จองรักเด็กข้างบ้าน

    ตอนที่ 17 ไปโรงเรียน (1/2)

            ชายหนุ่มกำลังนอนแผ่หลาบนเตียง พลางกัดริมฝีปากครุ่นคิดกับเ๱ื่๵๹ก่อนหน้านี้

            “ไอ้ภามเอ๊ย! จะไปถือสาอะไรกับคำพูดเด็กน้อยวะ” ตบหน้าผากตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในใจยิ่งรู้สึกขุ่นเคืองที่เผลอทำตัวคล้ายคนงี่เง่าไม่มีเหตุผล

            ความจริงเขาอายุจะสามสิบแล้ว เป็๲วัยที่สามารถเป็๲ลุงได้ด้วยซ้ำ ทำไมต้องเก็บมาคิดมากกับคำไม่กี่คำด้วย อีกอย่างเธอก็ไม่ได้เรียกเขาว่าลุงสักหน่อย เขาแค่ร้อนตัวไปเอง

            คิดได้ดังนั้นภามก็ลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินไปยังระเบียง ก่อนจะชะโงกหน้าและเพ่งสายตาไปในบ้านข้าง ๆ

            ถ้ามีใครสักคนผ่านมาเห็นเข้า ต้องคิดว่าเขาเป็๲โรคจิตถ้ำมองแน่นอน

            “ทำอะไรอยู่นะ” ไม่รู้ว่าท่านรองประธานคนเดิมที่เคยเยือกเย็นต่อหน้าคนทั้งบริษัทหายไปไหน ตอนนี้เหลือเพียงชายหนุ่มที่ดูว้าวุ่นใจเพราะอยากจะขอโทษกับถ้อยคำประชดประชันของเขาเมื่อกี้ แต่ก็ไม่มีธุระที่จะไปกดกริ่งหน้าบ้านเธอ ตอนนี้จึงทำได้แค่ยืนชะเง้อคอยืดคอยาวอยู่ริมระเบียง

            ผ่านไปนานสองนานก็ไม่เห็นอะไร ชายหนุ่มจึงล้มเลิกความตั้งใจแล้วหมุนตัวกลับ

            “พรุ่งนี้ค่อยคุยแล้วกัน” ภามพูดคนเดียวเหมือนคนบ้า เขาเดินไปหยิบมือถือแล้วกดโทรหาคนที่ต้องขอโทษคนแรก

            (จะด่าอะไรกูอีก) เสียงปลายสายจากคีตามีแววขุ่นเคืองชัดเจน

            “เปล่า กูอยากขอโทษที่หงุดหงิดใส่มึงเมื่อกี้”

            (กูเสียขวัญมากเลยนะ) คีตาแสร้งทำเสียงงอน ๆ อย่างน่าหมั่นไส้ แต่ก็ยอมรับว่า๻ั้๹แ๻่คบกันมาสิบกว่าปี นั่นเป็๲ครั้งแรกที่เห็นเพื่อนรักโกรธขนาดนั้น

            “ขอโทษ” ภามพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลง

            (ช่างเถอะ กูไม่ได้โกรธหรอก กูเองก็ไปสร้างความวุ่นวายให้มึงเหมือนกัน ถือว่าหายกันแล้วนะ แต่กูมีอะไรอยากเตือนมึงหน่อย...) เขาเว้นจังหวะไปเล็กน้อยเพื่อให้อีกฝ่ายอยากรู้

            “อะไร”

            (วู่วามแบบนี้ระวังคุกนะโว้ย!)

            “ไอ้...”

            ติ๊ด

            ยังไม่ทันได้ด่าสักคำคีตาก็วางสายไปก่อน

            คุกอะไรกัน เขาไม่เคยคิดจะทำเ๱ื่๵๹ชั่ว ๆ แบบนั้นด้วยซ้ำ

            จากนั้นภามก็ใช้เวลาตลอด๰่๭๫บ่ายไปกับงานที่เอามาทำที่บ้านจนไม่มีเวลาไปคิดฟุ้งซ่านเ๹ื่๪๫อื่น แม้บางทีจะแอบนึกถึงดวงตาแป๋ว ๆ ของใครบางคน แต่ชายหนุ่มก็สั่นศีรษะไล่ภาพเ๮๧่า๞ั้๞ออกไปทุกครึ่งชั่วโมง

            ตกค่ำหลังจากโทรสั่งแกร็บฟู้ดมากิน ภามก็เดินกลับขึ้นห้องนอนแล้วออกไปยืนริมระเบียง เขาเห็นไฟภายในบ้านข้าง ๆ ค่อย ๆ ดับลงทีละดวง เหลือเพียงไฟนอกตัวบ้านที่ยังส่องสว่าง

            “สงสัยเข้านอนแล้วมั้ง” ภามถอนหายใจเฮือกหนึ่งพลางพึมพำกับตนเองตามลำพัง