พิชิตสวรรค์สะท้านฟ้า

    บทที่ 31 หอกเงินลึกลับ

    บทที่ 31 หอกเงินลึกลับ


            พบอะไรน่ะหรือ?


            พื้นดินที่อยู่ไม่ไกลด้านหน้าไม่ใช่สีแดงเข้มอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นสีดำสนิท เฉินชิงหยวนค่อย ๆ เดินไปข้างหน้า พบว่าท้องฟ้ามืดมิด แรงกดดันที่มิอาจมองเห็นตกลงบนร่างกาย


            “ป้ายหลุมศพง้ันหรือ?” หลังจากเดินไปได้ระยะหนึ่ง เฉินชิงหยวนก็เห็นสุสานแห่งหนึ่ง


            เขาแทบมิเชื่อสายตาตนเอง ก่อนจะมองไปรอบ ๆ จึงได้พบว่ามีป้ายหลุมศพนับไม่ถ้วน ขนาดต่างกัน ต่ำบ้างสูงบ้าง ป้ายหลุมศพทั้งหมดเป็นสีดำเข้ม มีกลิ่นอายของความตายและความเศร้าโศกที่ยากจะถูกกาลเวลาฝังกลบโชยมาตามลมราง ๆ


            บางป้ายตั้งตรง บางป้ายก็เอียง และบางป้ายล้มลงไปแล้ว ทั้งหมดถูกฝังอยู่ใต้ดินดำและทรายสีเหลือง ไม่รู้ทำไม เมื่อเฉินชิงหยวนเห็นป้ายหลุมศพเหล่านี้ ไม่เพียงแต่ในใจสั่นสะเทือน แต่กลับเศร้าใจยิ่งนัก


            ถูกต้อง! มันคือความเศร้าใจ


            “เหตุใดข้าจึงรู้สึกไม่สบายใจเช่นนี้เล่า?” เฉินชิงหยวนกุมหน้าอก ขมวดคิ้วเบา ๆ โดยไม่รู้สาเหตุ


            ‘ติ้ง!’


            โดยไร้ซึ่งสาเหตุ น้ำตาหยดหนึ่งก็ไหลออกมาจากดวงตาของเฉินชิงหยวน


            เขารับรู้ถึงรสชาติแห่งความโศกเศร้า สายตาของเฉินชิงหยวนเริ่มพร่ามัว เขามองเห็นร่างของผู้คนจำนวนมากในสุสานแห่งนี้ และสนามรบที่โหดร้ายยิ่งนัก พร้อมกับที่เฉินชิงหยวนกะพริบตา ภาพเลือนรางเมื่อครู่ก็หายวับไปในทันที


            ครื่น!


            กำไลหยกสั่น ทำให้เฉินชิงหยวนหลุดพ้นจากความคิดอันซับซ้อน ตามทิศทางที่กำไลหยกชี้นำ เฉินชิงหยวนเดินไปยังส่วนลึกของสุสาน ใช้เวลาไปเนิ่นนาน ป้ายหลุมศพก็ยิ่งมีน้อยลง ๆ 


            จนกระทั่งถึงส่วนสุดท้ายของสุสาน ไม่มีป้ายหลุมศพธรรมดาทั่วไปอยู่ในรัศมีสามพันจั้ง ที่ปลายสุดมีโลงศพสีแดงเข้มใบหนึ่ง ทุกส่วนล้วนเหลือร่องรอยของกาลเวลา ราวกับผ่านสงครามครั้งใหญ่ที่ยากจะจินตนาการได้


            ข้างโลงศพสีแดงเข้ม ตั้งเสาหินสูงเกือบจั้งได้


            “โลงศพ? กับเสาอย่างนั้นรึ?” เฉินชิงหยวนยืนอยู่ด้านข้าง ร่างกายเหมือนกลายเป็นหินไปแล้ว เขาจ้องมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างตาค้าง บางทีอาจเป็นเพราะผ่านกาลเวลาอันไร้ที่สิ้นสุด บางทีอาจเป็นเพราะการมาถึงของเฉินชิงหยวน เสาหินนี้จึงเริ่มแตกร้าว รอยแตกลามไปทุกส่วนของเสาหิน


            เห็นสถานการณ์เช่นนี้ เฉินชิงหยวนถอยหลังไปหลายก้าว ตัวแข็งทื่อ ในใจมีความกังวลอยู่บ้าง


            ปัง!! ครื่น!!


            เสาหินแตกเป็นเศษเล็กเศษน้อยร่วงหล่นลงมา สิ่งที่อยู่ในเสาหินปรากฏแจ่มชัดต่อสายตาของเฉินชิงหยวน


            “นี่มัน…” เฉินชิงหยวนอ้าปากค้างเล็กน้อย อยากจะพูดแต่ไม่กล้าเอ่ยสิ่งใด ตอนนี้เขาตกใจยิ่งนัก


            หอกยาวสีขาวเงินเล่มหนึ่ง ความยาวราวหนึ่งจั้ง หัวหอกแหลมคมและมีรูปมังกร ลำตัวหอกเรียบเนียนไร้ที่ติ ปลายหอกเป็นลูกกลม ราวกับดอกบัวหิมะที่กำลังจะผลิบาน


            เมื่อเห็นหอกเงินเล่มนี้ในชั่วพริบตา เฉินชิงหยวนก็ตะลึงงัน


            ในความทรงจำของเขา ไม่มีอาวุธใดเทียบได้กับหอกเงินเล่มนี้ พลังปราณที่แผ่ออกมาไร้รูปร่าง แต่ก่อให้เกิดลมพายุกรรโชกแรง ทำให้สุสานที่เงียบสงบและเยือกเย็นแห่งนี้กลับมาคึกคักอีกครั้ง เสียงลมหวีดร้องอยู่ในอากาศ ราวกับเสียงร้องครวญครางในสนามรบ


            กำไลหยกในมือเฉินชิงหยวนลอยขึ้นมาทันใด ลอยไปอยู่ข้าง ๆ หอกเงิน ความหมายของกำไลหยกนั้นชัดเจนยิ่งนัก มันกำลังจะบอกว่าของขวัญที่หญิงชุดแดงกล่าวถึงก็คือหอกเงินเล่มนี้


            “นี่เป็นของขวัญให้ข้าจริง ๆ หรือ?” เฉินชิงหยวนเป็นคนโลภและเอาแต่ได้เสมอ แต่ครั้งนี้กลับลังเลใจ ไม่กล้าเดินหน้าต่อ


            ‘วืด…’ กำไลหยกปล่อยคลื่นลวดลายอ่อนโยนออกมา ราวกับกำลังตอบคำถามของเฉินชิงหยวน และเมื่อเฉินชิงหยวนสงบจิตใจได้แล้ว เฉินชิงหยวนก็ค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ เหลือระยะห่างจากหอกเงินเพียงเล็กน้อย


            หลังจากต่อสู้กับความรู้สึกภายในใจอยู่นาน เฉินชิงหยวนก็ยื่นมือขวาออกไปด้วยความหวาดหวั่น จับหอกเงินนั้นไว้


            ตูม!!


            ในขณะที่เฉินชิงหยวนจับหอกเงิน พลังปราณที่น่ากลัวก็ระเบิดออกมาจากตัวหอก ทะลักไปทุกทิศทุกทาง แรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ เกินกว่าขอบเขตที่เฉินชิงหยวนจะสามารถรับรู้ได้ แม้แต่ผู้ทรงพลังขอบเขตหลุดพ้น หากได้รับแรงกดดันนี้สักส่วนก็คงต้องย่อมต้องคุกเข่าลง แต่แปลกยิ่งนักที่แรงกดดันจากหอกเงินกลับไม่ทำร้ายเฉินชิงหยวนเลยแม้แต่น้อย


            หลังจากผ่านไปหลายอึดหายใจ สุสานก็กลับมาเงียบสงบอย่างผิดปกติ เฉินชิงหยวนค่อย ๆ ออกแรง พบว่าตนเองสามารถยกหอกเงินขึ้นได้ โดยไม่ต้องใช้แรงมากนัก 


            ต่อเรื่องนี้ เฉินชิงหยวนรู้สึกงุนงงและตื่นเต้นเป็นอย่างมาก


            ตามหลักแล้ว อาวุธวิเศษเช่นนี้ควรจะมีจิตรับรู้ ไม่ใช่ว่าผู้บำเพ็ญธรรมดาจะควบคุมได้ อย่างไรก็ตาม! เฉินชิงหยวนไม่เพียงแต่จับหอกเงินได้อย่างง่ายดาย แต่ยังสามารถควงหอกเงินได้อย่างคล่องแคล่วยิ่งนัก


            “ถนัดมือยิ่ง!” เฉินชิงหยวนจ้องมองหอกเงินในมือ อึกอักอยู่นานกว่าจะเอ่ยประโยคนี้ออกมา เนื่องจากหอกเงินไม่ได้ปฏิเสธเขา ดังนั้นเฉินชิงหวนจึงผ่อนคลายความระมัดระวังลงเล็กน้อย และตัดสินใจที่จะสื่อสารกับจิตรับรู้ของหอกเงิน


            ดังนั้น จิตวิญญาณของเฉินชิงหยวนจึงแทรกซึมเข้าไปในหอกเงิน


            ในตอนนี้ เฉินชิงหยวนพบว่าจิตวิญญาณของหอกเงินแตกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยหลายสิบชิ้น ไม่สามารถสื่อสารได้แม้แต่น้อย


            “จิตรับรู้ของมันถูกทำลายจนสิ้นงั้นหรือ? แต่ตัวหอกยังคงสมบูรณ์แบบอยู่ ช่างน่าทึ่งจริง ๆ” เฉินชิงหยวนอุทานด้วยความประหลาดใจ จากนั้นเฉินชิงหยวนก็ได้แต่ส่ายหัวเสียดายพลางเอ่ยว่า “ช่างน่าเสียดายจริง ๆ!”


            จิตรับรู้ที่แตกสลาย หมายความว่าพลังที่หอกเงินสามารถปลดปล่อยออกมาได้ไม่ถึงหนึ่งในร้อยของพลังเดิม ถึงกระนั้น มันก็ยังทำให้เฉินชิงหยวนตกตะลึงได้


            “ข้าไม่มีความสามารถที่จะซ่อมแซมเจ้า ส่วนในอนาคตจะมีโอกาสนี้หรือไม่ คงต้องตามแต่ชะตาจะกำหนด” หลังจากศึกษาหอกเงินมานาน เฉินชิงหยวนลองเรียกใช้กำไลหยก จากนั้นก็เก็บหอกเงินเข้าไปในกำไลหยก


            เมื่อได้รับหอกเงินเล่มนี้ ถือว่าทำตามข้อตกลงที่สองกับหญิงชุดแดงเสร็จสิ้นแล้ว


            เฉินชิงหยวนอยากจะจบเรื่องกับหญิงชุดแดงโดยเร็วที่สุด จึงติดต่อผ่านกำไลหยกว่า 


            “ข้อตกลงที่สามคืออะไร?” 


            การหลุดพ้นจากหญิงสาวชุดแดงโดยเร็วที่สุด เป็นความปรารถนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเฉินชิงหยวนในยามนี้


            “เอาไว้เจ้าฟื้นฟูพลังถึงขั้นจินตันแล้วค่อยว่ากัน!” ข้อความปรากฏขึ้นในพื้นที่ลึกลับภายในกำไลหยก เมื่อเห็นข้อความนี้เฉินชิงหยวนจึงจำต้องเลิกคิดถึงเรื่องข้อตกลงไปก่อน


            “เช่นนั้นก็ช่างมันเถอะ กลับบ้านดีกว่า!” เฉินชิงหยวนไม่ได้กลับไปที่สำนักเสวียนชิงมาสักพักแล้ว เขาจึงตัดสินใจจะกลับไปดู อย่างไรเสีย เรื่องถ้ำปีศาจในดินแดนฝูหลิวซิงก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข ตอนนี้ผู้อาวุโสจากแต่ละสำนักคงยุ่งกันจนหัวหมุนอยู่แน่ ๆ


            เฉินชิงหยวนหันหลังกลับและออกเดินทางตามเส้นทางเดิม ก่อนจะจากไป เขาหันกลับไปมองสุสานร้างเป็นครั้งสุดท้าย ด้วยอารมณ์อันหนักอึ้ง เขาโค้งคำนับลงหนึ่งครั้ง หลังจากนั้นเฉินชิงหยวนก็ออกเดินทางกลับบ้าน




            หลังจากเดินทางมาครึ่งปี ในที่สุดเฉินชิงหยวนก็ออกจากแดนมรณะได้ ระหว่างทางกลับ เฉินชิงหยวนอ้อมไปอีกทางหนึ่ง เขาเก็บสมบัติได้ไม่น้อยทำให้เขารู้สึกดีใจยิ่งนัก เพราะการเก็บของมีค่าระหว่างนั้นทางนับเป็นเรื่องดีของชีวิตเขาเลยทีเดียว


            เมื่อออกจากแดนมรณะ เฉินชิงหยวนยังคงปลอมตัวอยู่ มิได้เปิดเผยใบหน้าที่แท้จริง จนเมื่อมาถึงที่ปลอดภัยแล้ว เฉินชิงหยวนก็ถอดชุดปลอมตัวออกและกลับคืนสู่ใบหน้าเดิมของตน เขาหยิบเรือบินออกมา มุ่งหน้าไปยังดินแดนฝูหลิวซิง


            ‘สุสานลึกลับในแดนมรณะนั่นคืออะไร แล้วโลงศพนั่นล่ะ ? หอกเงินนั่นเป็นอาวุธของใครกัน ?’


            ขณะนั่งอยู่ในเรือบิน เฉินชิงหยวนไม่อาจควบคุมความคิดเหล่านี้ได้ คิ้วของเขาขมวดมุ่นด้วยสีหน้าสงสัยและหนักใจ


            “ใครกันนะ?” 


            หลายวันต่อมา เฉินชิงหยวนพบว่ามีคนปรากฏตัวขึ้นข้างหน้าเรือบินของเขา ขวางทางเขาไว้



    คล้ายกับเรื่องพิชิตสวรรค์สะท้านฟ้า ที่คุณอ่าน