ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

ตอนที่ 247 เด็กหนุ่มที่คุ้นเคย

แต่ในเวลาเดียวกันอังเก้ก็รับรู้ถึงความเหนื่อยล้าที่ถาโถมเข้ามาพลังที่เขาต้องใช้เพื่อควบคุมหุ่นฟางยักษ์นั้นเกินกว่าที่เขาคาดไว้การใช้พลังของตนเองต่อสู้กับผู้ใช้พลังระดับสี่หลายคนพร้อมกันนั้นเป็นเรื่องที่เหนือความสามารถของเขาแต่ในใจลึก ๆ เขายังมีความหวัง เขาคิดว่าอาจจะพอมีโอกาสที่จะต้านทานไหว

“รวมพลังโจมตีไปที่จุดเดียว!”

หนึ่งในผู้ใช้พลังตะโกนสั่งกลุ่มสมาคมใต้ดินเสียงของเขาเย็นชาและแฝงไปด้วยความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม

ผู้ใช้พลังระดับสี่อีกสี่คนที่เหลือตอบสนองทันทีพวกเขาเริ่มปลดปล่อยพลังอันเป็นเอกลักษณ์ของตนจากทุกทิศทางไปที่จุดเดียว

“ตูมมม!”

 พลังทำลายเปล่งประกายพุ่งทะยานราวกับลำแสงจากนรกทำลายจุดรวมพลังของหุ่นฟางจนสูญสิ้นพลังในที่สุดหุ่นฟางเริ่มถูกเผาไหม้จนเปลวไฟสีส้มลามไปทั่วแขนขาของหุ่นฟางถูกบดขยี้ด้วยพลังอันมหาศาลที่ราวกับภูเขาหล่นทับ

 

 ผู้ใช้พลังคนหนึ่งสร้างน้ำแข็งหนามขนาดใหญ่พุ่งเข้าใส่โครงสร้างของมันจนแตกเป็นเสี่ยงๆ และอีกคนหนึ่งปลดปล่อยพลังกำแพงมิติไร้รูปที่พุ่งเข้าไปทุบทำลายซ้ำเติมจนพลังป้องกันของหุ่นฟางเริ่มแตกร้าวอย่างรวดเร็ว

“อักกกก!”

อังเก้ที่ยืนอยู่ห่างออกไป ถึงกับกระอักเลือดออกมารับรู้ถึงแรงปะทะที่สะเทือนเข้ามาถึงตัวเขามันเหมือนกับร่างกายของเขาถูกบีบคั้นด้วยพลังที่เกินกว่าที่เขาจะทนได้ดวงตาของเขาเริ่มพร่ามัว ร่างกายสั่นไหว แต่เขายังคงยืนหยัดอยู่และพยายามควบคุมหุ่นฟางยักษ์ต่อไป

“ไม่......”

อังเก้พึมพำเบา ๆ ขณะที่หายใจลำบากขึ้นทุกขณะ

หุ่นฟางยักษ์ที่ยืนอยู่ถูกโจมตีจนโครงสร้างฟางขาดกระจุยแขนขาหลุดออกทีละส่วน

และในที่สุดร่างขนาดใหญ่ของมันก็พังทลายลงสู่พื้น เสียงพังครืนดังสนั่นทำให้ฝุ่นคลุ้งลอยขึ้นไปในอากาศ

ในขณะเดียวกันอังเก้ก็รู้สึกถึงแรงสะท้อนกลับของพลังที่หนักหน่วงเกินจะต้านทานเขารับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดที่แล่นแทรกเข้ามาในร่างราวกับทุกเส้นเอ็นและกระดูกของเขากำลังแตกเป็นเสี่ยง ๆ

ทันใดนั้น ร่างของเขาก็ทรุดฮวบลงกับพื้นเลือดสีแดงเข้มกระอักออกมาจากปากและมือของเขาสั่นเทาขณะที่ยกขึ้นไปสัมผัสริมฝีปากที่เต็มไปด้วยเลือดอุ่น

อังเก้พยายามฝืนตัวเองที่จะยืนขึ้นอีกครั้งแต่ขาทั้งสองข้างของเขากลับไร้เรี่ยวแรง สายตาเริ่มพร่ามัวเขารู้สึกถึงความหนาวเย็นที่คืบคลานเข้ามา และเสียงกระซิบของความสิ้นหวังที่ค่อย ๆดังก้องในใจ

“ฮ่า ๆ... หยุดพยายามเถอะ”

เสียงเยาะเย้ยของเหล่าผู้ใช้พลังของสมาคมใต้ดินดังก้องเข้ามาในความรู้สึกของเขา

พวกเขามองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความดูถูกขณะที่รอยยิ้มเหยียดปรากฏขึ้นบนใบหน้า

อังเก้มองไปยังลูกน้องของเขาที่พยายามเข้ามาช่วยและต่อสู้อยู่รอบๆ ใจของเขาเต็มไปด้วยความเศร้าและเจ็บปวดที่ไม่อาจช่วยพวกเขาได้

ขณะที่เขาพยายามจะลุกขึ้นอีกครั้งร่างกายของเขากลับทรุดฮวบลงไปอีกครั้งความเจ็บปวดเข้ามาจนทำให้สติของเขาเริ่มเลือนราง

“หัวหน้าอังเก้….!”

ในเสี้ยววินาทีที่ภาพของเขาเริ่มจางหายไปอังเก้ได้ยินเสียงเพื่อนร่วมทีมที่ร้องเรียกเขาด้วยความเป็นห่วงแต่เขาก็ไม่อาจขานรับได้ราวกับทุกอย่างกำลังจางหายไปพร้อมกับเลือดที่ไหลซึมออกจากร่างกายที่บาดเจ็บสาหัส

ในห้วงสุดท้ายที่สติของอังเก้เลือนรางไปพร้อมกับความเจ็บปวดราวกับร่างกายจะแตกเป็นเสี่ยงเสียงของการต่อสู้โดยรอบค่อย ๆ จางหาย

เขารู้สึกถึงอาการเหน็บหนาวที่แล่นเข้ามาทางขาและแขนเสียงหายใจของเขาหนักขึ้นเรื่อย ๆ ดวงตาพร่ามัว แต่ในห้วงความคิดสุดท้ายเขาก็ยังพยายามรวบรวมกำลังที่จะปกป้องคนของเขาให้ได้

และในเสี้ยววินาทีที่อังเก้เกือบจะลืมตาไม่ไหวแสงสีขาวเป็นประกายวาววับสะท้อนอยู่ปลายสายตา เมื่อเขากวาดตามองไปก็พบว่าหนึ่งในผู้ใช้พลังฝั่งสมาคมใต้ดินกำลังเล็งหอกน้ำแข็งคมกริบมาที่เขาหอกน้ำแข็งนั้นเรืองแสงเย็นยะเยือกมันหมุนวนรอบตัวเองราวกับต้องการปลิดชีพเขาโดยไม่ให้มีทางหนี

“ฟ้าววว!”

อังเก้พยายามขยับตัว แต่ความบาดเจ็บที่เจ็บแปลบทำให้เขาไม่อาจเคลื่อนไหวได้หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นด้วยความหวาดกลัวหอกน้ำแข็งขนาดใหญ่พุ่งเข้ามาเร็วขึ้นทุกขณะราวกับความตายที่ไร้ปรานีเตรียมกลืนกินเขา

ทันใดนั้นในขณะที่หอกน้ำแข็งกำลังจะพุ่งเข้าถึงตัวเขา

“เพล้งงงง!”

เสียงสะท้อนดังก้องขึ้นกลางสนามรบ โล่รูปโดมครึ่งวงกลมปรากฏขึ้นรอบตัวอังเก้โดยไม่มีใครทันสังเกตโล่รูปโดมนี้มีลักษณะของเนื้อไม้โบราณที่คุ้นเคยสลับกับโลหะที่วาววับเหมือนคลื่นน้ำใส และเมื่อหอกน้ำแข็งปะทะเข้ากับโล่ มันแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ราวกับไข่กระทบก้อนหินมันแตกกระจายจากการกระแทกทันที

เศษน้ำแข็งกระจายออกไปรอบทิศ ทางฝั่งสมาคมใต้ดินต่างชะงักงันด้วยความตกใจขณะที่อังเก้ที่ลืมตาขึ้นมองด้วยความแปลกใจไม่ต่างกัน ภายใต้โล่ที่สวยงามนั้นเขาเห็นร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา ร่างสูงโปร่งและสง่างามเป็นเด็กหนุ่มที่เขาคุ้นเคยดี

“...นาฟ!”

อังเก้พึมพำอย่างแผ่วเบาริมฝีปากที่เต็มไปด้วยเลือดของเขาเผยยิ้มออกมาด้วยความโล่งใจเสมือนความหวังที่เขาคิดว่าจะดับลงไปได้กลับคืนมา

นาฟยืนสงบนิ่งเขาเงยหน้ามองไปยังผู้ใช้พลังที่อยู่ฝั่งตรงข้ามสายตาเฉียบคมที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและดุดัน ราวกับสายตาของนักรบที่ไม่มีวันยอมให้ใครมาทำร้ายพวกพ้องของเขาได้


คล้ายกับเรื่องทลายสวรรค์ กลืนพิภพ ที่คุณอ่าน