ตอนที่ 103
“อืม....” เสียงร่างบนเตียงค่อยๆครวญครางในคอเบาๆก่อนเขาจะลืมตาขึ้นมา
“หือนี่เราอยู่ในโรงพยาบาลเหรอ” ชายบนเตียงพูดขึ้นมาก่อนจะรู้สึกว่าด้านข้างมีเสียงหายใจเบาๆอยู่
“ซาร่านี่นา !!!” สตีฟอุทานใช่แล้วชายที่พึ่งจะฟืนนี่คือสตีฟนั่นเอง
“นี่เราอยู่ปารีสแล้วสินะโอยปวดตัวไปหมดเลยหมอที่ชายแดนบอกว่าตอนที่ไวรัสมันลุกลามจะรู้สึกปวดกระดูกมากๆ ตอนแรกไอ้เราก็ไม่เชื่อแต่พอผ่านไปสักพักเท่านั้นแหละถามหายาแก้ปวดแทบไม่ทัน ดีนะหมอแนะนำให้ใช้ยานอนหลับไปเลยจะได้ไม่ต้องทนกับความรู้สึกปวด” สตีฟพูดออกมาเบาๆเขาเห็นมือถือและเสื้อผ้าของเขาวางอยู่ข้างโต๊ะที่หัวเตียง
“ฮึบ !!!” สตีฟค่อยๆเอื้อมมือไปหยิบมือถืออย่างช้าๆ
“นี่คืออาการของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงสินะ แทบไม่มีแรงจะยกแขนเลยแถมขยับทีก็ปวดกระดูกไปถึงหลังเลยให้ตายเถอะ” สตีฟกัดฟันแน่นก่อนจะหยิบมือถือมาได้ในที่สุดเขาเปิดดูก่อนจะเห็นว่าเป็นเวลาเกือบเย็นแล้ว
เสียงสตีฟใช้มือถือทำให้ซาร่าที่หลับอยู่ข้างๆเตียงตื่นขึ้นมา
“อ้าวสตีฟตื่นแล้วเหรอหิวหรือเปล่ากินอะไรมั้ย” ซาร่าเงยหน้าพลางยกแขนขึ้นปาดน้ำลายที่มุมปาก
“หิวนิดหน่อยนะแล้วคุณล่ะกินอะไรหรือยัง” สตีฟพูดก่อนจะหันหน้ามาหาซาร่าและก็ต้องตกใจกับใบหน้าของเธอ
“เฮ้ยซาร่าเธอไปโดนอะไรมาน่ะ !!!” สตีฟอุทานออกมาบนใบหน้าของซาร่าตอนนี้มีรอยช้ำเต็มไปหมด
“อ๋อไม่มีอะไรหรอกไม่ต้องสนใจฉันจะไปหาอะไรมาให้กินแล้วกันเดี๋ยวมานะ” ซาร่าบอกปัดก่อนจะเดินออกจากห้องไปเพื่อหาอะไรมาให้สตีฟกิน
“หนอยเป็นฝีมือเจ้าจอมโจรคิดสินะ อย่าให้พ่อเจอตัวนะจะตื๊บให้แบนเลย” สตีฟพูดออกมาอย่างมุ่งมั่นทั้งๆที่ตอนนี้แทบจะขยับร่างกายไม่ได้
“ว่าแต่ทำไมหน้าต่างห้องเรามันไม่มีกระจกหว่า ประหยัดงบ ???” สตีฟมองไปทางหน้าต่างห้องที่เขาใช้นอนอยู่ซึ่งมันไม่มีกระจกอยู่ทำให้ลมเย็นๆพัดเข้ามาในห้องจนเขารู้สึกเย็น
ย้อนกลับไปหลายชั่วโมงก่อน
“ทำอะไรน่ะ !!!!!!!!!” ซาร่าตะโกนถามโฟว์เสียงดังหลังจากซาร่าเห็นโฟว์ก้มลงไปจูบที่ปากสามีของเธอที่นอนหลับอยู่บนเตียงและเมื่อโฟว์หันมาไม่รอช้าซาร่ารีบใช้สกิลแรงโน้มถ่วงของเธอเหาะเข้าไปและคว้าร่างของโฟว์พุ่งออกจากหน้าต่างไปทันที
เพร้ง !!! เสียงหน้าต่างแตกก่อนร่างของโฟว์และซาร่าจะพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า
ตุ่บ !! ซาร่าปล่อยร่างของโฟว์ลงบนดาดฟ้าของโรงพยาบาลแน่นอนเธอไม่ได้ปล่อยลงแบบนิ่มนวลแน่ๆแต่โฟว์ก็ไม่เสียทีที่เป็นฮีโร่เลเวลสูงเธอสามารถพลิกตัวยืนลงบนดาดฟ้านั่นอย่างง่ายดาย
“ต้องการอะไรคะ” โฟว์ถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“ยังมีหน้าจะถามอีกเหรอฉันต่างหากที่จะต้องถามเธอ เธอต้องการอะไรกันแน่ถึงทำกับสามีคนอื่นแบบนั้น !!!!!!” ซาร่าถามด้วยความโกรธแต่สิ่งที่โฟว์ตอบกลับมาทำให้ซาร่าฟิวส์ขาดทันที
“ฉันไม่เห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องอธิบายการกระทำของฉันต่อคุณเลยนะคะ” โฟว์ตอบและทันทีที่ซาร่าได้ยินเช่นนั้นเธอก็พุ่งเข้าใส่โฟว์และต่อยเธอทันที
ผัวะ !! ครืด !! ซาร่าต่อยเข้าเต็มๆหน้าของโฟว์จะเธอกระเด็นไถลไปกับพื้นหลายเมตร
“อึก !! คิดจะทำอะไรกันแน่คะ” โฟว์ลุกขึ้นมาก่อนจะถามซาร่าเธอค่อนข้างแปลกใจที่ซาร่าสามารถทำให้เธอกระเด็นจากแรงต่อยได้ทั้งๆที่เลเวลซาร่าน้อยกว่าเธอมาก
“คิดจะทำอะไรงั้นเหรอก็ขอเอาคืนที่เธอมาทำแบบนั้นกับสามีคนอื่นยังไงล่ะถึงจะขอบคุณที่เธอช่วยฉันออกมาจากระเบิดที่หอไอเฟลนั่น แต่เรื่องนี้กับเรื่องนั้นมันคนละเรื่องกันเธอไม่มีสามัญสำนึกเลยหรือไงถึงทำแบบนั้นกับสตีฟทั้งๆที่รู้ว่าสตีฟมีฉันเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายอยู่แล้ว” ซาร่าพูดออกมาก่อนจะประเคนหมัดใส่โฟว์ต่อไม่ยั้งแน่นอนโฟว์ไม่ได้ปล่อยให้ซาร่าต่อยฟรีๆเธอสวนกลับทันที
ผัวะ !! ซาร่าโดนโฟว์ต่อยกลับมาที่จมูกจนเธอหน้าหงายเลือดกำเดาพุ่งออกมา
ผัวะ !! ผัวะ !! ผัวะ !! ผัวะ !! ทั้งคู่แลกหมัดใส่กันไม่ยั้งถ้าใครมาเห็นคงนึกว่าทั้งคู่เป็นนักมวยที่กำลังต่อยกันอยู่ในสังเวียน K-1 ชัดๆ
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
แฮ่ก !! แฮ่ก !! แฮ่ก !! แฮ่ก !! เสียงหอบของผู้หญิงสองคนที่ต่อยกันอยู่บนดาดฟ้าโรงพยาบาลดังขึ้นสลับกันตอนนี้ทั้งคู่นอนหมดสภาพอยู่บนดาดฟ้า
“เลิก...ยุ่งกับ....สตีฟซะ....” ซาร่าพูดก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นและเดินโซเซลงมาจากดาดฟ้าปล่อยให้โฟว์นอนอยู่อย่างนั้นโดยไม่คิดจะฟังคำตอบ
“อึก !! เป็นผู้หญิงที่หมัดหนักจริงๆ” โฟว์ยกมือขึ้นปาดเลือดที่ไหลออกจากจมูกเธอไม่อยากจะคิดถ้าซาร่าเลเวลเท่าเธอล่ะก็เธอจะบาดเจ็บหนักขนาดไหน
ส่วนซาร่าเมื่อเดินลงมาจากดาดฟ้าและเมื่อมีหมอมาพบเข้าก็ต้องตกใจและลากเธอไปทำแผลให้ยกใหญ่
ส่วนโฟว์นั้นซาร่าไม่ได้คิดจะให้หมอขึ้นไปทำแผลให้หรืออย่างไรเพราะจากอาการโฟว์บาดเจ็บไม่มากเท่าไหร่เนื่องจากค่าสถานะของโฟว์นั้นสูงกว่าเธอพอสมควรถึงแม้ซาร่าเธอจะมีสกิลหมัดพลังช้างแต่เธอนั้นไม่ได้ใช้มันกับโฟว์เลย
“ยัยนั่นไม่คิดจะหลบเลยสินะทั้งๆที่ความเร็วของยัยนั่นหลบหมัดเราได้สบาย แถมแต่ละหมัดที่ต่อยกลับมาดูเหมือนจะใส่แรงมาไม่ถึงครึ่งแต่ว่าแต่ละหมัดที่ต่อยมานั้น หึ !!” โฟว์หัวเราะออกมาเบาๆพลางนึกถึงความรู้สึกของโฟว์ที่ส่งมาแต่ละหมัด
แต่ละหมัดที่ยัยนั่นต่อยมาบ่งบอกได้เลยว่ายัยนั่นก็ไม่รู้ตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงต้องจูบสตีฟแบบนั้น แถมยัยนั่นยังไม่รู้ตัวเองเลยว่าทำไมถึงอยากจะพึ่งพาสตีฟแบบนั้นคงไม่เคยมีความรักเลยสินะ ซาร่าคิดในใจ
แต่ฉันก็ยังเกลียดยัยนั่นอยู่ดีคนเป็นเมียที่ไหนจะชอบที่มีคนมาอ่อยสามีตัวเองล่ะจริงมั้ยแล้วฉันก็ไม่ใช่พวกที่ชอบให้สามีมีหลายเมียด้วยสิ ซาร่าคิดก่อนจะหันไปขอบคุณหมอที่ช่วยทำแผลให้ก่อนเธอจะเดินไปเฝ้าสตีฟที่ยังนอนหลับอยู่ในห้อง
กลับมาปัจจุบัน
“รอนานมั้ยสตีฟ !!” ซาร่าเดินเข้ามาพร้อมกับถาดข้าวต้มที่ไปขอจากพยาบาลมา
“ไม่นานหรอกมาวางไว้ตรงนี้สิเดี๋ยวผมกินเอง” สตีฟพูด
“นายมีแรงยกแขนหรือไง” ซาร่าถาม
“แหะๆ ไม่มีแรงเลยแฮะนี่คนเป็นโรคนี้เขาทรมานแบบนี้เลยเหรอเนี่ยไม่เคยรู้เลย” สตีฟหัวเราะแห้งๆหลังจากลองพยายามยกแขนดูแน่นอนสตีฟสามารถยกขึ้นมาได้แต่ต้องแลกกับความเจ็บปวดในกระดูกและกล้ามเนื้อที่ไม่มีแรง
“เอาล่ะฉันป้อนนายเอง” ซาร่าดึงโต๊ะสำหรับวางถาดอาหารที่ติดอยู่กับเตียงออกมาก่อนจะปรับเตียงให้สตีฟนั่งกินได้อย่างสบายๆก่อนจะนั่งลงข้างๆสตีฟ
ฟู่ !!! ซาร่าตักข้าวต้มขึ้นมาและเป่าให้หายร้อนก่อนจะค่อยๆป้อนใส่ปากสตีฟ
“ว่าแต่เรื่องจอมโจรคิดเป็นยังไงบ้างจับมันได้หรือยังเล่าให้ฟังบ้างสิ” หลังจากกินคำแรกไปสตีฟก็เริ่มถาม
“กินไปฟังไปก็แล้วกันนะ” ซาร่าพยักหน้าก่อนจะป้อนคำต่อไปและเริ่มเล่าเรื่องของจอมโจรคิดให้สตีฟฟังและเมื่อเล่าถึงตัวตนจริงๆของจอมโจรคิดสตีฟถึงกับสำลักข้าวต้มออกมาเพราะตกใจ
“แค่ก !! นี่ผู้กองครูสเป็นจอมโจรคิดหรอกเหรอเนี่ยนี่เขาหลอกพวกเรางั้นเหรอบ้าจริงเชียว” สตีฟพูดพลางทำสีหน้าเจ็บใจ
“ใช่หัวหมอใช้ได้เลยล่ะเล่นส่งจดหมายเตือนเพื่อให้ตัวเองสามารถเข้าไปติดตั้งอุปกรณ์และสามารถขโมยชิ้นงานพวกนั้นได้ เป็นจอมโกหกตัวพ่อเลยล่ะ” ซาร่าพูด
“แล้วอย่างนี้ข้อหาของพวกเราล่ะ” สตีฟถาม
“โดนยกเลิกหมดแล้วล่ะไม่ต้องห่วงว่าแต่ทางนายเป็นไงบ้างล่ะไปทำอีท่าไหนถึงบาดเจ็บจนติดไวรัสโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงมาแบบนี้” ซาร่าถามอย่างเป็นห่วง
“ก็พลาดท่าเพราะประมาทนั่นแหละผมเลยโดนเล่นงานดูเหมือนผมจะยังแข็งแกร่งและไม่รอบคอบมากพอ แต่ก็จัดการมันได้ทั้งสองตัว” สตีฟพูดก่อนจะเริ่มเล่าถึงการต่อสู้ของเขาที่ชายแดน
สตีฟเล่าให้ซาร่าฟังเกือบสิบนาที
“พลาดเพราะดันไปกระโดดสินะ ประสบการณ์น้อยก็อย่างงี้แหละ ตอนนายอยู่กลางอากาศน่ะอันตรายมากเพราะนายไม่มีสกิลที่ทำให้เหาะได้แบบฉันดังนั้นจึงไม่สามารถหลบการโจมตีได้ ดีนะที่มีเกราะบินได้นั่นช่วยไว้ไม่นายคงไม่ได้มานั่งกินข้าวต้มอย่างนี้แล้วล่ะมั้ง” ซาร่าพูด
“อืม...ผมคงประสบการณ์น้อยไปจริงๆ ที่ผ่านมาผมคงจัดการสัตว์กลายพันธ์ได้ง่ายมากเกินไปเพราะที่ผ่านมาผมซัดมันไม่กี่หมัดก็จัดการได้หมดแล้ว แต่พอมาเจอกับพวกที่อึดๆ สูสีกันแบบนี้เล่นเอาไปแทบไม่เป็นเลย นี่ถ้าค่าสถานะผมไม่เยอะคงไม่ได้มานั่งกินข้าวต้มแบบที่คุณว่า” สตีฟพูด
“อืม..ถ้าหายแล้วจะเคี่ยวให้หนักเลยเพราะดูทรงแล้วนายไม่น่าจะได้ใช้ชีวิตสงบๆอย่างการเป็นพ่อบ้านแบบแต่ก่อนแล้วล่ะนะ” ซาร่าพูด
“หือจะสอนการต่อสู้ให้ผมงั้นเหรอ” สตีฟถาม
“ใช่ฉันอยากให้นายต่อสู้เป็นเพราะถ้าเกิดมีเรื่องอะไรขึ้นมาฉันจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจที่ไม่ได้สอนเรื่องพวกนี้ให้นายก่อน” ซาร่าพยักหน้า
“อืมเข้าใจแล้ว” สตีฟพยักหน้า
“เอาล่ะคำสุดท้ายแล้วกินเสร็จแล้วก็พักเถอะกลับไปอเมริกาพอถึงที่นั่นแล้วนายน่าจะหายได้ในเดือนสองเดือน นี่ถ้ามีออร์บรักษาอะไรพวกนั้นก็ดีสินายจะได้หายเลย” ซาร่าพูดก่อนจะเอาถาดข้าวต้มไปวางไว้ข้างเตียง
“หือออร์บรักษางั้นเหรอ อ๊ะจริงด้วยมีของแบบนั้นด้วยนี่นาเหมือนตอนที่เราใช้ยาอายุวัฒนะกับซาร่า” สตีฟอุทานออกมาหลังจากได้ยินสิ่งที่ซาร่าพูด
“หือนี่นายใช้ยาอายุวัฒนะกับฉันเหรอ !!!” ซาร่าอุทานเสียงดัง
“ใช่แล้วผมใช้ไปตอนที่เธอโดนพิษที่อยู่ที่โรงเรียนไงล่ะจำได้มั้ย” สตีฟพูด
“อ๊ะตอนนั้นนี่เองฉันนึกว่าอาจารย์วินเซนต์เป็นคนรักษาฉันเสียอีกนี่นายใช้ของแพงแบบนั้นเลยเหรอเนี่ย แล้วที่ใช้กับฉันมันระดับอ่ะไรล่ะเจ้ายาอายุวัฒนะนั่น” ซาร่าถาม
“ก็ระดับ SS น่ะ” สตีฟตอบ
“หา !!!!!!!!” ซาร่าร้องเสียงหลงเพราะระดับ SS นั่นราคามันแพงมากถ้าให้พูดล่ะก็คงราคาหลายพันล้านไม่สิอาจจะหลายหมื่นล้านเลยก็ได้เพราะมันสามารถเพิ่มอายุไขได้ถึงสิบปี
“ร้องเสียงดังทำไมเนี่ยตกใจหมด” สตีฟพูด
“จะไม่ให้ตกใจได้ยังไงล่ะยาอายุวัฒนะนั่นอาจจะขายได้เป็นหมื่นล้านเลยนะ” ซาร่าพูด
“ต่อให้มันขายได้แสนล้านจริงผมก็เลือกที่จะใช้มันอยู่ดีชีวิตของคุณน่ะสำคัญที่สุดรู้มั้ยล่ะ” สตีฟพูด ซาร่าที่ได้ยินสตีฟพูดก็อดยิ้มออกมาไม่ได้
“อ๊ะจริงสิซาร่าช่วยผมเอาซากเจ้าไวเวิร์นสองตัวในกระเป๋านี่ไปชำแหละที่สิดูให้หน่อยว่ามันมีออร์บอ่ะไรนั่นอยู่ในร่างมันหรือเปล่า ถ้าเกิดโชคดีมีออร์บอยู่ในร่างมันผมอาจจะไม่ต้องนอนติดเตียงแบบนี้ก่อนจะกลับอเมริกาก้ได้นะ” สตีฟนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ชำแหละไวเวิร์นสองตัวที่อยู่ในกระเป๋า
“อืมฉันจะเอามันไปที่สมาคมฮีโร่เองหวังว่าคงมีออร์บอยู่ในศพของมันนะ” ซาร่าพยักหน้าก่อนจะหยิบกระเป๋าผ้ามิติของสตีฟขึ้นมา
และขอตัวไปที่สมาคมฮีโร่เพื่อชำแหละมันให้เร็วที่สุดส่วนสตีฟพอเห็นว่าซาร่าไปแล้วก็นอนต่อทันทีเพราะไม่รู้จะทำอะไร
หลายวันต่อมา
เอี๊ยด !! เสียงล้อของรถเข็นผู้ป่วยถูกหยุดลงซาร่ามองเข้าไปด้านในก่อนจะถอนหายใจออกมา
“เฮ้อ.....” ซาร่าถอนหายใจจนสตีฟที่นั่งอยู่บนรถเข็นต้องหันกลับไปถาม
“เป็นอะไรจะได้กลับบ้านแล้วไม่ดีใจหรือไง” สตีฟถาม
“ก็....” ซาร่าไม่รู้จะตอบยังไงเธอแค่ไม่อยากเจอหน้ายัยโฟว์ก็เท่านั้นเองแต่เธอก็เข้าใจว่ามันจำเป็นเพราะโฟว์เป็นคนเดียวในที่นี้ที่จะพาเธอและสตีฟกลับอเมริกาได้ส่วนเจ้าซากไวเวิร์นที่เอามาชำแหละเมื่อหลายวันก่อนน่าเสียดายที่มันไม่มีออร์บอยู่ในตัว ทำให้สตีฟต้องนั่งรถเข็นแบบนี้ต่อไปจนกว่าจะพากลับไปรักษา
ส่วนซากไวเวิร์นนั้นทางฝรั่งเศสได้ซื้อเอาไว้หนึ่งตัวเพื่อเอาไปวิจัยต่อไป
“กลับบ้านกันเถอะผมคิดถึงบ้านจะแย่แล้ว” สตีฟพูดซาร่าพยักหน้าก่อนจะพาสตีฟเข้าไปในอาคารสมาคมฮีโร่
เมื่อเข้ามาในสมาคมฮีโร่หลายคนก็เหลือบมองสตีฟบางคนเคยเห็นสตีฟที่ชายแดนก็มองด้วยความชื่นชมส่วนบางคนยังไม่เคยเจอก็รีบตรวจสอบก่อนจะต้องตกใจจนอ้าปากค้างกับเลเวลของสตีฟที่สูงสองร้อยยี่สิบห้า
แน่นอนซาร่าไม่สนใจเธอตรงไปขึ้นลิฟท์ทันทีและเมื่อมาถึงหน้าห้องเธอก็เคาะประตูห้องของโฟว์แต่ทว่าไม่มีเสียงตอบกลับมาเธอจึงลองเปิดประตูเข้าไปดูและก็เห็นอะไรบางอย่างอยู่กลางห้อง
“หือคุณโฟว์เปิดประตูมิติเอาไว้ให้แล้วเหรอเนี่ย แล้วเจ้าตัวไปอยู่ไหนกัน” สตีฟพูดหลังจากเห็น
“นี่น่ะเหรอประตูมิติ” ซาร่าไม่เคยเห็นจึงถามสตีฟ
“ใช่แล้วล่ะ” สตีฟพยักหน้า
“ถ้าอย่างนั้นไปกันเถอะกลับบ้านกันสตีฟ” ซาร่าพูดก่อนจะเข็นรถเข็นนั่นพาสตีฟเข้าไปทันที
“เดี๋ยวสิไม่รอลาคุณโฟว์ก่อนเรอะ” สตีฟถามแน่นอนซาร่าไม่ตอบแต่เธอเลือกที่จะพาสตีฟเข้าไปในประตูมิตินั่นทันที
วู่บ !! หลังจากสตีฟและซาร่าผ่านประตูมิติไปโฟว์ก็เดินออกมาจากอีกห้องหนึ่งทันที
“ฟู่ว !! กำหนดการล่าช้าไปอีกสองสัปดาห์สินะ แต่ว่านี่เราจะหลบหน้าทำไมกันนะ” โฟว์ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมต้องหลบหน้าเธอส่ายหน้าออกมาก่อนจะนั่งลงที่โซฟาและหยิบหนังสือออกมาอ่านค่าเวลา
จบ...
ตอนต่อไปพบกับซาร่าที่พยายามทำตัวเป็นแม่ศรีเรือนทั้งๆที่ไม่เคยทำมาก่อนในชีวิต !!!!