เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 2 บทที่ 58 ข้าไม่เคยบอกว่าไม่ชอบ

            “ไม่ได้นะพ่ะย่ะค่ะ!”

            ฮั่วหมิงเชินหน้าเปลี่ยนสีทันทีจู่ๆ คู่หมั้นของเขาก็กลายเป็นของเสด็จอา นี่ไม่ใช่การตบหน้าเขาหรือไร?

            หากบอกว่าเมื่อครู่เพียงรู้สึกเสียดายเท่านั้นทว่าตอนนี้เขาคัดค้านอย่างแน่วแน่

            ไป๋เซี่ยเหอต้องเป็นสตรีของเขาแต่เพียงผู้เดียว

            “เหตุใดถึงไม่ได้?”

            ฮ่องเต้มองฮั่วหมิงเชินด้วยความแปลกใจก่อนจะส่ายศีรษะอย่างผิดหวัง “ในเมื่อพวกเจ้าไม่มีความสัมพันธ์กันแล้วชายแต่งเข้าหญิงออกเรือนมีอันใดที่ทำไม่ได้?”

            ฮั่วหมิงเชินร้อนใจทว่าหาเหตุผลที่ดีไม่ได้

            “เสด็จอาไม่เคยใกล้ชิดกับสตรีมาแต่ไหนแต่ไรเจตนาของลูกคือให้เสด็จพ่อทรงสอบถามความเห็นของเสด็จอาก่อนจะเป็นการดีที่สุดไม่อาจประทานสมรสได้ในทันที หากเสด็จอาไม่ชอบจะทำอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ?”

            “ข้าไม่เคยบอกว่าไม่ชอบ”

            แม้จะพูดไม่ได้ว่าชอบ ทว่ายังไม่ถึงขั้นต้องให้ฮั่วหมิงเชินมาตัดสินใจแทนเขา

            ฮั่วหมิงเชินคู่ควรด้วยหรือ?

            ฮั่วเยี่ยนไหวนั่งอยู่ตรงนั้นด้วยท่าทีเกียจคร้านร่างกายแผ่กลิ่นอายอำนาจออกมา ทำให้ฮั่วหมิงเชินไม่กล้ากล่าวมากความ

            แม้ว่าเขาจะไม่ยินยอม

            ทว่าเมื่อเปรียบเทียบกับเสด็จพ่อแล้วเขาหวาดกลัวเสด็จอายิ่งกว่า

            ไป๋เซี่ยเหอรู้สึกสับสนนางไม่เข้าใจว่าเหตุใดตนเองถึงได้กลายเป็นคู่หมั้นของฮั่วเยี่ยนไหว

            นับว่านางหนีเสือปะจระเข้ได้หรือไม่?

            ถึงอย่างไรนางก็เป็นจิ้งจอกช่างเสียทีที่เกิดเป็นจิ้งจอกจริงๆ!

            คนผู้นั้นที่นั่งอยู่เบื้องบนต่างหากที่เป็นจิ้งจอกตัวใหญ่สุดคิดแผนการอย่างชาญฉลาด!

            “ใต้เท้าไป๋เจ้ายังมีความเห็นอื่นอีกหรือไม่?”

            “นี่...”

            แม้ว่าหนิงเอ๋อร์จะได้เป็นไท่จื่อเฟยสมปรารถนาทว่าเขาไม่ค่อยพอใจนักที่ไป๋เซี่ยเหอได้เป็นชายาเซ่อเจิ้งอ๋องทว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลา เขาไร้หนทางจะควบคุมนาง หากนางมีบรรดาศักดิ์เป็นถึงชายาเซ่อเจิ้งอ๋องอีกละก็...

            ฮ่องเต้มองไป๋เสียนอันที่ยังคงแบกหวายอยู่ข้างหลังคิ้วเลิกขึ้นเล็กน้อย “เหตุใดเจ้าถึงแบกหวายมาด้วย?”

            “กระหม่อมไม่มีความเห็นไม่มีเลยพ่ะย่ะค่ะ!”

            นี่คือการข่มขู่อย่างโจ่งแจ้ง!

            ทว่าไป๋เสียนอันต้องยอมอย่างเสียไม่ได้

            ฮ่องเต้พึงพอใจมาก เขาโบกมือยกใหญ่“เช่นนั้นก็ตามนี้ พวกเจ้าแยกย้ายกันไปได้แล้ว”

            ไป๋หว่านหนิงจงใจเดินเฉียดเข้าใกล้ไป๋เซี่ยเหอจากนั้นก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน “ผู้ใดไม่รู้บ้างว่าเซ่อเจิ้งอ๋องไม่ชอบใกล้ชิดกับสตรีเจ้ารอความตายได้เลย”

            ผู้คนแทบทั้งเมืองหลวงต่างรู้เรื่องนี้เคยมีบุตรีบางคนของขุนนางใหญ่ลอบเข้าไปยังที่พักของเขายามมีงานเลี้ยงในวังผลลัพธ์คือถูกคบดาบฟันจนร่างและศีรษะกระเด็นไปคนละที่

            นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ต่อให้มีคนชมชอบเซ่อเจิ้งอ๋องมากเพียงใดก็ไม่มีผู้ใดกล้าบุ่มบ่ามอีก

            “ฝ่าบาท เหตุใดท่านถึง...”

            ฮ่องเต้ลูบหลังมือของฮองเฮาอย่างปลอบโยน“เจ้าวางใจเถิด ข้ารู้ว่านางเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตข้าเหมือนกันข้าไม่ทำร้ายนางหรอก”

            “แต่เซ่อเจิ้งอ๋อง...”

            “เขาไม่เคยเข้าร่วมความครึกครื้นใดๆยิ่งไม่เคยพูดออกตัวแทนผู้ใด และไม่เคยช่วยหาทางลงให้ผู้ใดมาก่อน”

            “ท่านหมายความว่าอย่างไร?”

            แววตาของฮ่องเต้เป็นประกายจวนของเซ่อเจิ้งอ๋องไม่มีสตรีสักคนเดียว หากแม่หนูเซี่ยเหอทำให้เขาชมชอบได้จริงๆก็ถือเป็นทางเลือกที่ไม่เลว

            “ข้าเองก็มีความเห็นแก่ตัวเหมือนกันหากชาตินี้ไม่ได้เห็นน้องชายมีครอบครัว ข้าคงไม่อาจให้อภัยตนเองได้”

            นิ้วมือขาวผ่องราวกับหยกของฮองเฮาลูบไล้คิ้วที่ขมวดมุ่นด้วยความโศกเศร้าของฮ่องเต้ก่อนจะเอ่ยด้วยแววตาแน่วแน่ “ข้าเชื่อว่าแม่หนูเซี่ยเหอเป็นเด็กดี”

            เมื่อไป๋เซี่ยเหอและไป๋หว่านหนิงเดินมาถึงหน้าประตูตำหนัก ฮั่วหมิงเชินก็รออยู่ก่อนแล้ว

            ไป๋หว่านหนิงรีบเดินไปที่ข้างกายของฮั่วหมิงเชินอย่างเป็นธรรมชาติจากนั้นก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มหวานและอ่อนโยน “พี่เชิน ท่านรอข้าอยู่หรือเจ้าคะ?”

            เมื่อไป๋หว่านหนิงคิดว่าตนเองจะได้เป็นไท่จื่อเฟยนางก็แทบเป็นลมไปด้วยความสุข

            ผู้ใดจะรู้ว่าฮั่วหมิงเชินจะเบี่ยงตัวออกห่างไป๋หว่านหนิงแล้วเดินมาตรงหน้าไป๋เซี่ยเหอก่อนจะเอ่ยด้วยท่าทีจริงจัง “เจ้าวางใจเถิด ข้าจะช่วยเจ้าเอง”

            ไป๋เซี่ยเหอรู้สึกสับสน “ท่านหมายความว่าอย่างไร?”

            “สาเหตุเป็นเพราะข้าที่ทำให้เจ้าไม่ได้เป็นไท่จื่อเฟยแต่เจ้าวางใจเถิด ข้าจะเก็บตำแหน่งชายารองไว้ให้เจ้า ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าตบแต่งเข้าจวนเซ่อเจิ้งอ๋อง และพบกับจุดจบของหญิงงามอาภัพเป็นแน่”

            ไป๋เซี่ยเหอกลอกตาอย่างไม่รักษาภาพลักษณ์

            เจ้าช่วยปล่อยให้ข้าเป็นหญิงงามอาภัพทีเถิด!

            นางหัวเราะแหะๆ ออกมาสองทีด้วยท่าทางเสแสร้ง“เช่นนั้นก็ขอบคุณจริงๆ”

            ความรู้สึกอยากจะปกป้องหญิงสาวตรงหน้าของฮั่วหมิงเชินระเบิดออกมาทันทีหลังจากพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม เขาก็หมุนกายจากไป

            ไป๋หว่านหนิงถลึงตามองไป๋เซี่ยเหอแล้วรีบเดินตามฮั่วหมิงเชินไป

            ไป๋เซี่ยเหอเดินออกจากตำหนักของฮองเฮาโดยยกมือขึ้นบังแสงแดดที่แยงตาไปตลอดทางเมื่อมาถึงหน้าประตูวังก็พบกับฝูเอ๋อร์ที่ยืนรออยู่“แสงแดดวันนี้ชวนให้หงุดหงิดนัก พวกเราไปเดินเล่นข้างนอกแล้วค่อยกลับเถิด”

            พวกนางให้คนขับรถม้ากลับจวนไปก่อนจากนั้นไป๋เซี่ยเหอก็พาฝูเอ๋อร์เดินทอดน่องไปเรื่อยๆ

            “คุณหนูอารมณ์ไม่ดีหรือเจ้าคะ?”ฝูเอ๋อร์เห็นสีหน้าของไป๋เซี่ยเหอดูไม่ดีนัก จึงถามอย่างระมัดระวัง

            “อืม”

            ฝูเอ๋อร์เม้มปาก “คุณหนูบ่าวได้ยินว่าไท่จื่อกับคุณหนูรอง...ท่านโมโหเรื่องนี้กระมัง”

            “ไม่ใช่ข้าไม่ได้มีความสัมพันธ์ใดๆ กับไท่จื่อแล้ว”

            นางโมโหที่สตรีในยุคนี้ไม่มีสิทธิมนุษยชนแม้แต่น้อยกว่าจะล้มเลิกการหมั้นหมายของไท่จื่อได้ก็นับว่ายากลำบากมาก ทว่าเพียงชั่วพริบตาก็ถูกประทานสมรสอีกครา

            ทว่านางทำได้เพียงยอมรับไม่อาจปฏิเสธได้ มิฉะนั้นจะเป็นการขัดต่อพระราชโองการ

            แม้ว่านางจะไม่ได้รู้สึกไม่ดีกับฮั่วเยี่ยนไหวทว่าการชมชอบถือเป็นเรื่องหนึ่ง และการถูกบังคับก็ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

            หลังจากได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดฝูเอ๋อร์ก็เบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ

            “เหลาเหยี่ยทำเช่นนี้กับท่านได้อย่างไรเจ้าคะ? เกินไปจริงๆ ยังมีคุณหนูรองอีกน่าไม่อายเกินไปแล้วเจ้าค่ะ”

            “ไม่เป็นไร ข้าเองก็ไม่อยากตบแต่งให้ไท่จื่อเหมือนกัน”

            “แต่ว่าคุณหนูท่านต้องตบแต่งให้เซ่อเจิ้งอ๋องจริงๆ หรือเจ้าคะ? บ่าวได้ยินมาว่าเซ่อเจิ้งอ๋องอารมณ์รุนแรงเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ทั้งเย็นชาและไร้ไมตรี...”

            น้ำเสียงของฝูเอ๋อร์ค่อยๆเบาลงก่อนจะเจือไปด้วยเสียงสะอื้น คุณหนูของนางน่าสงสารนัก

            ไม่มีบิดามารดาทะนุถนอมตั้งแต่เล็กถูกทารุณให้น้อยเนื้อต่ำใจ มาตอนนี้ก็ถูกล้มเลิกการหมั้นหมายกับไท่จื่อไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ว่าต้องถูกผู้อื่นหัวเราะเยาะ ทั้งยังถูกประทานสมรสให้คนเช่นนี้อีก

            เมื่อนึกถึงข่าวที่เซ่อเจิ้งอ๋องฟันสตรีออกเป็นสองท่อนนางก็อดไม่ได้ที่จะหวาดกลัวและกังวล

            นางไม่อยากให้คุณหนูอายุสั้น!

            เมื่อเห็นว่าสีหน้าของฝูเอ๋อร์เปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำและซีดเผือดสลับกันไม่หยุดไป๋เซี่ยเหอก็ทั้งอารมณ์ดีทั้งขบขัน ก่อนจะยกมือขึ้นดีดหว่างคิ้วของฝูเอ๋อร์

            “เจ้าคิดเพ้อเจ้ออะไรอยู่? เซ่อเจิ้งอ๋องดีกว่าไท่จื่อนัก”

            “ท่านรู้จักเซ่อเจิ้งอ๋องหรือเจ้าคะ?”

            “อืม”

            “ในเมื่อรู้จักกันเซ่อเจิ้งอ๋องคงไม่บั่นคอคุณหนูแล้วสิเจ้าคะ?”

            ไม่เพียงแค่รู้จัก ทว่ายังเคย‘ร่วมเรียงเคียงหมอน’ กันมาเนิ่นนานแล้ว

            เพียงแต่ตอนนี้นางอยู่ในร่างมนุษย์แล้วนางควรเผชิญหน้ากับฮั่วเยี่ยนไหวอย่างไรดี?

            ปวดศีรษะจริงๆ

            ทว่าไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดถึงได้มีเศษเสี้ยวความหวังอยู่ภายในใจ

            บางทีอาจเป็นเพราะว่าฮั่วเยี่ยนไหวคือคนแรกที่ให้ความอบอุ่นกับนางหลังจากหลงมาที่ยุคนี้กระมัง

            “คุณหนู เบื้องหน้ามีคนเยอะเลยเจ้าค่ะ”

            ไป๋เซี่ยเหอมองตามสายตาของฝูเอ๋อร์ไปคิ้วเลิกขึ้นเล็กน้อย นึกไม่ถึงว่าจะเดินมาที่นี่โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว

            “คุณหนูนั่นคือสถานที่เช่นไรกันเจ้าคะ? ดูครึกครื้นนักเจ้าค่ะ”

            “นั่นคือบ่อนพนันว่านก้วน”

            แม้ว่าจะเปลี่ยนเจ้าของแล้วทว่าไม่ได้ส่งผลกระทบต่อกิจการของบ่อนพนันแม้แต่น้อยกระทั่งรุ่งเรืองกว่าเมื่อก่อนเสียด้วยซ้ำ

            ความพึงพอใจที่ไป๋เซี่ยเหอมีต่อจิ่วหานเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วนอันที่จริงจิ่วหานไม่ได้ลงชื่อในสัญญาทาส ดังนั้นแม้ว่าเขาจะจากไป นางก็ไม่มีสิทธิที่จะไล่ตาม

            ทว่าเขาไม่เพียงแต่ไม่จากไปยังบริหารจัดการให้บ่อนพนันเฟื่องฟูยิ่งขึ้นไปอีก ถือเป็นพรสวรรค์ที่หาได้ยากจริงๆ

            เมื่อฝูเอ๋อร์ได้ยินว่าเป็นบ่อนพนันความตื่นเต้นบนใบหน้าก็หายไปทันที ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ไป๋เซี่ยเหอ “คุณหนูท่านรู้ได้อย่างไรว่าเป็นบ่อนพนันหรือเจ้าคะ?บ่าวจะบอกให้ว่าบ่อนพนันไม่ใช่สถานที่ที่ดีอะไรหรอกเจ้าค่ะ”

            “เพราะเหตุใด?”

            “บ่าวเองก็พูดไม่ถูกแต่มันเป็นสถานที่ที่คุณหนูไม่ควรย่างกรายเข้าไปโดยเด็ดขาดหากมีคนรู้เข้าชื่อเสียงของคุณหนูจะเสื่อมเสียคุณหนูอย่าได้ให้ความสนใจกับสถานที่พรรค์นั้นเป็นอันขาดเชียวนะเจ้าคะ”

            ความเคร่งขรึมและความจริงจังบนใบหน้าของฝูเอ๋อร์ทำให้นางดูราวกับเป็นผู้ใหญ่ตัวน้อยก็ไม่ปาน

            ไป๋เซี่ยเหอคิ้วกระตุกไม่เพียงแต่นางจะย่างกรายเข้าไปแล้วเท่านั้น หากฝูเอ๋อร์รู้ว่าบ่อนพนันว่านก้วนเป็นกิจการของนางอีกฝ่ายจะกรีดร้องออกมาหรือไม่?

            “เข้าใจแล้ว”

            เพื่อที่จะไม่ทำร้ายหัวใจดวงน้อยอันบอบบางของฝูเอ๋อร์ไป๋เซี่ยเหอจึงเลือกที่จะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับชั่วคราว

            ------------------------

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730