สองวันสุดท้ายก่อนปิดฉากการประลองยุทธ์มหาวิทยาลัยโลกเป็นวันที่ได้รับความสนใจสูงที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
ไม่มีอะไรมากไปกว่าเหตุผลที่ว่าตำแหน่งแชมป์ของทั้งสี่ชั้นปีจะถูกตัดสินกันในวันนี้
แม้การต่อสู้ในวันพรุ่งนี้จะเป็นแค่การชิงอันดับสองและอันดับสามซึ่งน่าดูไม่แพ้กัน แต่กระแสความร้อนแรงก็สู้การชิงแชมป์ไม่ได้อยู่ดี
ท้ายที่สุดแล้วคงไม่มีใครจำได้หรอกว่ารองแชมป์หรืออันดับสามคือใครยกเว้นแต่จะถูกเอาไปทำเป็นไฮไลท์ของแชมป์ แล้วถูกพูดถึงซ้ำๆ
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ารองแชมป์และอันดับสามจะไม่สำคัญ
ตรงกันข้ามใครก็ตามที่เข้าถึงสามอันดับแรกได้ ขอแค่ไม่ตายกลางทางไปซะก่อนสุดท้ายก็จะได้เป็นราชันยุทธ์กันทุกคน!
ในเมื่อเป็นยอดอัจฉริยะที่คัดมาจากมหาวิทยาลัยสายต่อสู้ทั่วโลกทุกสี่ปีจะออกมาแค่สิบสองคนเท่านั้น การเอาระดับราชันยุทธ์มาเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำก็ไม่มีใครมองว่าเกินจริง ดีไม่ดีอาจจะมองว่าต่ำไปด้วยซ้ำ
เพราะในรุ่นแรกๆมีบางคนก้าวไปถึงระดับจักรพรรดิยุทธ์ หรือแม้กระทั่งระดับจักรพรรดิเลยทีเดียว!
และด้วยผลงานที่ผ่านมารวมถึงการที่สามอันดับแรกของรุ่นก่อนๆทะลวงผ่านระดับราชันยุทธ์หรือจักรพรรดิยุทธ์อย่างต่อเนื่องทำให้ความสนใจในการประลองยุทธ์มหาวิทยาลัยโลกพุ่งสูงขึ้นทุกปี
แค่ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดเพียงอย่างเดียวก็คิดกันเป็นหลักร้อยล้านแล้ว
แต่เรื่องพวกนี้ไม่เกี่ยวกับไป๋ฉางเซิงมันเป็นเรื่องที่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยต้องไปคิดกันเอง
สำหรับไป๋ฉางเซิงผลกระทบที่เห็นชัดที่สุดคือ ตั้งแต่เช้า สุ่ยมู่ก็ถูกฝูงชนเบียดเสียดจนแน่นขนัดไม่ใช่แค่นักศึกษาของสุ่ยมู่และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยสายต่อสู้อื่นๆที่แห่กันมาดูความครึกครื้น แม้แต่ชาวเมืองปักกิ่งจำนวนมากก็อาศัยจังหวะอยู่ใกล้มาตั้งตารอชมการต่อสู้ด้วย
แต่ปัญหาคือคนที่มาสายน่ะอย่าว่าแต่ลานประลองยุทธ์เลย แค่จะเบียดเข้าไปใกล้ๆ ก็ยังทำไม่ได้นับประสาอะไรกับการดูแข่ง
พวกที่แค่อยากมาร่วมวงสนุกกลับทำให้เจียงจืออวี๋ที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องฝึกฝนถึงกับเดินหน้าไปได้ไม่ถึงสิบเมตรด้วยซ้ำ
ตอนแรกคิดว่าสุ่ยมู่ก็ใหญ่พอแล้วแต่ตอนนี้ถึงเพิ่งรู้ว่าสุ่ยมู่ยังเล็กเกินไป
ยิ่งพอมีคนเห็นเจียงจืออวี๋แล้วตะโกนเรียกผู้คนนับไม่ถ้วนก็พากันกรูเข้ามาหาเธอจนเจียงจืออวี๋ต้องถอยกลับเข้าไปกบดานในห้องฝึกฝนชั่วคราว
เจอสถานการณ์แบบนี้เข้าไปเจียงจืออวี๋ก็ทำอะไรไม่ได้ ทำได้แค่ส่งข้อความไปหาคณบดีเฉียน
สักพักแสงสว่างก็วาบขึ้นตรงหน้าเจียงจืออวี๋ วินาทีต่อมาร่างของเธอก็มาโผล่อยู่ที่ลานประลองยุทธ์ โดยมีคณบดีทั้งสามยืนอยู่ตรงหน้า
ดูเหมือนคณบดีทั้งสามเองก็กำลังกุมขมับกับจำนวนคนที่ล้นทะลักเข้ามาในมหาวิทยาลัยอย่างกะทันหันอยู่เหมือนกัน
อาจารย์คนหนึ่งวิ่งมาจากที่ไกลๆแล้วรายงานว่า "คณบดีจี้ ตรวจสอบชัดเจนแล้วครับ"
"เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ประตูทิศใต้แอบเปิดอาคมผนึกหน้าประตูมหาวิทยาลัยเพื่อให้ญาติของตัวเองเข้ามาผลก็คือคนที่อออยู่หน้าประตูพากันทะลักเข้ามาหมดเลยครับ"
"สถานการณ์ก็เลยกลายเป็นแบบที่เห็นนี่แหละครับ"
เมื่อได้ยินแบบนั้นบนใบหน้าของคณบดีทั้งสามก็เหลือแค่ความอ่อนใจ
พวกเขาเตรียมการไว้ตั้งแต่เนิ่นๆแล้ว แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าสาเหตุจะมาจากเรื่องแบบนี้
การปล่อยให้คนเข้ามาเยอะขนาดนี้การรบกวนการประลองยุทธ์น่ะเรื่องเล็ก แต่ถ้าเกิดเหตุเหยียบกันตายขึ้นมาพวกเขาสามคนก็คงไม่ได้เป็นคณบดีกันต่อแล้ว
"พรุ่งนี้ฉันจะไล่เจ้านั่นออก!"
คณบดีจี้สบถเสียงต่ำคณบดีเฉียนเองก็ขมวดคิ้วแน่น พลางส่ายหัวบอกว่า "พูดตอนนี้ก็สายไปแล้ว"
"รีบฟื้นฟูอาคมผนึกก่อน แล้วค่อยทยอยย้ายคนออกไปเป็นกลุ่มๆ"
"ติดต่อไปยังทางทางการให้มาช่วยสลายฝูงชน"
"ตาแก่หลี่ คงต้องลำบากนายหน่อย ช่วยย้ายคนพวกนี้ออกไปที"
ขืนไปเดินเกลี้ยกล่อมให้ออกไปเองก็ต้องโดนต่อต้านแน่แผนการในตอนนี้ มีแต่ต้องให้คณบดีหลี่ลงมือแล้ว
ต้องใช้วิธีเทเลพอร์ตออกไปตรงๆเท่านั้นถึงจะปลอดภัยที่สุด
คณบดีหลี่เองก็รู้ดีว่าถ้าปล่อยไว้แบบนี้จะเกิดปัญหาใหญ่ถึงตอนนั้นก็คงไม่มีใครรับผิดชอบไหว เขาจึงพยักหน้าอย่างเด็ดขาด
"ทางนี้ฝากพวกนายก่อนแล้วกัน"
สิ้นเสียงร่างของคณบดีหลี่ก็หายวับไปจากตรงนั้นทันที
โชคดีที่ตอนนี้ยังเช้าอยู่ยังเหลือเวลาอีกชั่วโมงกว่าๆ ก่อนที่การแข่งขันจะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการพอให้พวกเขาจัดการเรื่องวุ่นวายข้างนอกให้เรียบร้อย
และเมื่อเวลาผ่านไปเสียงหนวกหูข้างนอกก็ค่อยๆ เบาลง หนึ่งชั่วโมงต่อมา คณบดีหลี่ก็กลับมา
"คนดูส่วนใหญ่ถูกส่งออกนอกมหาวิทยาลัยแล้วทางเจ้าหน้าที่มารับช่วงต่อเพื่อสลายฝูงชนแล้ว ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว"
ใบหน้าของคณบดีหลี่ดูซีดไปเล็กน้อยบ่งบอกว่าใช้พลังจิตไปเยอะมาก การที่ทำให้ระดับราชันยุทธ์ตกอยู่ในสภาพนี้ได้ก็พอจะเดาออกเลยว่าคนที่ทะลักเข้ามาในสุ่ยมู่นั้นมีเยอะขนาดไหน
โชคดีที่ทุกอย่างคลี่คลายลงด้วยดีและการแข่งขันก็กลับเข้าสู่จังหวะปกติ
แต่คราวนี้ลำดับการแข่งขันของทั้งสี่ชั้นปีกลับถูกสลับนิดหน่อย
ตามระดับความดุเดือดและความน่าสนใจการแข่งขันของชั้นปีหนึ่งถูกย้ายไปไว้หลังสุด โดยให้ปีสี่เป็นคู่รองสุดท้ายและปีหนึ่งเป็นคู่ปิดท้าย
ก็ช่วยไม่ได้ในเมื่อแชมป์ของชั้นปีสองและปีสามถูกมหาวิทยาลัยสงครามและมหาวิทยาลัยเสรีจองล่วงหน้าไปแล้ว
การต่อสู้ที่ไม่ค่อยมีอะไรให้ลุ้นแบบนี้เอามาไว้คู่แรกๆ เพื่ออุ่นเครื่องก็กำลังดี
ส่วนการต่อสู้ของชั้นปีสี่นั้นมักจะน่าดูที่สุดเสมอ
หลี่ฉางหมิงไม่ทำให้คณบดีทั้งสามต้องผิดหวังเมื่อวานถึงจะไม่ได้สิทธิ์บายแต่เขาก็เอาชนะผู้ควบคุมสัตว์อสูรจากมหาวิทยาลัยสงครามมาได้และก้าวเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศสำเร็จ
คนหนึ่งคือจอมเวทระดับธาราจากสุ่ยมู่ส่วนอีกคนคือผู้ฝึกยุทธ์ระดับโหวแห่งยุทธ์จากมหาวิทยาลัยเทวทูตศักดิ์สิทธิ์การปะทะกันระหว่างเวทมนตร์และร่างกายแบบนี้ ดึงดูดความสนใจได้ถึงขีดสุด
ส่วนการประลองของชั้นปีหนึ่งตอนนี้ก็เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนเหมือนกัน
ตอนแรกโซเฟียมีค่าพลังเลือดเกือบสองหมื่นแต้มนำโด่งผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ไปไกล จนตำแหน่งแชมป์แทบจะไม่มีข้อสงสัย
แต่ตอนนี้พอมีไป๋ฉางเซิงโผล่พรวดขึ้นมา แถมพลังจิตยังทะลวงระดับขึ้นมากลางคันทำให้ผลการต่อสู้นี้กลายเป็นเครื่องหมายคำถามตัวเบ้อเริ่ม
จะว่าไปแล้วการที่หลี่ฉางหมิงและไป๋ฉางเซิงชนะมาติดๆ กันเมื่อวานก็ทำให้ผลลัพธ์สุดท้ายกลายเป็นการแข่งขันระหว่างสุ่ยมู่กับมหาวิทยาลัยเทวทูตศักดิ์สิทธิ์
ถ้ามหาวิทยาลัยเทวทูตศักดิ์สิทธิ์ชนะทั้งสองคู่สุ่ยมู่ก็จะรั้งท้าย ในทางกลับกันก็เหมือนกัน
สถานการณ์แบบนี้ทำให้แม้แต่คณบดีทั้งสามก็ยังมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาแน่นอนว่าฝั่งเทวทูตตราทองคำของมหาวิทยาลัยเทวทูตศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ได้ดูดีไปกว่ากันเท่าไร
ตอนนี้เขากำลังกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างกับนักศึกษาที่พามาทั้งสองคน
เจียงจืออวี๋รู้สึกได้จึงหันไปมองทางนั้นแล้วก็เห็นผู้หญิงที่มีหน้าตาสวยงามราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบกำลังมองเธออยู่ดวงตาสีเขียวมรกตเจือประกายฟ้าคู่นั้นเต็มไปด้วยความอยากต่อสู้
แต่เจียงจืออวี๋ก็แค่มองแวบเดียวแล้วดึงสายตากลับ
คนที่สู้จริงๆไม่ใช่เธอ โซเฟียส่งคำท้าผิดคนซะแล้ว
สายตาหันกลับมาที่ลานประลองยุทธ์เจียงจืออวี๋นั่งดูการต่อสู้สองคู่แรกอย่างเงียบๆ
ผลลัพธ์ก็เป็นไปตามคาดด้วยความได้เปรียบที่ห่างชั้นกันแชมป์ของชั้นปีสองและปีสามก็ถูกมหาวิทยาลัยสงครามและมหาวิทยาลัยเสรีคว้าไปตามลำดับ
ถึงตอนนี้พวกเขาก็ถือว่าหมดหน้าที่บนเวทีการประลองยุทธ์มหาวิทยาลัยโลกครั้งนี้แล้ว
สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่หลี่ฉางหมิงและผู้ฝึกยุทธ์ระดับโหวแห่งยุทธ์จากมหาวิทยาลัยเทวทูตศักดิ์สิทธิ์คนนั้น
ท่ามกลางสายตานับหมื่นหลี่ฉางหมิงก็ไม่ทำให้ทุกคน ‘ผิดหวัง’
เขาลุกขึ้นยืนช้าๆแล้วดีดนิ้วหนึ่งครั้ง ทันใดนั้นร่างทั้งร่างก็กลายเป็นฝูงผีเสื้อบินไปที่ลานประลองยุทธ์จากนั้นผีเสื้อก็มารวมตัวกัน ปรากฏเป็นร่างเดิมของเขาอีกครั้ง
ห๊ะ?เวทมนตร์มันเล่นแบบนี้ได้ด้วยเหรอ?
เมื่อเห็นการเปิดตัวที่ดึงดูดสายตาคนดูได้ขนาดนี้ของหลี่ฉางหมิงประโยคหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวของไป๋ฉางเซิงอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
ความสง่างามไม่มีวันล้าสมัย