เกิดใหม่อีกครั้ง ฉันจะร้ายกาจให้ดู

    ตอนที่ 8 เป้าหมาย

            หลินหลินและบิดามารดาเดินทางต่อมาจนถึงเมืองฐานที่มั่นที่ตั้งใจจะเช่าเรือนไว้เก็บสินเดิมที่จะขนย้ายนานหน่อย เพื่อจะได้มีเวลาใช้รถม้าทยอยไปขนสินเดิมของมารดาที่มีมากมายจากเรือนเก่าแถวชานเมืองของเมืองหลวง ด้วยทั้งกลัวความผิดที่มาใกล้เมืองหลวงและกลัวว่าจะมีใครสงสัยหากขนข้าวของเพิ่มเข้ามามากมายทุกวัน พวกเขาจึงปลอมตัวว่าเป็นพ่อค้าเข้าไปค้าขายแถวเมืองรอบๆ เมืองหลวงและขนของมาเรื่อยๆ ตั้งใจว่าน่าจะใช้เวลาราว 2-3 เดือนน่าจะขนมาได้หมด ด้วยสินเดิมมารดามีหลายสิบคันรถเกวียน หากเอารถม้าไปขนจนเต็มคันก็ยังขนได้น้อยกว่าเกวียนวัว 1 คัน บิดาของหลินหลินจึงต้องไปหารถเกวียนวัวที่มีเทียมวัวอันใหญ่มาใช้สำหรับขนของจากเรือนเก่ามารดามาไว้ที่เรือนที่ตั้งใจจะเช่าอยู่ไว้เก็บสินเดิมให้ครบก่อน แล้วค่อยไปว่าจ้างคนคุ้มกัน บางอย่างหากขายได้และแลกเป็นตั๋วเงินได้ก็จะทำ เพื่อลดจำนวนหีบของมีค่าลงบ้าง ทั้งยังง่ายต่อการเดินทาง จากข้าวของหลายสิบเกวียนวัวอาจจะลดลงเหลือสักครึ่งหนึ่ง เพื่อสะดวกในการเดินทางไกลกลับไปยังเมืองแถบชายแดนที่ตั้งใจไว้ เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ให้แก่บุตรสาวและครอบครัวตน ตัวตนได้ถูกปลอมแปลงพร้อมหลักฐานใหม่ทั้งหมด เวลาสิบปีทำให้ไม่มีใครจดจำชื่อแม่ทัพเก่าเช่นเขาอีกแล้ว

            ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปจัดการงานของตน บิดาไปหาซื้อเกวียนวัว มารดาและหลินหลินพากันไปเลือกดูเรือนขนาดกลางเพื่อสะดวกในการเก็บข้าวของที่จะขนมา อย่างน้อยขอให้มีห้องเก็บสมบัติที่มิดชิดหรือโรงเก็บที่ใหญ่โตหน่อยก็พอ ส่วนเรื่องอื่นล้วนไม่สำคัญเท่า เป้าหมายของพวกเขาคือมาขนสินเดิมทั้งหมดกลับ เรือนที่จะเช่าจึงเป็นแหล่งพักของและไว้แลกเปลี่ยนสมบัติให้ง่ายต่อการเดินทางต่อไป หากนำสมบัติเก่ามาขายก็จะตรงกับที่แจ้งบอกคนทั่วไปว่าเป็นพ่อค้าแม่ค้าที่มาจากต่างถิ่นและเดินทางค้าขายไปเรื่อยๆ

    บิดาของหลินหลินนั้นวางแผนเป็นอย่างดี ทั้งยังให้บอกผู้อื่นว่าจะมีพ่อค้าคนกลางที่พวกเขาติดต่อซื้อขายสินค้าประจำจะขนของมาส่งพวกเขาเรื่อยๆ พวกเขาจึงอยากหาเรือนเพื่อพักสินค้าก่อนจะนำไปค้าขายต่อยังเมืองต่างๆ

            เมื่อมารดาของหลินหลินไปพูดคุยเช่าเรือนที่มีที่เก็บสินค้าใหญ่โตหน่อยจึงมีผู้แนะนำและหาให้อย่างดี แม้จะเช่าเพียงไม่นานแต่คงคิดว่าพวกเขามีเงินตำลึงมากเป็นแน่จึงรีบให้ความช่วยเหลืออย่างดีเช่นนี้และคิดค่าเช่าในราคาสูง

            หลินหลินแม้เป็นเพียงเด็ก 10 ขวบก็รู้ความนัก นางไม่ไปเดินเที่ยวเล่นอีก เพียงติดตามมารดาไปพูดคุยธุระ หาดูเรือนเช่าและเตรียมซื้อหาข้าวสารอาหารแห้ง ธัญพืช ของจำเป็นที่ต้องใช้ในช่วงระยะเวลา 2-3 เดือนที่ต้องพักอาศัยอยู่ที่นี่อย่างไม่งอแง ทุกสิ่งที่ตระเตรียมวางแผนไว้ก่อนหน้าไม่มีปัญหา ทั้งการปลอมตัวก็แทบไม่มีใครสงสัย ชื่อแซ่ยังใช้สกุลเดิมของบิดา แต่บิดาเพียงเปลี่ยนจากหลินฮุยเป็นหลินจงเท่านั้น ส่วนมารดาเองเมื่อก่อนแทบไม่มีใครรู้จักนามจริงอยู่แล้วทั้งยังแทบไม่ค่อยออกงานเลี้ยงพบเจอกับผู้ใดในสังคมขุนนางชั้นสูงจึงไม่มีใครนึกถึงชื่อจริงของนาง ทุกคนต่างเรียกนางว่าฮูหยินท่านแม่ทัพหลินเท่านั้น ส่วนหลินหลินนั้นเป็นเด็กที่เพิ่งเกิดหลังจากบิดาได้ย้ายออกจากเมืองหลวงจึงแทบไม่มีใครรู้จัก คนทั่วไปแซ่เหมือนกันมากมายทะเบียนรายชื่อในครอบครัวจึงถูกสร้างขึ้นใหม่อย่างง่ายดาย พวกเขาจึงเบาใจว่าการเริ่มต้นแผนการในเมืองนี้เพื่อเป้าหมายที่อยู่ไม่ห่างไกลนักน่าจะลุล่วงไปด้วยดีเช่นกัน พวกเขาอยากรีบขนสินเดิมให้เสร็จโดยไว ไม่อยากอยู่ใกล้เมืองหลวงนานนัก และไม่อยากพบเจอคนรู้จักที่อาจจะจำพวกเขาได้

            เรือนที่เลือกเช่าเป็นเรือนขนาดกลาง มีห้องนอนหลายห้อง หลินหลินจึงเดินเลือกหาห้องที่เป็นส่วนตัวและห่างไกลบิดามารดามากหน่อย นางอยากอยู่ในมุมสงบและไม่รบกวนเวลาส่วนตัวของบิดามารดามากนัก ทั้งยังมีเวลาได้ทำตามใจตนเองโดยที่ไม่มีใครอยู่ใกล้ๆ ให้รู้สึกระแวง บางทีหลินหลินก็มักทำตัวเหมือนตอนอยู่ในโลกเก่าของเธอ บางทีเผลอนั่งไขว่ห้าง บางทียืดเส้นยืดสายทำท่าโยคะก็ดูแปลกตาสำหรับบิดามารดาในโลกนี้แล้ว นางจึงอยากอยู่ในมุมสงบของตนเองเช่นกัน

    เมื่อได้เรือนพักเรียบร้อยพร้อมอยู่อาศัย ทุกคนต่างช่วยกันเก็บกวาดจัดเรือนกันเอง 3 คน พ่อ แม่ ลูก ด้วยไม่อยากให้มีคนนอกเข้ามาวุ่นวายและสงสัยในสิ่งของที่พวกเขากำลังจะไปขนมาเก็บไว้ในเรือนนี้ ห้องใดที่ยังว่างล้วนเตรียมไว้สำหรับเก็บสินเดิมของมารดาทั้งสิ้น ข้าวของเครื่องใช้ก็ซื้อเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ด้วยเวลาจะเดินทางกลับจะได้ไม่ต้องขนไปด้วย ยังดีที่เรือนหลังนี้มีเครื่องนอนและเครื่องเรือนบางส่วนเพียงพอให้ใช้อยู่อาศัยได้ ไม่ใช่เรือนว่างเปล่าเช่นเรือนหลังอื่น มารดาของหลินหลินจึงตัดสินใจเช่าเรือนหลังนี้

            เมื่อจัดเรือนพักผ่อนทุกอย่างลงตัวเรียบร้อยแล้ว หลินหลินที่ตอนนี้ยังว่างงานนึกอยากอาหารที่ตนเองชอบ จึงออกไปหาวัตถุดิบมาทำอาหารให้บิดามารดาสักหน่อย ตั้งแต่เช้าพวกตนเพียงทางซาลาเปาไปคนละ 2 ลูกเท่านั้น ด้วยมัวแต่ยุ่งกับหาเรือนเช่าและจัดการธุระอย่างอื่นจึงไม่คิดไปนั่งทานอาหารที่เหลาให้เสียเวลา

            เกือบบ่ายคล้อยแล้วท่านพ่อท่านแม่ก็ยังมัวแต่จัดเก็บข้าวของที่ขนมาด้วยบนรถม้ากันอยู่ ทั้งสิ่งของที่มารดาแวะซื้อระหว่างทางอีก หลินหลินที่ยังเด็กอยู่บิดามารดาจึงให้ไปพักผ่อนในเรือนและให้เลือกเรือนนอนเองจนเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้จึงคิดทำอาหารให้บิดามารดาได้กินอิ่มอร่อยด้วยฝีมือตน

            หลินหลินเดินเตร็ดเตร่มองหาแผงขายหมู ทั้งยังคิดหาผลไม้และผักสดมาไว้ทำอาหารและไว้ทานในเวลาท้องว่างบ้าง ส่วนมากหลินหลินและมารดาเพียงซื้อพวกข้าวสารอาหารแห้งเตรียมไว้ก่อน เมื่ออยากทำอาหารที่ต้องใช้วัตถุดิบสดใหม่จึงจะออกมาจ่ายตลาดภายนอก

    เสียงพ่อค้าแม่ค้าตะโกนเรียกลูกค้าเข้าร้านมากมาย หลินหลินที่มองไปทั่วรอบๆ ตัว ก็เจอเข้ากับแผงขายเนื้อที่ดูสดสะอาดน่าทานเข้า จึงเดินเข้าไปขอซื้อเนื้อหมูไว้สำหรับทำอาหารให้บิดามารดา นางตั้งใจจะทำพะโล้หมูไว้ทานหลายๆ มื้อ จึงขอซื้อหัวหมูและขาหมูมาด้วย หลินหลินตั้งใจทำอาหารจานผัดสัก 2 จาน และทำน้ำซุปกระดูกอ่อนให้บิดามารดาได้ซดร้อนๆ อีกด้วย

            วันนี้พวกท่านใช้แรงมากหน่อย จึงต้องเพิ่มอาหารจานเนื้อให้มาก เพื่อจะได้มีเรี่ยวแรงกลับคืนมา พรุ่งนี้พวกท่านต้องออกไปขนสินเดิมของมารดาอีก หลินหลินที่อายุเพียง 10 ขวบ ในตอนนี้บิดามารดายังไม่อยากให้ออกเดินทางไปด้วย และให้รอเปิดประตูเรือนตามสัญญาณที่ตกลงกันไว้เท่านั้น ด้วยไม่ไว้ใจใครให้เฝ้าเรือน อย่างน้อยถึงหลินหลินจะเป็นเพียงเด็ก 10 ขวบ แต่หากเทียบว่าเป็นหมาเฝ้าบ้านก็ถือว่าดุร้ายยิ่งกว่าร็อตไวเลอร์ก็ว่าได้

            วัตถุดิบสำหรับทำอาหารของหลินหลินได้มามากมายเต็มสองมือ ทั้งยังขอซื้อตะกร้าสานระหว่างทางมาสะพายหลังเพื่อขนข้าวของที่ถือเริ่มไม่ไหวจนเต็มหลัง อยู่ๆ มีรถม้าวิ่งมาอย่างรวดเร็วจนคนที่เดินกลางถนนร้องโหวกเหวกโวยวายกันใหญ่ หลินหลินที่ได้ยินเสียงหันไปเห็นรถม้าในระยะประชิดจึงรีบใช้วิชาตัวเบากระโดดลอยข้ามไปอย่างรวดเร็วก่อนที่รถม้าจะชนนาง ช่างขับรถม้าได้ห่วยแตกมากจริงๆ หากเป็นคนสมัยปัจจุบันในโลกของหลินหลินก็ไม่ต่างกับตีนผีดีๆ นี่เอง

            แต่เมื่อหลินหลินกระโดดข้ามรถม้ามาแล้วกลับเห็นรถม้ายังวิ่งเร็วเหมือนไร้การควบคุม ทั้งยังมุ่งตรงไปยังท่าน้ำกลางเมืองอีก เหตุใดจึงไม่คิดกระตุกเชือกให้รถม้าหยุดกันนะ เหล่าชาวบ้านวิ่งหลบรถม้ากันวุ่นวายไปหมดจนหลินหลินสงสัย จึงใช้วิชาตัวเบารีบตามรถม้าคันนั้นไปดูว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกับรถม้าคันนี้

            ความรวดเร็วของหลินหลินย่อมว่องไวมากกว่ารถม้าคันใหญ่เทอะทะ ไม่ทันไรก็ตามติดจนมองเห็นด้านหน้ารถม้าไม่มีคนขับเลย ทั้งภายในเหมือนได้ยินเสียงสตรีกรีดร้องอยู่ภายใน เมื่อเห็นว่าด้านในน่าจะมีคนตกอยู่ในอันตรายหากรถม้าคันนี้ตกลงสู่แม่น้ำกลางเมืองที่อยู่ไม่ไกล จึงตัดสินใจกระโดดเข้าไปนั่งตำแหน่งควบคุมรถม้าทันที หลินหลินแม้ไม่ใช่คนใจดีแต่ก็ไม่ถึงกับใจร้าย นางเพียงไม่ชอบให้ใครข่มเหง แต่นางก็ยังมีน้ำใจกับคนที่ตกที่นั่งลำบาก ไม่ว่าคนด้านในจะเป็นใคร ขอเพียงได้ช่วยเหลือเท่าที่ทำได้ก็พอ

            กว่าจะควบคุมให้รถม้าเลี้ยวไปทางอื่นและทำให้ม้าใจเย็นลงได้ก็เตลิดออกมานอกเมืองแล้ว หลินหลินไม่อยากให้ชาวเมืองเดือดร้อนจึงพยายามบังคับรถม้าไปยังที่ๆ ไร้ผู้คนจนออกมานอกเขตเมือง เมื่อทำให้รถม้าหยุดลงได้จึงผูกเชือกไว้กับต้นไม้ใกล้ๆ ก่อน กันไว้ดีกว่าแก้ หากมันเตลิดไปอีกหลินหลินคงต้องวิ่งตามจับอีกครั้ง

            “พวกเจ้าที่อยู่ด้านในเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”

            เสียงเล็กๆ ของหลินหลินเอ่ยถามคนภายในรถม้าออกไป ด้วยสงสัยว่าใยไม่คิดออกมาบังคับรถม้าของตนเอง

            “พวกข้าปลอดภัยดี ขอบคุณเจ้ามาก ไม่ทราบว่าข้าขอทราบนามของเจ้าได้หรือไม่?”

            หลินหลินเห็นม่านรถม้าเปิดออก พร้อมกับสตรีมีอายุ 2 นาง อีกคนกำลังอุ้มเด็กน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักน่าชังอยู่ มิน่าล่ะจึงไม่คิดจะออกมาควบคุมรถม้า เพราะมัวแต่ห่วงเด็กน้อยผู้นี้เป็นแน่ ขนาดเกิดเรื่องขนาดนี้ยังไม่งอแงเลย ทั้งยังยิ้มแย้มสนุกสนานอีก ช่างเป็นเด็กไม่กลัวสิ่งใดจริงๆ

            “ข้าชื่อหลินหลิน เพิ่งจะมาอยู่เมืองนี้เจ้าค่ะ พอดีออกมาซื้อของที่ตลาดพอดี รถม้าท่านเกือบชนข้าจึงได้กระโดดหลบ แต่ข้าเห็นไม่มีใครควบคุมรถม้าจึงถือวิสาสะมาควบคุมแทนให้เจ้าค่ะ”

            “แม่นางน้อยช่างใจดีนัก พวกข้าเดินทางไปเมืองอื่นแต่กลับถูกคนขับรถม้าทิ้งไว้กลางทางและยังทำให้ม้าพยศอาละวาดจนควบคุมไม่อยู่ พวกข้าเป็นเพียงสตรีไม่รู้วิธีควบคุมม้า จึงไม่รู้จะทำอย่างไร หากไม่ได้เจ้าพวกข้าคงสิ้นชื่อแล้ว”

            “แล้วพวกท่านอาศัยอยู่ในเมืองนี้เช่นกันหรือเจ้าคะ”

            “พวกข้าแค่เดินทางผ่านมาเท่านั้น ตั้งใจจะพาบุตรชายไปยังชายแดน แต่ไม่รู้ว่าทำไมอยู่ดีๆ คนขับรถม้าของพวกข้าถึงหายไป เขาเป็นคนเก่าแก่ของบ้านข้า ไม่น่าจะทิ้งกันเช่นนี้”

            “อย่างไรตอนนี้ก็ปลอดภัยแล้ว ข้าจะบังคับรถม้าพาพวกท่านกลับเข้าเมืองนะเจ้าคะแล้วหาที่พักให้ ท่านลองให้ทางโรงเตี้ยมหาคนขับรถม้าคนใหม่ที่ไว้ใจได้ดูนะเจ้าคะ”

            “ขอบใจแม่นางน้อยมาก บุญคุณครั้งนี้ข้าไม่รู้จะตอบแทนอย่างไร นี่เป็นหยกพกของข้า เมื่อใดที่เจ้าต้องการความช่วยเหลือเพียงตามหาข้านามเฟิ่งอิ่น”

            หลินหลินรับหยกพกลวดลายประณีตมาอย่างเบามือ หยกสีขาวละเอียดช่างงดงามนัก นามเฟิ่งอิ่นอย่างนั้นหรือ ช่างเหมือนกับพวกชนชั้นสูงจริงๆ ในใจหลินหลินครุ่นคิดไปอย่างไม่จริงจังนักพลางสอดหยกพกเข้าอกเสื้อน้อยๆ ของตน ก่อนจะควบคุมรถม้าอย่างชำนาญพาหญิงสาวทั้งสองพร้อมเด็กน้อยหน้าตาน่ารักน่าชังกลับเข้าเมืองอีกครั้ง

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่อีกครั้ง ฉันจะร้ายกาจให้ดู ที่คุณอ่าน

    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.08M 2015
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    15.48M 4292
    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    นิยาย แฟนตาซี
    312K 292
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    864K 380
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405