ใบหน้าของชุยต้าเหนียนเป็สีเขียวผสมแดง มีใครไม่รู้บ้างว่าเมื่อตระกูลชุยกระทืบเท้าที่ฮวาตู ทั้งฮวาตูก็สั่นะเืถึงสามครา ยามนี้กลับถูกคนเสเพลดูถูกต่อหน้าสาธารณะ ศักดิ์ศรีของตระกูลชุยล้วนไม่มีที่จะวางแล้ว
“แต่ก่อนมิใช่ว่านางเป็พยาธิตามก้นชุยต้าเหนียนหรอกหรือ? ยามนี้กลับแข็งข้อขึ้นมาเสียแล้ว”
“ข้าลงสิบอีแปะ พนันว่าอีกเดี๋ยวนางต้องส่งคนไปที่จวนชุยอย่างแน่นอน”
“จุ๊ ๆ ได้ยินมาว่านางคุกเข่าให้บุรุษ คนประเภทนี้คู่ควรกับราชวงศ์ต้าโจวของเราหรือ?”
……
เสียงวิจารณ์ดังขึ้นจากทั่วทุกทิศ สีหน้าของชุยต้าเหนียนดูดีขึ้นเล็กน้อย นางเท้าเอวที่มีขนาดเท่าถังน้ำของตัวเองแล้วแหงนหน้าเหลียวมองอันเยว่อย่างยโสโอหัง
“หากเ้าลอดหว่างขาของข้า เื่ในวันนี้ข้าจะทำเหมือนไม่เคยเกิดขึ้น!”
ดูสิ บอกว่านางใช้อำนาจข่มเหงผู้อื่นยังถือว่าเป็คำชม คนเสเพลอย่างเ้าของร่างเดิมอยู่กับชุยต้าเหนียนก็ไม่มีอะไรให้มองแม้แต่น้อย
“มิสู้บอกมาว่าเ้ามาทำอะไรที่บ้านข้า”
อันเยว่เอ่ยอย่างไม่ช้าไม่เร็วจนเกินไป “ข้อแรก บุกเข้าไปถึงในห้องนอน ปากโสมม คิดจะแย่งสามีข้าไปที่จวนของเ้า หากข้าจำไม่ผิด กฎหมายของราชวงศ์ต้าโจวเขียนระบุไว้อย่างชัดเจนว่าห้ามลอบมีความสัมพันธ์ชู้สาวกันโดยเด็ดขาด สามีไม่สามารถสั่งหย่าภรรยา หากภรรยาถูกตาต้องใจสามีของผู้อื่น ต้องหย่าสามีเสียก่อน แล้วค่อยตัดชื่อออกจากสมุดบัญชีของภรรยาโดยผ่านทางการ จากนั้นถึงจะนำเข้าจวนได้ในอีกสามเดือนถัดไป”
เอ่ยมาถึงตรงนี้ อันเยว่ก็ได้ยินเสียงกัดฟันกรอดของพวกเซียวสิงเยี่ยน นางใแต่ยังกล่าวต่อ “ตอนนี้ซูจือฉือยังคงเป็สามีข้าและยังไม่ได้หย่า เ้ากลับพาผู้คนยี่สิบกว่าชีวิตมาแย่งตัวเขา นี่มิสู้ให้ทุกคนตัดสินเสียดีกว่า ต่อให้ร่ำรวยระดับชาติ แต่ราชวงศ์ต้าโจวมีกฎเกณฑ์ให้ไปแย่งคนถึงบ้านผู้อื่นเช่นนี้ด้วยหรือ?”
ทุกคนส่งเสียงดังฮือฮา พวกเขาแค่สนใจการนินทาอันเยว่ กลับนึกไม่ถึงว่าสองคนที่มั่วสุมกันในยามปกติจะมีความสัมพันธ์เช่นนี้ด้วย
“เป็ความจริงที่ตระกูลชุยร่ำรวยและมีอำนาจ แต่การพาบ่าวไพร่ในจวนมาแย่งคนเช่นนี้ช่างไร้เหตุผลสิ้นดี”
“ตระกูลชุยคิดจะอยู่เหนือกฎหมายหรือ?”
“อาศัยว่าร่ำรวยก็จะทำตามอำเภอใจ นี่มัน…”
“หากมาแย่งสามีผู้อื่นก็ไร้เหตุผลจริง ๆ”
……
แต่ละคนสาดน้ำลายและตอกตะปูขึงชุยต้าเหนียน ราชวงศ์ต้าโจวเป็สถานที่ที่มีความเด็ดขาดและยุติธรรมในเื่กฎหมาย อันที่จริงมันก็ไม่มีอะไรหากไม่ทำจนเป็ที่รู้กันไปทั่ว ทว่าเมื่อถูกอันเยว่พูดออกมาในยามนี้ จึงเป็การฝ่าฝืนกฎหมายเป็ธรรมดา
“อันเยว่ เ้า…”
เป็ความจริงที่ชุยต้าเหนียนมีอำนาจ แต่นางก็ยังคงคำนึงถึงกฎหมาย จึงไม่กล้าแย่งคนแล้ว อีกฝ่ายเปิดโปงนางต่อหน้าทุกคนเช่นนี้ หากกลืนความโกรธนี้ลงไป ตระกูลชุยของนางก็จะไม่ยิ่งใหญ่เช่นกัน
“ใครก็ได้ ข้าไม่้าคนแล้ว แต่พังบ้านตระกูลอันซะ!”
อันเยว่ถอยหลังไปสองก้าวโดยไม่รู้ตัว ทำให้ชนเข้ากับกำแพงเนื้อแข็ง เท้าของนางจึงหยุดลงทันที
อย่าว่าแต่ยี่สิบกว่าคนเลย ชุยต้าเหนียนคนเดียวนางก็สู้ไม่ไหวแล้ว
“ใครมันกล้าแตะต้องบ้านตระกูลอัน!”
เซียวสิงเยี่ยนตวาดด้วยความโกรธ ด้วยท่วงท่าของการปกปักคุ้มครองตระกูลอัน ในสายตาคนภายนอก นี่ดูเหมือนครอบครัวที่มีความสามัคคีและเป็น้ำหนึ่งใจเดียว แต่อันเยว่รู้อยู่แก่ใจว่าคนที่เขาปกป้องคือซูจือฉือ
“แย่งคนไม่สำเร็จก็อับอายแค้นใจเสียอย่างนั้น”
เสียงหัวเราะของหยูยวนปนการเย้าหยอกเล็กน้อย แม้แสบหูแต่ก็สุขใจ
สีหน้าของกู่หยางดำทะมึนและไม่เอ่ยอะไร แต่ก็มีมาดของความกล้าหาญเช่นกัน
“คิดจะต่อต้าน์โดยอาศัยสามีเพียงไม่กี่คนหรือ?”
“์? เ้าหมายความว่าเ้าชุยต้าเหนียนเป็์ของราชวงศ์ต้าโจว?” อันเยว่ใช้มือปิดปากด้วยท่าทางตกตะลึง และมองไปยังคนอื่น ๆ อย่างหวาดกลัว
นี่เป็คำพูดที่เนรคุณชั่วช้า เมื่อพูดออกไปแล้วมีโทษถึงยึดทรัพย์และปะาทั้งครอบครัวเลยทีเดียว
สมุนยี่สิบกว่าชีวิตไม่กล้าแม้แต่จะก้าวเข้าไปใกล้กว่านี้ พวกนางต่างทำอะไรไม่ถูกด้วยความลังเล
“เ้าหยุดกลับดำเป็ขาว กลับขาวเป็ดำที่นี่ ข้าพูดเมื่อใดกัน?”
“ทุกคนเขาได้ยินกันหมด!”
อันเยว่ยืดตัวตรงอย่างไม่ถ่อมตนหรือโอหัง มีคนหนุนหลังแล้วยังจะกลัวอะไรอีก หากลงมือจริง ๆ เกรงแค่ว่าทุกคนในตระกูลอันจะเสียเปรียบ ในฐานะที่นางเป็หัวหน้าครอบครัว หากปกป้องไม่ได้แม้กระทั่งสามีตัวเอง เกรงว่าคนผู้นี้จะอับอายขายหน้าไปถึงเมืองหลวงของราชวงศ์ต้าโจว
“ชุยต้าเหนียน หากวันนี้เ้าไม่ทุบตีข้าจนตาย ข้าจะไปที่จวนโจวเพื่อฟ้องเ้าอย่างแน่นอน!”
หากนางไปเอาเื่ที่จวนโจวจริง ๆ ชุยต้าเหนียนย่อมไม่สามารถหลีกเลี่ยงไม้พลองเป็ธรรมดา ใบหน้าของนางคล้ายกับมีความคิดจะถอยหนี อย่างไรเสียก็ไม่สามารถรักษาหน้าเอาไว้ได้แล้ว แต่ยังคงบังคับตัวเองให้ยืนอยู่กับที่
ได้เวลา
อันเยว่เดินไปข้างหน้าสองก้าว บนใบหน้าของนางเผยรอยยิ้มให้เห็นพลางกล่าวทีละคำ “เรารู้จักกันมาก็ไม่ใช่หนึ่งหรือสองปี หากโกรธกันและทำลายความเป็พี่น้องเพราะบุรุษเพียงคนเดียว มันก็ยากที่จะไม่ให้ผู้อื่นหัวเราะเยาะหากถูกพูดออกไป ก็แค่ผู้ชายหนึ่งคน ถ้าน้องสาวเจอชายที่ดีกว่านี้ในวันหน้า น้องสาวจะประเคนส่งไปให้พี่สาวถึงที่จวนอย่างแน่นอน”
หาทางลงให้แล้ว และชุยต้าเหนียนก็เข้าใจดี แม้สีหน้าของนางจะดำทะมึน แต่ก็เดินมาหาอันเยว่เช่นกัน
ความแตกต่างในอำนาจซึ่งเป็ข้อได้เปรียบมากล้นอยู่แล้ว กลับถูกอันเยว่ทำให้เสียหน้าอย่างสิ้นเชิงด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ
“พี่น้องหรือ? ตระกูลชุยของข้าและเ้าอันเยว่อยู่ร่วมโลกกันไม่ได้นับจากนี้เป็ต้นไป ทางที่ดีเ้าอย่าล้มในมือข้าจะดีกว่า มิเช่นนั้นข้าจะทำให้เ้าไม่เหลือแม้แต่ซากกระดูก! ข้าจะดูซิว่าเมื่อถึงตอนนั้น เ้ายังจะปากร้ายอย่างไรได้อีก เวลายังอีกยาวไกล คอยดูเถอะ”
ชุยต้าเหนียนเค้นประโยคดังกล่าวออกมาจากซอกฟันที่เหลืองอ๋อย ทำเอาคนเวียนศีรษะ
มีเพียงคนสองคนเท่านั้นที่ได้ยินคำพูดนี้ คล้ายเป็การเปิดม่านแห่งาก็ไม่ปาน ครั้งนี้นางชุยต้าเหนียนเป็ฝ่ายผิดจริง แต่นางเป็คนประเภทจิตใจคับแคบคนหนึ่งเช่นกัน
“ได้สิ ได้เลย”
อันเยว่ตอบรับด้วยรอยยิ้ม เป็คนที่เคยตายมาแล้วหนึ่งครั้ง ยังจะกลัวอะไรกับการข่มขู่เพียงไม่กี่คำ?
ยิ่งกว่านั้น หากใช้ชีวิตต่อไปใน่เวลาที่ยาวนานนี้ ในวันหน้าใครจะร่ำรวยและมีอำนาจกว่ากันก็ยังบอกได้ไม่ชัดเจนจริง ๆ
“เช่นนั้นข้าก็ไม่ส่งพี่สาวแล้ว”
มือเรียวของอันเยว่ทำท่าประสานมือ คำพูดส่งแขกถูกกล่าวออกไปแล้ว เมื่อเห็นชุยต้าเหนียนจากไปด้วยความโกรธ เกรงว่าในวันหน้าเื่ยุ่งยากคงตามมาไม่หยุดหย่อน
แต่อย่างไรเสียก็ถือว่ารักษาซูจือฉือไว้ได้ มิเช่นนั้นความเชื่อใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เพิ่งสร้างขึ้นมาก็คงถูกทำลายเช่นกัน
เมื่อเห็นฝูงชนแยกย้ายกันไปแล้ว อันเยว่จึงเดินเข้าไปในเรือนอย่างใจเย็นราวกับเขาูเาไท่ซานที่ตั้งตรงอย่างมั่นคง และเมื่อปิดประตูใหญ่ ขาทั้งสองข้างของนางก็พลันอ่อนเปลี้ย
ั้แ่ไหนแต่ไรมานางเป็สตรีที่ว่านอนสอนง่ายคนหนึ่ง ซึ่งไม่เคยเจอกับเหตุการณ์อย่างในวันนี้มาก่อน
ทันทีที่หมุนตัวกลับมา บุรุษทั้งสี่พร้อมใจกันหันมาจ้องนาง เซียวสิงเยี่ยนถลึงตาด้วยความโกรธ ดวงตาของหยูยวนลุ่มลึกมองไม่ออกถึงอารมณ์ใด ๆ แต่กลับแฝงรอยยิ้มร้าย และความรังเกียจของกู่หยางซึ่งเขียนเต็มอยู่บนใบหน้าของเขา ยกเว้นซูจือฉือที่มีสีหน้าไม่ชัดเจน และมองไม่ออกว่าคิดสิ่งใดอยู่
“อันเยว่ ตกลงว่าเ้ารับปากเื่ของซูจือฉือไว้กับกี่คนกันแน่?”
ท่าทางเหมือนจะกินคนเช่นนี้ าแบนร่างกายของนางที่ยังไม่หายดียังคงปวดอยู่เล็กน้อย
สามีเหล่านี้ภายนอกคือปรนนิบัติอันเยว่ แต่ในความเป็จริงพวกเขาสามารถทำเื่อย่างการวางแผนฆ่าภรรยา นางจึงต้องระวังตัวให้มาก
“เื่เลว ๆ ที่ทำในตอนนั้น มิใช่ว่าข้ารับผิดพร้อมแก้ไขแล้วหรือ? พวกเ้าก็เห็นว่าข้าไม่ได้อ่อนข้อให้อีกฝ่ายเลยสักนิด!”
เซียวสิงเยี่ยนสะบัดแขนเสื้อจากไป สำหรับคนอย่างอันเยว่ เขามองทะลุั้แ่แรกแล้ว และหวังว่านางจะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ เว้นแต่ดวงตะวันและดวงจันทร์จะผันแปร
เขาไม่คาดหวังใด ๆ กับอันเยว่อีกแล้ว ในตอนที่กู่หยางลากซูจือฉือจากไป ซูจือฉือยังคงหันกลับมามองอันเยว่บ้าง เมื่อเห็นสายตาของอีกฝ่าย อันเยว่ก็รู้สึกว่ามันคุ้มค่าที่ได้ล่วงเกินชุยต้าเหนียนในวันนี้
แต่หยูยวนกลับไม่จากไป และกำลังจ้องอันเยว่อย่างนึกสนใจ