เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 170 หากจะสู้ ต้องสู้จนตัวตาย

              กลิ่นอายพลังแผ่ซ่านมิติถูกฉีกออก มีเงาร่างของผู้คนจำนวนหนึ่งปรากฏขึ้น ซึ่งกลิ่นอายพลังอันแข็งแกร่งนั้นก็ทำให้เกิดการสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งบริเวณ

              เมื่อเมิ่งฝานทอดสายตามองไปพลันมีสีหน้าที่เยือกเย็นในทันใดเพราะผู้ที่บุกเข้ามาไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นคนของตระกูลเจียและตระกูลเมิ่ง

              เพียงชั่วพริบตาโถงถ้ำขนาดใหญ่แห่งนี้พลันคึกคักขึ้นมาในทันใดพวกเขาเหล่านั้นต่างมองไปยังหยางเถียนและเมิ่งฝานด้วยแววตาตื่นตกใจเพราะนึกไม่ถึงว่าจะมีคนเข้ามาถึงโถงถ้ำแห่งนี้ก่อน!

               ทว่าผลเหมันต์หยกที่เคยลอยล่องอยู่ในอากาศกลับกลายเป็นของเมิ่งฝานทั้งหมดไม่มีผู้ใดได้ไปอีก

              เมื่อพวกเขามองไปในอากาศจึงรู้ว่าของล้ำค่าถูกช่วงชิงไปหมดแล้วต่อให้พวกเขาเป็นคนของสองตระกูลใหญ่ก็ยังมีสีหน้าที่ไม่น่าดูนัก

              “คนเยอะขนาดนี้เลยหรือบังเอิญเสียจริง!”

              ข้างกันนั้นหยางเถียนหัวเราะออกมาเสียงเบา ทว่านัยน์ตาของนางกลับเต็มไปด้วยความกังวลเพราะนึกไม่ถึงว่าคนของตระกูลเจียและตระกูลเมิ่งจะปรากฏตัวขึ้นมาในเวลานี้

              ในเมื่อมีจอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งมากมายเพียงนี้ต่อให้เป็นหยางเถียนก็ยังรู้สึกไม่มั่นใจจึงรีบเอ่ยออกไป “พวกข้าก็เพิ่งจะเข้ามาที่นี่บังเอิญเสียจริง พวกเจ้าตามหาของล้ำค่าได้ตามสบาย พวกข้าจะไปเดี๋ยวนี้!”

              หลังจากที่เอ่ยวาจาหยางเถียนก็หมายที่จะจากไปทว่ากลับมีร่างอรชรเข้ามาขวางหน้านางเอาไว้ แต่นัยน์ตาของคนผู้นั้นกลับมองไปที่เมิ่งฝานอย่างเยือกเย็นแล้วเอ่ยขึ้นว่า“เจ้าสวะเมิ่งฝาน นึกไม่ถึงว่าจะเป็นเจ้าเจ้าเก่งกาจมากพอที่จะเข้ามาถึงข้างในนี้เลยเชียวหรือ?”

              ผู้พูดก็คือเมิ่งเฟยเอ๋อร์ นางมองมาที่เมิ่งฝานด้วยนัยน์ตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร การกระทำอันอวดดีของเมิ่งฝานในพื้นที่ราบจงยางนั้นคือสิ่งที่สลักเอาไว้ในส่วนลึกของหัวใจเมิ่งเฟยเอ๋อร์เขาเอาชนะนางได้ซ้ำยังทำให้เกียรติของตระกูลเมิ่งป่นปี้

              เมื่อนางได้มาพบกับเขาในวันนี้เมิ่งเฟยเอ๋อร์จึงรู้สึกเดือดดาลยิ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ด้านหลังมีคนของตระกูลเมิ่งยืนอยู่ด้วยมากมายรวมถึงจอมยุทธ์น้อยอันดับหนึ่งของตระกูล เมิ่งอวี่หุน!

              เมิ่งฝานเงยหน้าขึ้นรูม่านตาของเขาหดเล็กลงและรู้ว่าถึงอย่างไรก็ไม่อาจเลี่ยงได้ ดังนั้นจึงได้เอ่ยขึ้นเสียงเรียบ“ถูกต้อง เป็นข้าเอง!”

              เมื่อสิ้นเสียงนั้นสีหน้าคนของตระกูลเมิ่งก็เปลี่ยนไปการตายของเมิ่งซีได้แพร่ไปถึงหูคนของตระกูลเมิ่งทุกคนแล้ว พวกเขาทุกคนต่างก็รู้กันดีว่ามีจอมยุทธ์จากแดนไกลผู้หนึ่งสามารถสังหารเมิ่งซีได้ที่มากไปกว่านั้นคือดูเหมือนว่า...จะเป็นญาติสนิทกัน!

              เวลานี้เจียหนานแห่งตระกูลเจียกระตุกยิ้มแล้วเอ่ยขึ้นว่า “เจ้าน่ะหรือเมิ่งฝานหืม...แล้วในมือเจ้าคือสิ่งใด?”

              เมื่อสิ้นเสียงนั้นทุกคนต่างก็มองไปยังกล่องที่อยู่ในมือของเมิ่งฝานมันเป็นกล่องที่เขาได้รับมาจากเบาะแสบนโลงศพและยังไม่ทันได้เก็บเอาไว้

              สายตาทุกคู่พลันมองไปยังกล่องนั้นในทันใดนัยน์ตาของพวกเขาวาวโรจน์เพราะรู้ดีว่าสิ่งของภายในกล่องที่เมิ่งฝานกำลังถืออยู่นั้นต้องไม่ธรรมดาเป็นแน่

              มันเป็นถึงสมบัติของจอมยุทธ์ขั้นปราณประสานที่แข็งแกร่งไม่ว่าสิ่งใด ณ ที่แห่งนี้ล้วนแต่เกี่ยวเนื่องกับผู้อาวุโสซวงที่เคยยิ่งใหญ่ในวันวานทั้งสิ้นเมื่อพวกเขาได้เห็นจึงรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย

              “หืม ข้างในนี้คงจะมีผลเหมันต์หยกอยู่จำนวนไม่น้อยแล้วไหนจะกล่องในมือของเจ้าอีก ส่งมาให้เหล่าจื่อให้หมด!”

              เจียหนานเดินออกไปเบื้องหน้าก่อนจะตวาดเสียงดังนัยน์ตาคู่นั้นลุกโชนไปด้วยไฟแห่งความเดือดดาล กลิ่นอายพลังแผ่ซ่านเพื่อทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเป็นจอมยุทธ์ขั้นหลอมปราณระดับเก้า

              เดิมทีคิดว่าศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุดคือตระกูลเมิ่งนึกไม่ถึงว่าจะมีม้ามืดอย่างเมิ่งฝานปรากฏตัวขึ้นมา นอกจากพวกเขาจะไม่ได้ผลเหมันต์หยกแล้วก็ยังดูเหมือนกับว่าสมบัติปราณประสานทั้งหมดจะตกอยู่ในมือของเมิ่งฝานด้วย

              การกระทำเช่นนี้ไม่ต่างไปจากการตบหน้าสองตระกูลใหญ่ฉาดใหญ่แม้แต่เมิ่งอวี่หุนก็ยังย่นคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยเสียงเบา “ใช่ส่งของมาเสียเมิ่งฝาน แล้วข้าจะปล่อยให้เจ้าออกไปอย่างปลอดภัย!”

              เมื่อได้ยินดังนั้นเมิ่งฝานก็สบตากับเมิ่งอวี่หุนนัยน์ตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความเยือกเย็น ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “จะให้ข้าทำทุกสิ่งตามที่เจ้าบอกอย่างนั้นหรือ?”

              เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของเมิ่งอวี่หุนยังคงไม่เปลี่ยนไปแต่เขากลับก้าวออกไปเบื้องหน้าหนึ่งก้าวพร้อมกับปล่อยพลังปราณอันดุดันของตนเองออกไปสยบเมิ่งฝาน

              กลิ่นอายพลังนั้นดุดันร้ายกาจเป็นอย่างยิ่งทำให้เมิ่งฝานรู้สึกราวกับว่ามีหินก้อนใหญ่กำลังทับลงมาบนร่างก็ไม่ปาน เมิ่งฝานพลันเกร็งไปทั้งร่างพร้อมกับการเดือดพล่านของเลือดลมในตัว

              เมิ่งอวี่หุนมองไปยังเมิ่งฝานก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ชัดถ้อยชัดคำ“เจ้าสวะ ข้าจะบอกเจ้าว่าเพราะเหตุใดเจ้าจึงต้องทำตาม เหตุผลก็เพราะคำพูดของข้านั้นเป็นดั่งกฎเจ้ากล้าฝ่าฝืนมันอย่างนั้นหรือ?”

              เสียงนี้ก้องกังวานและทรงพลังอำนาจดุดันราวกับเมื่อเอ่ยปากก็มีพลังอันยิ่งใหญ่ถาโถมเข้าไปหาเมิ่งฝานก็ไม่ปาน

              ภายใต้พลังแรงกดดันอันยิ่งใหญ่นั้นเมิ่งฝานก้าวออกไปเบื้องหน้าหนึ่งก้าวด้วยร่างกายอันแข็งแกร่งดุจดั่งเทพสงครามที่หนักแน่นไม่ไหวติงจากนั้นจึงเอ่ยขึ้นด้วยเสียงดังอย่างทรงพลังไม่แพ้กัน “ต้องขออภัยด้วยจริงๆ...สำหรับข้าแล้วนั้น คำพูดของเจ้าไม่มีประโยชน์ใด!”

              ปลายเข็มต่อปลายเข็มไม่ยอมหลีกทางแม้เพียงก้าว!

              สีหน้าของผู้คนที่อยู่โดยรอบต่างก็เปลี่ยนไปทั้งสิ้นเพราะในปัจจุบันนี้ ณอาณาจักรต้าก้านมีเพียงไม่กี่คนที่กล้าเผชิญหน้ากับเมิ่งอวี่หุนและพวกยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงการที่กล้าพูดออกมาเช่นนี้

              เพียงความกล้าของเมิ่งฝานในยามนี้ก็ทำให้ทุกคนล้วนแต่ตกตะลึงไปตามๆกันแล้ว

              “หึ ไม่เจียมตัว!”

              ข้างกันนั้นเมิ่งเฟยเอ๋อร์กระตุกยิ้มแล้วเอ่ยขึ้น นางมองเมิ่งฝานด้วยนัยน์ตาที่ไม่สบอารมณ์เท่าใดนักแม้ว่าเมิ่งฝานจะแข็งแกร่งไม่น้อยแต่ยามนี้เขากำลังเผชิญหน้ากับจอมยุทธ์น้อยอันดับหนึ่งของตระกูลเมิ่งเมิ่งอวี่หุน ไม่ว่าผู้ใดย่อมต้องพ่ายแพ้ให้กับเขา ยิ่งยามนี้อวดเก่งเท่าใดอีกประเดี๋ยวย่อมพ่ายแพ้อย่างอนาถเท่านั้น!

              สีหน้าของเมิ่งอวี่หุนพลันเปลี่ยนไปเขาย่นคิ้วแล้วเอ่ยเสียงเรียบ

              “ฮ่าฮ่า ไม่เลวเมิ่งฝานก่อนหน้านี้ข้าเองก็เคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับเจ้าอยู่บ้างแต่ข้าจะบอกให้ว่าการเป็นคนอย่าได้อวดดีให้มาก สิ่งเดียวที่จะทำให้ยืนหยัดอยู่ได้นั้นมีเพียงศักยภาพซึ่งสำหรับข้าแล้วศักยภาพของเจ้าก็ไม่ต่างไปจากมดตัวหนึ่งเท่านั้นในเมื่อเจ้าไม่อยากมอบสิ่งที่อยู่ในมือมาให้ข้าก็ไม่ยาก...เดินเข้ามาดูว่าเจ้าจะมีคุณสมบติมากพอที่จะมายืนอยู่เบื้องหน้าข้าหรือไม่ ขอเพียงเจ้าสามารถเดินผ่านข้าไปได้ก็ถือว่าเจ้าออกไปได้!”

              เมื่อสิ้นเสียงนั้นเมิ่งอวี่หุนจึงเดินขึ้นหน้าไปหนึ่งก้าวกลิ่นอายพลังอันดุดันแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณมันเป็นความยิ่งใหญ่ดุจดั่งพลังแห่งเทพก็ไม่ปาน โดยอีกฝ่ายมองเมิ่งฝานด้วยนัยน์ตาอันบ่งบอกถึงความเย้ยหยัน!

              ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วบริเวณทุกคนต่างก็รู้ถึงความแข็งแกร่งของเมิ่งอวี่หุนดีเขาคือผู้ที่สามารถสยบจอมยุทธ์น้อยแห่งอาณาจักรต้าก้านได้ทุกคนที่มากไปกว่านั้นคือข้างกายเต็มไปด้วยคนของตระกูลเมิ่ง ฉะนั้นแล้วต่อให้เมิ่งฝานมีสามหัวหกมือก็ยังไม่อาจหลุดรอดไปได้!

              “เมิ่งฝาน จะทำเช่นไรกันดี?”

              ข้างกายนั้น หยางเถียนเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปนางรู้ดีว่าวันนี้คงจะรอดไปได้ยากจึงได้ถามออกไปด้วยความตื่นตกใจ

              เมิ่งฝานคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อยเขารู้ดีว่ากว่าจะเดินผ่านเมิ่งอวี่หุนไปได้จะต้องไม่ยากเป็นแน่แต่ถึงกระนั้นก็ยังก้าวเดินออกไปเบื้องหน้าอย่างคาดไม่ถึง

              เมื่อร่างกายขยับก็มีระลอกคลื่นแห่งพลังปราณแผ่ซ่านออกมาจากเมิ่งฝานต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับคนของสี่ตระกูลใหญ่เขาก็ยังไม่คิดที่จะหลบเลี่ยงยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงคนของตระกูลเมิ่ง เมิ่งฝานจะถอยได้อย่างไร เขาจะถอยได้อย่างไร!

              เขาเดินเข้าไปหาเมิ่งอวี่หุนอย่างใจเย็นซึ่งในวินาทีนี้เองที่คนของตระกูลเมิ่งทั้งหลายเริ่มพากันหัวเราะออกมาเสียงเบา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น

              “คิดจะท้าทายพี่ใหญ่อวี่หุนอย่างนั้นหรือเอาชนะข้าให้ได้ก่อนเถอะ!”

              หลังจากที่สิ้นเสียงนั้นบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งก็พุ่งทะยานออกไปหาเมิ่งฝานดุจดั่งลูกศรที่คมกริบก็ไม่ปานพลังปราณภายในร่างกายของเขาถาโถม แล้วในวินาทีต่อมาพลันมีฝ่ามือขนาดยักษ์ปรากฏขึ้นในอากาศ

              เห็นได้ชัดว่าคนของตระกูลเมิ่งเหล่านี้ไม่ยอมให้เมิ่งฝานได้เข้าไปใกล้ตัวของเมิ่งอวี่หุนโดยง่ายฉะนั้นจึงเสนอตัวออกมาสั่งสอนเมิ่งฝานเสียก่อน และผู้ที่ลงมือในเวลานี้มีนามว่าเมิ่งเฉิงถือเป็นจอมยุทธ์แนวหน้าของตระกูลเมิ่งเลยก็ว่าได้

              ทว่าหากเทียบกับเมิ่งอวี่หุนแล้วเขาก็เป็นเพียงลูกสมุนเท่านั้นและเมื่อได้เห็นเมิ่งฝานเขารู้ดีว่ายามนี้เป็นโอกาสดีที่ตนเองจะเอาหน้าเพื่อประจบเมิ่งอวี่หุน

              การที่ทำให้เมิ่งฝานต้องตายก่อนจะมาถึงข้างกายเมิ่งอวี่หุนนั้นถือเป็นเรื่องที่ดีงามจนไม่มีสิ่งใดมาทัดเทียม!

              ในอากาศนั้นเมื่อฝ่ามือใหญ่ปรากฏก็พุ่งไปยังเมิ่งฝานในทันใด ศักยภาพของเมิ่งเฉิงอยู่ในขั้นเกลาวิญญาณระดับสี่เมื่อเขาลงมือก็คล้ายดั่งว่าทำให้อากาศแตกระเบิด เสียงดังก้องจนแสบแก้วหู

              ด้านหลังของเมิ่งฝานนั้นหยางเถียนกัดฟันแน่นก่อนจะพุ่งทะยานไปหาเมิ่งเฉิง

              “เมิ่งฝาน ข้าทำเพื่อเจ้าได้เพียงเท่านี้แล้วล่ะ...ส่วนเจ้าคนผู้นี้ไปตายเสีย!”

              ฝ่ามือสวยขยับประสานมุทราหยางเถียนเองก็อยู่ในขั้นเกลาวิญญาณเช่นกันพลังปราณอันคล้ายดั่งสามารถเคลื่อนขุนเขาพลิกสมุทรถาโถมออกไปจากฝ่ามือของนาง กลายเป็นดั่งเงาวิญญาณเข้าไปปะทะกับฝ่ามือของเมิ่งเฉิงในอากาศในทันใด!

              ปัง!

              พลังปราณสั่นสะท้านระลอกคลื่นแผ่ทำลาย แล้วในเวลาต่อมาร่างของหยางเถียนพลันสั่นเทาพร้อมกับใบหน้าที่ซีดเผือดลงไปแต่ถึงกระนั้นในวินาทีต่อมานางก็ยืดอกแล้วปล่อยพลังจิตให้แผ่ซ่าน

              “เทวะควบคุม มายา!”

              เพียงชั่วพริบตาพลังจิตอันแข็งแกร่งพลันปกคลุมไปทั่วบริเวณแม้แต่เมิ่งเฉิงก็ยังชะงักงันอยู่อย่างนั้นไม่ไหวติงนางไม่ได้ชำนาญในด้านการฝึกฝนวิชายุทธ์แห่งพลังปราณ ทว่าเรื่องการใช้พลังจิตควบคุมจิตใจนั้นกลับเป็นดั่งเขี้ยวเล็บของนางเลยก็ว่าได้

              ร่างของอีกฝ่ายไม่ไหวติงต่อให้เป็นเมิ่งเฉิงก็ยังค่อยๆ ตกอยู่ในภวังค์มายาของหยางเถียนนัยน์ตาคู่นั้นเหม่อลอย แล้วในชั่วพริบตาต่อมาพลันมีแสงสว่างเปล่งประกายขึ้นมาจากหยกที่ต้นคอของเมิ่งเฉิง

              วัตถุศักดิ์สิทธิ์ระดับห้า!

              กลิ่นอายพลังนั้นทำให้ทุกคนรู้ว่าหยกที่ห้อยอยู่กับตัวของเมิ่งเฉิงนั้นไม่ธรรมดาเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าสี่ตระกูลใหญ่ร่ำรวยเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่ว่าศิษย์สำนักชั้นในคนใดของตระกูลก็มักมีจี้หยกนี้ห้อยอยู่!

              ในชั่วพริบตาต่อมาเมิ่งเฉิงพลันลืมตาขึ้นอย่างฉับพลันนัยน์ตาของเขามีความร้ายกาจวาวโรจน์ก่อนจะตวาดเสียงดัง “นังหญิงชั่วทำให้เหล่าจื่อตกอยู่ในภวังค์อย่างนั้นหรือ ดูท่าคงต้องถอดเสื้อผ้าของเจ้าออกให้หมดเสียแล้ว!”

              หลังจากที่เอ่ยวาจาเขาก็ก้าวออกมาเบื้องหน้าขณะเดียวกันฝ่ามือที่อยู่ในอากาศr]yoเปลี่ยนไประลอกคลื่นแห่งพลังปราณอันแข็งแกร่งแผ่ซ่านออกมาและมีอุณหภูมิที่คล้ายดั่งว่าสามารถแผดเผาได้ทุกสรรพสิ่งก็ไม่ปาน

              “หัตถ์โลกันตร์ ไปตายเสีย!”

              มันคือพลังฝ่ามือในระดับอักษรหงซ้ำยังฝึกฝนจนอยู่ในขั้นสูงแล้วด้วย อานุภาพอันไม่ธรรมดาระเบิดอกมาอย่างฉับพลันแล้วในวินาทีต่อมามันก็ถาโถมลงมาหาหยางเถียนโดยทิ้งไว้เพียงเงาที่เลือนรางในอากาศ

              เมื่ออยู่ภายใต้การโจมตีเช่นนี้แม้จะเป็นหยางเถียนก็ยังหน้าถอดสีแต่เจ้าของร่างอรชรกลับยังคงกัดฟันแน่นและไม่ได้ถอยหนีแม้ว่าการเดินทางในครั้งนี้ทั้งสองจะอยู่ในความสัมพันธ์เจ้านายและทหารรับจ้างทว่าหยางเถียนก็ไม่อาจนิ่งดูดายมองผู้อื่นล้อมโจมตีเมิ่งฝาน จึงเลือกที่จะออกมาสู้อย่างสุดกำลัง

              และในชั่วพริบตานี้เองที่ฝ่ามือขนาดใหญ่ดิ่งลงมาทว่ากลับมีคนผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าของหยางเถียนเจ้าของชุดสีครามบนร่างมองศัตรูด้วยนัยน์ตาที่เย็นชาเมิ่งฝานมองไปยังฝ่ามือเบื้องหน้าแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น “ข้าเองจะดีกว่า และหากใครจะสู้ ก็ต้องสู้จนตัวตาย!”

    คล้ายกับเรื่องเมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน ที่คุณอ่าน