หยางเถาอวี้ เทพเซียนต่างโลก

    ตอนที่ 40 ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่เลิกรา

            ค่ำนี้หยางเถาอวี้บรรจงเข้าครัวทำอาหารอย่างตั้งใจจะฉลองความสำเร็จพักก่อนนางได้ต้นสะตอกับต้นทุเรียนมาจากพื้นที่ชายป่าด้านใต้ของป่าหมื่นอสูรเหตุการณ์นั้นทำให้นางแทบคลั่งด้วยความดีใจสุดขีด ทุเรียนเป็นราชาผลไม้สำหรับนางจริงๆ

            ย้อนนึกขึ้นมาก็อดขำตัวเองไม่ได้ซักทีตอนที่เห็น นางกระโจนทีเดียวไปถึงหน้าต้นทุเรียน แถมยังโชคดีได้ทุเรียนสุกกำลังกินมาหลายลูก คืนนั้นนางคนเดียวซัดเข้าไปสองลูก... ใช่แล้วอ่านไม่ผิดหรอก ไม่ใช่สองพู แต่เป็นสองลูกโตๆ พอๆ กะหมอนทองลูกละ 3-4 กิโลบ้านยายเอียด รสชาติของมันทั้งหวานทั้งหอมเนื้อสัมผัสนุ่มเหนียว เล่นเอาจุกจนลุกแทบไม่ไหว สะใจยิ่งนัก

            ส่วนยายจางกับพี่เหยาสองย่าหลานน่ะเหรอแรกๆ ก็ผวากับภาพลักษณ์และเหม็นกลิ่นของมันจนวิ่งหนีแทบไม่ทัน แต่พอหยางเถาอวี้กินบ่อยเข้าก็เริ่มคุ้นกลิ่นอย่างไม่รู้ตัวพอนางทำข้าวเหนียวทุเรียนล่อให้หัดกินดูเท่านั้นแหละ ไม่นานก็กลายเป็นคู่แข่งแย่งนางกินซะงั้น

            หยางเถาอวี้โขลกครกไม้ตำเครื่องแกงเผ็ดซอยหอมแดง ใบมะกรูดกับพริกเหลืองหั่นเป็นเส้นฝอยไว้เตรียมไว้ผัดสะตอเสียดายยังหากุ้งเคยมาทำกะปิไม่ได้ เฮ้อ แต่ไม่เป็นไร แค่นี้ก็อร่อยจนน้ำลายสอแล้ว

            ยายจางกับซู่ซินเข้ามาช่วยแกะเม็ดสะตอหลายพวงใหญ่ที่เด็กสาวนำออกมาจากมิติของรุ่ยเอ๋อต้นสะตอออกผลดกงามจนกินกันแทบไม่ทันนางส่งไปเสนอขายที่เหลาเมฆาล่องพร้อมแนะนำวิธีประกอบอาหารเช่นเดิมลูกค้าที่ชอบลองของใหม่กินจนติดใจไปทุกรายกลายเป็นว่าเวลานี้สะตอในมิติถูกเก็บไปขายจนเหลือแค่ชุดสุดท้ายนี้พอดี ส่วนต้นที่นำลงปลูกในสวนเพิ่งจะติดดอกคงต้องรออีกสักระยะ

            ไม่นานก็ได้ยินเสียงฉี่ฉ่าพร้อมกลิ่นเครื่องแกงถูกคั่วด้วยน้ำมันหมูลอยละล่องออกมาจากในครัวเป็นสัญญาณว่าเครื่องแกงถูกคั่วจนได้ที่แล้ว หยางเถาอวี้ไม่รอช้าเทเนื้อกุ้งแม่น้ำลงไปผัดคลุกกับเครื่องแกงจนเริ่มสุกและค่อยเทสะตอลงไปผัดปรุงรสและโรยหอมซอย ใบมะกรูดกับพริกซอยตามลงไป เท่านี้ก็แซ่บเว่อร์แล้ว

            จานเด็ดเสร็จเรียบร้อยตามด้วยหมูทอดกระเทียมพริกไทย ปีกไก่ทอดเกลือ สายบัวผัดกระเทียม ตบท้ายด้วยน้ำแกงหน่อไม้สดกระดูกหมูไว้ซดให้คล่องคอส่วนของหวานย่อมเป็นข้าวเหนียวทุเรียนฝีมือซู่ซินนั่นเอง อาหารทุกอย่างทำเผื่อคนงานด้วยพวกอาเฮยจัดโต๊ะกลมที่หน้าลานบ้านเตรียมรอไว้อยู่แล้ว

            มื้อแห่งความสุขเริ่มต้นขึ้นด้วยความกระตือรือร้นของทุกคนเสียงหัวเราะเฮฮาดังขึ้นไม่ขาดสายหยางเถาอวี้เฝ้ามองกลุ่มคนที่นางใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันมาเกือบปีอย่างจะจดจำภาพเหล่านี้เอาไว้

            “โอ้ยพุงข้าจะแตกอยู่แล้ว” เสียงอาจูดังขึ้นจากโต๊ะข้างๆ

            “ใครใช้ให้เจ้ากินไม่บันยะบันยังข้าเห็นเจ้าจ้วงเอาๆ ราวกับตายอดตายอยากมาจากไหน”

            “หึว่าแต่ข้า ก้มหน้าลงมองพุงตัวเองเสียก่อนเถอะ”

            “ไหนๆๆไม่เห็นจะมีอะไรเลย ก็ออกจะปกติดีทุกอย่าง เห็นไม๊ กล้ามข้าเป็นมัดๆ” ว่าแล้วผู้พูดก็ยกแขนขึ้นเบ่งกล้ามให้เพื่อนดูเป็นการยืนยัน

            “ไอ้ผู้ร้ายปากแข็งข้าพูดถึงพุงแต่เจ้ากลับเบ่งแขน ชะๆๆ” เสียงสรวลเสเฮฮายังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

            “ท่านยายอย่าลืมเหลือที่ว่างในท้องเอาไว้กินข้าวเหนียวทุเรียนด้วยนะเจ้าคะ”

            “เจ้าไม่เตือนข้าก็คงกินผัดสะตอนี่เพลินไปแล้วฮ๊า... อย่างกับยาเสพติดจริงๆ กินกี่ทีก็ไม่เบื่อ ยิ่งเคี้ยวยิ่งเพลิน”

            “ท่านย่าดูข้าสิข้ากลับมาแค่ไม่กี่เดือน เวลานี้เสื้อผ้าชุดเก่าใส่ไม่ได้เสียแล้วหละขอรับ”จางเหยามีร่างกายที่กำยำขึ้นไม่น้อยจริงๆนอกจากได้ฝึกยุทธ์เป็นประจำแล้วยังเจริญอาหารทุกมื้อใครใช้ให้บ้านนี้มีสูตรอาหารอร่อยเด็ดเต็มไปหมดกันเล่า ชีวิตของพวกเขาในช่วงเวลาเช่นนี้ราวกับอยู่บนสวรรค์จริงๆ

            “นี่ๆๆทุกคน ข้ามีของมาฝาก” หยางเถาอวี้เอ่ยขึ้นหลังจากที่ทุกคนอิ่มหนำสำราญดีแล้วนางวาดมือออกไปพร้อมกับแหวนมิติและกำไลหินห้วงมิติพิศวงปรากฏขึ้นตรงหน้าทุกคน

    เสียงอุทานดังขึ้นทีละคนสองคนเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในมือตน

            “นี่มัน... แหวนมิติ กำไลหินห้วงมิติพิศวงระดับสอง พื้นที่เก็บของขนาดร้อยหมี่”

            “ไม่อยากเชื่อเลยว่าข้าจะมีวาสนาได้ใช้แหวนมิติกับกำไลหินห้วงมิติพิศวงระดับสองกับเขาด้วยเหรอ”ต้องรู้ว่าแหวนและกำไลหินห้วงมิติระดับสองนี้มีมูลค่าหลักหมื่นตำลึงทองเลยทีเดียว ถ้านำไปประมูลยังจะได้ราคาสูงยิ่งขึ้นหากพวกเขายังทำงานเป็นนายช่างอยู่เหมือนเดิมทั้งชีวิตก็คงไม่อาจมีมันไว้ในครอบครอง

            “พวกท่านเป็นคนของข้าย่อมต้องได้ใช้แน่นอน ต่อไปจะได้ทำงานหรืออะไรๆ ได้สะดวกขึ้น”หยางเถาอวี้กล่าวพร้อมรอยยิ้ม นางดีใจที่ทุกคนชอบ

            “ท่านยายเจ้าคะท่านไม่ใช่ผู้ฝึกปราณ ข้าจึงทำกำไรหยกมงคลให้ท่านแทน”หยางเถาอวี้คว้าข้อมือของยายจางขึ้นมาข้างหนึ่งพร้อมกับสวมกำไลหยกสีเขียวสดคู่หนึ่งให้นาง

            “สวยมากอวี้เอ๋อ”ยายจางเอ่ยตอบยิ้มแย้ม

            “ท่านยายต้องสวมติดตัวไว้ตลอดเวลานะเจ้าคะโดยเฉพาะเวลาที่ออกจากบ้านไปไหนมาไหน กำไลหยกนี้ข้าลงอักขระเอาไว้ มันจะช่วยปกป้องท่านยายได้ยามมีภัย”

            “ขอบใจจ้ะยายจะสวมเอาไว้ตลอดเลย”

            “ส่วนคู่นี้ข้าฝากท่านยายเก็บเอาไว้เผื่อใช้รับขวัญหลานสะใภ้ในอนาคตนะเจ้าคะ” กำไลหยกสีแดงสดลวดลายงดงามเหมาะสำหรับสตรีเยาว์วัยสวมใส่อีกคู่หนึ่งถูกยัดเยียดใส่มือยายจาง

            “หามีแบบนี้ด้วยเหรอ ภรรยาข้าคงยังไม่เกิดหรอกม๊างยามนี้”จางเหยาหน้าแดงระเรื่อด้วยความเก้อเขินกับหัวข้อที่หยางเถาอวี้พูดถึง

            “แหมข้าไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไหร่จึงจะได้กลับมาหาพวกท่านอีก ขอให้ไว้ก่อนล่วงหน้าก่อนละกันนะเจ้าคะ”หยางเถาอวี้เอ่ยเสียงเบา

            ทั้งสองย่าหลานอึ้งงันไปทันทีที่ได้ยินคำพูดเอ่ยลาเป็นนัยของเด็กสาวตัวน้อยหยางเถาอวี้เห็นสีหน้าของคนทั้งคู่จึงรีบกระซิบพูดต่อ

            “ข้าไม่อยากให้มีบรรยากาศของการจากลาเศร้าสร้อยเจ้าค่ะเลยคิดว่าจะไม่บอกพวกพี่เฮย อีกอย่าง ก็ไม่ใช่ว่าเราจะไม่ได้เจอกันอีกซะหน่อย ยังไงข้าก็ต้องกลับมาเยี่ยมเยียนพวกท่านอยู่แล้วเพราะฉะนั้นพวกเรามาทำวินาทีนี้ให้มีความสุขกันเถอะนะเจ้าคะ ท่านยาย พี่เหยา”

            “ตกลงจ้ะยายจะรอหลานอยู่ที่นี่เสมอ” ยายจางยิ้มหน้าเศร้าแต่ก็เข้าใจความจำเป็นของหยางเถาอวี้เป็นอย่างดี

            “เจ้าจะออกเดินทางเมื่อไหร่หรืออวี้เอ๋อ”จางเหยากระซิบถามบ้าง

            “พรุ่งนี้เช้าเจ้าค่ะ”

            “เข้าใจแล้วไม่มีงานเลี้ยงใดที่ไม่เลิกราเช่นนั้นก็ขอให้เจ้าเดินทางปลอดภัยและพบหนทางกลับบ้านโดยเร็วนะอวี้เอ๋อ”

            “ขอบคุณเจ้าค่ะพี่เหยา”

            “อ้อข้าจะทิ้งเสี่ยวเอี๋ยน เสี่ยวเหลยกับอาเหม่ยไว้ให้พวกท่าน ถ้ามีอะไรขาดเหลือยังไงเราก็สามารถคุยกันผ่านเครื่องสื่อสารได้ข้ามั่นใจว่ามันจะได้ผลกับระยะทางไกลๆ ด้วยแน่นอน”

            “ถ้าน้ำทิพย์หมดท่านโทรเอ้ย ส่งข้อความบอกข้าแล้วก็ส่งเจ้าเสี่ยวเอี๋ยนไปรับน้ำทิพย์จากข้าได้มันเป็นสัตว์ในพันธะสัญญา ย่อมรู้ว่าจะหาข้าได้ที่ไหน”

            “หากส่งเสี่ยวเอี๋ยนเดินทางไปตามลำพังเกรงว่าจะเป็นอันตรายกับมันน่ะสิ ถ้าพวกนักล่าสัตว์อสูรเห็นมันเข้าคงได้ตาเป็นมันแน่”

            “ออถ้าเช่นนั้นท่านก็ถือโอกาสไปพร้อมมันเลยสิเจ้าค่ะ ฮิๆ จะได้ไปเยี่ยมข้าไงนี่อุตส่าห์หาช่องทางให้ท่านได้หนีเที่ยวเลยเชียวนา”

            “ความคิดนี้ก็เข้าท่าดีแฮะ”จางเหยาตาโต

            “ฮึสองพี่น้องตกลงกันไม่มีคิดถึงคนแก่อย่างข้าบ้างเลยนะ คิดจะปล่อยให้ข้าเฝ้าบ้านคนเดียวหรืออย่างไร”ยายจางได้ยินเข้าเลยชักงอน

            “แหมๆๆท่านยายงอนเสียแล้ว ที่ข้าเสนอนี่เรื่องงานล้วนๆ เลยนะเจ้าคะ”

            “อย่ามาหลอกยายเสียให้ยากเลยอาเหยายิ่งอยากออกเดินทางไปพร้อมเจ้าจะแย่”

            “ข้าไม่กล้าทิ้งท่านไว้คนเดียวหรอกขอรับท่านย่า”จางเหยาเอ่ยปลอบใจ

            “หรือข้าสามารถส่งของผ่านเครือข่ายของร้านวั่นไฉได้ข้าถามหลงจู๊มาแล้ว ร้านวั่นไฉทำการค้าหลายอย่าง มีทั้งสำนักประมูลและสำนักคุ้มภัยแถมยังมีสาขาอยู่ตามเมืองต่างๆ มากมาย ฝากของมาทางนั้นคงสะดวกและปลอดภัยหายห่วง”

            “เอาไว้ถึงเวลานั้นค่อยดูความเหมาะสมตามสถานการณ์เถอะนะอวี้เอ๋อ”

            “ได้เลยเจ้าค่ะ”

            “งั้นคืนนี้เจ้าก็รีบเข้านอนเถอะอวี้เอ๋อพรุ่งนี้เช้าจะได้ออกเดินทางอย่างสดชื่น แล้วก็อย่าลืมกลับมาเยี่ยมยายบ้าง”ยายจางเอ่ยเตือนอย่างเป็นห่วง จากนั้นจึงชักชวนกันกลับขึ้นเรือนเพื่อไปพักผ่อนพวกนางย่าหลานนึกรู้ว่าพรุ่งนี้เช้าหยางเถาอวี้คงต้องแอบจากไปอย่างเงียบๆ แน่นอนดังนั้นจึงเอ่ยคำร่ำลาเสียตั้งแต่เวลานี้ แม้จะเศร้าใจเพียงใด แต่นางย่อมไม่อาจรั้งตัวเด็กสาวเอาไว้ให้เจ้าตัวต้องลำบากใจหนึ่งปีที่ได้พบได้อยู่กับนางฟ้าตัวน้อยผู้นี้ ถือว่าเป็นกำไรชีวิตของนางแล้ว

     

     

     

    --------------

    。◕‿◕。รี๊ดๆ ที่รักชอบทานผลไม้อะไรกันบ้างเอ่ย

    。◕‿◕。ใครเหม็นทุเรียนให้นึกถึงผลไม้ที่ตัวเองชอบแทนละกันนะฮุๆๆ

     


     

    คล้ายกับเรื่องหยางเถาอวี้ เทพเซียนต่างโลก ที่คุณอ่าน