จวนเสร็จแล้วแต่ยังขาดป้ายชื่อจวน(จวนของชิงเถาก็คือบ้านหลังน้อยๆ)
หลังจากงานจัดการงานในบ้านต่างๆเป็นอันเสร็จแล้ว ครอบครัวชิงเถาวันนี้เดินทางไปตลาดกันทุกคน ตลาดที่ตั้งอยู่บนถนนสายหลักของทางใต้ซึ่งสองข้างทางจะมีร้านรวงมาตั้งซึ่งด้านหลังร้านตั้งโต๊ะแบบนี้ก็จะเป็นร้านค้าที่ปลูกสร้างอย่างถาวร วันนี้พวกนางจะไปหาทำเลที่ตั้งร้านขายของของครอบครัวพวกเขาอย่างเป็นกิจลักษณะแล้วถึงจะไม่ใช่ร้านใหญ่แค่เช่าที่ตั้งโต๊ะขายก็เถอะ แค่นั้นก็ไม่เป็นไรชิงเถานางจะหาวิธีให้น่าสนใจเอง
“ตรงนี้ก็ดีนะลูกผู้คนเดินผ่านเยอะทีเดียว” นางลี่จูพูดขึ้นเมื่อเดินหาที่จะตั้งร้านมาสักพักผ่านมาหลายที่ยังไม่ถูกใจลูกสาวคนเล็กสักทีนางก็ไม่รู้ว่าลูกสาวใช้เกณฑ์อะไรกันแน่ในการเลือกที่จะตั้งร้าน
‘ก็ใช้ได้นะ แม่เจ้าก็สายตากว้างไกลใช้ได้’ เชี่ยนเชี่ยนพูดขึ้นกับชิงเถา ชิงเถานางไม่ได้เป็นคนเลือกหรอกผู้ตัดสินใจตัวจริงคือยัยเทพธิดาหุ่นตุ้ยนุ้ยนี้ไง นั่นก็ไม่ดี นี่ก็มุมอับโน้นก็ทางผีผ่าน
“ตกลงเจ้าค่ะตรงนี้เลยเราต้องไปติดต่อไหนเจ้าคะ” ชองเถาตอบตกลง พร้อมหันไปถามเพราะทุกที่ต้องมีผู้ดูแลควบคุมไม่ใช่อยากจะมาขายก็มา
“ตรงกลางตลาดด้านตรงข้ามเรามีสำนักงานเล็กๆไว้ดูแลตลาดตั้งอยู่” จิ้นสิงตอบลูกสาวออกมาตามที่เขาได้สอบถามพ่อค้าตามรายทางที่เดินมา
“เจ้าค่ะ” ชิงเถาตอบรับ ก่อนที่จะไปพากันเดินหาซื้อข้าวของต่างๆกันก่อน ทั้งข้าวของเครื่องใช้ อาหารรวมถึงของที่จะนำมาเป็นสินค้าและตกแต่งร้านด้วย
สำนักงานดูแลตลาดทางใต้ของเมืองหลวงพวกชิงเถารอกันอยู่ร้านน้ำชาใกล้ๆ มีเพียงจิ้นสิงและลี่ถิงที่เข้าไปติดต่อเนื่องจากนางไม่ได้อยากเป็นผู้จัดการในทุกๆเรื่อง จึงให้ผู้อื่นทำบ้าง ง่ายๆก็ขี้เกียจจะติดต่อกับเจ้าหน้าที่
นั่งรอสักพักจนพวกนางจิบน้ำชาหมดไปหลายจอก สองแฝดสั่งขนมมาลองชิงหลายจานผู้ไปติดต่อเรื่องตั้งร้านก็แล้วเสร็จ พวกนางจึงได้พากันกลับจวน
วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ครอบครัวชิงเถายังช่วยงานต่างๆในบ้านไม่ว่าจะเป็นทำผลึกสีไว้เตรียมขายตอนเปิดร้านเพราะส่งลูกค้าครบทุกใบสั่งจองแล้วใบหญ้าหวานก็ขยายได้หลายแปลงแล้วทำให้ผลผลิตก็เพิ่มมากขึ้นลานดินหน้าบ้านหลังน้อยพวกนางมีตากอยู่เยอะเชียวหล่ะ น้ำดับกลิ่นกายพวกนางลดการผลิตลงทำไว้แค่ร้อยขวดเท่านั้นเนื่องจากหน้าร้อนใกล้จะหมดไปพวกนางก็กลัวว่าผู้คนจะเลิกใช้ไปแต่งานที่เพิ่มเข้ามาคือรดน้ำผักและต้นไม้ต่างๆ แรกๆ ชิงเถาได้รดก็สนุกดีแต่ผ่านไปหลายวันนางก็เริ่มจะเบื่อจะขี้เกียจ ถ้าไม่เพราะเชี่ยนเชี่ยนบ่นนางเรื่องเป็นตัวขี้เกียจกับเห็นน้องๆรดน้ำกันอย่างตั้งใจนางก็คงไม่สำนึกหรอกนะ
ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงวันที่กำแพงบ้านพวกนางเสร็จแล้วสวยงามตามรูปแบบดั้งเดิมผสมกับรูปแบบกำแพงแบบของนางที่บอกได้เลยมาที่นี่ยังไม่มีใครทำแน่นอน ยืนยันอีกเสียงจากนายช่างผู้คุมงานเมื่อกำแพงเสร็จแล้วนายช่างก็เข้ามาพูดคุยกับท่านพ่อนิดหน่อย จนคำถามที่ว่าพวกนางจะสั่งป้ายหน้าจวนเลยไหมพวกเขาจะทำให้ในราคาพิเศษ
“ป้ายจวนถ้านายท่านสั่งตอนนี้พวกข้าก็จะทำให้ในราคาพิเศษเลยนะรับรองออกมาสวยดูดีแน่นอน” นายช่างเอ่ยเสนอโน้มน้าวจิ้นสิงออกมาให้สั่งงานชิ้นต่อไป
“เอ่อ เรื่องป้ายจวนก็ถือว่าสำคัญแต่ไม่รู้จะเขียนป้ายว่าอะไร” จิ้นสิงตอบออกไป
“ก็สกุลของพวกเจ้ายังไงเล่า”นายช่างตอบกลับไปอย่างขัดใจกับสิ่งที่เขาตอบกับตนบ้านไหนๆก็ใช้ชื่อสกุลหรือตระกูลตนเองในการทำป้ายหน้าจวนทั้งนั้นเขาจะต้องคิดอะไรมาก
“พวกเราไม่มีสกุลหรอกเจ้าค่ะเราเป็นบ่าวมาก่อน จึงไม่ได้สนในเรื่องสกุล” ลี่จูอธิบายออกมาด้วยน้ำเสียงน้อยอกน้อยใจ
“เช่นนั้นก็คิดสกุลใหม่ก็ได้แล้วค่อยไปสั่งทำป้ายกับที่ร้าน ข้าจะรอขอรับ”หลังนายช่างได้ยินลี่จูบอกออกมาเขาก็ไม่อยากชวนคุยไปมากความกลัวพวกเขาจะเศร้ากับชีวิตไปกว่านี้
“งั้นข้าจะไปส่งท่านหน้าจวน”จิ้นสิงบอกพร้อมเดินนำนายช่างไปทางประตูของจวนที่ทำจากไม้เปิดเข้ามาด้านในข้างบนประตูเป็นหลังคากระเบื้องยื่นออกมาเล็กน้อยเหมือนกับจวนอื่นมีกัน
“ท่านแม่เราไม่มีสกุลหรือเจ้าคะ”ชิงเถาถามด้วยความสงสัย เรื่องนี้นางก็ไม่ได้นึกเอะใจมาก่อนถึงว่าพวกนางก็มีแต่ชื่อกัน
“ใช่แล้วลูก” ลี่จูตอบรับบุตรสาว
“แล้วสกุลเก่าของท่านพ่อกับท่านแม่ไม่มีหรือเจ้าคะ”ชิงเถาเริ่มซักถามออก คนเรามีพ่อมีแม่จะยากดีมีจนก็ต้องมีสกุลสิ
“ท่านย่าเอ่อท่านยายทวดของเจ้าพาท่านแม่เข้ามาเป็นบ่าวรับใช้ตั้งแต่เด็กแล้วที่ใช้เรียกก็มีแต่ชื่อ แม่เคยถามอยู่ครั้งหนึ่งว่าสกุลของเราคืออะไรแต่แม่จำไม่ค่อยจะได้ นี่ก็ผ่านมานานแล้ว” นางลี่จูกล่าวถึงเรื่องราวให้ลูกสาวฟังหลังจากลี่ถิงได้ยินเรื่องที่นางเล่าก็เข้ามาฟังด้วย
“แล้วสกุลอะไรหรือเจ้าคะ”ชิงเถาเร่งถามออกมานางอยากรู้แล้ว
“ไม่ จือ ซื่อ ก็น่าจะสือ น่ะลูกแม่ไม่แน่ใจ” นางลี่จูพูดออกมา ตอนที่ถามท่านย่าของนางก็แก่มากแล้วเสียงที่เปล่งออกมาก็ไม่ชัดเจนอีกทั้งนางก็ยังเด็กทำให้ไม่ได้ใส่ใจมากนัก
“อย่างนี้นี่เอง แล้วท่านพ่อล่ะเจ้าคะ”ชิงเถายังสอบสวบต่อไป
“พ่อเป็นเด็กกำพร้ามาก่อนก่อนที่จะเจ้ามาทำงานในจวนตอนอายุได้ 13 ปีพ่อไม่มีหรอกลูกสกุลหน่ะ”จิ้นสิงที่เดินออกไปส่งนายท่านกลับมาได้ยินบุตรสาวกำลังถามเรื่องตนขึ้นจึงตอบออกไปแทนภรรยาที่กำลังจะเล่า
“เช่นนั้นหรือเจ้าคะดังนั้นเราก็ไม่มีสกุลอย่างแท้จริง” ลี่ถิงเอ่ยขึ้นเนื่องจากทั้งฝ่ายบิดามารดาก็ไม่มีสกุลที่พอจะใช้ต่อได้เลย
“ไม่มีเราก็ตั้งขึ้นเองสิเจ้าคะ”ชิงเถาเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์
“สกุลใช่จะตั้งกันง่ายๆ เสียที่ไหนเกิดไปซ้ำกับตระกูลใหญ่โต เราอาจจะเจอปัญหาใหญ่ได้” จิ้นสิงเอ่ยเตือนออกมาเพราะเรื่องนี้หาใช่เรื่องเล็กที่ไหนกัน หากทำอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง ครอบครัวพวกเขาได้เจอเรื่องคิดหนักแน่
“ไม่มีปัญหาเจ้าค่ะ เชื่อมือลูกให้ลูกสาวคนนี้จัดการนะเจ้าคะ” ชิงถาส่งสายตากระพริบปริบๆ ไปให้ผู้เป็นพ่อแม่เนื่องจากเรื่องนี้นางอยากคิดเองจริงๆ ชาติก่อนเกิดมาชื่อสกุลก็มีให้แล้วมาชาตินี้มีเพียงชื่อมีโอกาสได้ตั้งสกุลตัวเองอย่างนี้นางจะพลาดได้อย่างไร
“เจ้าว่าอย่างไรจูเออร์”จิ้นสิงหันไปถามความคิดเห็นจากภรรยา
“ให้ลูกลองดูก็ไม่เสียหายเจ้าค่ะเราค่อยมาตัดสินใจอีกที” นางลี่จูตอบกลับ เนื่องจากนางเห็นความกระตือรือร้นในตัวลูกสาวคนนี้จึงไม่อยากจะขวางทางนางนัก
“เช่นนั้นก็ตามแม่เจ้าว่า ลองคิดไว้ก่อนพ่อแม่จะตัดสินใจอีกที” จิ้นสิงเอ่ยสรุปออกมา
“ขอบคุณเจ้าค่ะข้าจะไม่ทำให้ท่านทั้งสองผิดหวัง” ชิงเถาตอบกลับยิ้มๆ ด้วยความเริงร่า