หลินเซวียนยกฝ่ามือขวาขึ้นกุมหน้าอกซ้าย ความรู้สึกเ็ปแปลบแล่นปลาบจากซี่โครงซ้ายลามขึ้นมาถึงลำคอ ไออุ่นร้อนของพิษเถ้าย้อนกลับกระดูกสะท้อนวาบผ่านรอยบัญชีสลัวที่ใจกลางฝ่ามือซ้าย เขาสูดลมหายใจช้าลึกเพื่อบังคับเตาหลอม์แตกหักในครรลองจิตให้ประคองอุณหภูมิร่างกายไม่ให้ปะทุ หน้ากากผ้ากรองพิษชำระเคลือบผงสีเทาหม่นที่สวมอยู่ช่วยสกัดกั้นพิษเถ้าหนาทึบไม่ให้ล่วงล้ำเข้าสู่ปอด ทว่าความเปียกชื้นของเหงื่อและฝุ่นที่เกาะเกราะผ้าทำให้ลมหายใจของเขายิ่งอึดอัดหนักหน่วง
เยี่ยชิงอีและทีมช่างเหมืองชราสี่คนเดินสะกดรอยตามหลังเขาอย่างระแวดระวัง เครื่องไม้ค้ำยันและลิ่มไม้ที่พกติดตัวถูกพันด้วยผ้าชุ่มน้ำเพื่อป้องกันเสียงกระทบกัน
หลินเซวียนหยุดฝีเท้า ดวงตาสีเข้มหรี่ลง เขาแตะปลายนิ้วซ้ายที่สั่นระริกเข้ากับแผ่นหินเย็นเยียบ รอยััของแท่นบัญชีเซียนที่เหนี่ยวนำข้ามพื้นที่กระตุ้นคลื่นสะท้อนกลับสั้น ๆ นำทางจิตวิเคราะห์จนได้ยินเสียงเคาะโลหะแ่เบาจากซอกคูหินลาดชันฝั่งซ้าย เสียงเคาะดังกุกกักเป็จังหวะกระชั้นสั้นคล้ายเสียงตอกเหล็กสลับการหยุด
ตงไห่อยู่ตรงนั้น
ทว่าในระยะไม่ถึงร้อยก้าวจากปากซอกหินถล่มนั้น แสงไฟตะเกียงน้ำมันปราณดวงใหญ่จากโถงแยกหลักสะท้อนผิวดินเปียกเผยเงาร่างสามสายยืนทะมึนอยู่ เครื่องแบบลายเมฆชิงหลัวสีครามสดและดาบยาวประจำตัวสลักอักขระค่ายกลสะท้อนปราณส่องประกายสลัว ศิษย์สายในของสำนักชิงหลัวสามคนยืนปักหลักเขตสายตรวจอย่างระแวดระวัง หนึ่งในนั้นถือกระจกสัมฤทธิ์ขนาดสลัวที่กำลังเริ่มแผ่คลื่นทองคำตรวจจับทิศทาง
“เยี่ยชิงอี” หลินเซวียนลดเสียงลงต่ำสุดจนแทบราบเรียบไปกับเสียงลมเถ้าในถ้ำ “พาทีมช่างเบี่ยงเข้าทางช่องแคบดินด้านซ้าย ใช้ลิ่มไม้ตอกค้ำช่องคูหินเงียบ ๆ ดึงตัวตงไห่ออกมา ข้าจะออกไปล่อพวกมันเอง”
เยี่ยชิงอีเบิกตากว้าง มือที่กุมมีดสั้นสั่นเทาเล็กน้อย “สามคนนั้นเป็ศิษย์สายในของสำนัก ฝีมือต่างจากพวกศิษย์ระดับล่างชุดเทาลิบลับ ซ้ำร่างกายของเ้า...”
“มู่หรานหนีไปแล้ว ข่าวอาจรั่วทุกขณะ ถ้าเราช้ากว่านี้ กองหลักจะมาถึง และเราจะติดอยู่ที่นี่ทั้งหมด” หลินเซวียนไม่รอช้า เขาขยับมีดเหล็กซบไอเถ้าในมือขวา ทิ้งน้ำหนักเท้าให้เบาที่สุดก่อนก้าวแยกกายพุ่งตรงไปยังโถงหลักเบื้องหน้าโดยไม่หันกลับไปมอง
แสงตะเกียงน้ำมันปราณสะท้อนวับบนโลหะมีดพก หลินเซวียนจงใจเหยียบลงบนกองเศษหินเถ้าแห้ง เสียงแตกละเอียดดังกังวานก้องไปทั่วทั้งโถงถ้ำมืด
“ใคร!”
ยามสำนักชิงหลัวคนแรกหันควับ ดาบยาวลายเมฆชักออกจากฝักฉับพลัน ลำแสงสีทองจากกระจกสัมฤทธิ์ที่พกติดตัวหมุนวาบชี้ตรงมาที่หลินเซวียนในทันที คลื่นพลังตรวจสอบสลัวสลัวสะท้อนประกายปราณสีเทาเงินปนพิษบนเสื้อผ้าของเขาจนส่งเสียงร้องหึ่ง ๆ
“เป็หนูเหมืองจากหมู่บ้านรังเถ้า!” ศิษย์สายในคนที่สองก้าวตามมาติด ๆ ดาบยาวลายเมฆในมือของเขาอาบเคลือบด้วยลมปราณสีฟ้าเย็นเยียบ “สายตรวจสองคนทิศบูรพาหายเงียบไป คงเพราะพวกเ้าวางเล่ห์กลกลบเกลื่อน แต่คิดไม่ถึงว่าจะมีตัวโง่งมกล้าบุกเข้ามาถึงที่นี่เพียงลำพัง”
หลินเซวียนไม่เอ่ยปาก เขาขยับเสี้ยวรากพลังปนเถ้าที่เพิ่งเบิกเบื้องต้นชั่วคราว ปราณพิษเทาเงินหมุนวนรอบตัวมีดเหล็กจนเกิดเสียงครางหึ่งเฉียบคม เขากระโจนวูบเข้าหาศิษย์สายในคนแรก มีดเหล็กฟันสะบัดแนวขวางหักมุมวิถีดาบอย่างดุดัน
เพล้ง!
เสียงประกายไฟปราณปะทะโลหะดังสนั่นจนแสบหู แรงผลักดันของลมปราณระดับศิษย์สายในที่หนาแน่นกระแทกผ่านมีดเหล็กสะท้อนเข้าสู่ท่อนแขนขวาของหลินเซวียนโดยตรง กระดูกเซียนในร่างของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรงและปวดร้าวลึกถึงแก่น ซ้ำร้าย คราบเเถ้าพิษที่สะสมอยู่ในกระดูกสะท้อนกลับพิษย้อนเข้าสู่ซี่โครงซ้ายจนเขาตัวงอ
หลินเซวียนกัดฟันต้านวิถีดาบที่สองที่ฟันกดลงมา มีดเหล็กเฉียงเบี่ยงแนวรับ แต่ความแ่าของปราณคู่ต่อสู้บดบังวิถีเคลื่อนไหวจนหลินเซวียนต้องถอยก้าวใหญ่ รสเืคาวข้นผสมไอเถ้าฝุ่นคละคลุ้งขึ้นมาจากลำคอ เขาทรุดเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นดินเเถ้า กระอักเืสีเทาปนดำลิ่มใหญ่ออกมาทางปาก
“หึ อ่อนแอถึงเพียงนี้!” ศิษย์สายในคนแรกหัวเราะเสียงหยัน ดาบชี้ตรงมาที่ลำคอของหลินเซวียน “ใช้เพียงรากพลังปนเปื้อนชั้นต่ำและพลังปราณติดขัดสะดุดของคนใกล้ตาย ยังกล้ามาลองดีกับพวกเรา ศิษย์นอกสวะที่ถูกลบชื่ออย่างเ้า คงแอบใช้แร่ดิบกระตุ้นพลังเพื่อดิ้นรนเอาชีวิตรอดล่ะสิ”
“จับตัวมันไว้” ศิษย์สายในคนที่สามสั่งพลางก้าวเข้ามา “เศษป้ายบัญชีในมือมันตอบรับสัญญาณ์ ผู้ตรวจบัญชี์้าตัวสิ่งนี้ ชิงมันมาแล้วหักขาของมันเสีย!”
หลินเซวียนเหลือบมองเงารอยเท้าบนพื้นดิน ท่าทางเ็ปล้าจนแทบยกแขนไม่ขึ้นของเขาในยามนี้ไม่ใช่เพียงการแสดงทว่ามาจากความจริงเ็ปสะสม เขาฝืนยันกายลุกขึ้น ท่าทางซวนเซและกระเสือกกระสนกุมอกเสื้อแน่น ก่อนจะหมุนตัวหันหลังวิ่งหนีเตลิดเข้าไปในแนวอุโมงค์มืดฝั่งตะวันตกที่เต็มไปด้วยคราบหินผุพัง
“มันจะหนี! ตามไป!”
ศิษย์สายในทั้งสามไม่รีรอ พวกเขาพุ่งทะยานร่างติดตามเงาของหลินเซวียนเข้าไปในอุโมงค์ลาดต่ำโดยปราศจากความลังเล ทิ้งโถงทางแยกและช่องแคบฝั่งซ้ายไว้เื้ัอย่างสมบูรณ์
ลึกเข้าไปในซอกหินแคบเื้ักองหินถล่ม
ช่างเหมืองชราสองคนวางลิ่มไม้ชุ่มผงชำระเข้าใต้รอยแตกของหินแผ่นใหญ่ ช่างไม้จับค้อนเหล็กพันผ้าหนาตอกค้อนลงลิ่มเสียงดัง ปึด ปึด แ่เบาและสม่ำเสมอ แผ่นหินหนาหนักเคลื่อนตัวแยกออกอย่างเป็ระบบโดยปราศจากเสียงทล่มครืนใหญ่โต
เยี่ยชิงอีแทรกตัวเข้าไปในช่องว่างแคบ ๆ กลิ่นลมหายใจแห้งกรังและกลิ่นเืคาวตลบอยู่ในคูหิน นางคลานลึกเข้าไปห้าก้าวระลอกแสงสลัวจากหน้ากากกรองพิษส่องกระทบร่างของชายหนุ่มในชุดยามที่ขาดวิ่น... ตงไห่นอนหมดสภาพ ขาทั้งสองข้างถูกทับด้วยซากไม้คานหนาจนบิดงอ ิัข้อมือและใบหน้าของเขาขึ้นคราบขาวหนาเตอะจากการััไอฝุ่นพิษเป็เวลานาน
“ตงไห่!” เยี่ยชิงอีร้องเรียกเสียงเบาพลางประคองร่างของเขาขึ้นมา นางรีบนำหน้ากากชำระสำรองสวมเข้าที่ใบหน้าของเขาและป้อนสมุนไพรสดชุ่มน้ำลงปาก
ตงไห่เบิกตาปรือสั่นระริก ลำคอขยับแห้งผากขัดเขิน “ชิง... ชิงอี... หลินเซวียนล่ะ...”
“เขากำลังเบี่ยงเบนศัตรูอยู่ด้านนอก พวกเรารีบนำตัวเ้าออกไปก่อน” ช่างเหมืองชราช่วยกันลากคานไม้ผุค้ำขึ้นงัดหินดึงขาทั้งสองของตงไห่ออกมาอย่างช่ำชองก่อนอุ้มร่างเขาวางบนเปลผ้าชุ่มผงชำระล้างพิษ
ตงไห่ใช้มือสั่นระริกคว้าข้อมือเยี่ยชิงอีแน่น ดวงตาคู่แห้งผากของเขาเต็มไปด้วยความตระหนกหลอนระแวงสะพรึงกลัว “บอกหลินเซวียน... พวกมัน... พวกสำนักชิงหลัวไม่ได้้าเพียงแท่นบัญชีเซียนแตก...”
“เ้าหมายความว่าอย่างไร?” เยี่ยชิงอีขมวดคิ้วจับประคองร่างเขาไว้
“พวกมันกำลังปัก... หลักเขตอาคมตราบัญชีชั้นล่าง... เพื่อปลุกรอยชื่อ์โบราณที่ฝังอยู่ใต้เหมือง... ฝนเถ้ารอบหน้าที่จะมาถึงในอีกสองวัน... มันจะเหนี่ยวนำค่ายกลปลุกสิ่งโบราณ... แล้วหมู่บ้านเถาดำทั้งหมดจะถูกดูดกลืนรอยชื่อเข้าไปเป็เชื้อเพลิง... รีบถอน... รีบพาหลินเซวียนถอนตัว...” ตงไห่เพ้อส่งเสียงพึมพำกระเสือกกระสนก่อนจะสลบไสลไปด้วยความเหนื่อยล้าสะสม
เยี่ยชิงอีหน้าถอดสี ข้อมูลหลักเขตเปิดสิ่งโบราณสอดคล้องกับประกายแสงสีฟ้าเหนี่ยวนำข้ามพื้นที่ที่หลินเซวียนสบพบเมื่อพลบค่ำ นางสูดลมหายใจเย็นะเืก่อนหันมองช่างเหมืองชรา “เร็วเข้า! นำตงไห่ออกจากปล่องตะวันตกด่วนที่สุด!”
ไอเถ้าพิษหนาทึบเริ่มพัดตลบตีกลับรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ภายในอุโมงค์ลาดต่ำฝั่งตะวันตก
หลินเซวียนหอบหายใจหนักหน่วง โลหิตสีคล้ำซึมผ่านผ้ากรองพิษชำระรอบใบหน้าหยดลงสู่ดินฝุ่นเปื้อนเถ้า รอยบัญชีฝ่ามือซ้ายของเขาร้อนระอุสว่างวาบราวกับมีเหล็กเผาไฟกดทับกระดูกฝ่ามือ ยิ่งเขาหนีลึกเข้ามาในทางลาดต่ำอันอับลม ไอพิษฝุ่นเถายิ่งทวีความหนาแน่นจนบดบังแสงสว่างแทบสิ้นเชิง
ตึก! ตึก! ตึก!
เสียงก้าวเท้าของศิษย์สายในทั้งสามคนกระชั้นเข้าใกล้ เสียงแหวกสายลมของปราณดาบฟันเฉี่ยวผนังอุโมงค์จนหินร่วงกราว
“หนีไปก็ไร้ประโยชน์! ที่นี่เป็ทางตันและคานถล่มปิดกั้น!” ศิษย์สายในชิงหลัวคนแรกแผดเสียงก้องกังวาน ปราณดาบลายเมฆสีครามพุ่งสะบัดเข้าฟันสลัวข้างแก้มของหลินเซวียนจนหินกระจาย
หลินเซวียนหยุดฝีเท้าลงที่ก้นอุโมงค์อับลม เบื้องหน้าคือแนวหินพังพินาศและเสาไม้ค้ำยันเก่าผุที่ค้ำน้ำหนักหินใหญ่้าไว้เพียงเปราะบาง เขาสูดลมหายใจลึกช้า โคจรเสี้ยวรากพลังปนเถ้าครั้งสุดท้ายเบี่ยงเบนความเ็ปในกระดูกเซียนหันกลับเผชิญหน้า
“ในอุโมงค์นี้เถ้าพิษสะสมหนากว่าข้างนอกสิบเท่า” หลินเซวียนกล่าวเสียงแหบราบเรียบท่ามกลางเสียงลมพายุเถ้าหมุนวน “หน้ากากหนังดิบของพวกเ้า กันไอฝุ่นกำมะถันลึกไม่ได้”
ศิษย์สายในทั้งสามชะงักฝีเท้าชั่วครู่ ลมหายใจของพวกเขาเริ่มหอบสั่นและไอครืดคราด ลมปราณสีครามที่เคยสว่างเรืองเริ่มดับมัวหมองเนื่องจากฝุ่นพิษเถ้าแทรกซึมเข้าเส้นชีพจรผ่านไอหายใจและิั หน้ากากหนังดิบของสำนักเริ่มมีคราบขาวอมม่วงชุ่มน้ำเถ้ากัดกร่อน
“เ้า... เ้าก็ต้องตายไปกับพวกเรา!” ศิษย์สายในคนแรกกัดฟันเงื้อดาบหมายฟันปลิดชีพหลินเซวียน
ทว่าหลินเซวียนขยับมีดเหล็กซบไอเถ้าในมือขวาพุ่งตรงเข้าฟันสับลงบนโคนเสาค้ำไม้ค้ำยันผุพังตัวสุดท้ายที่ยึดโครงผนังถ้ำ้าอย่างรุนแรง พลังปราณเถ้าเงินจากเสี้ยวรากพลังกระแทกไม้ผุตอกยึดะเิแตกกระจาย
ครืน! ครืน!
หินั์หนาหลายหมื่นชั่งและเพดานถ้ำลาดต่ำที่ชำรุดถล่มทลายลงมาในทันใดดั่งขุนเขาพังพินาศ หลินเซวียนกระโจนหลบวูบเข้าสู่ซอกผาหินแคบด้านข้างที่เขาคำนวณระยะไว้ล่วงหน้าอย่างแม่นยำ ขณะที่แนวหินั์ถล่มลงมาปิดกั้นอุโมงค์ถ้ำกว้างสิบก้าว รื้อถอนปิดทางเข้าออกจนหมดสิ้น เสียงกรีดร้องปะปนเสียงคำรามลมพิษสะสมของยามสำนักทั้งสามถูกขังปิดผนึกอยู่เื้ัแนวหินถล่มถาวร
หลินเซวียนพยุงร่างที่สั่นเทาคลานออกมาจากซอกแคบ สลัดเสื้อผ้าปนเปื้อนทิ้ง ไอเ็ปดั่งกระดูกแตกสลายระลอกใหม่จากพิษย้อนทำเอาเขาทรุดตัวล้มราบกับพื้นดินเถ้า แสงหม่นสลัวบนรอยบัญชีฝ่ามือซ้ายสั่นไหวและสว่างวาบขึ้นลงราวกับสัญญาณเตือนภัยอันร้ายกาจ
ครืน... กุก... กุก...
ทันใดนั้น แรงสั่นะเืเบา ๆ อีกระลอกแผ่ซ่านสะท้อนผ่านหน้าดินของปล่องตะวันตกที่เจาะเข้ามาใหม่ เสียงฝีเท้าแ่าของฝูงชนปะปนเสียงกระทบโลหะหนักและเสียงสวดเป่าแตรลวงสัญญาณของขบวนกองรบดังแว่วสะท้อนมาจากแนวปล่องหลักของเหมืองทิศเหนือ
กองหลักของสำนักชิงหลัวมาถึงแล้ว...
มู่หรานทรยศและแจ้งข่าวสำเร็จลุล่วงชั่วเวลาไม่ถึงวัน บีบให้แนวถอยร่นของหมู่บ้านเถาดำแทบจะถูกปิดล้อมขังในหุบเขาฝนเถ้าพิษแห่งนี้ในพริบตา
หลินเซวียนขยับปลายนิ้วขวาที่เปื้อนคราบเืเย็นชืดประคองตัวขึ้นพิงซอกหินมืด ฝ่ามือข้างซ้ายสั่นระริกสะท้อนประกายแสงสีเทาหม่นนำทางสายตาเดียวดายท่ามกลางพายุฝุ่นเถ้าพิษที่พร้อมจะกลืนกินทุกชีวิตในStarting Zone