สนามรบกลายเป็นฉากของการต่อสู้อันดุเดือดที่เต็มไปด้วยเสียงคำรามและเสียงระเบิดของพลังที่ปะทะกันความโหดร้ายและความสิ้นหวังคละเคล้าไปในอากาศ
กลุ่มนักศึกษาจากสถาบันซึ่งได้รับมอบหมายให้ปกป้องประชาชนทั่วไปอยู่บนอัฒจันทร์ยืนเรียงรายอยู่ในแนวป้องกัน แม้พวกเขาจะเป็นผู้ใช้พลังพิเศษที่ได้รับการฝึกฝนและผ่านการทดสอบความแข็งแกร่งของจิตใจมาก่อน
แต่ภาพการต่อสู้ที่เบื้องหน้ากลับทำให้หัวใจของพวกเขาสั่นสะท้านความโหดร้ายของสนามรบที่เกิดขึ้นตรงหน้าเกินกว่าที่เคยจินตนาการ
พวกเขาเห็นผู้ใช้พลังระดับสูงของกลุ่มก่อการร้ายดื่มสารคัดหลั่งเพื่อการวิวัฒน์ ยอมทิ้งร่างกายมนุษย์กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวทุกการเคลื่อนไหวของพวกเขาเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งและทำลายล้าง
มันไม่ใช่การต่อสู้ที่มีเกียรติหรือยุติธรรม แต่เป็นการเสียสละชีวิตเพื่อเป้าหมายที่ไม่อาจถอยหลังกลับ
หนึ่งในนักศึกษาชายยืนตัวแข็ง ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่บางคนพยายามช่วยชีวิตเพื่อนที่อวัยวะฉีกขาด ในสนามรบดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความตกใจและความกลัว
"นี่หรือคือสงคราม...!" เขาพึมพำออกมาอย่างแผ่วเบาความฝันอันสวยงามเกี่ยวกับการเป็นผู้พิทักษ์ที่เขาเคยมีกลับถูกบดบังด้วยความจริงอันโหดร้ายที่ปรากฏเบื้องหน้า
นักศึกษาหญิงอีกคนพยายามกลั้นน้ำตาไว้ในดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ร่างของเธอสั่นไหวขณะที่เฝ้าดูการต่อสู้ที่ดูไร้จุดจบมือของเธอกำด้ามอาวุธแน่นจนเริ่มเจ็บ แต่เธอรู้ดีว่าหากเธอปล่อยใจให้หวาดหวั่นจะไม่สามารถปกป้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่อยู่เบื้องหลังได้
แม้พวกเขาจะเป็นผู้ใช้พลังพิเศษที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างเข้มงวดแต่สถานการณ์ที่โหดร้ายเช่นนี้กลับเป็นบททดสอบจิตใจที่ยิ่งใหญ่ยิ่งกว่า พวกเขาทั้งหมดต่างรู้สึกได้ถึงความกดดันที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกับความรู้สึกท้าทายที่ว่าพวกเขาจะสามารถทำหน้าที่ปกป้องผู้อื่นได้หรือไม่ในสถานการณ์ที่ทุกอย่างดูสิ้นหวัง
ภายในโลกมิติที่สูญเสียเอกภาพไปแล้วบรรยากาศที่แตกสลายบิดเบี้ยวและปั่นป่วนเต็มไปด้วยพลังงานลึกลับสีแดงกระจายอยู่ทั่วทุกพื้นที่นาฟและองค์ชายสามที่ตอนนี้เข้ามาช่วยปราชญ์ที่บาดเจ็บหนักทั้งสองช่วยกันประคองร่างของปราชญ์ขึ้นมา
ใบหน้าของชายชราซีดเซียวเลือดไหลออกจากมุมปากและบาดแผลตามร่างกายแต่ดวงตาของปราชญ์ยังคงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
“ท่านปราชญ์พวกเราออกไปด้วยกันเถอะ!..ท่านต้องรีบรักษาตัว!” องค์ชายสามกล่าวด้วยเสียงที่สั่นเครือ เขาไม่อาจซ่อนความกังวลในดวงตาของตนได้
นาฟก็มองปราชญ์หวางอย่างหนักใจแต่ปราชญ์หวางกลับยิ้มออกมาอย่างอ่อนล้า
“ไม่ต้องห่วงข้าข้าเคยผ่านสถานการณ์ที่เลวร้ายกว่านี้มาแล้ว” เสียงของเขาแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความแน่วแน่ “เจ้าทั้งสองจงรีบออกไปจากที่นี่เถอะข้าจะเปิดเส้นทางให้”
ทั้งสองต่างมองหน้ากันอย่างไม่สบายใจแต่พวกเขารู้ดีว่าคำพูดของปราชญ์หวางมีน้ำหนัก พวกเขาไม่มีเวลาโต้แย้งอีกแล้ว
ปราชญ์หวางหันหน้ามองไปยังขอบฟ้าที่แตกออกเป็นเส้นแสงวิบวับ
รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่อ่อนล้า
“ข้าจะไม่ไปไหนข้าจะแฝงตัวอยู่ในนี้เพื่อสืบแผนการร้ายของพวกมัน ข้ามีหน้าที่ต้องทำ”
องค์ชายสามกัดฟันแน่นแต่เขาเข้าใจในสิ่งที่ปราชญ์หยางตัดสินใจ
“ถ้าเป็นเช่นนั้น ท่านโปรดระวังตัวด้วย!”
ปราชญ์หวางพยักหน้าเบาๆ แล้วเริ่มรวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายอีกครั้งแสงสีขาวแผ่กระจายออกจากฝ่ามือของเขา ก่อเกิดเป็นช่องว่างมิติที่ส่องแสงสว่างริบหรี่กลางความมืดมิดของโลกมิติที่กำลังล่มสลาย
“ไปเถอะ...!”
เสียงของการต่อสู้ยังคงดังกึกก้องทั่วสนามรบ การปะทะกันของกลุ่มผู้ใช้พลังถาโถมเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้งการโจมตีถูกปลดปล่อยออกมาในทุกรูปแบบเกิดเป็นแสงสีและพลังงานที่วิ่งวนไปทั่วท้องฟ้า
แม้ว่าผู้ก่อการร้ายจะมีพลังที่น่ากลัว พลังที่พวกเขาได้รับจากการดื่มสารคัดหลั่งนั้นทำให้ร่างกายพวกเขาแข็งแกร่งและเต็มไปด้วยพลังทวีคูณแต่ก็ต้องแลกมากับความเจ็บปวดอย่างรุนแรง และด้วยการต่อสู้ที่ยืดเยื้อนั้นทำให้พวกเขาเริ่มเสียเปรียบอย่างชัดเจน
จำนวนของผู้ใช้พลังจากอาณานิคมที่มากกว่านั้นเริ่มสร้างแรงกดดันอย่างมหาศาลสุดท้ายก็ไม่อาจต้านทานกระแสการโจมตีที่หนักหน่วงได้ พวกเขาถูกตีโต้ให้บาดเจ็บและล้มลงไปทีละคน
ผู้ใช้พลังสองคนในกลุ่มที่คุ้มครองอาชูร่ามองหน้ากันด้วยความเด็ดเดี่ยวทั้งสองยืนตระหง่านขึ้น พลังงานในร่างกายของพวกเขาเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงเมื่อพวกเขาส่งสัญญาณให้กลุ่มพวกพ้อง
ผู้ใช้พลังของอาณานิคมก็รีบเข้าโจมตีอีกครั้งแต่ก่อนที่จะทันได้โจมตีถึงตัว
“ตูมมม!”
ร่างของผู้ใช้พลังระดับ 7 ทั้งสองนั้นก็ระเบิดออกแสงสว่างของพลังงานสีม่วงเข้ม ปกคลุมไปทั่วบริเวณเสียงระเบิดก้องกังวานทั่วทั้งสมรภูมิ ฝุ่นควันกระจายไปทั่วราวกับระเบิดทำลายล้างขนาดใหญ่
แรงระเบิดนั้นสร้างคลื่นกระแทกที่รุนแรง สลายผู้ใช้พลังผู้คนที่อยู่ใกล้เคียงบาดเจ็บล้มตายไปหลายคนทันทีผู้ใช้พลังต่างหยุดชงักไป เพราะความไม่กลัวตายของคนพวกนี้
และในสถานการณ์นี้เองทำให้สามารถเปิดเส้นทางหลบหนีให้กับอาชูร่าได้
อาชูร่าเคลื่อนตัวเตรียมเข้าสู่หลุมลึก เขากระชับกล่องกลไกที่สะพายอยู่ด้านหลังแน่ใจว่าความสำเร็จอยู่เพียงแค่ไม่กี่ก้าว ทว่าทันใดนั้น
“ซูมมม!”
เส้นแสงสีทองส่องผ่านออกมาจากกล่องด้านหลังสายตาของเขาเบิกโพลงทันทีเมื่อเห็นว่าแสงนั้นไม่ใช่อะไรอื่นนอกจาก “เส้นทางสีทอง!”