“สามสี่วันแล้ว” ชาวบ้านคนหนึ่งตอบ
“กินอาหารที่ย่อยยากไม่ได้ เพราะร่างกายไม่ได้ย่อยมานาน ค่อยๆ กิน กินส่วนที่เป็ของเหลวก่อน เก็บเนื้อสัตว์ไว้กินทีหลัง โดยเฉพาะเด็กๆ ไม่เช่นนั้นจะปวดท้อง” อันดาห้าม
“ไอ้เด็กบ้าพูดอะไรไม่รู้เื่” ชาวบ้านคนหนึ่งไม่สนใจ สวาปามอาหารตรงหน้าโดยไม่ทำตามที่อันดาเตือน
ผลปรากฏว่าเขากินไปได้สักพักก็สำลักและอาเจียนออกมา
“อาหารมีพิษ โอ๊ย” ชาวบ้านคนนั้นร้องโวยวายแล้วโทษอาหารผง แม่ทัพหยางจึงถีบเขากระเด็นออกไป
“ยังจะมีใครโวยวายอะไรอีกหรือไม่ ถ้าไม่พอใจก็ไม่ต้องกิน” แม่ทัพหยางเตะชามอาหารของชายคนนั้น
ชาวบ้านต่างก็เงียบและไม่กล้าแตะต้องอาหารอีก มีเด็กร้องไห้ แม่และพ่อของพวกเขาก็เอามือปิดปากลูกเพราะกลัวว่าจะถูกท่านแม่ทัพฆ่าเอา
ภาพที่เกิดขึ้นข้างหน้าของอันดานับได้ว่าเป็การเปิดโลกให้เธอจริงๆ
“คนอย่างนี้ก็มีด้วยหรือวะเนี่ย” อันดาบ่นพึมพำ
แม่ทัพหยางเองก็รู้สึกว่าตนทำเกินไป แต่เขารู้สึกไม่ชอบใจที่ไอ้หนูของเขาถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็ธรรม
“เอาล่ะทุกคนไม่ต้องกลัวไป ข้าเป็หมอ และอาหารนี่ก็ไม่มีพิษ ไม่เชื่อให้ท่านแม่ทัพกินให้ดู” อันดายื่นชามอาหารที่ยังไม่มีใครเป็เ้าของให้ท่านแม่ทัพ
“ทำไมต้องเป็ข้าล่ะ” แม่ทัพหยางหันมาถาม จะพิสูจน์เ้าก็พิสูจน์ไปคนเดียวสิ
“ไม่กล้าเหรอ” อันดา
แม่ทัพหยางหยามได้ที่ไหน กินให้ดูต่อหน้าต่อตา อร่อยด้วย กินไม่กี่คำ เด็กๆ ที่ร้องไห้อยู่ก็หันมามองตาโต พวกเขาก็อยากกินบ้าง
“แล้วพวกเ้าน่ะ มื้อสุดท้ายที่กินคือเมื่อไหร่” อันดาหันไปถามเด็กๆ
“เย็นวานเป็มื้อสุดท้ายของเรา” ที่จริงเมื่อวานแม่ทัพหยางจะต้องให้คนมาส่งอาหาร แต่พวกติดอยู่ในสนามรบและมาถึงในตอนพระอาทิตย์ตกดินแล้ว และไม่มีใครรายงานว่าอาหารที่เหลือไม่พอส่งให้ชาวบ้าน
เช้านี้ท่านแม่ทัพจึงสั่งให้หยวนอิงเอาอาหารผงในลังและกระเป๋ายาของอันดาใส่ถุงไว้และพาเธอมาดูคนไข้
“เด็กๆ กินได้ แต่ควรกินอาหารอ่อนๆ หลังอาหารแล้วใครที่ไม่สบายหรือาเ็ให้ไปนั่งเข้าแถวรอข้า ข้าจะเดินไปตรวจทีละคนตรงที่ว่างตรงนั้น ส่วนคนที่ไม่ป่วยแยกออกมาด้านนี้ คนที่ป่วยให้อยู่ด้านซ้าย คนาเ็ให้อยู่ฝั่งขวา ขออาสาสมัครมาช่วยข้าต้มน้ำ และหาผ้าสะอาดมาเยอะๆ” อันดาสั่งการ แปลกที่ชาวบ้านเชื่อฟังดังอย่างเธอ
อาจเป็เพราะว่าแม่ทัพหยางทำตามที่เธอบอก เ้าเด็กอันดานี่แหละ ที่จะสามารถเป็กระบอกเสียงให้พวกเขาได้
กว่าจะตรวจคนเจ็บคนป่วยได้ทั้งหมดก็ปาไปครึ่งวัน วันนี้เธอยังไม่ได้กินข้าวเลย น้ำซักหยดก็ยังไม่ได้แตะ แต่ก็ไม่บ่นและไม่แสดงท่าอ่อนเพลียให้เห็นเลย แม่ทัพหยางที่ได้กินอาหารโชว์ไปแล้วเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเ้าเด็กอันดายังไม่ได้กินข้าวจึงเตรียมอาหารไว้ให้เธอ
“กินเสีย” หลังจากล้างมือเสร็จก็มีถ้วยอาหารมาวางไว้ด้านหน้าเธอ แม่ทัพหยางลงมือต้มน้ำให้เองเลย
“ขอบคุณ” อันดารับมากินแต่เพราะเหนื่อยมาก แล้วก็เห็นสายตาเด็กน้อยเธอจึงแบ่งอาหารให้เขาด้วย เขาไม่ได้มากินพร้อมทุกคนเพราะคอยเฝ้าไข้แม่อยู่
“กินเถอะข้าเหนื่อยจนกินไม่ลง ช่วยข้าหน่อยนะ” อันดายื่นชามอาหารให้เด็กน้อยแล้วหันกลับไปสำรวจอาหารผงในถุงผ้า ปรากฏว่าไม่น่าจะพอ เธอจึงเอาจากในมิติมาเติมให้ แล้วบอกว่าจะทิ้งอาหารไว้ที่นี่ทั้งหมด และทิ้งยาไว้ให้สำหรับคนเจ็บเป็ยาแก้อักเสบโดยย้ำว่าต้องกินทุกๆ สองชั่วยามเป็เวลาห้าครั้ง
ตอนนี้ให้ทุกคนกินอาหารได้วันละสองมื้อ แต่คนเจ็บและเด็กให้กินสามมื้อ เพื่อประหยัด แล้วอีกไม่กี่วันจะเอาอาหารมาเติมให้
พวกชาวบ้านต่างขอบคุณแม่ทัพหยางดูพฤติกรรมของอันดาแล้วรู้สึกว่าเ้าเด็กนี่เชี่ยวชาญในการดูแลคนมาก เก่งเกินอายุจริงๆ คนมากขนาดนี้สามารถจัดการได้โดยตัวคนเดียวและสามารถใช้งานคนให้ทำตามได้โดยง่าย เขาหวังว่าอันดาจะเข้าใจและยอมให้อาวุธกับเขา
“ท่าน้าปืนกี่กระบอก” อันดาถามเมื่อเดินทางกลับออกมา
“มีเท่าไหร่เอาหมด เ้าบอกลาคามาได้เลย” แม่ทัพหยาง
“ถึงท่านจะซื้อปืนแต่ถ้าะุหมดจะทำอย่างไร” อันดาถาม
“เราจะหาทางผลิตเอง หรือถ้าเ้ามีวิธีข้าขอซื้อหรือจ้างเ้าเป็พิเศษ” แม่ทัพหยางตอบ
“ปืนใช่ว่าได้มาแล้วจะจะยิงได้ ท่าน้าเวลาฝึกคนของท่านกี่วัน” อันดา
"หนึ่งสัปดาห์ เพราะข้าคิดว่าพวกนั้นคงกำลังเตรียมทัพในการจู่โจมเร็วๆ นี้ ข้าของกำลังเสริมไปแล้วแต่ไม่แน่ใจว่าพวกเขาจะมาทันหรือไม่" นี่เป็เหตุผลที่เขายอมให้รัชทายาทมาร่วมรบ
นั่นก็เพราะเอามาใช้เป็ตัวประกันในการส่วงเสบียงและกำลังพล ฮ่องเต้ย่อมต้องห่วงความปลอดภัยขององค์รัชทายาทนั่นเอง
“มีข้อแม้ ห้ามถามว่าข้าไปเอามาจากไหน และท่านต้องปล่อยให้ข้าไปเอาของเอง มีคนตามถือว่าข้อตกลงยุติและข้าจะหนีไป” อันดา
"ตกลง"แม่ทัพหยาง
"ตอนนี้ที่ข้ามีหกกระบอกให้พวกท่านใช้เวียนกันซ้อมก่อน อีกเจ็ดวันจะมีเพิ่มให้อีก ยี่สิบเอ็ดกระบอก ลูกะุมีจำกัดใช้อย่างระวัง แล้วปืนกลมือนี่ ตอนนี้ข้ามีีสองอัน อีกเจ็ดวันก็จะได้อีกเจ็ดอัน แม็กนั่มและบาเร็ตต้าก็เหมือนกัน สรุปว่าหลังจากนี้เจ็ดวันท่านจะได้แมกนั่มเก้า บาเร็ตต้าเก้า ปืนกลมือ เก้า และไรเฟิลแบบละเก้าอัน รวมห้าสิบสี่ชิ้น ะุและลูกดอกแยก ข้ามีให้ได้เท่านี้" อันดาตอบ
“ไรเฟิลหรือ” แม่ทัพหยางแปลกใจ
“ใช่เปืนยาวเหมือนปืคาบศิลาน่ะ แต่เจ๋งกว่าเยอะ เวลาบรรจุะุไม่ต้องบรรจุและอัดทีละครั้งด้วย สะดวกกว่าเยอะ ข้ามีไรเฟิลธธรรมดา ไรเฟิลที่ใช้ซุ่มยิง และไรเฟิลอัตโนมัติ” อันดาเล่าไปตลอดทาง เสียงเจื้อยแจ้วของเธอนั้นเหมือนเป็มนต์ที่ทำให้แม่ทัพหยางผ่อนคลายมาก เขาขี่ม้าช้าลงเรื่อยๆ เพื่อจะได้ใช้เวลาอยู่กับเธอนานขึ้นอีกหน่อย
“ท่านแม่ทัพ ท่านจะไปไหนต่อหรือไม่” อันดาถาม
“หา อะไรนะ” แม่ทัพหยางฟังเธอเล่าเื่อาวุธจนเพลินกลับมาถึงค่ายเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ตัว
“เอาข้าลงที ม้าตัวนี้สูงขาข้าไม่ข้ามไม่พ้น” อันดาบ่นเป็เพราะแม่ทัพหยางกอดเอวเธออยู่เพื่อไม่ให้เธอตก แต่ก็ทำให้เธอไม่สามารถลงจากม้าได้ด้วยเช่นกัน
“เอาสิ” แม่ทัพหยางะโลงจากม้าแล้วอุ้มอันดาตัวลอยข้ามม้าลงมา
“ท่านแม่ทัพ” หยวนอิงที่รอท่าอยู่ก็รีบออกมารับ
"ว่าอย่างไร"แม่ทัพหยางถาม
“องค์รัชทายาทขอรับ ท่านหมดสติไปขอรับ ดูเหมือนว่า” หยวนอิงไม่รู้จะเริ่มอย่างไร
“เขาเป็อะไร” แม่ทัพหยางถามขณะที่รีบเดินไปดูหลานชาย
“เอ่อ” ไม่รู้จะพูดอย่างไรที่รัชทายาทไปล้างห้องน้ำแล้วเพราะกลิ่นหรืออะไรก็ไม่รู้ทำให้เขาเป็ลมตกลงไปในในที่ที่ไม่สมควรจะตกลงไป เป็เื่ที่คนที่รู้เห็นถ้าพูดไปหัวคงหลุดจากบ่า
“กลิ่นอะไร” แม่ทัพถูกสึกกลิ่นเตะจมูกั้แ่เปิดกระโจมเข้าไป ถึงจะล้างตัวแล้วแต่ก็ใช่ว่าจะล้างกินไปได้หมด
_____________________
เอ๊ะ กลิ่นอะไรนะ