ท่านพ่อ! ข้าอยากเป็นบุตรสาวขุนนาง

    ตอนที่ 54 เหลียงอ๋องกลับเมืองหลวง

            “เอาล่ะ เจ้านำรังนกไปตุ๋นตามในตำราเล่มนี้ แล้วยกมันไปให้กับนายท่าน คนป่วยต้องบำรุงร่างกายเสียหน่อย”

            สะบัดฝ่ามือไล่ให้นางกำนัลนำรังนกไปจัดการตามคำสั่ง นางลืมไปได้อย่างไรว่า วันนี้คือวันที่เหลียงอ๋องเดินทางกลับมาถึงเมืองหลวง

            สามีของนางเกลียดคนสกุลฮั่วยิ่งกว่าอะไรดี ยิ่งเป็นบุตรเขย สามีของนางไม่แม้แต่จะให้โอกาสพบหน้า ที่ป่วยอย่างกะทันหันในวันนี้ หากนางมองไม่ออกจะเป็นภรรยาที่อยู่ครองคู่กับสามีมาจนป่านนี้ได้อย่างไร

            “ตาเฒ่าผู้นี้ อคติกับบุตรเขยของตนเองยิ่งนัก”

            ถึงสามีของนางและบุตรชายทั้งสองจะเกลียดบุตรเขย แต่องค์หญิงใหญ่กลับชื่นชอบบุตรเขยผู้เก่งกาจในด้านประจบสอพลอ บุตรีของนางเหมาะกับบุรุษเจ้าสำอาง มิใช่พวกหยาบกระด้างที่ไม่รู้จักรักหยกถนอมบุปผา

            “ตุ๋นรังนกเสร็จยกมาให้ข้าลองชิม ส่วนที่เหลือนำไปมอบให้กับบุตรชายและลูกสะใภ้ของข้า” องค์หญิงใหญ่ปรีดากับความห่วงใยที่บุตรสาวและหลานมีให้

            นางกำนัลจากตำหนักขององค์หญิงใหญ่ ยกถ้วยรังนกตุ๋นมายังเรือนของนายท่านที่อยู่ใกล้กับตำหนัก

            บ่าวรับใช้หน้าประตูเรือนของหวังจิ้น ยืนขวางไม่ให้นางกำนัลจากตำหนักขององค์หญิงใหญ่เข้าไปภายในเรือน

            “นายท่านป่วย มีเรื่องใดอันใด”

            “องค์หญิงใหญ่ให้นำรังนกตุ๋นมาบำรุงร่างกายของนายท่าน”

            นางกำนัลยื่นถาดที่มีถ้วยรังนกตุ๋นวางอยู่ออกไปตรงหน้าของบ่าวเฝ้าหน้าประตูเรือน

            “รอสักประเดี๋ยว” บ่าวรับใช้หายเข้าไปในเรือนของหวังจิ้น สักพักก็ออกมาเชิญนางกำนัลเข้าไปด้านในเรือน

            นางกำนัลผ่านประตูเข้าไปในเรือน เดินก้มหน้าตามบ่าวในเรือนลัดเลาะไปตามระเบียงทอดยาว

            หวังจิ้นยืนอกผายไหล่ผึ่งเอามือไขว้หลัง แหงนหน้ามองดูต้นหอมหมื่นลี้ที่กำลังออกดอกในช่วงสารทฤดู

            “องค์หญิงใหญ่ทราบว่านายท่านป่วย จึงสั่งให้นำรังนกตุ๋นมาช่วยบำรุงร่างกายเจ้าค่ะ”

            “รังนกตุ๋น?” หวังจิ้นทวนชื่อที่ได้ยิน

            “ท่านหญิงอันหยางกับบุตรสาวทั้งสอง ส่งรังนกและสมุนไพรชั้นเลิศจำนวนมากมาที่จวน ในจดหมายได้กล่าวเอาไว้ว่า รังนกสีเลือดมีสรรพคุณช่วยบำรุงร่างกายเจ้าค่ะ นี่คือจดหมายที่ท่านหญิงและคุณหนูหมิงจู ส่งมาถึงนายท่านเจ้าค่ะ”

            ส่งสายตาให้นางกำนัลอีกคนที่ติดตามมาด้วย นำจดหมายทั้งหมดมอบให้

            หวังจิ้นปรายตามองจดหมายจากบุตรสาว แค่นเสียงเย้ยหยัน เวลาผ่านไปหลายเดือนบุตรสาวกลับพึ่งนึกถึงตน

            รับจดหมายออกมาเปิดอ่าน ข้อความในจดหมายของบุตรสาวบอกว่าตนเองสบายดี คนทางนี้ไม่ต้องเป็นทุกข์ใจเพราะนาง พร้อมกับอวยพรให้สุขภาพร่างกายของเขาแข็งแรง

            จดหมายอีกฉบับที่อยู่ในมือ ไม่น่าเชื่อว่ามันจะเป็นจดหมายจากหลานสาวคนเล็ก ความสัมพันธ์ระหว่างหลานสาวทั้งสองกับหวังจิ้น เรียกได้ว่าห่างเหินคล้ายคนแปลกหน้า

            “นางเกลียดขี้หน้าข้ายิ่งกว่าอะไรดี ไฉนถึงได้ส่งจดหมายมาหาข้า”

            หลานสาวคนเล็กเป็นไม้เบื่อไม้เมากับตน เด็กคนนี้ออกหน้าปกป้องบิดาที่ไม่ได้ความอย่างเต็มกำลัง แสดงท่าทางไม่พอใจทุกครั้งที่ตนบอกให้บุตรสาวเลิกกับสามีแล้วกลับมาอยู่บ้านเดิม การกระทำเหมือนไม่ได้รับการอบรมของเด็กคนนี้ ทำให้หวังจิ้นไม่อยากจะพบหน้าหลานสาว

            [ท่านตาสบายดีหรือไม่ หลานอยู่ทางนี้สบายดีเจ้าค่ะ แต่คิดถึงท่านตาเอามากๆ เมื่อใดที่ได้กลับเมืองหลวง หลานจะรีบไปเยี่ยมท่านตากับท่านยาย และท่านลุงทั้งสองนะเจ้าคะ]

            หวังจิ้นมองดูลายมือบิดเบี้ยวคล้ายกับลายมือเด็ก สงสัยว่าเป็นลายมือของเด็กน้อยก้าวร้าวที่เคยต่อว่าตนต่อหน้าคนทั้งจวนหรือเปล่า นางบอกว่าคิดถึงเขาหรือ แล้วยังบอกอีกว่าถ้ากลับถึงเมืองหลวงจะรีบมาเยี่ยม

            จดหมายฉบับนี้สงสัยเป็นของปลอมกระมัง เด็กคนนี้น่ะหรือจะมาคิดถึงตน คนที่นางนึกถึงคงมีแต่บิดาไม่ได้ความคนเดียวเท่านั้น

            มิฉะนั้นนางจะร้องไห้งอแง ยอมอดข้าวอดน้ำประท้วง เพื่อให้ได้เดินทางไปตกระกำลำบากกับบิดาไม่ได้ความทำไมกัน

            หวังจิ้นเปิดถ้วยออก พบว่าสิ่งที่อยู่ในถ้วยมีสีน้ำตาลอมแดง “นำไปวางไว้บนโต๊ะนั้น” ชี้ไปยังโต๊ะที่ตั้งอยู่ใต้ร่มไม้ ยื่นจดหมายให้บ่าวรับใช้นำไปเก็บในห้องทำงาน

            แหงนหน้ามองดอกหอมหมื่นลี้ต่อ หลับตาและสูดดมกลิ่นหอมของมัน

            นางกำนัลที่แอบเหลือบตาเห็นการกระทำของนายท่านผู้เฒ่า รีบหลุบสายตามองพื้นอย่างว่องไว การกระทำที่เห็นเมื่อสักครู่คล้ายคนป่วยเสียที่ไหน เรื่องที่บอกว่านายท่านไม่ต้องการออกไปรอต้อนรับเหลียงอ๋องกลับเมืองหลวง คงจะเป็นเรื่องจริง

            จวนสกุลฮั่ว

            เหลียงอ๋องเพิ่งเหยียบย่างเข้ามาในจวนของสกุลฮั่ว หลังจากไปประจำการอยู่ที่ชายแดนหลายปี

            พระชายาเหลียงเห็นสามีกลับมาถึงก็ส่งยิ้มให้ “ขอต้อนรับท่านอ๋องกลับจวน” นางกับสามีต้องอยู่ห่างไกลกันเป็นระยะเวลานานหลายปี

            บัดนี้สามีนางกลับมายืนอยู่เบื้องหน้า ทำให้พบว่าเขาดูชราลงกว่าแต่ก่อนมาก

            “เจ้าสบายดีหรือไม่” เพียงก้าวเข้ามาในจวน เหลียงอ๋องสัมผัสได้ว่าทุกอย่างดูเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากนัก

            “ข้าสบายดีเจ้าค่ะ”

            “หลายปีมานี้ ข้าละเลยหน้าที่สามี ปล่อยให้เจ้าเหนื่อยดูแลทุกอย่างภายในจวนเพียงลำพัง”

            “ท่านอ๋องมีหน้าที่ปกป้องบ้านเมืองจากศัตรู ข้าผู้เป็นภรรยามิอาจช่วยเหลือสิ่งใดได้ นอกเสียจากแบ่งเบาภาระอยู่ภายในจวนเท่านั้น” พระชายาเหลียงเผยรอยยิ้มอันอบอุ่น ก่อนจะเชิญสามีเข้าไปในเรือน

            สองสามีภรรยาเดินเคียงคู่กัน ลูกสะใภ้และหลานสาวเดินตามหลังคนทั้งสองอย่างเป็นระเบียบ

            “เอ้อร์หลางเป็นอย่างไรบ้าง”

            ถามถึงบุตรชายคนรองที่ได้รับบาดเจ็บ จนต้องถูกส่งตัวกลับมารักษาอาการอยู่ในเมืองหลวง

            “หมอหลวงรายงานว่ากำลังฟื้นตัวเจ้าค่ะ ท่านพี่ฝากมาขออภัยท่านพ่อที่ไม่สามารถออกมาต้อนรับท่านกลับบ้านด้วยตนเองได้”

            ฮูหยินรองรายงานอาการของสามี และถ่ายทอดคำพูดของสามีที่ฝากมาบอกกับชายชรา

            เหลียงอ๋องยกมือห้ามไม่ให้ลูกสะใภ้คนรองพูดต่อ โบกมือไล่ให้ลูก สะใภ้กับหลานกลับไป เขาต้องการสนทนากับภรรยาเพียงสองคนเท่านั้น

            “ท่านมิได้เข้าเฝ้าฝ่าบาทหรือเจ้าคะ”

            “ฝ่าบาททรงพระเมตตาให้ข้ากลับมาพักผ่อน พรุ่งนี้ถึงเรียกเข้าเฝ้า”

            บ่าวรับใช้เปิดผ้าม่านให้เจ้านายทั้งสองเข้าไปในห้อง เมื่อเห็นมือของฮูหยินผู้เฒ่ายกขึ้น บ่าวรับใช้รีบถอยออกไปนอกห้องด้วยท่าทีสงบเสงี่ยม

    คล้ายกับเรื่องท่านพ่อ! ข้าอยากเป็นบุตรสาวขุนนาง ที่คุณอ่าน