วันต่อมา
ในคืนที่เกิดเื่ หลังถึงบ้านฉันตั้งใจจะเขียนใบราออก และจะไปแจ้งความด้วย
แต่พอนึกถึงบุญคุณที่ท่านประธานคนเก่ามอบให้ ทั้งสอนงาน สอนการใช้ชีวิตปลอบโยนและให้กำลังใจฉัน ทั้งๆ ที่ฉันทำงานพลาดแล้ว
พลาดอีก เสียหายไปหลักหลายล้าน ท่านให้อนาคตที่ดีจนฉันมีทุกวันนี้ได้
ฉันเคารพท่านเหมือน ‘พ่อ’ คนนึง
นั่นทำให้ฉันแจ้งความไม่ลงถึงไอ้บ้านั่นจะชั่วยังไง ก็เป็ลูกชายคนเดียวของเขา อีกทั้ง ถ้าเป็ข่าวใหญ่ออกไปบริษัทที่ท่านประธานคนเก่าทะนุถนอมมาอย่างดีคงต้องพังลงด้วยน้ำมือเด็กเนรคุณอย่างฉันแน่นอน
“..หึ หน้าด้านดีนิ”
ท่านประธานก้าวขาออกจากลิฟต์มาเจอฉัน ก็ทักทายแบบหมาๆ
ฉันไม่โต้ตอบ นั่งทำหน้าที่ของตัวเอง ถึงมือไม้สั่นจนอยากจะวิ่งเอามีดไปแทงเขาแล้วก็เถอะ
ก็อกๆๆ
“เชิญ…”
“ตารางงานวันนี้่บ่ายมีประชุมกับแผนกบัญชีค่ะ”
“...”
“...”
“หมดเื่แล้วก็ออกไปฉันเหม็นสาบเธอ”
“อึก… อีกเื่ค่ะ..”
ฉันรวบรวมความกล้า และพูดเื่ที่เขาควรรู้ออกไป
“ฉันไม่ใช่เมียน้อยใครอย่างที่คุณว่านะคะฉันไม่ทราบหรอกว่าท่านประธานคนเก่าทำอะไรกับคุณไว้หรือครอบครัวคุณเป็ยังไงแต่ว่าฉันไม่ได้ปะ..”
“พวกเมียน้อย มันไม่มีใครยอมรับว่าตัวเองเป็เมียน้อยหรอก”
“!!!!”
“พวกสันดานเสียหาผัวเป็ของตัวเองไม่ได้ แหกขาหลอกคนแก่แลกเงิน…หึ”
“ฮึก ถ้าคุณจะช่วยฟัง..”
“จะทำงาน ออกไป”
“ท่านประธานคะ..”
“ออกไป!!!!”
สิ้นเสียงตะคอก หญิงสาวรีบวิ่งออกมาด้วยความใ เธอยกมือขึ้นปิดใบหน้าร้องไห้จนตัวสั่น เขาไม่คิดจะฟังอะไรจากเธอเลยแถมยังยัดเยียดความผิดนั้นให้เธออีก
หลายวันต่อมา
ฉันจำใจต้องทนทำงานกับชายที่ใจร้ายกับฉันประหนึ่งว่าฉันเป็ผู้ฆ่าแม่ของเขา นอกจากจะใช้งานฉันหนักแล้วยังทำร้ายจิตใจฉันตลอด
ติ๊ด!
<ขอกาแฟแก้วนึงครับ>
ฉันลุกไปชงกาแฟในห้องครัวส่วนตัวของท่านประธาน ขณะที่กำลังลงมือชง ฉันก็รับรู้ได้ถึงสายตาคู่นึงที่จดจ้องอยู่จนน่าขนลุก
“ทะ ท่านประธาน”
“ใอะไร กำลังใส่ยาสเน่ห์ให้ผมอยู่หรอ”
“เปล่าค่ะ …”
ฉันก้มหน้างุดเมื่อเขาเดินมาใกล้จนได้กลิ่นบุหรี่อ่อนๆโชยมาจากตัวเข
“เสร็จรึยัง กินวันนี้ไม่ใช่พรุ่งนี้”
“สะ เสร็จแล้วค่ะ”
ฉันรีบลนลาน ยกแก้วกาแฟแล้วหมุนตัวกลับ ทำให้กาแฟในมือ หกใส่เสื้อของท่านประธานเต็มๆ
พลั้ก!! เพล้ง!!
“ชิบ ร้อน!!!”
“ว้าย! ขะ ขอโทษค่ะ เดี๋ยวเช็ดให้นะคะ
ฉันรีบหยิบกระดาษทิชชู่มาซับคราบกาแฟที่ควันยังขึ้นนั้นอยู่ทันที
ท่านประธานปัดมือฉันออก แล้วดันตัวฉัน จนแผ่นหลังชนกับเคาน์เตอร์ครัว
“สกปรก”
เขาพูดเบาๆ แล้วจ้องฉันตาเขม็ง ฉันมือสั่นเทา รู้สึกว่าตัวหดลงจากความน่ากลัวของชายตรงหน้า น้ำตาเริ่มคลอจนขอบตาร้อนผ่าว
“หึ มุกนี้ใช้กับพ่อฉันได้หรอมุกร้องไห้...อยากได้อะไรเงิน หรือว่า ‘อย่างอื่น’ ”
ท่านประธานก้มมากระซิบแล้วเน้นที่คำท้ายฉันฟังก็รู้ทันทีว่าเขากำลังหมายถึงเื่อะไร
พลั้ก!
ฉันผลักอกอีตาท่านประธานจนหลังเขาไปชนกับเคาน์เตอร์อีกฝั่ง ชายตรงหน้าเท้าเอว ลูบคางช้าๆ ก่อนจะก้าวเท้าเข้ามาเร็วจนฉันหนีไม่ทัน เขาคว้าตัวฉันไว้ แล้วบีบไหล่ของฉันจนเหมือนจะหักไปกับมือเขา
“นี่ก็เป็การเรียกร้องอย่างนึงหรอ... อ่อยเก่งนิ “
“จะ จะทำอะไร หยุดนะคะ!”
ฉันเริ่มตะเบ็งเสียงใส่เมื่อคนตรงหน้าเริ่มเข้ามาเบียดแนบชิดและจ้องมองหน้าอกหน้าใจน้อยๆ ของฉันอย่างไม่วางตา
“ อะไร หึๆ หวงตัวหรอ”
เขาถามแล้วหัวเราะในลำคอ พลางมองด้วยสายตามันวาวฉันรีบหันหน้าหนี เพราะทั้งอาย ทั้งกลัวเขา
“…..”
“เธอควรจะดีใจนะ …ได้พ่อแล้วก็ได้ลูกด้วย”
ฉันตาเบิกโพลงด้วยความโกธรผู้ชายตรงหน้าที่เอาแต่พูดจาหยาบๆ ใส่
‘ไม่สนอะไรแล้วโว้ยใครจะมองยังก็ช่างแม่ง ฉันต้องช่วยตัวเองก่อน’
“ช่วยด้วย! ใครก็ได้ ชะ.. อุ๊ป”
ปึก!
มือหนาปิดปากสาวอย่างแรงจนหัวเธอโขกเข้ากับผนังห้องครัว
“จะร้องทำไม.. กลัวคนอื่นไม่รู้หรอว่ากำลังจะได้เสียกับประธานคนใหม่น่ะ”
“อ่อย อั้น อ้ะ ..ไอ้ อ้า”
ฉันสบถด่าทั้งๆ ที่เขายังปิดปากฉันอยู่ ด้วยสัญชาตญาณในการเอาตัวรอด ฉันเลยถือโอกาสนี้กัดมือเขาไปเต็มแรง
งับ!
“โอ้ย!!! f_ck!”
เขาสบถออกมาด้วยความเจ็บ ฉันรีบวิ่งหนีมาหลบที่ห้องน้ำแล้วร้องไห้จนแทบหมดแรงด้วยความกลัว