ตอนที่ 52 ฉันเป็นใคร
หนึ่งในภาพสะท้อนจิตใจนับไม่ถ้วนของวิเวียน
ณ เมืองเล็ก ๆแห่งหนึ่งในดวงดาวสีม่วง
วิเวียนในชุดผ้าสีขาวเดินตรงเข้าไปยังหอคอยสูงบนร่างกายเธอประดับด้วยเครื่องประดับหรูหราเหมือนผู้มีฐานะมั่งคั่ง ด้านหลังยังมีผู้ติดตามต่างเผ่าพันธุ์คอยรับใช้มากมาย
“ยินดีต้อนรับท่านหญิงไม่ทราบว่าท่านต้องการเดินทางไปยังที่ใด” ชายชราหน้าหอคอยโค้งตัวให้วิเวียน ท่าทางและน้ำเสียงดูเคารพเธอไม่น้อย
“ดาวมรกต”วิเวียนตอบสั้น ๆ น้ำเสียง กิริยาท่าทางของเธอราวกับเป็นคุณหญิงจากตระกูลชนชั้นสูง
“ดาวดวงนี้คือว่า...เดินทางไปไม่ได้ขอรับ ต้องขออภัยด้วยท่านหญิง” ชายชรามีท่าทีลำบากใจเพราะช่วงนี้เขาได้รับข่าวไม่ค่อยดีเกี่ยวกับดาวมรกตมา
“เราจะไป”วิเวียนเชิดหน้า สายตาเฉียบคมมองชายชราอย่างไม่พอใจ
“ดาวมรกตไปไม่ได้จริง ๆนายหญิง โปรดเห็นใจบ่าวชรา”
วิเวียนหรี่ตามองชายชราในแววตาเธอปรากฏความไม่พอใจ แต่เธอไม่ใช่คนไร้เหตุผลจึงถามไถ่ชายชรา
“มีเหตุผลอะไรถึงไปไม่ได้”
“ชะ...ช่วงนี้ดาวมรกตไม่ปลอดภัยมีข่าวจากหลายแห่งว่ามีผู้ไปท่องเที่ยวและหายสาบสูญหวังว่านายหญิงจะไม่สร้างความลำบากให้บ่าว” ใบหน้าชายชราเริ่มมีเหงื่อไหลยิ่งเจอกับความดื้อรั้นของวิเวียนที่อยู่ตรงหน้า ยิ่งไร้หนทาง
“เราองค์หญิงแห่งเผ่าไอยคุปต์ไปกับผู้ติดตามมากฝีมือ อันตรายเล็กน้อยไม่ใช่เรื่องใหญ่ เราไปเที่ยวเล่น ไม่ได้เดินเล่นกลางสงครามเสียหน่อย”
“โปรดเห็นใจบ่าวชราหากมีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับท่าน ผู้บ่าวไม่อาจรักษาชีวิตน้อย ๆ” ชายชราคุกเข่าลงอ้อนวอน
วิเวียนเมินเฉยอย่างไม่ใส่ใจเธอพ่นลมหายใจแล้วบอกผู้ติดตามด้านหลังเธอ
“ไปตั้งค่าจุดนำส่งเราจะไปดาวมรกต”
“ขอรับ”ผู้ติดตามสองคนตอบรับ และเดินไปทางชายชรา ชายชราทำได้เพียงพยายามร้องห้ามกลับถูกผู้ติดตามอีกสามคนจับตัวไว้ จนการตั้งค่าจุดนำส่งเสร็จสิ้น
วิเวียนเห็นว่าจุดนำส่งถูกตั้งค่าเธอไม่รอให้ใครมาบอกและเดินเข้าไปในหอคอยสูง ก่อนผู้ติดตามคนอื่น ๆจะเดินตามเข้าไป ทิ้งไว้เพียงชายชราผู้มีน้ำตานองหน้า ที่ไม่สามารถห้ามปรามวิเวียนได้
“ท่านหญิงท่านเป็นอะไรไป บ่าวชราไม่ได้ตายเพียงลำพัง ลูกหลานบ่าว ย่อมไม่อาจหลีกหนีความตายไม่อาจหลีกหนี ไม่อาจหลีกหนี...”
ฮืออออ ฮือออ อืออออ
ดาวมรกต
หนึ่งในทางออกของจุดนำส่งหลายสิบจุดบนดวงดาว
วิเวียนและผู้ติดตามของเธอก้าวเท้าเข้าสู่ดาวมรกตสิ่งแรกที่วิเวียนทำ คือมองไปยังธรรมชาติอันงดงาม
ท้องฟ้าแจ่มใส่ป่าไม้ร่มรื่น ผืนดินเขียวชอุ่ม เธอสูดหายใจรับบรรยากาศสดชื่นเขาสู่ร่างกายไม่วายบ่นถึงชายชราผู้คิดห้ามเธอมายังดาวมรกต
“ดาวดวงนี้งดงามขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าไม่เห็นว่ามีอันตรายสักนิด...ข้ารับใช้ชอบกังวลเรื่องไร้สาระ ไม่เข้าเรื่อง”
ว่าแล้ววิเวียนก็ชื่นชมความงดงามอยู่นานก่อนจะเริ่มเดินทางเข้าสู่ป่าลึก เพื่อชมดูดอกไม้งดงามภายในป่า
ช่วงแรกวิเวียนและผู้ติดตามต่างเพลิดเพลินกับความสวยงามยากพบเจอในดาวดวงไหน ทุกชีวิตยิ่งนานยิ่งถลำเข้าสู่ป่าลึกทุกคนต่างตกอยู่ในความลุ่มหลงดอกไม้งามอย่างไร้กังขา
กว่าจะมีใครรู้สึกตัวว่ามีบางอย่างแปลกๆ เกิดขึ้น วิเวียนผู้เป็นนายของพวกเขาก็เข้าไปลูบไล้ดอกไม้งามต้นใหญ่คล้ายกำลังลุ่มหลงมัวเมา
วิเวียนลูบดอกไม้ไปก็ยิ้มไปจู่ ๆ เธอดันหัวเราะขึ้นมา ก่อนจะมีเถาวัลย์หนารัดพันร่างกายเธอ ฉีกร่างเป็นชิ้น ๆโยนเข้าไปในดอกไม้
ผู้ติดตามสองสามชีวิตที่เริ่มรู้สึกตัวเริ่มวิ่งหนี แต่ไม่มีใครสามารถหนีเถาวัลย์พันเกี่ยว ทุกชีวิตไม่ว่าจะแตกต่างทางเผ่าพันธุ์แตกต่างทางอายุหรือแตกต่างทางเพศ ล้วนถูกฉีกร่างกายโยนเข้าไปในดอกไม้ ท้ายที่สุดวิเวียนและผู้ติดตามก็ถูกดอกไม้กินเข้าไปไม่หลงเหลือหลักฐานใดให้ติดตาม
.
.
อีกหนึ่งในภาพสะท้อนจิตใจนับไม่ถ้วนของวิเวียน
ครั้งนี้เป็นวิเวียนตัวน้อยอาศัยอยู่กับพ่อแม่ในเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่งบนดาวสีฟ้าคราม
ชีวิตเธอเต็มไปด้วยความสุขและความอบอุ่นจากพ่อแม่ช่วงชีวิตในวัยเด็กของเธอเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนภายในห้องเรียนคุณครูที่ใจดีในโรงเรียน ผู้คนละแวกบ้านที่เอ็นดูเธอ หรือเด็ก ๆ แถวบ้าน ล้วนเป็นความทรงจำอันแสนวิเศษ
ทุกอย่างสำหรับวิเวียนตัวน้อยดำเนินไปในทางที่ดีจนเธอเริ่มเติบโตเป็นสาว ช่วงเวลานั้นเธอถูกพบว่ามีความสามารถในการเป็นนักสำรวจแต่นั่นไม่ได้สร้างความดีใจให้ครอบครัวเธอเลยสักนิด
ครอบครัวเธอต้องการให้เธอเป็นผู้หญิงธรรมดาใช้ชีวิตอย่างสงบ ห่างไกลจากเรื่องวุ่นวายและอันตรายนอกดวงดาวแต่ด้วยการเป็นนักสำรวจจะช่วยให้พ่อแม่เธอมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเธอจึงเดินสู่เส้นทางในการเป็นนักสำรวจ
เมื่อวิเวียนเข้าสู่เส้นทางนักสำรวจเธอไม่มีความรู้สึกยินดีกับมันสักเสี้ยวเดียว ทุกวันมีแต่การฝึกฝนร่างกายและจดจำความรู้จำนวนมหาศาลเธอต้องทำวนซ้ำอยู่เป็นสิบปี ก่อนจะเริ่มไปฝึกออกสำรวจ
ด้วยความสามารถโดดเด่นด้านการล่าวิเวียนจึงถูกแนะนำให้หน่วยแนวหน้ารับฝึกฝนเธอในสนามจริงเธอต้องตกอยู่ในความยากลำบากหลายปี ถึงจบการศึกษาและได้รับยศนักสำรวจ
ช่วงเวลาต่อจากนั้นวิเวียนเริ่มรับภารกิจต่อเนื่องเธอพยายามเพิ่มระดับของตัวเองให้ครอบครัวเธอได้รับการยืดอายุขัยให้ยืนยาวเธอจมอยู่กับการล่า ล่า ล่า และก็ล่า จนไม่สามารถหยุดวิถีชีวิตอันป่าเถื่อนนี้ได้
วิเวียนท่องไปหลายดวงดาวร่วมกับคณะสำรวจในตอนนี้ไม่มีเด็กสาวผู้น่ารักอีกต่อไป มีเพียงหญิงสาวผู้หลงใหลในการล่าความทรงจำในวัยเด็กเลือนหาย จุดประสงค์เปลี่ยนแปลง
ในที่สุดวิเวียนก็เริ่มประสบความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่เธอได้เลื่อนขั้นเป็นมืออาชีพ ครอบครัวเธอได้รับการยืดอายุขัย ถึงเธอจะกลับไปหาครอบครัวความอบอุ่นในอดีตล้วนไม่มีอีกต่อไปแล้ว ยิ่งเธอเห็นว่าพ่อกับแม่มีน้องชายให้เธอเธอแทบจะกลับบ้านปีละครั้ง
และแล้ว...วิเวียนได้รับทำภารกิจระยะยาวเธอต้องเดินทางไกลร่วมกับคณะสำรวจ สำรวจพื้นที่ที่ไม่เคยสำรวจมาก่อน..นอกดาราจักร
การสำรวจยาวนาน สิบปียี่สิบปี..ห้าสิบปี..หนึ่งร้อยปี ก็ยังไม่มีข่าวคราวของคณะสำรวจนั้นอีกเลยราวกับว่าคณะสำรวจได้หายไปในอวกาศอันกว้างใหญ่
ซึ่งความเป็นจริงคณะสำรวจนั้นได้เข้าไปสำรวจดวงดาวที่เหมาะกับการเป็นดวงดาวสำหรับอาศัยอยู่เป็นดาวดวงที่สองน่าเสียดายดันไปพบดอกไม้ประหลาดและกลายเป็นอาหารของมัน เหมือนสิ่งมีชีวิตอื่น ๆที่โชคร้าย
ภาพและความคิดสุดท้ายก่อนตายของเด็กสาวผู้โชคร้ายนั่นคือเห็นภาพใบหน้าของพ่อแม่ที่แทบจำไม่ได้อีกต่อไปพร้อมกับความรู้สึกในวัยเด็กที่ลืมเลือนไปแล้ว ได้ผุดขึ้นมาในใจให้อบอุ่นท่ามกลางความรู้สึกของเลือดเย็นเยียบและความเจ็บปวดของการถูกย่อยทั้งเป็น
.
.
ในอีกหลายจุดของภาพสะท้อนจิตใจ
ภาพของเหยื่อที่ถูกฆ่าชิ้นส่วนความทรงจำ ภาพสะท้อนอันลวงหลอกที่กำลังดำเนินต่อไปต่างผสมปนเปมั่วซั่วไปหมด ไม่สามารถเรียบเรียงพวกมันเป็นเรื่องเดียวกันได้
จิตวิญญาณที่กำลังจางหายไปโดยสมบูรณ์ของวิเวียนมีแต่ภาพความทรงจำซ้อนทับผสมรวมกับภาพฉายของจิตใจ
ฉันเป็นใคร! นี่คือหนึ่งในความคิดที่ดังก้องออกมาจากจิตวิญญาณ แทบตลอดเวลา
.
.
ฉันเป็นใคร!
ฉันเป็นใคร!
ฉันเป็นใคร!
พวกนั้นใช่ฉันรึเปล่า?
ชีวิตที่โชคร้ายในความโหดร้ายความทุกข์ไร้สิ้นสุด พลัดพรากแยกจาก น้ำตาล้นมหาสมุทรเสียงร้องไห้สะอื้นก้องกังวาน ความรู้สึกไม่ยินยอม ขัดขืนดิ้นรนมันไม่ยุติธรรม..ยุติธรรมคืออะไร
ความต้องการรอดชีวิตความเห็นแก่ตัว เย็นชาไร้เยื่อใย ความหยิ่งผยอง ความรู้สึกสูงส่งและตกต่ำความโลภไร้สิ้นสุด กลืนกินกระดูกไม่มีเหลือ ผู้อยู่รอดเพียงหนึ่งเดียวหนึ่งเดียวและจบลงในที่ห่างไกล..รู้สึกปล่อยวางและว่างเปล่า
มันคืออะไรฉันไม่เข้าใจ!?
ความสุข! ความอบอุ่น เสียงปรบมือ คำอวยพร ชื่นชมยินดี ความสำเร็จความสำเร็จ..พบเจอความตาย! อ่า มันเจ็บปวดและน่าตื่นเต้น แต่...
ฉันเป็นใคร! ความตาย..คืออะไร!
ฟังคำสั่งทำตามความต้องการ ตอบสนอง ความรู้จำนวนมาก มันกำลังกัดกินฉัน ทรมานเหลือเกิน...
อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!
ฉัน ฉัน ฉันชีวิตที่สวยหรู สุขสบาย ร่มเย็นเป็นสุข ของฉัน ใช่ไหม ใช่ของของฉันใช่ไหม ใช่ไหมใช่ไหม......
แต่ฉันเป็นใครล่ะ...เป็นใครล่ะ?
ฉันเป็นใคร!
ได้โปรด ขอร้อง อ้อนวอนผู้มาโปรด สักอย่าง อะไรก็ได้ ใครก็ได้ ช่วยฉัน ช่วยฉันไปจากความรู้สึกพวกนี้ได้โปรด ขอร้อง เมตตาด้วย โปรดเมตตา ฉันยังไม่อยากตาย
อ่า...ความตายกำลังมาหา~
ติ๋ง!
ชีวิตไร้รอยต่อ ชะตาไร้รอยรั่วราบเรียบไม่ราบรื่น พบเจอเม็ดทรายกีดกีดขวาง สะดุดล้มตายไร้กลบฝัง
ชีวิตไม่เหมือนเทียนไข ไม่ใช่กระบอกน้ำยิ่งไม่ใช่ไม้ยืนต้น เป็นเพียงประกายเพลิงหนึ่ง กำลังถูกชะตาเติมเต็มหนทางไร้สิ้นสุด..ช่วงชิงชะตา..ยืดเวลาชีวิต
ชีวิตที่แท้จริงต้องพบความตายตายเพื่อเกิดไม่ใช่เพื่อดับ
วัฏฏะเวียนวนทุกข์ทนจรจาก สุขสันต์คืนหา ลาลับชั่วอึดใจ
บุ๋ม!~
จิตนิ่ง ใจสงบ พบสลายกลายเป็นหยุด
จิตฟุ้งซ่านใจหวาดหวั่น จิตดุจเพชร ใจดุจหิน ยังทลายกลายเป็นฝุ่น
ความจริงและความลวงว่ายากแยกหรือแยกยาก ขึ้นอยู่กับผู้รับรู้มัน รู้ไม่รับ รับไม่รู้ รู้จริงไม่พบลวงรู้ลวงจึงพบจริง
.
.
.
.
“โมบิทให้ชีวจักรกลตัวนั้นมาปกป้องฉันชั่วคราว” แอนดรูว์พูดขึ้น หลังพบเห็นว่าภาพสะท้อนในจุดทดสอบเริ่มเชื่อมต่อกันมั่วซั่วเป็นเรื่องเดียวไม่ได้จางหายไปทีละเรื่องเหมือนที่เขาคิดเอาไว้
“รับทราบ! แต่โอสต้องการทำอะไร” โมบิทถาม พร้อมกับเดวิดเดินเขามาอยู่ใกล้
“แค่ช่วยชี้นำฉันดูภาพสะท้อนมานาน พอเดาได้ว่าจะกระตุ้นยังไง..แต่จะสำเร็จไหม อันนี้ฉันไม่รู้”
“โฮส โปรดคิดให้รอบคอบสถานการณ์อันตรายเกินไป” โมบิทพยายามหยุดยั้งแอนดรูว์
“แค่ไปช่วยนิดหน่อยไม่มีอะไรเสียหาย” แอนดรูว์พูดจบเขาก็นั่งลงในท่านั่งขัดสมาธิสองตาปิดลงอย่างเป็นธรรมชาติ ลมหายใจนิ่งสงบ
เพียงชั่วพริบตาจิตวิญญาณเขาก็ออกจากร่าง แผ่แรงกดดันมหาศาล ส่งผลให้ชั้นบรรยากาศโดยรอบบิดเบี้ยวราวกับว่ามันไม่สามารถทนต่อการมีอยู่ของเขาได้
“ในมิตินี้ไม่เหมือนมิติพิเศษ มันอ่อนแอกว่าหลายเท่า” เสียงแอนดรูว์ก้องสะท้อนไปทั่วบริเวณเขาขยับนิ้วไปมาด้วยความรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อก่อนส่งเส้นแสงเส้นหนึ่งตรงเข้าไปยังจุดทดสอบ ไม่กี่อึดใจจิตวิญญาณของเขาก็กลับเข้าสู้ร่างกาย ทุกอย่างเริ่มกลับคืนสู่สภาพปกติ
แอนดรูว์ที่อยู่ในท่านั่งขัดสมาธิลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ ลมหายใจเขาดูเหน็ดเหนื่อยไม่น้อย
“เรื่องที่ช่วยได้ฉันช่วยแล้วทุกอย่างขึ้นอยู่กับเธอ...โมบิท เตรียมรับมือเต็มรูปแบบ” แอนดรูว์ลุกขึ้นยืนเขาจ้องมองไปจุดทดสอบอย่างมีความหวัง ความหวังว่า หนึ่งในกำลังสำคัญของเขาในอนาคตจะมีชีวิตรอด