[จบ]เซียนทะลุมิติมาบริหารฟิตเนส

    151 แค่เช็ดเลือด

    “ เหลืออีก 3 จุดเท่านั้น ”


    “ จะไม่เป็นไรเหรอ มันเข้ามาใกล้ตึกที่เราอยู่เรื่อยๆเลยนะ ”


    “ ทำไมไม่ปิดไฟตึกหน่อยล่ะ เปิดสว่างแบบนี้อาจจะมีคนวิ่งเข้ามาหลบก็ได้นะ ”


    เหล่าฮันเตอร์เริ่มเกิดความรู้สึกกลัวเนื่องจากว่าการต่อสู้ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ หลายคนกลัวว่าทิศทางของการต่อสู้ที่ใกล้เข้ามาจะเป็นเพราะแสงภายในหลงเฉียงฟิตเนส มันเป็นตึกแห่งเดียวที่ยังมีแสงสว่างท่ามกลางความมืด หากว่าปิดไฟอาจจะทำให้การต่อสู้ที่ใกล้เข้ามามุ่งหน้าไปทางอื่น


    อ้ายเสินและป๋อหลินพยายามบอกทุกคนให้ใจเย็น เขาไม่รู้วิธีปิดไฟภายในตึก แม้จะทำงานที่นี่มานานคนที่เปิดปิดไฟภายในตึกได้มีเพียงเถ้าแก่เฉินห่าวเท่านั้น พวกเขาลองปิดไฟดูแล้วมันยังคงส่องสว่าง ดังนั้นถ้าเถ้าแก่เฉินไม่เป็นคนปิดมันด้วยตนเอง แสงจะยังคงสว่างต่อไป


    ตอนนี้ไม่มีใครรู้เลยว่าเถ้าแก่เฉินห่าวหายไปที่ไหน เขาเดินหายเข้าไปในเงามืดยังไม่เดินทางกลับมา หลายคนจึงคิดว่าเขาคงจะหลบอยู่ที่ไหนสักแห่งหลังจากมีการต่อสู้เกิดขึ้นรอบๆ


    บู้ม!


    “ ดูเหมือนจะจบแล้วนะ ”


    อ้ายเสินชะโงกหน้าออกไปนอกร้านแล้วพยายามกวาดตามองออกไปรอบๆเผื่อคนที่ต่อสู้กันจะวิ่งมาใกล้ๆ อย่างไรก็ตามเขาไม่เห็นการเคลื่อนไหวใดเลยจึงพยายามเฝ้าจับตามองเผื่อการต่อสู้จะยังไม่จบดีเท่าไหร่


    ขณะที่ทุกคนช่วยกันกวาดตามองออกไปรอบๆหลงเฉียงฟิตเนสเพื่อหาการเคลื่อนไหว หลายคนเริ่มเห็นเงาตะคุ่มๆของใครบางคนกำลังเดินดุ่มๆมาจากถนนอีกฝั่ง


    การเดินมั่นคงมากจึงคิดว่าไม่น่าจะเป็นกลุ่มเดียวกันกับพวกที่ต่อสู้ ทันใดนั้นเองชายที่เดินข้ามถนนก็เข้ามาในระยะแสงส่องสว่างเผยให้เห็นร่างเถ้าแก่เฉินห่าวที่เดินกลับมา


    “ เถ้าแก่คุณไปที่ไหนมา ”


    เฉินห่าวยิ้มให้อ้ายเสินและสมาชิกภายในร้านที่กำลังมองออกไปนอกร้านด้วยท่าทางวิตกกังวล เพียงแต่ว่าสายตาของทุกคนกลับมองมาที่เขาหลังจากเฉินห่าวนำมือเช็ดไปที่กางเกง


    สิ่งที่เขาเช็ดออกจากมือไม่ใช่น้ำและมันไม่ใช่เหงื่อแต่เป็นของเหลวสีแดงเหมือนกับเลือด จำนวนของมันมีเยอะไม่น้อยราวกับว่าเขาพึ่งฆ่าบางอย่างมา


    “ เถ้าแก่เกิดอุบัติเหตุกับคุณเหรอ ”


    “ นิดหน่อยแต่ไม่เป็นอะไรมากหรอก ขอทางหน่อยนะฉันจะขึ้นไปอาบน้ำสักหน่อย ”


    ฮันเตอร์พยายามบีบกันให้แน่นขึ้นเพื่อเปิดทางให้เถ้าแก่ ทันใดนั้นไฟด้านนอกก็เริ่มส่องสว่างไม่นานเขต X ก็กลับเข้าสู่สภาวนะปกติอีกครั้ง เสียงต่อสู้ที่ยังคงอยู่มาจากทางฝั่งของสงคราม ไม่มีการต่อสู้ภายในเมืองเกิดขึ้นอีก


    เหล่าฮันเตอร์เห็นบางสิ่งผิดปกติจึงหันมองเถ้าแก่เฉิน อีกฝ่ายเดินขึ้นชั้นสองไปแล้วพวกเขาจึงไม่ได้ถามอะไร


    “ ทุกคนคิดว่ามันบังเอิญเกินไปไหม ”


    “ อะไรเหรอ ? ”


    “ ฉันจำได้ว่าก่อนหน้านี้เถ้าแก่เฉินเดินออกจากร้านแล้วไฟก็ดับ พอเขากลับเข้าร้านไฟก็เปิด มันจะบังเอิญเกินไปหรือเปล่า ”


    เหล่าฮันเตอร์ขมวดคิ้วจนเกิดรอยหยักกลางหน้าผาก ต่างคนต่างรู้สึกคิดหนักเพราะถ้าหากเป็นอย่างที่พวกเขาคิดหมายความว่าสิ่งที่เกิดขึ้นภายในเมืองจะต้องเป็นฝีมือเถ้าแก่เฉิน เลือดที่เขาเช็ดออกจากมือเป็นหนึ่งในสิ่งที่ยืนยันได้เป็นอย่างดีว่ามันจะต้องเป็นเลือดของคนที่เขาต่อสู้ด้วยอย่างแน่นอน


    “ นี่ ถ้าสังเกตให้ดีบนตัวของเถ้าแก่ไม่ได้มีแค่เลือดที่เปื้อนกางเกงนะ บริเวณหัวไหล่มีเลือดติดอยู่ ตามร่างกายมีรอยให้เห็นแม้จะไม่ใหญ่มากแต่ก็พอทำให้รู้ว่ามันเป็นรอยเลือดที่กระเด็นมาโดนแน่ๆ ”


    “ ถ้าเป็นฝีมือเถ้าแก่เฉินจริงๆเขาไม่น่าจะแยกร่างได้ การต่อสู้เกิดขึ้นพร้อมๆกันเลยนะ แต่ละที่ก็ไกลกันด้วย”


    “ แล้วถ้าหากเถ้าแก่ไม่ได้ลงมือแค่คนเดียวล่ะ เขาเป็นแค่หนึ่งในคนที่ลงมือ ”


    ทุกคนต่างกลืนน้ำลายเพราะไม่รู้ว่าเถ้าแก่เฉินมีตัวตนเช่นไร พวกเขารู้แค่ว่าเป็นเถ้าแก่ของตึกนี้  หากว่าเถ้าแก่เฉินเป็นหนึ่งในคนที่ต่อสู้ภายในเมืองหมายความว่าฝ่ายเดียวกันกับเขาจะต้องเป็นขุมอำนาจที่แข็งแกร่งเพราะสามารถทำให้การต่อสู้ของเลเวลที่มากกว่า 100 จบลงได้ในเวลาไม่ถึง 20 นาที


    “ มีใครตรวจสอบเลเวลเถ้าแก่ได้ไหม ”


    “ ฉัน ฉันตรวจสอบได้ ในตอนที่เถ้าแก่เช็ดเลือดฉันอยากรู้ว่าบาดเจ็บตรงไหนก็เลยลองตรวจสอบดู ปรากฎว่าฉันเห็นเลเวลของเถ้าแก่แทนที่จะเป็นบาดแผล ”


    นักเวทสาวผมแดงพูดด้วยท่าทางดีใจเพราะเธอไม่คิดว่าจะได้เห็นเลเวลของเถ้าแก่


    “ เท่าไหร่เหรอ ”


    “ 120 ”


    ดวงตาของอ้ายเสินเบิกกว้าง วันที่เกิดสงครามเถ้าแก่เลเวลเพียง 50 เท่านั้น มาวันนี้กลับเลเวล 120 ทั้งที่เวลาผ่านไปไม่ถึง 1 ปี หากจะให้ตกใจกว่านี้ต้องย้อนไปถึงวันที่พวกเขาเจอเถ้าแก่ อีกฝ่ายเป็นเพียงเลเวล 1 เมื่อรู้ว่าเถ้าแก่อัพเลเวลรวดเร็วมากพวกเขาต่างก็ตะลึงซึ่งไม่มีใครในกลุ่มของอ้ายเสินกล้าบอกเรื่องนี้


    “ งั้นก็หมายความว่าเถ้าแก่อาจจะเป็นหนึ่งในคนที่ลงมือ ”


    “ หรือว่าเถ้าแก่จะเข้าร่วมองค์กรสักอย่าง ”


    “ ไม่รู้แหละ แต่ที่ฉันรู้ตอนนี้คือเถ้าแก่เลเวล 120 เท่านี้ก็ทำให้รู้แล้วว่าเขากลายเป็นหนึ่งในคนที่แข็งแกร่งในเขต X แล้ว ”


    เลเวล 120 ไม่ใช่เลเวลสูงสุดของเถ้าแก่แน่นอนเพราะหลังจากที่มีข่าวผู้อาวุโสและเสาหลักของกิลด์ได้เล่นอุปกรณ์เลเวล 2 ความสามารถที่แท้จริงของเถ้าแก่เฉินคงจะสูงถึง 140 การต่อสู้ที่เกิดขึ้นจึงยืนยันได้ว่ามันอาจจะเป็นหนึ่งในสิ่งที่เถ้าแก่เฉินลงมือและมีคนที่อยู่ฝ่ายเดียวกันกับเขาช่วยเหลือ


    เฉินห่าวที่แอบฟังอยู่ชั้นบนรู้สึกพอใจ เขาจงใจปล่อยให้เลือดเปื้อนไปตามตัวและปลดการซ่อนเลเวลออก


    สาเหตุที่เขาทำเช่นนี้ก็เพื่อเปลี่ยนตัวตนของเขาให้มีค่าพอที่จะต่อรองกับผู้คนในเขต X นับต่อจากนี้เขาจะกลายเป็นคนที่น่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น หากมีเรื่องชกต่อยกับตระกูลใหญ่ หลายคนที่เห็นพลังของเขาแล้วก็เลือกที่จะอยู่กับเขานานขึ้น ไม่ใช่ทิ้งไปอย่างไม่ใยดีเพราะเขาไม่มีหลักประกันใดที่ทำให้คนที่สานสัมพันธ์เชื่อว่าจะพาผ่านวิกฤตหากเผชิญหน้ากับตระกูลใหญ่ไปได้


    การเปิดเผยพลังและฝีมือเมื่อกี้ก็เป็นหนึ่งในวิธีที่ใช้ในการสร้างความเชื่อมมั่นให้ฮันเตอร์ในเขต X เชื่อในตัวของเขา


    ถึงอย่างนั้นการเปิดเผยพลังมีด้านลบเช่นเดียวกันเพราะคนที่มีปัญหากับเขาจะระมัดระวังมากยิ่งขึ้นและอาจจะวางแผนดีขึ้นถึงขั้นส่งเลเวลสูงกว่านี้มาเล่นงาน


    ต่อให้จะเสี่ยงมากยิ่งขึ้นเฉินห่าวกลับจำเป็นต้องเปิดเผยฝีมือเพราะตอนนี้ข่าวลือสามีของคุณหนูจินม่ายกระจายไปทั่วแล้ว ถ้าเขายังคงปล่อยผ่านแล้วรอให้ศัตรูบุกมาโจมตีเรื่อยๆ การทำเช่นนี้จะเป็นการทำลายเขาเสียเองและยังเป็นการทำลายคนที่หนุนหลังเขาด้วย


    ดังนั้นเขาจึงต้องเผยความแข็งแกร่งของตนเองบ้างเพื่อให้คนที่เขาสานสัมพันธ์สามารถช่างใจได้ว่าจะช่วยเหลือหรือจะถอยห่าง 


    “ เจอกันที่ดาดฟ้า ”


    เฉินห่าวอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยก่อนจะเดินไปดูลูกสาว เธอยังคงหลับปุ๋ยอยู่ภายในห้อง มือทั้งสองยังคงกำตุ๊กตาเอาไว้เช่นเดิม เฉินห่าวจึงค่อยๆปิดประตูก่อนจะเดินขึ้นไปบนดาดฟ้าตึกพบเข้ากับมือสังหารทุกกลุ่มที่รับงานมาฆ่าเขา


    กลุ่มของนทีสดับแสงยังปกติ ต่อให้จะต้องใช้เวลามากถึง 5 นาทีในการจัดการมือสังหารแต่ก็เอาชนะมาได้โดยไร้รอยขีดข่วน แต่สำหรับมือสังหารที่เดินทางมาในคืนนี้ สภาพของพวกมันย่ำแย่ไม่น้อยจนไม่มีใครสามารถยืนทำความเคารพเขาได้ เฉินห่าวกลับไม่ใส่ใจปล่อยให้พวกมันนอนนิ่งบนพื้นต่อไปพลางใช้สกิลปรับแก้ไขข้อผิดพลาดช่วยเร่งการรักษาให้แก่พวกมัน


    “ เอาล่ะฉันถามหน่อย พวกแกมากันกี่กลุ่ม ”


    หัวหน้าแต่ละกลุ่มยกมือจนทำให้รู้ว่ามีมือสังหารมากถึง 12 กลุ่มวางแผนจัดการเขาในคืนเดียว เฉินห่าวตกใจไม่น้อยไม่คิดว่าคนที่เลียแข้งเลียขาคุณชายหานจะมีมากกว่า 1 กลุ่ม


    “ พวกแกรับงานจากใครบ้างเหรอ ”


    “ ผมรับภารกิจจากจินหลิงกรุ๊ป ”


    “ของผมรับภารกิจจากเทียนชิงคอร์ป ”


    “ ผมรับจากซวนอู่กรุ๊ป ”


    “ ผมรับจากเซิ่งเทียนกรุ๊ป ”


    เฉินห่าวกวาดตามองไปรอบๆ ปรากฎว่ามือสังหารที่รับงานมีที่มาจาก 4 บริษัทของเมืองลั่วหยาง เขาไม่รู้ว่าบริษัทเหล่านี้ทำอะไรจึงหันไปสอบถามหัวหน้าองค์กรนทีสดับแสง


    “ นายท่าน จินหลิงกรุ๊ปทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ระดับไฮเอนด์และโรงแรมหรู 5 ดาวย่านการค้า ในส่วนของเทียนชิงคอร์ปเป็นผู้ดูแลระบบเฝ้าระวังและให้บริการเกี่ยวกับการเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ ”


    “ อีก 2 ทำอะไร ”


    “ ซวนอู่กรุ๊ปทำเกี่ยวกับขนส่ง ท่าเรือ ท่าอากาศยาน ส่วนเซิ่งเทียนกรุ๊ปอุตสาหกรรมยาและเทคโนโลยีชีวภาพ ”


    “ ทั้ง 4 บริษัทนี้ใหญ่แค่ไหน ”


    “ ยังไม่ใช่ขุมอำนาจระดับใหญ่สุดของเมือง แต่พวกเขาก็ยืนอยู่จุดสูงสุดของระดับกลางแล้ว ”


    “ ก็เลยเอาใจตระกูลหานเป็นพิเศษสินะเพราะมีธุรกิจหลากหลายและครอบคลุมกว่า ”


    เฉินห่าวหันมองมาที่มือสังหารที่กำลังรักษาตัวแล้วขอเอกสารการว่าจ้างจากพวกมัน หลังจากอ่านเอกสารซ้ำเขาก็พบว่าเขาจะต้องถูกทำให้หายไป ส่วนลูกสาวจะถูกจับเป็นตัวประกัน  แม้จะไม่มีการระบุว่าจะจับลูกสาวเขาไปทำอะไรเฉินห่าวกลับรู้ว่าเป่าเป้ยจะถูกใช้บีบให้จินม่ายหมั้นเร็วขึ้นกว่าเดิม


    “ ชักอยากรู้แล้วสิว่าตระกูลหานต้องการอะไรจากตระกูลเจียง ทำไมถึงอยากจะหมั้นขนาดนั้น พวกแกพอจะมีข้อมูลไหม ”


    มือสังหารแต่ละคนส่ายหน้า พวกเขารู้ว่าตระกูลหานและตระกูลเจียงพยายามจะหมั้นกันเพราะเรื่องผลประโยชน์เพียงแต่ว่าไม่มีใครรู้ว่าผลประโยชน์ที่ว่าคืออะไร รู้แค่ว่าตระกูลหานพยายามจะหมั้นกันกับตระกูลเจียงให้ได้และดูเหมือนผู้อาวุโสส่วนหนึ่งของตระกูลเจียงอยากจะให้ตระกูลหานหมั้นหมายเช่นเดียวกัน 


    เฉินห่าวจึงคิดว่าเขาคงต้องถามจินม่ายตรงๆแทน


    “ นทีสดับแสงเรียกยากไป ฉันจะเรียกพวกแกองค์กรนทีมืดก็แล้วกัน มีใครอยากจะเปลี่ยนชื่อไหม ”


    ไม่มีใครแสดงความคิดเห็นเฉินห่าวจึงเปลี่ยนชื่อองค์กรมือสังหารเป็นนทีมืดในทันทีเพราะมันคือสถานที่ที่เขารวมเอามือสังหารจากหลายๆองค์กรมาไว้ด้วยกัน


    “ เอาล่ะ บาดแผลของพวกแกน่าจะใช้เวลาสัก 2 - 3 วัน หลังจากที่รักษาหายแล้วให้ใช้อุปกรณ์ในชั้นที่ 7 จนค่าสถานะเพิ่มขึ้น 10 หน่วย ในระหว่างนี้ฉันจะยัดทักษะหนึ่งให้พวกแก  หน้าที่ที่พวกแกต้องทำไม่มีอะไรมากเลย เพิ่มเลเวลแล้วก็รอรับคำสั่งจากฉัน ในระหว่างนี้ใครจะรับงานเป็นมือสังหารเหมือนเดิมก็ทำได้ แต่จำเอาไว้ว่าองค์กรของพวกแกถูกทำลายแล้ว ห้ามติดต่อกับใครผ่านตัวตนนี้อีก  ”


    เฉินห่าวห้ามไม่ให้มือสังหารใช้ตัวตนเดิมติดต่อรับงาน พวกมันจะต้องตั้งกลุ่มใหม่เพื่อรับงานเท่านั้น สาเหตุที่เขาไม่ให้พวกมันใช้ตัวตนเดิมก็เพราะเขาต้องการข่มขวัญพวกที่ต้องการเลียแข้งเลียขาตระกูลหานเช่นเดียวกัน


    การที่มือสังหาร 12 กลุ่มหายไปในคืนเดียวจะต้องทำให้เกิดความกลัวบ้าง ทว่าเขาไม่คิดจะหยุดเท่านี้ สำหรับบริษัททั้ง 4 ที่ว่าจ้างมือสังหารเขาจะทำการเชือดมันให้เหมือนไก่เพื่อทำให้พวกที่คิดจะเลียแข้งเลียขาคุณชายหานหวาดกลัว


    “ ยัดทักษะให้มือสังหารก่อนก็แล้วกัน ส่วน 4 บริษัทใหญ่ค่อยคิดว่าจะเล่นงานมันก่อนหรือหลังพานักศึกษาไปสอบ ”


    ไม่จำเป็นที่เขาจะต้องส่งมือสังหารเข้าคอร์ส พวกมันคือทาสเขาจึงสามารถยัดทุกอย่างให้พวกมันได้ในเวลา 1 ชั่วโมง ใครที่ยังปลุกพรสวรรค์ไม่ได้เขาจะบังคับให้มันทำโดยไม่คิดเงินเพราะนี่คือสิทธิพิเศษสำหรับคนที่จะกลายเป็นดาบให้เขา




     

    คล้ายกับเรื่อง[จบ]เซียนทะลุมิติมาบริหารฟิตเนส ที่คุณอ่าน