[New Life] อิสระของชีวิต

    [56] ดีเกินไป

    [56] ดีเกินไปคำเตือน มีฉากโหดร้ายอยู่บ้างเล็กน้อย ขวัญอ่อนทำใจก่อนอ่านนิดหน่อยนะคะ
    “มึง----!! มึงแม่ง-แม่ง-ทำได้ไงวะ!?”“อะไร ใจเย็นก่อน มีไรก็ค่อยๆ พูดค่อยๆ จาสิ เอ้า หายใจลึกๆ ตั้งสติก่อน”เซ็ทยันหลังคิวให้เดินกลับไปนั่งที่ คิวที่ดูจะสติแตกหายใจเข้าเฮือกใหญ่ หลับตาตั้งสติเป็นนาทีก่อนจะหันกลับมาคว้าคอเสื้อเซ็ทไว้แน่น ดวงตาจับจ้องมาราวกับต้องการค้นหาถึงคำโกหก“มึงทำได้ไง มึงท็อปได้ยังไง วันสอบมึงมีเวลาสอบวิชาละชั่วโมง แต่มึงทำคะแนนเต็มทุกวิชา มึงทำได้ไง มึงโกงรึเปล่า บอกกูมานะ!!”ได้ฟังดังนั้นเซ็ทก็ร้องอ๋อยาวๆ เข้าใจแล้วว่าทำไมโผล่หน้ามาโรงเรียนปุ๊บ ก็เจอคิวโดดเข้าใส่ทำหน้าเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อกันได้ลงคอ มือหนาออกแรงยันเข้าที่ปลายคางจนคิวหน้าหงาย ก่อนจะเดินกลับไปนั่งยังที่นั่งของตัวเอง“ไร้สาระน่าคิว ก็แค่สอบจะโกงไปทำไม แค่จำที่เขาสอนได้หมดก็ทำคะแนนเต็มได้แล้ว นายก็ลองดูสิ”“โหย กล้าพูดนะมึงอ่ะ คนอื่นเขามีแต่เฉียดตก มึงมาท็อปคะแนนเต็มทุกวิชาอยู่คนเดียว ตอนประกาศคะแนนเพื่อนในห้องอึ้งแค่ไหนมึงไม่รู้หรอก”“ขนาดนั้นเลย?”เซ็ทฟังแค่ผ่านๆ ไม่ได้สนใจว่าเพื่อนร่วมห้องจะมองเขาเป็นตัวประหลาดทำให้ไม่มีคนกล้าเข้าใกล้ จริงๆ แล้วถ้าเพื่อนในห้องจะไม่เข้ามายุ่งกับเขาก็ถือว่าเป็นพระคุณอย่างสูง สบายหูสบายตาขึ้นเยอะ“จารย์เข้าแล้วปลุกด้วยนะ วันนี้อยู่เรียนได้สามคาบเดี๋ยวก็ต้องไปละ”“เออได้ พ่อศิลปินคิวทอง มาโรงเรียนเพื่อมานอนสิท่า”เซ็ทไม่ได้ตอบรับแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ ฟุบหน้านอนลงกับโต๊ะแล้วตั้งท่าหลับในเวลาเพียงชั่วครู่ หากจะบอกว่าง่วงมันก็ง่วงอยู่หรอก แต่ที่ต้องจงใจหลับให้เห็นแบบโจ่งแจ้ง เพราะไม่ต้องการให้มีใครหน้าไหนเข้ามาขอถ่ายรูปขอลายเซ็นต์จนกลายเป็นความวุ่นวาย ...น่าจะเข้าใจใช่มั้ยว่าถ้ามีคนเปิด มันก็จะมีคนต่อๆ ไปตามมา แล้วมันก็จะไม่จบไม่สิ้นเสียที ไม่ให้โอกาสใครได้เปิดเลยนั่นแหละ ตัวเลือกที่ดีที่สุดล่ะ“อ้าว นายอคิราห์ มาเรียนได้แล้วเหรอ?”“ครับอาจารย์ คะแนนสอบผมเป็นยังไงบ้างครับ พอใช้ได้มั้ย?” เซ็ททำหน้างัวเงียถามเสียเบาราวลูกแมว“ก็กล้าถามมาได้เนอะ ลองถามเพื่อนๆ เธอดูสิ”อันเนื่องมาจากคราวก่อนเซ็ทก็คว้าคะแนนเต็มทุกวิชามาครั้งหนึ่งแล้ว อาจารย์ศิริเพ็ญเลยมองดุๆ แกมหยอกล้อเสียมากกว่า เซ็ทจึงหัวเราะตอบกลับพอให้ผ่อนคลาย ที่ต้องถามเพราะเกรงประเด็นโดนหาว่าลอกข้อสอบจนกลายมาเป็นชื่อเสียแบบไม่รู้ตัวซะมากกว่า“วันนี้อยู่ได้กี่คาบ?”“สามคาบครับ เดี๋ยวต้องไปทำงานต่อ”และเนื่องจากในสังคมไทยจะชื่นชมคนที่สามารถแบ่งเวลาและทำทุกอย่างได้รอบด้านมากกว่าเก่งด้านใดด้านหนึ่ง นั่นจึงเป็นหนึ่งในสาเหตุที่เซ็ทยังต้องเจียดเวลามาโรงเรียนก็เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของตัวเองไว้ ป้องกันไม่ให้บุคคลภายนอกหาว่าเขาเอาแต่ทำงานจนละทิ้งการเรียน “งั้นไว้ขนการบ้านกลับไปทำก็แล้วกัน งานเยอะมันก็ดี ยินดีด้วย แต่อย่าทิ้งการเรียนเชียวล่ะ”“ครับผม” ...เห็นมั้ยว่าก็หนีคำพูดแบบนี้ไม่พ้นไง...หลังจากเปิดตัวซิงเกิ้ลใหม่ ชื่อของเซ็ทก็เริ่มเป็นที่รู้จักในต่างประเทศมากขึ้น อย่างไรก็ตามที่สำคัญที่สุดคือเพลงของเซ็ทถูกแชร์โดยนักร้องอันดับท็อปห้าของโลกที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง พร้อมแคปชั่นง่ายๆ ว่า ‘ชอบ’ เท่านั้นแหละ จากชื่อเสียงระดับทั่วไปที่พอเป็นที่รู้จักกันในกลุ่มคน เลยกลายเป็นโด่งดังชั่วข้ามคืนอย่างไม่ทันตั้งตัวเพียงสามวัน เพลงใหม่ก็มียอดผู้ชมก็พุ่งทะลุเกินห้าสิบล้านครั้ง ยอดติดตามไอจี Zet_Akira ของเซ็ทเองก็เกือบจะถึงเจ็ดล้านคนแล้ว แน่นอนว่ายังคงขยับเพิ่มอยู่เรื่อยๆ เมื่อมีคนดูผลงานหนึ่ง ผลงานอื่นๆ ก็จะถูกดูกันต่อๆ ไป คลิปโคฟเวอร์ทั้งหลายทั้งร้องและเต้นต่างมียอดที่พุ่งสูงขึ้น แม้กระทั่งผลงานซีรี่ย์เรื่องโลกสีดำก็กลายมาเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์กันอีกหน ด้อมโพลาริสกลายเป็นด้อมสากลที่มีบรรดาแม่ๆ จากหลากหลายประเทศเข้าร่วมด้วย{ผมทำดีใช่มั้ยล่ะ?}“ดีเกินไป ไม่ได้ไปแฮ็กโซเชียลเขาแน่นะ”{แน่สิครับ ก็แค่ขึ้นผลงานของคุณบ่อยๆ จนอีกฝ่ายต้องกดดูจนได้ก็เถอะ แต่ที่แชร์น่ะเขาทำของเขาเองนะ ผมไม่ได้ทำ ภูมิใจในผลงานของตัวเองเถอะครับที่อันดับท็อปห้ายังให้การยอมรับ}“เฮ้อ เห็นเค้าความวุ่นวายมาแต่ไกลเลยสิน่า”เซ็ทปิดช่องข่าวต่างประเทศ หันกลับมาดูนิตยสารในมือแทน หลังจากนั่งเฝ้าห้องประธานแทนเจ้าของได้พักใหญ่ คนที่รอก็มาถึง ลุงโชคยิ้มแป้นหัวเราะร่า ใบหน้ามีแต่ความสุข ดูอารมณ์ดีจนน่าหมั่นไส้“ว่าไงหลานชาย มาถึงนานรึยัง กินขนมหน่อยมั้ย?”“ลุงไม่ได้เรียกผมมาเพื่อกินขนมหรอกมั้ง เข้าเรื่องเลยเถอะ”ลุงโชคไม่นำพาใบหน้าหงุดหงิดของเซ็ทด้วยเพราะกำลังอารมณ์ดีมาก เอกสารปึกหนาถูกวางลงตรงหน้าศิลปินชั้นยอดที่เขาเป็นคนผลักดัน“แบรนด์อุปกรณ์กีฬาชั้นนำของเยอรมัน อยากให้เอ็งทำหน้าที่พรีเซนเตอร์ในไทยคนต่อไป มีการจัดคัดเลือก แต่ก็วางตัวเอ็งไว้แน่ๆ แล้ว แบรนด์ชั้นอ๋อง ชั้นนำระดับโลก โครตคุ้มค่า ว่าไง?”“ว่ามาขนาดนั้นก็ต้องรับอยู่แล้วไม่ใช่รึไง แต่อยู่ๆ ก็มาเสนองานให้ เพราะข่าวช่วงนี้เหรอ?” เซ็ทหยิบเอกสารปึกหนาที่ลุงโชคส่งให้ขึ้นมาเปิดอ่านผ่านๆ ต้องยอมรับจริงๆ ว่าอำนาจของคนดังนี่สุดยอด แค่แชร์ครั้งเดียวถึงกับเปลี่ยนกำหนดการหลายๆ อย่างของเซ็ทใหม่ได้แทบทั้งหมด“ก็ไม่ผิดหรอก จริงๆ แล้วทางนั้นสนใจเอ็งตั้งแต่มีคลิปเล่นบอลหลุดมาแล้ว เพียงแต่ตอนนั้นชื่อเสียงมันยังไม่ถึง แต่ตอนนี้ต่างกัน ทางฝั่งยุโรปกำลังเล่นข่าวเอ็งกันให้แซ่ด ในไทยเลยยิ่งไม่ต้องพูดถึง สื่อนี่ปั่นกันมันส์หยด ดาราอื่นมีหน้าแห้งกันบ้างล่ะ”“แล้ว...ยังมีงานอื่นอีกสิท่า?” เซ็ทว่าพลางเหล่ไปยังปึกเอกสารที่กองสุมอยู่ด้านหลัง“ก็นะ ค่อนข้างเยอะจนเลือกแทบไม่ไหวเลยล่ะ”“เอาเถอะ ตามนั้น งานไหนน่ารับก็รับ ฝากลุงจัดตารางตามเดิมนั่นแหละ หมดเรื่องแล้วก็ขอตัวไปเคลียร์ตารางงานเก่าก่อนล่ะ” “เดี๋ยว อย่าลืมนะว่าเดือนหน้ามีคัดตัวงานเดินแบบ ถ้างานที่ทำตอนนี้มันหนักไปต้องรีบบอกรู้มั้ย อย่าฝืนจนล้มป่วยเด็ดขาด ผิดสัญญาก็แค่จ่ายเงินชดเชยนิดหน่อยไม่เป็นไรหรอก เข้าใจนะ งานเล็กๆ น้อยๆ ปฏิเสธไปบ้างก็ไม่ได้มีปัญหามากนักหรอก”“จำได้น่า งานน่ะรับแล้วก็คือรับ ไม่จำเป็นก็ไม่คิดจะผิดสัญญาจ้างหรอก ชื่อเสียงจะเสียหายเปล่าๆ ตอนนี้ชื่อมันก็แค่มีกระแส แต่ยังไม่เกาะลมบน ลุงเองก็น่าจะเข้าใจดีนี่”เซ็ทว่าพลางลุกขึ้นยืน นึกย้อนไปยังตารางงานนรกแล้วก็รู้สึกเหนื่อยใจไม่น้อย แต่จะให้เอาชื่อเสียงที่พึ่งได้รับมาไปแลกกับชื่อเสียก็กระไรอยู่ ขืนปฏิเสธงานเก่าคงได้ถูกหาว่าดังแล้วหยิ่งไม่รับงานเล็กๆ หรืออื่นๆ อีกมากมายที่จะตามมาเป็นกระบุงโกย ...ถ้าเป็นแบบนั้นอย่าว่าแต่จะไปโด่งดังในต่างแดนเลย ในประเทศบ้านเกิดก็ดับไม่มีติดแน่ๆ ตัวเลือกเดียวที่เหลืออยู่และเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดก็คือเคลียร์ทุกงานที่เคยดีลไว้แล้วให้หมด แล้วรับงานดีๆ เพิ่มมาเรื่อยๆลุงโชคมองปึกเอกสารในมือแล้วทำหน้าหงอย ดีใจที่ได้งานใหญ่ก็ดีใจ แต่อีกใจก็รู้สึกผิดที่ทำให้คนที่เอ็นดูเหมือนลูกหลานต้องมาเหนื่อยวิ่งตามความฝันของเขาให้“ขอโทษด้วยนะเซ็ทที่วางตารางไว้ไม่ดีพอ”“ช่วยไม่ได้นี่ลุง ใครจะรู้ว่าอยู่ๆ ก็จะได้กระแสจากนักร้องระดับโลก ลุงแค่หางานที่ดีที่สุดที่จะสร้างชื่อให้ผมได้ไวที่สุดก็พอแล้ว เรื่องงานน่ะผมจะทำออกมาให้ดีที่สุดเอง”‘ถ้าจะโทษก็น่าโทษคนสร้างกระแส จริงมั้ยโร?’{ทำงานดีเกินไปก็ผิดเหรอ?}


    [ยานั่น เป็นยังไงบ้างคะ คนที่กินมีผลข้างเคียงอะไรรึเปล่า?]“ทำไมคุณต้องทำเหมือนผมไปวางยาฆ่าคนตายด้วยล่ะเนี่ย บอกไปแล้วไงว่ายาที่คุณลุงคุณผลิตมาไม่ได้มีข้อผิดพลาด กินไปก็ไม่ตายหรอกน่า”เซ็ทว่าพลางทำเสียงหงุดหงิด ถึงกระนั้นก็อดรู้สึกประทับใจไม่ได้ที่อีกฝ่ายออกจะกลัวเขาแต่ก็ยังติดต่อมาถามไถ่เรื่องยาที่เซ็ทไปขู่กรรโชกมาใช้ก่อนเวลา ดูแล้วไลล่าจะเป็นห่วงคนที่ได้ยาตัวนั้นไปกินเสียเหลือเกิน ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้รู้จักมักจี่อะไรกันแท้ๆ“คุณมีเรื่องจะถามแค่นี้เหรอ?”[อ๊ะ ค่ะ หลักๆ ก็แค่นี้ล่ะค่ะ ขอโทษด้วยที่ติดต่อมารบกวนนะคะ]ปลายสายว่าเสียงสั่น ลุกขึ้นยืนโค้งตัวไปมาราวกับเซ็ทยืนอยู่เบื้องหน้า ถึงเซ็ทจะมองภาพนั้นจากกล้องวงจรปิดอยู่ก็จริง แต่มันก็เป็นภาพที่ดูแล้วน่าตลกไม่ใช่น้อย เซ็ทเลยหัวเราะอยู่ในลำคอเบาๆ แต่ก็มากพอให้ปลายสายอายจนหน้าแดงแปร๊ด“ไม่เป็นไร ก็ไม่ได้รบกวนอะไรมากมาย”[คุณหัวเราะเหรอคะ นี่แอบดูฉันอยู่อีกแล้วสินะคะ บ้าที่สุดเลย]“คุณก็ไม่ได้ทำอะไรไม่ใช่เหรอ แล้วผมจะหัวเราะคุณไปทำไม จะว่าไปช่วงนี้มีศิลปินคนหนึ่งที่กำลังเป็นที่พูดถึง คุณคิดว่าเขาเป็นยังไง?” เซ็ทเบี่ยงประเด็น ถึงจะโดนด่าแล้วไม่สะทกสะท้าน แต่ก็ไม่ได้อยากโดนหาว่าโรคจิตบ่อยๆ หรอก แล้วไลล่าก็ซื่อพอที่จะโดนชักจูงให้เบี่ยงเบนความสนใจได้ไม่ยาก[ศิลปิน? คนไหนคะ ช่วงนี้ฉันยุ่งๆ เลยไม่ค่อยได้ตามข่าวนัก ต้องขอโทษด้วยค่ะ]“เซ็ท อคิราห์ เด็กหนุ่มเจ้าของเพลงที่นักร้องระดับท็อปช่วยแชร์เพลงเขา คุณพอจะเคยได้ยินมั้ย?”[อ๋อ ได้ยินผ่านๆ มาอยู่บ้างค่ะ เรื่องหน้าตาก็ไม่เลวนะคะ เพลงก็ถือว่าใช้ได้เลย เพียงแต่เรื่องชื่อเสียงยังดูอ่อนไปหน่อย น้องเขาถือว่ายังเป็นพวกมือใหม่ในวงการนี้พอสมควรเลย เขาคือคนที่คุณอยากดึงมาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์เหรอคะ?]“ก็นะ เล็งๆ ไว้อยู่บ้าง ยังไงแบรนด์ที่คุณจะสร้างก็ถือว่าเป็นแบรนด์ใหม่ ใช้คลื่นลูกใหม่ก็ถือว่าเป็นภาพลักษณ์ที่เข้ากันได้ เหมาะกับเด็กวัยรุ่นดีด้วย ผมว่าเขาใช้ได้” เซ็ททำการอวยตัวเอง[ฉันไม่ปฏิเสธว่าเขาน่าสนใจ เพียงแต่ถ้าเขามีกระแสแค่วูบเดียวแล้วดับมันไม่คุ้มค่าค่ะ ขอรับไว้พิจารณาในฐานะตัวเลือกไปก่อนก็แล้วกันนะคะ คุณจะรับได้รึเปล่า?]แม้ว่าเสียงจะสั่นด้วยความหวาดกลัวอยู่บ้าง แต่หญิงสาวก็กล่าวอย่างหนักแน่นและจริงจัง ราวกับว่าไม่อนุญาตให้เซ็ทคัดค้านการตัดสินใจนี้ของเธอ ซึ่งเซ็ทก็ไม่ได้ค้านอะไรตามที่เธอต้องการ เพราะอย่างไรเสียงานที่ว่าก็ยังมาไม่ถึง ยังมีเวลาเหลือพอให้เซ็ทสร้างชื่อให้ตัวเองได้อีกมาก ให้ถึงขนาดที่ว่างานนี้จะเป็นคนอื่นไปไม่ได้นอกจากเขา“แน่นอน จะเก็บไว้พิจารณาในฐานะตัวเลือกไปก่อนก็ไม่มีปัญหาอะไร”[ขอบคุณมากค่ะ อ๊ะ ครีมบำรุงที่ผลิตล็อตแรกถ้าผ่านการทดสอบแล้ว คุณจะรับไปใช้บ้างมั้ยคะ ถ้าคุณต้องการฉันจะเตรียมดำเนินการจัดส่งให้ทันทีค่ะ]“เอาสิ แต่ขอสำหรับสามคน จะมีปัญหารึเปล่า”[ไม่มีปัญหาค่ะ จะสำหรับกี่คนก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ถ้าเกิดต้องการสินค้าตัวไหนเป็นพิเศษก็บอกได้ทันที เพราะอย่างไงซะคนที่ทำให้มันเกิดขึ้นได้ก็คือคุณ]“งั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้นวันนี้ผมขอตัวก่อนล่ะ คุณไม่มีธุระอะไรพิเศษแล้วนี่จริงมั้ย?”[ค่ะ...เอ่อ ราตรีสวัสดิ์]{มีสาวบอกราตรีสวัสดิ์ด้วยล่ะ กิ้วๆ}เสียงสายตัดไปไม่ทันถึงสองวิ ผู้ช่วยจอมแซะขยันขยี้ก็โผล่เสียงออกมาแซะราวกับจะหาซีนให้ตัวเอง เซ็ทเดินลงจากเตียงก่อนจะหยิบผ้าขนหนูมาถือแล้วเดินหายเข้าห้องอาบน้ำ“ไร้สาระน่ะโร มันก็ไม่ต่างอะไรจากบอกบายนักหรอก นี่ข้อมูลเป็นไงบ้าง?”{เรียบร้อยครบถ้วนแล้ว เตรียมหลักฐานและข้อมูลปลอมอื่นๆ ไว้พร้อมสรรพ ทำการตรวจสอบทุกอย่างเสร็จสิ้น รอคุณยืนยันอีกหนก็สามารถปฏิบัติการลงมือช่วยเหลือได้ทุกเมื่อ}ผู้ช่วยจอมแซะเปลี่ยนตัวเองเข้าสู่โหมดทำงานตามภาวะอารมณ์ของเซ็ทได้ไวซะยิ่งกว่ากิ้งก่าเปลี่ยนสี เซ็ทถอดเสื้อผ้าออก ก่อนจะหมุนฝักบัวให้น้ำไหลผ่านศีรษะ ดวงตาคมยังคงจดจ้องไปยังจอโปร่งแสงเบื้องหน้า“เยอะกว่าที่คิดนะ”{ผมไม่เสนอให้ไปทุกที่}“ไปทุกที่คงต้องใช้เวลาสักอาทิตย์ อีกอย่าง ขืนทำลายมันทุกแห่งระบบอะไรต่อมิอะไรก็จะหยุดชะงักเอา และที่สำคัญที่สุดคือขี้เกียจ เพราะงั้นไม่ทำหรอก”{งั้นคุณจะไปคืนนี้เลยรึเปล่า?}เซ็ทสะบัดน้ำที่เกาะอยู่ตามเส้นผมและใบหน้าออกจากตัว หยิบผ้าขนหนูมามัดปมที่เอวไว้ลวกๆ ใบหน้าหล่อเหลาเสี้ยวหนึ่งราวกับถูกปกคลุมอยู่ในความมืด ดวงตาเป็นประกายเรืองรองราวกับนัยน์ตาของสัตว์ร้ายที่เฝ้ารอวันที่จะได้หลุดออกจากกรง...เวลานี้มัดกล้ามเนื้อเรียงตัวสวยมีหยดน้ำเกาะพราวระยับ ยังไม่น่าดึงดูดเท่าสายตาที่ดูจะอันตรายยิ่งกว่าเปลวเพลิงที่เปล่งประกายสีทองอร่าม“ถามทำไมล่ะโร เวลาว่างยิ่งมีน้อยๆ อยู่ รีบเคลียร์งานให้เสร็จไปทีละอย่างดีกว่า”...งานเก่า รับไว้แล้วก็ต้องทำจริงมั้ย?...ช่วงเวลาที่ปล่อยผ่านมา ไม่ได้ปล่อยให้มันผ่านไปเฉยๆ โดยไม่ได้เตรียมตัวอะไรไว้หรอกนะ ในเมื่อคิดจะลงทุนยื่นมือเข้าไปพัวพันแล้ว ก็ต้องกอบโกยผลประโยชน์ให้มากที่สุดสิถึงจะถูก...ประเทศก็ประเทศสิ ถ้ามันวุ่นวายนักก็ไม่เห็นต้องไปสนใจมันเลย


    “ลูกพีช ทำอะไรอยู่น่ะ”“อะ...เปล่าคะ ไม่ได้ทำอะไร แค่...เหม่อๆ นิดหน่อย”“วันนี้พวกเราโดนบังคับเข้าไปดูห้องทดลองนะ ฉันรู้ว่าเธอไม่อยาก ฉันก็เหมือนกัน แต่รีบไปเถอะ ขืนเธอโดดจะโดนอะไรบ้างก็ไม่รู้ ที่แน่ๆ มันต้องไม่ได้ดีไปกว่าตายชัวร์ๆ”มือบางของหญิงสาวถูกเพื่อนร่วมงานกึ่งจูงกึ่งวิ่งไปตามทาง เรียวปากอิ่มเม้มแน่นยามที่รู้ว่าต้องเข้าไปในห้องนั้นอีกครั้ง แม้จะไม่ได้เป็นคนทดลอง ไม่ได้เป็นคนที่ถูกทดลอง แต่เธอก็หวาดกลัวในห้องๆ นั้นยิ่งกว่าอะไร แล้วพอเธอยิ่งกลัว ผู้ใหญ่ในศูนย์ก็ยิ่งใช้ห้องนั้นมาเป็นตัวข่มขู่เธอ...ไม่เข้าร่วมก็ต้องดู ดูซะให้แม่นว่าหากหนี จุดจบของตัวเองก็จะเป็นที่ตรงนั้น หากงานไม่คืบหน้า หน้าที่ในฐานะนักวิทยาศาสตร์ก็อาจจะจบลงและเป็นได้เพียงตัวทดลองไร้ค่า“ขอโทษที่พวกเรามาสาย”“มาแล้วก็นั่งลง เราจะเริ่มทดสอบขั้นต่อไปกันแล้ว”“กรี๊ดดดดดด----------!!” ยังไม่ทันจะได้หย่อนก้นลงบนที่นั่ง เสียงกรีดร้องโหยหวนก็ดังสนั่น ลูกพีชสะดุ้งโหยง กัดปากปิดตาแน่นด้วยความกลัว หากไม่ติดว่ามือบางของเธอถูกเพื่อนร่วมงานจับไว้แน่น เธอคงยกมือขึ้นมาปิดหูด้วยแล้ว“อย่าหลับตา ดูซะว่าเราทดลองกันยังไง ไม่ว่าจะสำเร็จหรือล้มเหลว เจ้าพวกนี้ก็เป็นวัตถุดิบชั้นยอด เป็นแหล่งข้อมูลชั้นดีของพวกเรา ดูซะ บอกให้ดู!!”“ฮึก-! ...คะ...ค่ะ”มือเรียวของเจ้าหน้าที่ชั้นสูงในห้องทดลองที่ลูกพีชสุดจะเกลียดสุดจะกลัวคว้าเข้าที่คางของเธอ เหล็บแหลมสีแดงสดจิกเข้าผิวเนื้อจนแสบผิวยิบๆ เสียงตะโกนดังก้องอยู่ข้างหู หญิงสาวน้ำตารื้นตัวสั่นงกๆ ได้แต่รับคำอย่างกล้ำกลืน ฝืนใจลืมตามองภาพเบื้องหน้า“ดี เธอเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงของพวกเราในอนาคต ต่อให้ไม่ชอบ เธอก็ต้องดู เพื่อที่ว่าสักวัน เธอจะได้ทำหน้าที่ตรงนี้ได้ เข้าใจนะเด็กดี”“...อะ...ฮึก...ค่ะ”ลูกพีชไม่รู้ว่าอีกฝ่ายถูกอกถูกใจอะไรในตัวเองนัก ถึงได้ต้องถูกลากมาเข้าห้องทดลองในเวลาที่ผู้หญิงคนนี้อยู่ทุกทีไป และทุกครั้งที่เธอต้องมานั่งอยู่ตรงนี้ เธอก็จะถูกบังคับให้ถ่างตามองความโหดเหี้ยมราวกับไม่ใช่มนุษย์ไปจนกว่าจะจบ[กำลังทำการปอกครั้งที่ร้อยเจ็ดสิบสี่]“กรี๊ดดดดดด-------!! ไม่! ไม่! ไม่! ม่ายยยยยย!!”ผิวเนื้อของคนที่ถูกจัดเป็นวัตถุดิบทดลองค่อยๆ ถูกลอกออกอย่าปราณีต ปาดแล้วปาดอีกจนลึกเห็นกระดูก เลือดสีแดงสดหยดย้อมไปทั่วเตียงกว้างไหลหยดลงบนพื้นขาว ร่างแบบบางถูกจับมัดแขนขาสี่ทิศเพื่อให้ง่ายแก่การจัดการ ปากเล็กๆ ยังคงส่งเสียงกรีดร้องไม่เป็นภาษา แต่ไม่ว่าจะร้องไห้อ้อนวอนอย่างไร ก็ไม่มีคนช่วยเหลือ ...หรือต่อให้มีคนอยากจะช่วยเหลือ ก็ช่วยไม่ได้ ได้แต่ร้องไห้กล่าวโทษชะตากรรมไปจนกว่าจะตาย[ทำการฉีดอนุภาคสสารเพื่อทดสอบการฟื้นฟูตัวเอง ในระยะเวลารอผลจะเริ่มดำเนินการกับตัวทดลองตัวต่อไป]“อย่า...อย่านะ...ฆ่าฉัน...ฆ่าฉันเถอะ!!”[ทำการตัดนิ้วมือและนิ้วเท้า]“ม่ายยยยยยยยยยยยย--------------!!!”เตียงที่ขึงตัวทดลองคนใหม่ถูกพาเข้ามาแทนที่คนเก่า แล้วเรียวนิ้วยาวถูกกรรไกรตัดกระดูกค่อยๆ ตัดออกไปทีละนิ้ว จนกระทั่งนิ้วมือทั้งสิบไม่หลงเหลืออยู่ นิ้วเท้าทั้งสองข้างก็เช่นกัน[ทำการฉีดอนุภาคสสารสกัดรูปแบบที่สามสิบสามเพื่อทดสอบการฟื้นฟูตัวเอง ในระยะเวลารอผลจะเริ่มดำเนินการกับตัวทดลองตัวต่อไป ทำการควักลูกตาและตัดลิ้น]“อ๊ากกกก...อั่ก------!!!”ลูกนัยน์ตาถูกดึงออกจากเบ้า เส้นประสาทและเลือดยังคงติดออกมาเป็นยวง ลิ้นหนาถูกกระชากออกจากปาก ถูกมีดกรีดจนเป็นริ้วๆ เลือดไหลท่วมไปตามคางภาพความโหดร้ายยังคงปรากฏอยู่เบื้องหน้า วิธีการทรมานนานานับประการถูกขุดขึ้นมาใช้ไม่รู้จักจบจักสิ้น หากไม่ขาดใจตายไปเสียก่อนก็ยังต้องอยู่ในห้องนั้นไปจนกว่าจะตาย ในห้องกระจกบานใสที่น่าสะพรึงกลัวนั่น ไม่มีอะไรที่ทำให้หนีจากนรกตรงนั้นได้นอกจากความตายอย่างเดียว“...หะ-โหดร้าย...ทำไมต้องทำอะไรแบบนี้ด้วยคะ?” หญิงสาวว่าเสียงสะอื้น หยาดน้ำตาไหลรินไม่หยุด ปลายเท้ามีกองของเสียที่เธอพึ่งแหวะออกมาเพราะทนไม่ได้หลายๆ คนในห้องนี้ต่างก็มีคำถามเดียวกับเธอยู่ในใจ หากแต่พวกเขาเลือกที่จะไม่พูดออกมา เพราะหากให้เทียบระหว่างนั่งดูภาพพวกนี้ซ้ำๆ กับลงไปเจอเอง ไม่ว่าใครก็คงเลือกที่จะนั่งดูดีกว่า“ทำไมน่ะเหรอ เพราะเราจำเป็นต้องทดสอบยังไงล่ะ ผู้ที่มีกิ๊ฟมีร่างกายที่พิเศษกว่าชาวบ้านธรรมดาเขาเยอะ เราเลยต้องรู้ให้ได้ว่าอนุภาคสสารนั่นทำอะไรได้บ้าง เมื่อไหร่ที่เราได้ขอบเขตของมัน การวิจัยก็จะก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดเลยเชียวนะ”“แต่นี่น่ะ...มันไม่เรียกว่าการทดลองแล้ว...”“ทดลองสิ มันเป็นการทดลอง แค่เปลี่ยนจากทดลองกับสัตว์มาเป็นทดลองกับคนเท่านั้นเอง มันก็ทดลองเหมือนกันไม่ใช่รึไง”ใบหน้าผอมว่าพลางยิ้มระริกระรี้ ดูๆ ไปไม่ต่างอะไรจากคนโรคจิตที่อยากจะเห็นคนหลั่งเลือด เธอเดินเข้าไปในห้องกระจก ปลายเล็บกรีดไปตามกรอบหน้าของคนที่พึ่งสูญเสียลูกตาและลิ้นไป“ถ้ามีคนมีกิ๊ฟประเภทรักษา ทำอะไรก็ไม่ตาย งานวิจัยคงไปได้ไกลกว่านี้มาก นี่อะไร มีคนมีกิ๊ฟไปก็เอามาใช้ตามใจอยากไม่ได้ซะอย่างนั้น น่าเบื่อจริงๆ”“คุณ...ก็แค่สนองตัณหาตัวเองเท่านั้นแหละ”ลูกพีชปากคอสั่นมองอีกฝ่ายหยิบลูกตาที่พึ่งถูกควักขึ้นมาหมุนเล่นไปมา เธออดทนมาตลอด แม้จะไม่ได้ไปเจอนรกด้วยตัวเอง แต่การต้องมาเห็นภาพอะไรแบบนี้ซ้ำๆ มันก็จวนเจียนจะถึงขีดจำกัดแล้ว...เมื่อไหร่จะมาถึง ความช่วยเหลือที่รอคอยอยู่ ใครก็ได้ ช่วยทำลายนรกแห่งนี้ที!คำภาวนาที่ดังก้องอยู่ภายในจิตใจดูจะส่งถึงใครบางคน เสียงสัญญาณเตือนภัยดังก้องทั่วทั้งฐานอย่างกระทันหัน เหล่านักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย และทุกๆ คนในฐานต่างก็สะดุ้งกันเป็นแถบๆลูกพีชเงยหน้ามองแสงกระพริบสีแดงที่ส่องสว่างไปทั่วแล้วฉีกยิ้มยินดี เธอไม่เคยรู้มาก่อนว่าตัวเองจะยิ้มได้กว้างขนาดนี้ ความช่วยเหลือที่ร้องขอไปผ่านทางไวรัสคอมพิวเตอร์ที่ใครก็ตามปล่อยมายังคอมของเธอ ในที่สุดก็มาถึง......เธอไม่รู้หรอกว่าอีกฝ่ายคือใคร ประเทศไหน หน่วยงานอะไร ขอแค่เรื่องบ้าๆ ทุกวันนี้จบลงได้ก็เพียงพอแล้ว ต่อให้ชีวิตเธอจะต้องจบไปในวันนี้ด้วยก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย“เกิดอะไรขึ้นกัน รีบทำการย้ายตัวทดลอง เก็บรักษาผู้มีกิ๊ฟเอาไว้ให้ดีด้วย”คนที่จงรักภักดีต่อหน่วยงานรีบร้อนเก็บเอกสารการวิจัยกันให้จ้าละหวั่น ลูกพีชเองก็ตั้งท่าจะวิ่งกลับห้องทำทีไปเก็บเอกสารของตัวเอง แต่ก็กลายเป็นโดนล็อกตัวไว้ในห้องทดลองซะอย่างนั้น“นักวิจัยทุกคนต้องอยู่ที่นี่ เอกสารน่ะให้คนอื่นไปเก็บก็ได้”เสียงสัญญาณยังคงดังอย่างต่อเนื่องจนสถานการณ์เริ่มไม่สู้ดี คนในฐานเริ่มคิดว่าสัญญาณดังกล่าวอาจจะดังเพราะมีภัยร้ายมาถึงตัวเข้าจริงๆ ลูกพีชแกล้งไปนั่งตัวสั่นร่วมกับบรรดาเพื่อนร่วมงานขวัญอ่อนคนอื่นๆ เพื่อที่จะนำพาตัวเองหลีกเลี่ยงความเสี่ยง“สร้างฐานทดลองมาเป็นสิบปี สัญญาณบ้านี่ไม่เห็นจะเคยดัง หรือจะมีเกลือเป็นหนอนกัน...?”


    ทางด้านไลล่าหลังจากวางสายไปก็เริ่มเปิดหาข้อมูลของศิลปินที่คู่ค้าให้ความสนใจ นิ้วเรียวพรมลงบนคีย์บอร์ดอย่างว่องไวไม่ต่างจากกำลังบรรเลงดนตรี เธอเปิดหาข้อมูลหลายต่อหลายอย่างอยู่นาน แต่สิ่งที่พบก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าผลงานที่ถูกรวบรวมไว้ยังดีที่ศิลปินคนนี้เริ่มมีข่าวในอเมริกาบ้างแล้ว ไม่อย่างนั้นเธอคงได้นั่งอึนกับภาษาไทยกันบ้างล่ะ“ไม่มีอะไรเลย เป็นไปได้ยังไง?”เรียวคิ้วของไลล่าขมวดมุ่น ตัดสินใจก็อปบรรดาข่าวและข้อความภาษาไทยลงกูเกิ้ลทรานสเลทเพื่อแปลภาษา ถึงกระนั้นเธอก็ยังไม่เจออะไรเลย นั่นทำให้เธอทั้งสงสัย และเกิดความรู้สึกขัดแย้งกันในตัวเอง นามสกุลของคนๆ นี้เป็นประเด็นใหญ่ที่สำคัญที่สุดสำหรับเธอในตอนนี้เลยล่ะ...แอชลีย์ (Ashley)...ถ้าแค่นามสกุลซ้ำก็ช่างมัน แต่ถ้าไม่ใช่ล่ะ ทำไมถึงได้ไปอยู่ที่ไทย?...หวังว่าเธอจะแค่คิดมากไปเอง...
    ‘อะไรที่ดีเกินไป บางครั้งก็ทำให้ต้องเหนื่อยมากขึ้น แต่จะคุ้มค่าหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับตัวเองที่ตัดสิน’
    ------------------------------ได้ฤกษ์มาล้างบางห้องทดลองแล้วจร้าาาา เซ็ทใกล้จะได้โหดอีกแล้ว แมวขออนุญาตรีบมาลงรีบไป เนื่องจากฝนตกหนักมากอีกแล้ว แม่จ๋า ไฟจะดับมั้ย เน็ตตัดเดี๋ยวลงไม่ได้ อนึ่งไม่ทอล์กยาวเพราะกลัวจะเบื่อกัน ถถถถ อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยดูแลรักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ ด้วยรักและหวังดี รักนะเมี้ยวๆขอบคุณทุกการเปย์ ทุกการสนับสนุน ทุกแรงใจ ทุกการเชียร์ ทุกคอมเม้นต์ ขอบคุณจริงๆ นะคะ กราบบบบ

    คล้ายกับเรื่อง[New Life] อิสระของชีวิต ที่คุณอ่าน