เมื่อาาบัลลังก์ทมิฬเห็นฟ่านเสวี่ยหลีเข้ามาใกล้เรื่อยๆจึงรู้สึกกังวลใจ ฟ่านเสวี่ยหลีเคยช่วยชีวิตเขาครั้งหนึ่งอีกทั้งนิสัยและตบะของชายหนุ่มผู้นี้ถือว่ายอดเยี่ยม เขาจะไม่ยอมทนดูฟ่านเสวี่ยหลีตายโดยเด็ดขาดตอนนี้ฟ่านเสวี่ยหลีรู้ถึงความโเี้ของซ่งเิเฉวียนแล้วซ้ำคนผู้นี้ยังสังหารผู้คนไปมากมายแม้ฟ่านเสวี่ยหลีจะมีอาจารย์ฟางคอยหนุนหลังก็ยังยากจะรอดไปได้
เขาจึงพูดอย่างอดไม่ได้ “สหายน้อย เ้ารีบหนีไปเถิดที่แห่งนี้อันตรายเกินไป” ตอนนี้เขาอยู่ในร่างิญญาหาก้ามีชีวิตอยู่ต่อก็ต้องยอมรับมนุษย์คนหนึ่งเป็เ้านายแต่ด้วยระดับพลังของฟ่านเสวี่ยหลี ไม่มีทางรองรอบการดำรงอยู่อย่างเขาได้แน่นอน
ซ่งเิเฉวียนมองไปรอบๆ เมื่อเห็นพวกปีศาจตะพาบั์ที่กำลังก้มหน้าลงอย่างมืดมนต่อน้ำตาแห่งิญญาร้ายโดยที่ไม่มีใครกล้าต่อต้านในที่สุดแผนการอันยาวนานก็สำเร็จ เขาจึงพยักหน้าเล็กน้อยอย่างพึงพอใจ
จากนั้นเขาก็หันไปพูดกับฟ่านเสวี่ยหลีว่า “พู่ห้อยพัดนี้เป็ของจริงแต่เ้าคิดว่าแค่มีของสิ่งนี้ก็สามารถช่วยาาบัลลังก์ทมิฬได้หรือน่าขันเกินไปหรือเปล่า”
ตอนนี้เขาตัดสินใจลงมือกับฟ่านเสวี่ยหลีแล้ว
อาจารย์ฟางอยู่ห่างไกล หากเ้าหมอนี่ตายที่นี่ แล้วอีกฝ่ายจะรู้ข่าวได้อย่างไร
เขาชูมือขึ้นสูง ิญญาหลายร้อยตนที่อยู่โดยรอบก็บินว่อนพร้อมกันกลิ่นสาบและกลิ่นเหม็นเน่านับไม่ถ้วนพลันถาโถม น้ำตาแห่งิญญาร้ายของพวกมันห้อมล้อมฟ่านเสวี่ยหลีเอาไว้ราวกับแหฟ้าตาข่ายดินราวกับพริบตาต่อมาฟ่านเสวี่ยหลีจะถูกกัดกร่อนจนตายไป
ฟ่านเสวี่ยหลีกล้าท้าทายเขาและยังคิดช่วยาาบัลลังก์ทมิฬหากเป็เช่นนั้นเขาจะเชือดไก่ให้ลิงดู เพื่อให้ทุกคนได้เห็นความร้ายกาจของเขา!
สายตาของฟ่านเสวี่ยหลีเปล่งประกายอันเย็นเยือก!
ขณะที่เผชิญหน้ากับน้ำตาแห่งิญญาร้ายที่มืดฟ้ามัวดินของอีกฝ่าย เขาพลันยกมือขึ้นแล้วปลดปล่อยตราหมื่นอัคคีออกมา!
หลังจากผ่านการฟื้นฟูจากสมุนไพรเหอโส่วอูพันปี ลมปราณในร่างกายของเขาก็ฟื้นฟูสู่ขีดสูงสุดเมื่อตราปรากฏ ปวงอัคคีทั่วฟ้าดินพลันพุ่งออกทั่วสารทิศ!
ตลอดหลายพันปีที่ผ่านมา ตราหมื่นอัคคีถูกยกย่องเป็ยอดหัตถ์ของนักปรุงยาแม้แต่อาจารย์ปรุงยายังไม่อาจบ่มเพาะได้สำเร็จมันรวบรวมความสามารถด้านปรุงยาและโจมตีเป็หนึ่งเดียว เป็เคล็ดวิชาที่ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างแสวงหา
และน้ำตาแห่งิญญาร้ายเกรงกลัววิชาแบบนี้ที่สุดดังนั้นเพียงลมหายใจเดียว น้ำตาแห่งิญญาร้ายที่ปกคลุมเต็มฟ้าก็ถูกสลายจนหมดสิ้น!
ในขณะเดียวกัน ิญญามากมายที่กรีดร้องและบินว่อนล้อมอยู่โดยรอบก็หายไปจนหมดในทันทีด้วยการโจมตีของฟ่านเสวี่ยหลี!
ต่อให้พวกมันจะถูกหลอมเป็ิญญามาเป็เวลานานแล้วต่อให้พวกมันถูกซ่งเิเฉวียนขัดเกลามานานสักเพียงใดต่อให้พวกมันก่อตัวกันเป็กองทัพ แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าตราหมื่นอัคคีพวกมันไร้ซึ่งพลังต่อต้านแม้แต่น้อย
ฟ่านเสวี่ยหลีอาศัยคลื่นสะท้อนกวาดล้างออกไปตราหมื่นอัคคีโจมตีอย่างท้าทาย์ แขนยกขึ้นหัตถ์ประทับลงิญญาเกือบพันตายลงกว่าครึ่งภายในสามลมหายใจเหลือจำนวนไม่เพียงพอต่อการเป็กองทัพ แตกพ่ายจนหนีกระเจิง
หลังจากผ่านไปสามลมหายใจ พลังของฟ่านเสวี่ยหลีแทบหมดสิ้น จึงเรียกคืนตราหมื่นอัคคีและพูดกับหวังซีเซิ่งตามเดิมว่า“หากข้าช่วยเ้าได้ เ้ายินดีนับถือข้าเป็เ้านายหรือไม่”
ประโยคแบบเดียวกันกลับมีอารมณ์และอำนาจที่แตกต่างไปจากเดิม
บรรยากาศเงียบสงัด
ปีศาจตะพาบั์ไม่กล้าเชื่อในสายตาของตัวเองชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้ามีตราหมื่นอัคคีอย่างนั้นหรือมันเป็ตราหมื่นอัคคีที่มีเพียงอาจารย์ปรุงยาเท่านั้นที่จะบ่มเพาะสำเร็จ!
“ไม่แปลกใจที่คุณชายผู้นี้ถึงพูดอย่างมั่นใจว่าสามารถช่วยหวังซีเซิ่งที่แท้เขาก็เป็อาจารย์ปรุงยาอีกทั้งยังมีวาสนาบ่มเพาะตราหมื่นอัคคีที่ผู้คนนับไม่ถ้วนใฝ่ฝันได้สำเร็จ! ไม่แปลกใจที่เขามีสมบัติของอาจารย์ฟางเกรงว่าเขาจะไม่ใช่ชนรุ่นหลังของอาจารย์ฟาง แต่เป็สหายของอาจารย์ฟาง!”
เมื่อคิดว่าชายหนุ่มที่อายุเพียงเท่านี้กลับเป็ถึงอาจารย์ปรุงยา เขาพลันสติหลุดใจลอย
เมื่อซ่งเิเฉวียนเห็นค่ายกลิญญาของตนถูกทำลายิญญาถูกสังหารไปกว่าครึ่ง ความพยายามที่ตนทุ่มเทมาหลายปีพังทลายลงในคราเดียว หัวใจของเขาถึงกับหลั่งเื!
เขามองพลาดไป ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้ามีความมั่นใจั้แ่แรกแล้วไม่แปลกใจที่ท่าทางนิ่งสงบเช่นนี้
จิตสังหารภายในใจของเขาเอ่อล้วน ะโขึ้นว่า“แม้เ้าจะเป็อาจารย์ปรุงยา แต่แล้วอย่างไร ทำลายค่ายกลิญญาของข้าเ้าจะต้องตาย!ข้าจะให้เ้าได้เห็นความแข็งแกร่งของข้า!” เขาก้าวเท้ามาข้างหน้าในทันทีเข็มทิศในมือเปล่งแสงสีดำ ทำให้ค่ายกลิญญาที่อยู่โดยรอบปล่อยหมอกควันนับไม่ถ้วนออกมาห่อหุ้มเขาเอาไว้จากนั้นมันก็ค่อยๆ แผ่ขยายออกจนทำให้โดยรอบสิบจั้งมืดมิดจนมองไม่เห็นแม้แต่นิ้วมือของตัวเอง
ระหว่างฟ้าดินก่อตัวเป็ประตูแปดบาน และผนึกทุกคนไว้ตรงกลาง
เสียงของซ่งเิเฉวียนก้องกังวานอยู่ท่ามกลางประตูทั้งแปดอย่างต่อเนื่อง“ประตูทั้งแปดแห่งฟ้าดิน ์ลิขิตชะตากรรม ข้ารับคำสั่งฟ้าดินชะตากรรมตระกูลฟ่านอยู่ในกำมือ เครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ จงสังหาร!”
เข็มทิศในมือของเขาเปล่งแสงสีแดงอันน่าสะพรึงกลัวออกมาซึ่งทรงพลังกว่าก่อนหน้านี้หลายเท่า ค่ายกลแปดประตูนี้ก็ปลดปล่อยพลังอันน่ากลัวออกมาเช่นกันิญญานับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นอย่างไร้ที่สิ้นสุด มันมีพลังแห่งการทำลายล้างโลกทำให้พวกปีศาจตะพาบั์สติหลุดอย่างสมบูรณ์!
“ที่แท้นี่ถึงเป็พลังศักดิ์สิทธิ์จากเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ได้แค่วันละหนึ่งครั้ง!ก่อนหน้านี้ที่ดูดซับเืเนื้อของาาบัลลังก์ทมิฬก็เป็เพียงวิชาคาถาเล็กๆ น้อยๆเท่านั้น! ไม่แปลกใจที่ซ่งเิเฉวียนปราศจากความกลัว!”
สีหน้าของพวกเขาในตอนนี้สิ้นหวังถึงขีดสุด “ดูเหมือนฟ่านเสวี่ยหลีจะทำให้ซ่งเิเฉวียนโกรธแล้วแม้แต่พวกเรายังติดร่างแหไปด้วย!”
พวกเขารู้สึกได้ถึงพลังของเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังแผดออกและกระตุ้นลมปราณฟ้าดินผนึกทุกสิ่งที่อยู่โดยรอบจนทำให้พวกเขามองไม่เห็นสถานการณ์ที่อยู่นอกระยะหนึ่งจั้งััทั้งห้าของพวกเขาก็ถูกผนึกเช่นกัน มองไม่เห็นและไม่ได้ยินสิ่งใด
พวกเขาส่ายหน้าอย่างเศร้าโศกคาดไม่ถึงว่าเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์จะเป็ผังค่ายกล ดูเหมือนพวกเขาต้องถูกขังอยู่ในค่ายกลไม่สามารถออกไปได้ตลอดกาล
สำหรับพวกเขาแล้ว การเผชิญหน้ากับเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ต่อให้เป็ผู้ที่แข็งแกร่งแค่ไหนก็ไม่สามารถฝ่าวงล้อมออกไปได้ แม้ว่าฟ่านเสวี่ยหลีจะเป็อาจารย์ปรุงยามีสถานะอันเป็ที่เคารพนับถือจากผู้คนนับไม่ถ้วนแต่เมื่อเผชิญหน้ากับผังค่ายกลนี้ก็มีเพียงความตายสถานเดียว
เมื่อนึกถึงก่อนหน้านี้ที่ฟ่านเสวี่ยหลีพูดอย่างไม่ละอายว่าจะช่วยาาบัลลังก์ทมิฬออกมามันช่างน่าขันสิ้นดี
ตอนนี้ไม่เพียงแต่ปีศาจตะพาบั์เท่านั้นแม้แต่าาบัลลังก์ทมิฬยังส่ายหน้าอย่างโศกเศร้าคาดไม่ถึงว่าซ่งเิเฉวียนจะซ่อนเร้นอย่างลึกลับเพียงนี้เดิมทีเขายังหวังอาศัยร่างิญญาฮึดสู้เป็ครั้งสุดท้ายเพื่อโอกาสอันน้อยนิด แต่ดูตอนนี้คงไม่เหลือความหวังอะไรแล้ว
เขาผสานลมปราณในร่างกายเข้าด้วยกันและแผดพลังเสี้ยวสุดท้ายออกมาเห็นได้ชัดว่าจะทำการะเิตัวเอง
แม้ต้องตายและิญญาแตกสลายเขาก็ไม่ยอมตกเป็ลูกมือของซ่งเิเฉวียน!
การเข่นฆ่าเมื่อสิบปีก่อนเริ่มต้นขึ้นเพราะฮูหยินของเขาเขาหาใช่คนที่ชอบสังหารอย่างไรเหตุผล!
แต่ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงของฟ่านเสวี่ยหลีดังมาจากในความมืด “เพลิง!” น้ำเสียงหนักแน่นและทรงพลัง จากนั้นก็ตามด้วยพลังเปลวเพลิงอันไร้ขีดจำกัดเข้ากลบทุกสิ่งที่อยู่โดยรอบ
เพลิงสัจธรรมถูกปล่อยออกจากมือของฟ่านเสวี่ยหลีมันหมุนวนและผสานเข้าด้วยกัน ปรากฏขึ้นอย่างท้าทาย์
เดิมทีฟ่านเสวี่ยหลียังกังวลว่าคนอื่นจะเห็นเขาใช้เพลิงสัจธรรมแต่ตอนนี้โดยรอบสิบจั้งล้วนตกอยู่ท่ามกลางค่ายกลส่วนผู้คนโดยรอบก็สูญเสียการรับรู้ สิ่งนี้จึงเป็การมอบโอกาสที่ดีที่สุดแก่เขา
เพลิงสัจธรรมมีอยู่สามคุณสมบัติ หนึ่งคืออยู่ยงคงกระพันสองคือสร้างไฟหลอมโอสถ สามคือการปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายทำลายสิ่งชั่วร้ายและหมอกพิษต่างๆ ที่อยู่ระหว่างฟ้าดิน
เพียงชั่วพริบตา เพลิงสัจธรรมก็ทะลักออกมา ทุกหนแห่งที่พุ่งผ่านทั้งค่ายกลที่อยู่โดยรอบและหมอกดำทั้งหมดล้วนถูกเพลิงสัจธรรมกลืนกิน
ก่อนหน้านี้เพลิงสัจธรรมมีความปรารถนาในการกลืนกินเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์เข็มทิศนั่นแต่ถูกฟ่านเสวี่ยหลียับยั้งไว้จนถึงตอนนี้ เมื่อปลดปล่อยออกมาจึงรุนแรงอย่างยิ่งกระทั่งแค่ลมหายใจเดียวก็ทำลายค่ายกลแปดประตูที่อยู่โดยรอบจนยับเยินและกลืนกินลมปราณทั้งหมดจนไม่เหลือซาก
จากนั้นพลังงานนับไม่ถ้วนที่อยู่ระหว่างฟ้าดินก็หลอมรวมเป็เปลวเพลิงและห้อมล้อมซ่งเิเฉวียนอย่างแ่า
เพียงชั่วพริบตาเดียว ซ่งเิเฉวียนก็สติหลุดอย่างสมบูรณ์เนื่องจากผังค่ายกลิญญาอันไร้อุปสรรคเสมอมาของเขากลับเสียการควบคุมกะทันหันราวกับต้นกล้าที่ประสบภัยพิบัติ ไม่อาจหลบหนี
จากนั้นผังค่ายกลิญญาก็สลายหายไปในเปลวเพลิงอันนับไม่ถ้วนในชั่วพริบตาถูกเปลวเพลิงดูดซับจนหมดสิ้น
ค่ายกลแปดประตูพังทลายลงอย่างสมบูรณ์ส่วนิญญามากมายที่อยู่รอบตัวเขาก็สลายจนหมดสิ้น
ในขณะเดียวกัน ซ่งเิเฉวียนรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว เปลวเพลิงดวงหนึ่งปะทุออกจากร่างกายของเขาแล้วแผดเผาไปทั่วร่าง
เพียงลมหายใจเดียว ร่างกายทั้งภายในสู่ภายนอกก็ถูกแผดเผาจนกลายเป็เถ้าถ่านนับไม่ถ้วน
ใน่เวลาสุดท้ายก่อนตาย เขาดิ้นรนและร้องเสียงหลงใบหน้าเปี่ยมด้วยความแค้น ตอนนี้เขารู้สึกเสียใจที่ประเมินฟ่านเสวี่ยหลีต่ำเกินไปและเสียใจที่ตนล่วงเกินฟ่านเสวี่ยหลี
เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงพลังยิ่งกว่าซึ่งสามารถสังหารเขาได้ภายในชั่วพริบตา
แต่สุดท้ายเขาไม่มีโอกาสแม้แต่จะเสียใจร่างกายและิญญาถูกแผดเผาจนหมดสิ้นในคราเดียว ไม่เหลือเศษซากใดๆ ทั้งสิ้น
ตอนนี้สายตาของาาบัลลังก์ทมิฬหวังซีเซิ่งแทบจะะเิออกด้วยสายตาของเขาย่อมมองออกว่านี่ไม่ใช่ตราหมื่นอัคคีแน่นอนแต่เป็พลังศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงพลังกว่าตราหมื่นอัคคีหลายสิบเท่า!
ระดับพลังของฟ่านเสวี่ยหลีต่ำเช่นนี้กลับสามารถควบคุมเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแสนจะหายากในเมืองฉางซานและแสดงออกมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ อีกทั้งยังทำลายผังค่ายกลิญญาได้อย่างสมบูรณ์ช่างทรงพลังยิ่งนัก
เพียงพลังศักดิ์สิทธิ์นี้ก็สามารถท้าทาย์ได้แล้ว!
เขาที่แต่เดิมอยากพลีชีพตัวเองก็ร่างกายแข็งทื่อสมองมีเพียงความว่างเปล่า
ที่แท้นี่จึงเป็สาเหตุที่ความมั่นใจของฟ่านเสวี่ยหลีสาเหตุที่ฟ่านเสวี่ยหลีใจเย็นและถามเขาว่า “หากข้าช่วยเ้าได้เ้ายินดีนับถือข้าเป็เ้านายหรือไม่” ติดต่อกันถึงสองครั้ง
เมื่อเทียบการโจมตีครั้งนี้ของฟ่านเสวี่ยหลีกับการโจมตีจากเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ของฟ่านจี้เฟยสิ่งนี้ทรงพลังยิ่งกว่าและไม่มีใครต้านทานได้
คาดไม่ถึงว่าฟ่านเสวี่ยหลีจะซ่อนเร้นความลึกล้ำจนถึงขั้นนี้!
หลังจากที่ฟ่านเสวี่ยหลีแสดงเปลวเพลิงนั้นก็เดินมาหาเขาทีละก้าวๆสายตาที่เปี่ยมด้วยแสงแห่งเปลวเพลิงอันเยือกเย็นกำลังจดจ้องเขาและรอคำตอบ
มันเป็ทางเลือกครั้งสุดท้ายที่ฟ่านเสวี่ยหลีมอบให้เขาจะยอมหรือไม่ยอม
หากยอมก็ต้องนับถือฟ่านเสวี่ยหลีเป็เ้านายเมื่อทำพันธสัญญาิญญาแล้วจะไม่สามารถทรยศฟ่านเสวี่ยหลีไปชั่วชีวิต หากฟ่านเสวี่ยหลีตายเขาก็จะสลายกลายเป็เถ้าถ่าน มีสุขร่วมสุข มีทุกข์ร่วมทุกข์เมื่อเป็เช่นนี้จึงจะสามารถปกปิดความลับที่ฟ่านเสวี่ยหลีมีพลังศักดิ์สิทธิ์อันน่าสะพรึงกลัวได้
หากไม่ยอม ผลลัพธ์นั้นง่ายมาก จุดจบจะเป็ดั่งซ่งเิเฉวียน