายข้าจะรับรู้ได้ทันที, ถ้าท่านและข้าอยู่ไกลกัน ข้าก็จะสามารถเคลื่อนย้ายไปหาท่านได้ในพริบตา, สุดท้าย ถ้าหากท่านกับข้าร่วมหลับนอนด้วยกันตบะพลังก็จะเพิ่มขึ้นเองโดยไม่ต้องฝึกฝน” เย่หยุนซีตอบกลับไปตามข้อมูลที่ตนได้รับมาจากเทพธิดาเซียนเหยา

     

    ซึ่งคำอธิบายของเขา ทำเอาหยุนฉางเยว่ถึงกับนิ่งอึ้งและมองไปยังตราประทับด้วยแววตาสั่นสะท้าน นี่มันความสามารถของทักษะบ้าบออะไรกัน ทำไมมันถึงดูไร้สามัญสำนึกเช่นนี้

    คล้ายกับเรื่องเทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต ที่คุณอ่าน