ระบบสุดยอดเทพเจ้า

    ตอนที่ 42 ภารกิจสังหารผู้บุกรุก

    ทั้งสี่นั้นกำลังเดินทางไปที่จุดรวมตัวของคนจากสำนักต่างๆ “นี่พวกเจ้ามากันแค่สี่คนงั้นเหรอ”ชายวัยกลางคนพูดขึ้นเขาคือาจารย์ของสำนักระดับล่าง เขาเห็นกลุ่มของหวังอีฮังนั้นมีเพียงเปิดประตูบานที่สี่สามคนและเปิดประตูบานที่สามหนึ่งคน


    “ท่านมีธุระอะไรกับพวกข้างนั้นเหรอ”หวังอีฮังถามขึ้น อาจารย์ของสำนักระดับล่างก็แนะนำตัวเอง “ข้าอาจารย์สอนสองจากสำนักไผ่เงิน เป็นสำนักของผู้ฝึกกระบี่” เมื่อหวังอีฮังรู้ว่าสำนักไผ่เงินคือสำนักที่ฝึกกระบี่เขาก็พยักหน้า


    อาจารย์สองที่เห็นท่าทีของหวังอีฮังเขาก็รู้สึกไม่พอใจสักเท่าไหร่ แต่เขานั้นต้องหาคนเพิ่มเพื่อช่วยเหลือศิษย์ของเขา “สำนักท่านสอนกระบี่งั้นเหรอ”เหม่าพูดออกมาอย่างตื่นเต้น ตัวโตและซิลเองก็มีความรู้สึกฮึดสู้ขึ้นมาเหมือนกัน


    “ไหนๆ ก็ไหนๆแล้วข้าจะพาพวกเจ้าไปพบกับศิษย์ข้าก็แล้วกัน” ผู้ที่ฝึกกระบี่นั้นล้วนแล้วแต่แข็งแกร่งกันทั้งสิ้น แม้แต่ตัวตนในตำนานยังกล่าวว่า กระบี่นั้นคือวิถีผู้แข็งแกร่งอย่างแท้จริง 


    อาจารย์สองพาทั้งสี่ไปพบกับศิษย์ของเขา ศิษย์ของเขาแต่ละคนนั้นมีแรงกดดันของกระบี่แพร่ออกมา มันทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกนับถือ “ศิษย์เหล่ายี้คืออัฉริยะของสำนักไผ่เงิน” เมื่ออาจารย์สองแนะเสร็จพวกเหม่าก็เบิกตากว้าง


    “ไมคิดเลยว่าสำนักระดับล่างจะมีรุ่นเยาอัฉริยะเทียบเท่าสำนักระดับกลาง”เหม่าพูดด้วยความรู้สึกตื่นเต้น หวังอีฮังนั้นรู้สึกว่าเหม่านั้นแปลกใจ ตั้งแต่ที่เขานั้นได้ยินคำว่ากระบี่


    จะว่าไปแล้วเซียนอี้นั้นคือผู้ที่ใช้กระบี่นี่ งั้นการที่เหม่านั้นเป็นศิษย์สืบทอด เขาก็จะต้องใช้กระบี่เป็น แต่ในความคิดของหวังอีฮังนั้นสวนทางเขานั้นคิดว่าเหม่าคงถนัดวาดรูปลามกมากกว่า


    “ข้าชื่อเหม่า ข้านั้นอยากจะประลองกระบี่กับเจ้า เจ้ามีชื่อว่าอะไรงั้นเหรอ”ถามถามด้วยความสุภาพ อีกฝ่าที่ถูกเหม่าขอท้าประลองเขานั้นรู้สึกว่าชายคนนี้ต้องบ้าอย่างแน่นอน เพราะเหม่านั้นไม่มีจิตของกระบี่แพร่ออกมาแม้แต่น้อย


    “ถ้าเจ้าอยากจะประลองกับพี่ใหญ่เจ้าต้องเอาชนะข้าให้ได้ก่อน”ศิษย์คนหนึ่งนั้นรู้สึกว่าเหม่านั้นจะอวดดีเกินไปแล้ว ทั้งที่พวกเขานั้นก็มีนะดับบ่มเพาะเท่ากัน แต่เหม่ากับเลือกที่จะต่อสู้กับคนที่มีพลังบ่มเพาะสูงกว่า


    อาจารย์สองในตอนนี้เขานั้นรู้สึกว่าสถานการณ์เริ่มตึงเครียดมากขึ้นเขาเลยพูด “ถ้างั้นก็ให้เขาลองดู”เมื่ออาจารย์สองพูดจบศิษย์ที่มากับเขานั้นก็ไม่รู้สึกพอใจ


    “จะประลองกับข้าหรือไม ไหนๆ อาจารย์ของเจ้าก็เห็นด้วยแล้ว”เหม่านั้นรู้สึกเต้นที่จะได้สู้กับคนเก่งๆ เพราะเขานั้นต้องการพัฒนาฝีมือของตัวเอง


    “ไหนกระบี่ของเจ้า”พี่ใหญ่นั้นพูดอย่างไร้ความรู้สึก เหม่านึกขึ้นได้เขาจึงเปิดประตูบานที่สี่ของตนจากนั้นก็ได้มีจิตของกระบี่โพยพุ่งออกมา และก่อตัวเป็นกระบี่ที่มือของเหม่า พี่ใหญ่นั้นรู้สึกได้ถึงแรงกระบี่ที่ปลดปล่อยออกมา


    “สามารถเก็บจิตกระบี่ไว้ได้ด้วยงั้นเหรอ น่าสนใจ ข้าชื่อเจียงจื๋อซู่” จากนั้นเจียงจื่อก็ชักกระบี่ออกมา จิตกระบี่ของทั้งสองนั้นแข็งแกร่ง ทำให้ศิษย์จากสำนักไผ่เงินนั้นรู้สึกบาดเจ็บตามร่างกายเพราะโดยจิตกระบี่นั้นฟันโดยไม่ทันตั้งตัว


    “หมอนั้นสามารถใช้กระบี่ได้ด้วยงั้นเหรอ และยังสามารถฝึกกระบี่ไปถึงขั้นที่เก็บจิตกระบี่ไว้ได้ แม้แต่อาจารย์สองเองก็ตกใจเหมือนกัน “เจ้าเด็กนี่มาจากสำนักไหนกัน”


    เจียงจื่อและเหมานั้นประลองกระบี่กันไม่มากกว่าร้อยกระบวนท่าแต่ยังไม่มีใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบแม้แต่น้อย จากนั้นทั้งสองก็หยุดประลองไว้เพียงเท่านี้


    “ฮ่าๆ ๆ”


    จากนั่นเจียงจื่อก็หัวเราะออกมา ซึ่งนั้นทำให้ทุกคนนั้นรู้สึกตกใจ ปกติแล้วเจียงจื่อนั้นจะเป็นคนที่เงียบและไม่ค่อยพูดกับใครและยิ่งหัวเราะคนในสำนักนั้นไม่เคยเห็นเขาหัวเราะแม้แต่คนเดียว อาจารย์สองเองก็แปลกใจ


    เหม่าเองก็หัวเราะขึ้นมา”พวกเราไปสำรวจอาณาเขตปีศาจด้วยกันมั้ย” เจียงจื่อพยักหน้า “แน่นอน”เขานั้นพูดอย่างไรความรู้สึกใดๆ


    “งั้นก็ไปกันเถอะ”เหม่าและเจียงจือพูดเกี่ยวกับเรื่อของกระบี่ศิษย์ในสำนักไผ่เงินเองก็ตามเจียงจื่อไป หวังอีฮังซและตัวโตถูกทิ้งไว้ให้เดินตามหลังไป


    “พี่ใหญ่รอข้าด้วย”ตัวโตนั้นวิ่งตามหลังไเหม่าปอย่างรวดเร็ว ซิลและหวังอีฮังมองหน้ากันแล้วหัวเราะออกมา




    ในที่สุดกลุ่มของหวังอีฮังก็พบเข้ากับมอนสเตอร์ปีศาจตัวหนึ่งมันคือ ยอดนักแม่นธนูสเกเลตัล มันยิงลูกดอกธนูออกมา ลูกดอกนั้นมันไม่มีทางพลาดเป้า ครั้งก่อนที่หวังอีฮังแพ้เพราะเขานั้นไม่มีวิธีรับมือ


    เมื่อลูกดอกแห่งความตายพุ่งเขามา เจียงจื่อก็ใช้วิชากระบี่ของเขา เขาฟันไปที่ลูกดอกแห่งความตายและฝ่าครึ่งของมัน รัศมีของกระบี่ยังไม่จบเพียงเท่านี้มันยังพุ่งไปตัดร่างของยอดนักแม่นธนูสเกเลตัลขาดครึ่ง แต่ในครั้งนี้ธนูของยอดนักแม่นธนูสเกลตัลนั้นถูกทำรายไปด้วย จากนั้นก็มีผลึกสีดำลอยออกมาจากร่างของมัน


    ผลึกนั้นเป็นสีดำและมีพลังแห่งความตายประปนอยู่ด้วย เจียงจื่อนั้นเก็บผลึกไว้จากนั้นเขาก็ไปต่อสู้กับปีศาจตัวอื่น เหม่าและหวังอีฮังก็เช่นเดียวกัน พวกเขานั้นเครียเส้นทางได้ประมาณสองลี้และเสียงระบบที่ไม่คลาดคิดก็ดังขึ้น


    [เมื่อท่านสังหารผู้บุกลุกคนอื่นท่านจะได้รับคะแนนเพื่อแลกเป็นรางวัล] จากนั้นก็ได้มีป้ายรายการปรากฏขึ้น และสมารถแลกได้ในทันทีด้วย จากนั้นเสียงโหยหวนของคนที่มาสำรวจก็เริ่มดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง


     

    คล้ายกับเรื่องระบบสุดยอดเทพเจ้า ที่คุณอ่าน