ผู้มาเยือน
หลายวันต่อมา
“ยอดไปเลยลาร์เฟีย เธอเก่งมากเลยสามารถนำของมาคืนให้พวกเราทุกคนได้” เสียงปรบมือชื่นชมดังก้องไปทั่วหอประชุมของเซนเทียน่าเมื่อลาร์เฟียนำพากล่องสมบัติขนาดใหญ่บรรจุของที่หายไปของทุกคนในโรงเรียนมาวางไว้เพื่อให้เจ้าของมารับไปของทุกชิ้นจะรู้ว่าใครเป็นเจ้าของแล้วจะกลับคืนสู่เจ้าของโดยไม่ต้องพิสูจน์ใด ๆนั่นคือมนตรา ที่ลาร์เฟียสร้างขึ้นให้ง่ายต่อการอาจจะถูกแอบอ้าง
“เก่งมาเลยลาร์เฟีย” หลายเสียงยังคงชมไม่ขาดปากและแม่สาวผมส้มก็กอดอกเชิดหน้าอย่างภูมิใจโดยมีเพื่อนอีกสองคนคอยปรบมือเป็นหน้าม้าอยู่ไม่ห่าง
“หึ! น่าภูมิใจตรงไหนจริง ๆแล้วควรเป็นเธอต่างหากนะเนย่าที่นำของมาคืนทุกคนได้ไม่ใช่ลาร์เฟีย” รินรินนึกหมั่นไส้ที่ลาร์เฟียเอาหน้าอยู่คนเดียวโดยไม่พูดถึงคนอื่นในทีมวันนั้นเลย
“ใช่ ยายหนูมีปีกพูดถูก” ชูม่าที่ยืนอยู่บนหัวเนย่ากอดอกพยักหน้าหงึกหงักอย่างเห็นด้วย
“เอาน่า หล่อนมีความสุขอยู่แค่นั้นก็ให้ทำไปเถอะ” เนย่าปรามแต่ก็นึกขำอยู่บ้างกับท่าทีของลาร์เฟียที่ทำราวกับกำลังเป็นเจ้าของโลกใบนี้
“เรื่องหัวใจศิลานั่นเธอคิดว่าไง” รินรินนึกขึ้นได้ว่ามีบางอย่างที่เป็นของสำคัญในการได้คะแนนจากครั้งนี้ด้วย
“ลาร์เฟียนำไปให้อาจารย์ทรอยอาร์แล้วล่ะไม่ต้องห่วง” เซนดรินเดินเข้ามาหย่อนก้นลงนั่งข้าง ๆ เนย่าทำเอารินรินถึงกับหน้าบูดใส่ และเนย่าทำเพียงถอนหายใจนึกถึงเรื่องราววันนั้นแล้วก็ยังเสียใจที่ช่วยเงือกน้อยไว้ไม่ได้
“แค่จะมาบอกว่าอาวุธจากเปลือกไข่ฉันพลังมันเพิ่มขึ้นนะ เพราะมันเปลี่ยนรูปร่างได้” เซนดรินบอกโดยไม่หันไปมองหน้าคนข้าง ๆที่กำลังมีสีหน้าแปลกใจอยู่
“พูดถึงเรื่องอาวุธนะเนย่าเธอเปลี่ยนสร้อยนั่นเป็นทวนแบบนั้นได้ตั้งแต่เมื่อไรมันเยี่ยมมากเลยนะล้มปีศาจขนาดนั้นได้สุดยอดไปเลย” รินรินเสริม
“ฉันไม่แน่ใจเหมือนกันตอนนั้นรู้แค่ว่าถ้าใช้ธนูคงจะเบาไปและทำลายโบอาร์ที่กระดองแข็งขนาดนั้นไม่ได้บวกกับโกรธมากที่เรเนรอสถูกทำร้ายอาวุธก็เปลี่ยนไปเองโชคดีที่พวกเธอเองก็ทำให้โบอาร์อ่อนกำลังลงมากแล้วเลยตัดคอนางได้สำเร็จน่ะ” เนย่าไม่ลืมที่จะหันไปขอบคุณเพื่อนที่ช่วยกันล้มปีศาจปูลงได้
“เฮอะ! เพราะไหวพริบของฉันต่างหากเธอถึงทำแบบนั้นได้” เสียงเยาะของลาร์เฟียดังมาแต่ไกลเธอเดินเฉิดฉายเข้ามาร่วมวงสนทนาด้วยเมื่อเห็นว่าเซนดรินเข้ามาทักทายเนย่า
“ใช่เธอเก่งมากเลย แล้วก็ขอบใจนะที่ช่วยฉันไว้” เนย่าทำหน้ายียวนตอบ อันที่จริงเธอก็รู้สึกขอบใจแต่เห็นลาร์เฟียทำท่าทางถือดีเลยอดจะกวนประสาทกลับไม่ได้
“เปล่าสักหน่อยฉันแค่ไม่อยากให้เธอไปเป็นภาระท่านเซนดรินต่างหาก” ลาร์เฟียเบะปากอย่างไม่อยากจะยอมรับตอนนั้นก็ไม่รู้คิดอะไรเหมือนกันถึงเข้าไปผลักเด็กมนุษย์ให้พ้นทางแล้วตัวเองมารับเคราะห์แทนจนโดนจับไปอาจจะเป็นเพราะเธออยากให้เซนดรินเห็นใจก็เป็นได้
“เนย่าก็ช่วยเธอเหมือนกันควรจะขอบใจเนย่าด้วยสิ” รินรินท้วง
“ฉันไม่ได้ขอนี่” ลาร์เฟียไม่สนใจก่อนจะกระแทกไหล่รินรินแล้วเดินเชิดจากไป
“เห็นแก่ตัวชะมัด” รินรินต่อว่าก่อนจะนั่งลงแล้วจับมือเนย่าอย่างให้กำลังใจ
สายตาเนย่าเหลือบไปเห็นใครคนหนึ่งที่ยืนหลบมุมอยู่ข้างหอประชุมเขากอดอกยืนหลับตานิ่งฮาร์มไม่เข้ามารวมกลุ่มด้วยแต่ชอบที่จะยืนสังเกตอยู่ไกล ๆเนย่าคิดว่าเหตุที่ฮาร์มไม่เข้ามาคงเป็นเรื่องของเรเนรอสที่เขาเลือกที่จะตัดสินชะตาชีวิตให้
แม้เนย่าจะไม่เห็นด้วยเรื่องที่ไม่ให้เรเนรอสเลือกทางเองแต่สิ่งที่ฮาร์มทำก็ทำให้เรเนรอสยังมีชีวิตอยู่ นับว่าเป็นเรื่องที่น่าจะขอบคุณเขาเสียมากกว่า
ในขณะที่เด็ก ๆกำลังพูดคุยและตื่นเต้นดีใจกับการได้รับของกลับคืนมานั้น เสียงบนเวทีก็ดังขึ้นเป็นอีรอสที่รับหน้าที่นี้ ทุกคนเงียบไปอึดใจหนึ่งเมื่อมีประกาศสำคัญ
“ต้องขอโทษด้วยนะเด็ก ๆ ที่ไม่ได้แจ้งล่วงหน้าในวันนี้จะมีการทดสอบการประลองของชั้นปีหนึ่งและเป็นการโชว์ศักยภาพให้ทูตจากต่างแคว้นได้ชมกันหวังว่าปีหนึ่งจะเตรียมตัวกันพร้อมอยู่แล้วนะเด็ก ๆ” สิ้นคำประกาศ เหล่าเด็ก ๆ ต่างชั้นปี มองหน้ากันไปมาแต่ที่น่าหนักใจสุด คงไม่พ้นเด็ก ๆชั้นปีหนึ่งที่เพิ่งผ่านการทดสอบมหาโหดของทรอยอาร์เมื่อคราวก่อนโดยเฉพาะทีมของเนย่า
“เป็นการจับคู่ เพื่อต่อสู้ก่อนในรอบแรกและเมื่อได้ผู้ชนะในรอบนั้น ๆ ก็ให้ผู้ชนะมาประลองกันเรื่อย ๆจนกว่าจะได้ผู้ชนะเพียงคนเดียว การต่อสู้อาจจะใช้เวลาหลายวันฉะนั้นผู้ชนะในวันนี้ก็จะต้องมีการเตรียมตัวต่อสู้ในรอบต่อไปในวันถัดไปขอให้ชั้นปีหนึ่งทำอย่างเต็มที่ ฉันเตรียมบอลฉลากไว้แล้วให้นักเรียนชั้นปีหนึ่งเข้ามาเลือกไปได้เลย” จบคำประกาศ อีรอสก็กระจายลูกบอลเวทย์ลงไปกลางห้องประชุมเท่ากับจำนวนนักเรียนชั้นปีหนึ่ง
เมื่อเหล่าน้องเล็กของโรงเรียนก้าวออกมาจับฉลากก็ต่างมีเสียงเชียร์ ปรบมือโห่ร้องจากเหล่ารุ่นพี่เป็นการให้กำลังใจ เพราะพวกรุ่นพี่เหล่านั้นก็มีสิทธิ์ได้ดูการประลองของน้องๆ ด้วย
“อะไรกันจับคู่ประลองแบบนี้เธอกับฉันก็มีโอกาสสู้กันน่ะสิ” รินรินหันมาส่งสายตาออดอ้อนเนย่า
“เอาน่า เธออาจจะไม่ได้คู่กับฉันก็ได้” เนย่าปลอบใจก่อนทั้งคู่จะเดินไปจับลูกบอลฉลากพร้อม ๆ กัน
“อ๊ะ!ฉันได้สู้กับซิมบัสเหรอ โอ้ย!ไม่ชอบแบบนี้เลย” รินรินโอดโอย เธอไม่ชอบขี้หน้าซิมบัสเพราะซิมบัสเหมือนจะชอบหาเรื่องแกล้งต่อว่าให้เธออับอายบ่อย ๆ ด้วยถ้าไม่มีเนย่าอยู่ใกล้ ๆ หมอนั่นอาจจะแกล้งดึงขนปีกเธอเล่นเป็นแน่
“ก็ดีสิเธอจะได้แก้แค้นที่เขาชอบแหย่เธอไงรินรินของฉันสู้กับเคนาส เอ่อ...คนไหนนะ” เนย่าแนะนำเพื่อนก่อนจะมองหาคู่ประลองของตัวเอง
“เคนาสเหรอ... ลูกครึ่งไททันเชียวนะ” รินรินเขย่าแขนเนย่าพร้อมชี้ให้ดูเด็กชายร่างใหญ่ที่ยืนวางท่านักเลงอยู่ไม่ไกล โดยมีลูกสมุนคอยบีบนวดเอาใจ
อยู่ห้องเดียวกันมานานเนย่าก็เพิ่งได้สังเกตเห็นนี่ล่ะว่ามีร่างเด็กยักษ์อยู่ด้วยเคนาสที่ว่าลักษณะคล้ายชาร์กัสลูกน้องเธอในโลกมนุษย์ไม่มีผิด ติดก็ตรงไอ้ท่าทางมั่นใจเกินเหตุก็เท่านั้น
“ไททันนี่พวกยักษ์แบบอาจารย์อีรอสไหม” เนย่านึกขึ้นได้ว่าอาจารย์อีรอสก็มีเลือดยักษ์เหมือนกันแค่ตัวไม่ใหญ่โตแบบนี้ แค่สูงกว่าพวกอสรุเทวาปกติก็แค่นั้น
“ไม่อาจาร์ยน่ะมาจากยักษ์สายอสูรที่ขึ้นชื่อว่าจิตใจชั่วร้าย เลยโดนใส่ร้ายไง แต่ไททันเป็นพวกยักษ์เทพพลังมหาศาลเธอต้องระวังตัวให้มากนะเนย่า” รินรินเอ่ยเตือน
“แล้ว เซนดรินกับฮาร์มล่ะ” เนย่าหันไปหาสองคนที่กำลังแข่งจ้องตากันอยู่
“อย่าบอกนะว่าสองคนนั่นต้องสู้กันเอง” เนย่าเอียงคอยิ้มแหยไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามังกรในความดูแลเธอจะต้องสู้กันเองแบบไม่เปิดเผยร่างให้ใครรู้อีกด้วย
“น่าสนุกนะ สองมังกรในร่างอสุรเทวาสู้กันเองผู้ฟูมฟักอย่างเธอจะต้องทำยังไงล่ะเนี่ย” ชูม่าเอ่ยเยาะ
“บ้าน่าชูม่า นี่แค่การทดสอบเท่านั้นนะ” เพราะถ้าหากว่าต้องสู้กันแบบตายไปข้างหนึ่งเธอเองก็อาจจะต้องตายตามใครไปสักคนหนึ่งไปรึเปล่าก็ไม่รู้
“ดูเขาสองคนจะชอบสู้กันเสียด้วย” ชูม่าเสริมอีกจนเนย่ากังวล
หอประชุมถูกเปลี่ยนเป็นสนามประลองขนาดใหญ่เหมือนกับตอนที่พวกเนย่าได้เข้าไปดูการประลองของรุ่นพี่ในครั้งนั้นกลับกันหนนี้เป็นพวกเธอแทนที่ต้องเป็นฝ่ายลงสนามและสู้กันเอง แม้กติกาจะเปลี่ยนไปแบบจับคู่แล้วให้ผู้ชนะแต่ละรอบมาสู้กันไม่ได้โหดร้ายแบบของรุ่นพี่ก็ตาม
พวกนักเรียนชั้นปีต่าง ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องต่างพากันเดินขึ้นไปนั่งประจำที่บนอัฒจันทร์อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยและต่างพูดคุยกันถึงเรื่องการที่จะได้เห็นเด็กมนุษย์ถูกยำจนเละเป็นโจ๊กอีกด้วย
“กฎมีเพียงข้อเดียว คือห้ามถึงแก่ชีวิตและจงหมอบมังกรของเธอ การประลองถึงจะยุติ” อีรอสประกาศก่อนจะส่งเต่าทองไมโครโฟนลงไปเกาะติดเสื้อของพวกเด็ก ๆเพื่อไม่ให้มีการเล่นผิดกติกาเกิดขึ้น
นักเรียนชั้นปีหนึ่งต่างเดินไปนั่งอยู่ชั้นล่างสุดของขอบสนามเพื่อจะได้ลงประลอง โดยคู่ที่จะได้ลงเป็นคู่แรกอาจารย์อีรอสจะเป็นผู้เลือกขึ้นมาเองอีกครั้ง
“โอ้! มังกรของฉันคือ...หมัดมังกร” เนย่าเหมือนจะนึกอะไรออกเธอลืมไปเลยว่ามังกรของเธอไม่สามารถเปิดเผยตัวได้และเธอก็ต้องให้ชูม่าประลองกับมังกรของคนอื่นในครั้งนี้
“งั้นฉันหมอบเลยแล้วกันคงสู้ลูกมังกรตัวใหญ่กว่าฉันถึงห้าสิบเท่าไม่ได้” ชูม่าทำท่าจะโดดลงพื้นไปนอนหมอบแต่เนย่าคว้าหางไว้ได้ทัน
“ได้ไงล่ะชูม่าไม่อย่างนั้นฉันไม่ได้ออกนอกแคว้นนะ” เนย่าหิ้วเจ้าตัวเล็กมาจิ้ม ๆจมูกเขาไปมาเพื่อสั่งสอนที่กล้าถอดใจเร็วขนาดนี้
“ยายหนู ฉันจะยอมอยู่ในเป๋าเงียบ ๆ เลยอะให้เจ้าปุยมาสู้แทน” ชูม่าส่งสายตาอ้อนวอนน้ำตาเอ่อคลอ
“เขามาแน่ถ้าฉันเรียกแต่นายเป็นหมัดมังกรที่ฟักออกมาจากไข่นายต้องสู้สิ” เนย่าแหว
“เอาอย่างนี้ถ้าฉันเรียกอาวุธมาใช้จนหมดแล้วยังทำให้เคนาส หมอบมังกรไม่ได้ฉันจะยอมให้นายหมอบเอง โอเคไหม” เนย่าต่อรอง
“ห้านาทีฉันก็เดี้ยงแล้ว” ชูม่าโอดโอยมาดท้าตีท้าต่อยกับรีสเมื่อคราวก่อนหายไปจนหมด
“ฉันสู้เองแล้วกันนายแค่ออกมาโชว์ตัวว่าเป็นมังกรของฉันแค่นั้นโอเคไหม” เนย่าต่อรองอีกเธอก็กลัวเหมือนกันว่าชูม่าอาจเจ็บตัวหลังจากหันไปเห็นลูกมังกรของเคนาสที่มีขนาดใหญ่กว่าของคนอื่นสองเท่า
“ถ้าฉันเจ็บตัวเธอต้องเลี้ยงเนื้อแกะฉันยกตัวเลยนะ” ชูม่าต่อรองบ้างทำเสียงสั่นเครืออย่างน่าสงสาร
“ได้ ๆ ฉันจะบอกคุณบาร์รามให้” เนย่าพยักหน้ารัว ๆ รับปากเจ้าตัวเล็กขี้ขลาดก่อนจะอุ้มเขามากอดปลอบใจ บทจะงอแงก็หมดมาดอวดดีไปเลยทีเดียว
มีทูตจากต่างแคว้นเข้ามาดูการประลองของเด็กปีหนึ่งครั้งนี้จากแคว้นบาร์เรมบูแคว้นที่ขึ้นชื่อว่ามีภูเขาซับซ้อนราวกับวงกต
ทูตแห่งแคว้นบาร์แรมบูนาม ‘ดาร์ชิก’ มาเยือนด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึมเขาเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างสันทัด ผิวเข้มแต่งกายด้วยชุดผ้ากำมะหยี่สีเขียวเข้มหรูหราผมดำยาวประบ่าถูกจัดแต่งไว้อย่างดีเขาไม่ชอบการต้อนรับที่มากพิธีผู้ติดตามของเขาก็มีไม่มากราวกับแค่แวะมาจิบน้ำชาแล้วก็จะผ่านไป แต่ก็ขอแวะชมการแสดงสุนก ๆ ก่อนเสียกระนั้น
การทดสอบครั้งนี้เปรียบเสมือนการประเมินความพร้อมของเด็กๆ ที่จะต้องไปเยี่ยมเยียนแคว้นของเขาเป็นการดีที่จะได้นำเรื่องนี้ไปรายงานผู้ครองแคว้นว่าสมควรแก่การแลกเปลี่ยนความรู้กันหรือไม่
“ข้าต้องขอเสียมารยาทหน่อยเด็กคนนั้นเป็นมนุษย์มิใช่หรือ” ทูตดาร์ชิกถึงกับต้องหันไปถามอีรอสที่นั่งอยู่ข้าง ๆเมื่อเห็นว่าตัวจับภาพแพลนไปที่เด็กหญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นมนุษย์จนปรากฏบนจอเวทมนตร์ขนาดใหญ่
“ขอรับ” อีรอสตอบอย่างนอบน้อม
“ไม่ทราบว่าท่านทรีบาสอยู่หรือไม่ข้าอยากพบเขาเสียหน่อย” ดาร์ชิกอารมณ์เสียที่มาเห็นสิ่งที่ไม่ควรอยู่บนโลกนี้จึงร้องหาผู้เป็นใหญ่ในเซนเทียน่าฯ
“ขอโทษที่เสียมารยาทไม่ได้ต้อนรับท่านแต่แรกนะท่านทูตข้ามาแล้ว” ทรีบาสปรากฎกายข้าง ๆดาร์ชิกทันทีเมื่อถูกเอ่ยถามถึง
“เหตุใดจึงมีมนุษย์อยู่ในเซนเทียได้เล่า” น้ำเสียงดาร์ชิกเจือไปด้วยความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
“พ่อแม่มังกรเป็นคนเลือกมาน่ะท่านสารส่งถึงข้าเองกับมือ และข้าไปรับมาด้วยตัวเอง” ทรีบาสแย้มยิ้มอธิบายอย่างอารมณ์ดี
“เป็นเช่นนี้จะดีหรือ โลกนี้จะวุ่นวายไปกันใหญ่” ดาร์ชิกร้อนใจจากมาดที่เคร่งขรึมกลายเป็นกระวนกระวายจนอยู่แทบไม่ติด
“ข้าคงต้องขอให้ท่านเปิดใจยอมรับก่อนเนย่าถึงจะเป็นมนุษย์ แต่จิตใจกตัญญูและเข้มแข็งมากเชียวล่ะ” ทรีบาสเอ่ยชมเด็กที่เขารับมาให้คนข้าง ๆ ฟัง
“แล้วไหนมังกรของเด็กนั่นกันเล่า” จากที่มองจากจอเวทมนตร์ตอนนี้ไม่เห็นแม้แต่เงาลูกมังกรของเด็กคนนั้นเลยจะเป็นมังกรแบบไหนกันนะ
“อยู่กับเธอน่ะเดี๋ยวตอนได้ประลองท่านคงจะเห็นเอง” ทรีบาสยังคงแย้มยิ้มอย่างไม่สะทกสะท้าน จนคนข้างๆ อยากจะลุกหนีไปให้พ้น ๆ ด้วยนึกรำคาญ
“หวังว่าท่านคงไม่ทำให้ข้าผิดหวังจนต้องยกเลิกสัญญาแลกเปลี่ยนระหว่างแคว้นหรอกนะ” ดาร์ชิกเข่นเขี้ยวก่อนจะกระแทกตัวกับพนักพิงอย่างขัดใจ
“ข้าคงต้องบอกให้ท่านอย่าเพิ่งรีบตัดสินใจ” ทรีบาสเอนหลังนั่งในท่าทางสบาย ๆเขาเองก็อยากรู้เช่นกันว่าระหว่างมังกรกับผู้ฟูมฟัก จะแสดงอะไรให้เขาเห็นในวันนี้