ข้ามโลกมาเป็นเซียนกระบี่ยอดนักต้มตุ๋น

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 39 เก้าอี้

            เมืองหลางเซียน!

            บ้านของหวังเค่อแน่นอนว่าย่อมมีกุญแจเมื่อประตูเปิดออก บรรดาสานุศิษย์พรรคอีกาทองคำก็เดินเข้าไปด้วยท่าทางระวังระไว

            จากประสบการณ์ที่ถูกหวังเค่อต้มจนเปื่อยมาแล้วจางเสินซวีและพวกต่างก็ใช้หวังเค่อและจางเจิ้งเต้าเป็นเกราะป้องกันทั้งสองเล่นลูกไม้อีกโชคดีที่คนทั้งคู่ถือว่าให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

            “นี่มันที่ไหน? ทำไมไม่มีใครซักคน?” จางเสินซวีเอ่ยเสียงหม่น

            จางเจิ้งเต้าเองก็ทำหน้าตาประหลาดใจ“นี่ หวังเค่อ ของทั้งหมดเจ้าขนออกไปเกลี้ยงแล้ว?”

            เกลี้ยงเกลาหมดจดอย่างแท้จริงเทียบกับตอนที่องค์หญิงโยวเยว่มาแต่งหน้าที่นี่แล้ว บ้านล้วนว่างโล่งโจ้งแม้แต่บอนไซสักต้นเครื่องเรือนสักชิ้นก็ไม่เหลือ

            “พูดอะไรเพ้อเจ้อ!”หวังเค่อมองแรงใส่จางเจิ้งเต้า

            ข้ากำลังวางแผนต่อพวกมันต่างหากหากไม่เล่นกับพวกมันสักหน่อย จะเอาพวกมันมานี่ทำไม?

            จางเจิ้งเต้ารู้ทันทีว่ามันปากพล่อยไปดังนั้นหุบปากทันควัน

            “ทุกท่าน ตามข้ามา!”หวังเค่อนำทางคนทั้งหมดไปยังห้องโถง

            ในห้องโถงใหญ่แม้เครื่องเรือนส่วนใหญ่จะถูกขนย้ายไปหมดสิ้น หากยังคงมีเก้าอี้บางส่วนเหลืออยู่

            “บ้านหลังนี้ไม่มีคนอยู่แม้แต่คนเดียว? หวังเค่อ เจ้าโกหก?” จางเสินซวีเอ่ยเสียงต่ำ

            “ใช่ที่ไหนกัน? ข้าบอกว่ามีมารก็มีมารสิ!” หวังเค่อเดินตรงเข้าห้องโถงใหญ่ก่อนจะยกเก้าอี้ตัวหนึ่งมาหาจางเสินซวี

            จางเสินซวี “…!”

            ศิษย์พรรคอีกาทองคำ “…!”

            ข้าถามหาพวกมารที่ถูกขังไว้เจ้าเอาเก้าอี้มาให้ข้าทำอะไร?

            “หวังเค่อคิดล้อกันเล่นหรือยังไง?” จางเสินซวีเอ่ยเสียงเย็น

            “ข้าไหนเลยจะกล้า? เก้าอี้ตัวนี้ก็คือเครื่องยืนยัน พวกมารร้ายถูกกักขังไว้ในบ้านหลังข้างๆนี่! เมื่อถือเก้าอี้นี้ไป ผู้คุ้มกันก็จะทำตามที่เจ้าสั่ง!” หวังเค่อเอ่ยเสียงหนักแน่น

            “เก้าอี้?” จางเสินซวีมองดูเก้าอี้ไม้ด้วยสีหน้างุนงง

            “ใช่แล้วผู้ที่จับกุมคุมขังพวกมารร้ายเอาไว้นั้นคือคนที่ท่านอาจารย์ของข้าเพาะเลี้ยงไว้ไม่ว่าใครก็ไม่รู้จักพวกมัน พวกมันเองก็ไม่สนใจว่าเจ้าคือใครเพียงฟังคำสั่งของท่านอาจารย์เท่านั้น!ทุกครั้งที่อาจารย์ติดต่อกับพวกมันต้องมีรหัสยืนยันต่างๆ กันไปครั้งนี้ก็คือเก้าอี้! เมื่อถือเก้าอี้ไปพวกมันพอเห็นก็รู้ทันทีว่าอาจารย์ส่งคนมารับคน เอ๊ย มารับมาร! ถึงตอนนั้นขอเพียงแค่ออกปาก พวกมันก็จะส่งมอบมารให้เจ้าทันที!” หวังเค่อเอ่ย

            “อ้อ?” จางเสินซวีตะลึง

            “พรรคอีกาทองคำของข้าเองก็มักมีเครื่องยืนยันแต่นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าเห็นคนใช้เก้าอี้เป็นเครื่องยืนยัน ช่างคาดไม่ถึงจริงๆ!เฉินเทียนหยวน มิน่าเล่าถึงสามารถเป็นประมุขพรรคเทพหมาป่าสวรรค์ได้ ช่างรอบคอบนัก!”

            “ถูกแล้วตีข้าให้ตายข้าก็ไม่เชื่อ ของยืนยันกลับเป็นเก้าอี้ที่อยู่ข้างๆ ข้านี่เองแถมยังเป็นเก้าอี้ตาแป๊ะอีกด้วย?”

            “เฉินเทียนหยวนช่างจัดแจงได้ลี้ลับนัก!”

            .........

            .........

            ......

            .....

            ...

            ...

            สานุศิษย์พรรคอีกาทองคำล้วนประทับจิตประทับใจอาจเป็นเพราะหวังเค่อถูกพวกมันจับเป็นตัวประกันอยู่ ดังนั้นเชื่อมั่นอย่างไม่กังขาว่าอีกฝ่ายพูดความจริง

            จางเจิ้งเต้าอีกทางหนึ่งกลับส่งสายตาพิกลเจ้าหวังเค่อนี้แค่อ้าปากก็หลอกลวงคนได้แล้ว เก้าอี้เป็นรหัสยืนยัน? มันแถว่าเก้าอี้เป็นรหัสก็เพราะในบ้านนี้ไม่เหลืออะไรถูกมันยกเค้าจนไม่เหลือเลยต่างหากไม่ใช่หรือ? โกหกแบบนี้ไม่มักง่ายไปหน่อยหรือไง?

            “ไม่เชื่อใช่มั้ย? ไป ข้าจะแบกเก้าอี้ไปข้างบ้านเดี๋ยวนี้!พวกเจ้ามากับข้า!” หวังเค่อโพล่งกะทันหัน

            “ช้าก่อน!”จางเสินซวีเอ่ยเสียงเย็น

            “อะไรอีก?” หวังเค่อสงสัย

            “เจ้ามั่นใจหรือว่าแค่เก้าอี้ตัวนี้ก็ผ่านแล้ว?”จางเสินซวีถามเย็นๆ

            “แน่อยู่แล้วข้าจะนำทางพวกเจ้าไปเอง ยังจะมัวลังเลอะไรอีก?” หวังเค่อเอ่ยอย่างไม่แยแส

            “เหอะ เจ้ากับมันอยู่ที่นี่แหละ ไม่ต้องไป!” จางเสินซวีเอ่ย

            “อะไรนะ?” หวังเค่อตะลึง

            “ในเมื่อเก้าอี้รหัสอยู่กับข้าแล้วจะเอาพวกเจ้าไปทำอะไร? ถ้าเอาพวกเจ้าไปเกิดพวกเจ้าเล่นแง่ขอความช่วยเหลือจากยอดฝีมือพวกนั้นขึ้นมากลายเป็นดึงความสนใจของพรรคเทพหมาป่าสวรรค์ แล้วพวกข้าจะเหลืออะไร? เหอะ อยู่ที่นี่แหละ ถ้าเจ้ากล้าโป้ปด ข้าจะฆ่าเจ้าซะ!”จางเสินซวีเอ่ยเสียงเย็น

            “แต่ว่า แต่ว่า...!”หวังเค่อสีหน้ากลับกลายเป็นลนลาน

            สีหน้าของมันประหวั่นลนลานก็จริงแต่ในใจอัดแน่นจนพองโตดั่งบุปผาเบ่งบาน ที่ตนเองไม่ไปข้างบ้านก็เพราะรอให้พวกเจ้าคิดเองได้นี่แหละ อา ประสบการณ์ต้มตุ๋น เอ๊ยประสบการณ์ชีวิตอันยาวนาน ขอเพียงคิดถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นที่ตั้งถึงจะบริการอีกฝ่ายได้ทรงประสิทธิภาพกว่าเดิม

            “พวกเจ้าเฝ้าไอ้สองตัวนี้ไว้คนอื่นๆ ขนเก้าอี้ไปบ้านหลังข้างๆ กับข้า!” จางเสินซวีเอ่ยเสียงขรึม

            “ขอรับ!”เสียงรับคำประสานโดยพร้อมเพรียง

            เหลือเพียงศิษย์พรรคอีกาทองคำสองคนผู้ถูกทิ้งหน้ามุ่ยอยู่เท่านั้น

            “ไม่ต้องห่วงหากมีกุศลประหารมาร ย่อมต้องเหลือเก็บไว้ให้กับพวกเจ้าด้วย!”จางเสินซวีออกปากต่อศิษย์น้อง

            “ขอบคุณศิษย์พี่!”สองศิษย์ได้แต่กล้ำกลืนรับคำ

            “จำไว้ หวังเค่อ จางเจิ้งเต้าหากพวกมันกล้าหลอกข้า ก็ตัดมือตัดเท้าพวกมันซะ!” จางเสินซวีคาดโทษ

            “โอ้ โหดร้ายยิ่ง!”จางเจิ้งเต้าคร่ำครวญ

            “ขอรับ!”ศิษย์น้องทั้งสองขานรับหนักแน่น

            พร้อมกันนั้นจางเสินซวีก็นำศิษย์คนอื่นๆ แบกเก้าอี้ออกไปแล้ว

            ตอนนี้ ในห้องโถงเหลือคนอยู่สี่คนหวังเค่อ จางเจิ้งเต้าแล้วก็ศิษย์พรรคอีกาทองคำสองคนที่พาดกระบี่กับคอของทั้งสองไว้ หวังเค่อขยิบตาให้จางเจิ้งเต้าจางเจิ้งเต้าก็รู้ทันทีว่าได้เวลาลงมือแล้ว

            บ้านหลังข้างๆ เคหาสน์ของหวังเค่อ

            ในห้องโถงมืดสลัวยามนี้ยืนไว้ด้วยกลุ่มคนชุดดำกลุ่มหนึ่ง กำลังคารวะต่อบุรุษชุดแดงตลอดร่างท่านหนึ่ง

            บุรุษชุดแดงนั่งยังที่นั่งประธานกลางห้องมองดูกลุ่มคนชุดดำโขกศีรษะคารวะ มันค่อยๆ เปิดหมวกออกพบว่าเป็นบุรุษวัยกลางคนรูปงามดั่งทวยเทพองค์หนึ่ง

            “เล่าสถานการณ์มาซิ!” 

            “ขอรับช่วงนี้วัตถุมีพิษทั้งหลายตามหัวเมืองเซียนต่างๆทั่วสิบหมื่นมหาบรรพตล้วนถูกเหมาไปจนหมดสิ้นศิษย์ของพวกเราจึงต้องซื้อวัตถุดิบฝึกฝีมือในราคาสูงลิ่ว ท่านเจ้าตำหนักเกรงว่านี่จะเป็นแผนการลงมือที่มุ่งเป้าต่อพวกเราดังนั้นจึงสั่งให้พวกเรามาสืบหาต้นตอ สุดท้ายค่อยพบว่าต้นเหตุอยู่ที่นี่เจ้าคนที่เป็นเจ้าของบ้านหลังข้างๆ นี้สมควรมีความเกี่ยวพันกับพรรคเทพหมาป่าสวรรค์!”บุรุษชุดดำผู้หนึ่งรายงาน

            “คนข้างบ้านรึ? ข้าเพิ่งมาถึงกลับไม่เห็นมีคน?” บุรุษชุดแดงเอ่ยเสียงเย็น

            “พะ พวกข้า...ท่านเจ้าตำหนักโปรดอภัยเมื่อสองวันก่อนยังมีคนพลุกพล่าน แต่พวกเรายังไม่ทันลงมือเคลื่อนไหวพวกมันก็ออกไปขายผักกันหมด จากนั้นไม่มีใครกลับมาอีกเลย พวกเรา พวกเรา...!”บุรุษชุดดำอีกคนกระแทกเข่าลงกับพื้น

            ชัดเจนว่าเรื่องราวเละเทะไปแล้วย่อมไม่อาจอธิบายต่อเจ้าตำหนักได้

            “ไม่เป็นไรแค่สืบรู้ว่ามันเกี่ยวข้องกับพรรคเทพหมาป่าสวรรค์ได้ก็ถือเป็นความสำเร็จใหญ่หลวงแล้ว!”เจ้าตำหนักชุดแดงกลับไม่ได้ตำหนิ

            “ขอบพระคุณท่านเจ้าตำหนัก!”กลุ่มคนชุดดำเอ่ยออกมาโดยพร้อมเพรียง

            พวกมันไม่คาดว่าตนเองก่อเรื่องราวเสียหายใหญ่หลวงกลับไม่ถูกลงโทษ ดูท่าท่านเจ้าตำหนักช่วงนี้จะอารมณ์ดีไม่น้อย

            “เจ้าตำหนักเรื่องการสืบเสาะเล็กน้อยเช่นนี้ ศักดิ์ฐานะของท่านสูงส่งสุดสูง ไฉนต้องมาด้วยตนเองขอรับ?”บุรุษชุดดำกล่าวถามด้วยความสงสัย

            “เจ้าตำหนักห้ากล่าวว่ายามนี้พรรคเทพหมาป่าสวรรค์กลายเป็นเมืองว่างเฉินเทียนหยวนเองก็ไม่อยู่ในพรรค!ดังนั้นข้าจึงต้องมาดูด้วยตนเองว่าเจ้าตำหนักห้าใช่หลอกลวงข้าหรือไม่!”บุรุษชุดแดงเอ่ยเสียงหนัก

            “เจ้าตำหนักห้า? ท่านหมายถึงเจ้าตำหนักห้าที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งจากท่านมารอริยะ?นี่มันน่าสงสัยเกินไปแล้ว มันเพิ่งจะเข้าพรรคมารแท้ๆ!คนที่สังหารศิษย์พรรคมารของพวกเราไปมากมาย วันนี้กลับถูกแต่งตั้งให้เป็นเจ้าตำหนักพวกเราล้วนไม่ยอมรับ เจ้าโจรนั่นมีคุณสมบัติอะไร...!” บุรุษชุดดำกล่าววาจาคล้อยตามนายต่อให้ไม่ถูกทัั้งหมด แต่คาดว่าโดนใจไปเกินครึ่ง

            “พรวด!”

            เจ้าตำหนักชุดแดงพลันสะบัดฝ่ามือออกบุรุษชุดดำนั้นกระอักโลหิตออกมาทันที ร่างร่วงพับลงกับพื้น สั่นกระตุกยึกๆ

            “ท่านเจ้าตำหนักโปรดระงับโทสะ!”กลุ่มบุรุษชุดดำขานออกมาพร้อมกัน

            เจ้าตำหนักชุดแดงปรายตามองบุรุษชุดดำที่เลือดทะลักด้วยสายตาเย็นชา“เจ้าจำไว้ พวกเจ้าก็ด้วย! ใครยังกล้าเอ่ยวาจาให้ร้ายเจ้าตำหนักห้าอย่าได้โทษว่าข้าไร้น้ำใจ!”

            “ขอรับ!”บุรุษชุดดำทั้งหมดร่างสั่นสะท้านด้วยหวาดหวั่น

            “ให้พวกเจ้ามาสืบสาวเรื่องพิษขาดแคลนขึ้นราคาพวกเจ้าเฝ้าจับตาดูคนๆ เดียว ยังเฝ้าจนคนหายได้ ครั้งนี้เมื่อกลับไปจงไปรับโทษทัณฑ์ซะ!” บุรุษชุดแดงเอ่ยเสียงเย็น

            สีหน้าของบุรุษชุดดำทั้งหลายพลันแปรเปลี่ยนกลับกลายเมื่อครู่มิใช่ท่านเพิ่งละเว้นพวกเราหรือ? ไฉนกลับคำมาลงโทษแทนเสียเล่า? ทว่าเมื่อมองดูเพื่อนที่นอนกระอักเลือดชักกระตุกบนพื้นแล้วพวกมันก็พลันเข้าใจทันที ต้องก่นด่าที่มันปากพล่อยว่าร้ายเจ้าตำหนักห้าดังนั้นท่านเจ้าตำหนักกลายเป็นฉุนเฉียวขึ้นมา เรื่องก่อนหน้าแม้ไม่ได้ระเบิดโทสะแต่ยังเก็บกักความไม่พอใจเอาไว้

            ตอนนี้เองบุรุษชุดดำอีกคนหนึ่งรีบเข้ามาในห้องโถง “ท่านเจ้าตำหนัก บ้านหลังข้างๆมีคนกลับมาแล้ว!”

            สายตาของบุรุษชุดดำทั้งหลายทอประกาย“ท่านเจ้าตำหนัก พวกมันกลับมาแล้ว พวก พวกเรายังมีเบาะแสอยู่!”

            “อ้อ?” สีหน้าเจ้าตำหนักชุดแดงพลันหม่นทะมึนมันเบนสายตามายังกลุ่มชายชุดดำ

            “ท่านเจ้าตำหนักเช่นนั้นพวกเราก็ไม่ต้องรับโทษแล้ว?” บุรุษชุดดำถามด้วยความกังวล

            “ข้าไม่มา พวกมันไม่เห็นข้าพอมา พวกมันก็กลับมา? หรือว่าร่องรอยพวกเจ้าถูกเปิดเผยแล้ว?”บุรุษชุดแดงเอ่ยเย็นชา

            “เป็นไปไม่ได้ขอรับท่านเจ้าตำหนักพวกเราระมัดระวังอย่างยิ่ง ไม่มีทางถูกเผยตัวแน่! นอกจากนั้น ไม่มีใครรู้จักพวกเรายิ่งไม่มีทางเพ่งความสนใจมาทางพวกเราแน่นอน!” บุรุษชุดดำผู้หนึ่งรับประกัน

            เวลานี้เอง ณประตูสวนหย่อมหน้าคฤหาสน์

            ก็อกก็อกก็อก!

            มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น

            “เปิดประตูข้ารู้ว่ามีคนอยู่ข้างใน เปิดประตูเดี๋ยวนี้!”เสียงของศิษย์อีกาทองคำดังมาจากด้านนอก

            “นี่เรียกว่าไม่มีใครสนใจพวกเจ้างั้นหรือ?”เจ้าตำหนักอาภรณ์แดงเค้นเสียงเย็นเยียบ

            “พวกเรา…!”กลุ่มบุรุษชุดดำกลายเป็นใบ้ไปชั่วขณะ

            “พวกเจ้า? เฮอะ! พวกเจ้าถูกเปิดโปงแล้ว!” เจ้าตำหนักชุดแดงเอ่ยเสียงยะเยือก

            “ไม่! ไม่น่าเป็นไปได้พวกเราระมัดระวังยิ่ง ทั้งยังซ่อนไอปราณไว้อย่างแนบเนียน! ไม่มีทางถูกมองออกได้!”บุรุษชุดดำเอ่ยสีหน้าเหยเก

            “ใครอยู่ด้านนอก? เห็นชัดหรือไม่?” เจ้าตำหนักชุดแดงถามถึงด้านนอก

            “เป็นพวกจากบ้านหลังข้างๆที่เพิ่งกลับเข้ามาขอรับ!” บุรุษชุดดำที่ด้านนอกห้องโถงตอบกลับมา

            “คนที่ให้เฝ้าดูมาหาถึงหน้าประตูยังเรียกว่าไม่ถูกจับได้อีกหรือไง?” เจ้าตำหนักชุดแดงจ้องเขม็ง

            “ขอท่านเจ้าตำหนักโปรดอภัยด้วย!”กลุ่มชายชุดดำทั้งหมดล้วนมีสีหน้าละอาย

            พวกมันล้วนซุกซ่อนอย่างแนบเนียนไฉนกลับถูกเปิดโปงเสียได้? ที่แท้ผิดพลาดตรงไหนกัน?

            “ไป ไปดู! ระวังให้มากไว้รอคอยคำสั่งจากข้า เตรียมพร้อมลงมือตลอดเวลา!” เจ้าตำหนักอาภรณ์แดงเอ่ยเสียงหนัก

            “ขอรับ!”บุรุษชุดดำทั้งกลุ่มรับปากพร้อมกัน

            ขณะกล่าววาจา บุรุษชุดแดงสวมหมวกปิดบังใบหน้าก้าวเดินนำกลุ่มชายชุดดำออกไปสวนหย่อมหน้าประตู

            “แอ๊ด!”เสียงประตูเปิดออกกะทันหัน

            กลุ่มบุรุษชุดดำมองดูชายฉกรรจ์สิบแปดคนที่ด้านนอกอย่างระแวดระวัง

            คนนำขบวนถือพัดจีบขาวก้าวเข้ามาหนึ่งก้าวบรรดาบุรุษชุดดำที่กำลังตระเตรียมพร้อมพลันเผยสีหน้าเคร่งเครียด ทุกคนต่างวางมือลงบนด้ามกระบี่โดยพร้อมเพรียง

            “ไม่ต้องแตกตื่นเข้าไปคุยกันข้างใน! เฉินเทียนหยวนเป็นคนส่งพวกข้ามา!”จางเสินซวีเอ่ยปากทันทีที่ก้าวข้ามประตู

            ทันทีที่จางเสินซวีกล่าวจบคำสีหน้าเครียดขมึงของกลุ่มบุรุษชุดดำพลันแปรเปลี่ยนทันควัน เฉินเทียนหยวน? ประมุขพรรคเทพหมาป่าสวรรค์?พวกเราถูกมันจับได้แล้ว?

            ทุกคนพลันแตกตื่นลนลานคิดลงมือทันทีหากมิใช่ว่าท่านเจ้าตำหนักยังไม่สั่งการ พวกมันคงชักดาบออกมาแล้ว

            เจ้าตำหนักชุดแดงยังไม่เคลื่อนไหวมันเพียงกำหมัดแน่นด้วยท่าทางอึดอัดคับข้อง “เจ้าตำหนักห้าหลอกข้ามางั้นหรือ?”

            จางเสินซวีนำทางกลุ่มศิษย์พรรคอีกาทองคำก้าวข้ามสวนหย่อมมาแล้ว

            “ปัง!”ศิษย์พรรคอีกาทองคำปิดประตูแน่นหนา คล้ายกลัวว่าคนข้างนอกจะมองเข้ามาเห็น

            เมื่อเห็นเช่นนี้บุรุษชุดดำทั้งหลายต่างเผยสีหน้าประหลาดแปลกใจ เฉินเทียนหยวนคิดทำการใด? เจ้าส่งคนกลุ่มนี้มาทำอะไร?แถมยังแบกเก้าอี้มาอีกด้วย? หรือนี่มีเหตุผลพิเศษ?เดี๋ยวนี้พรรคฝ่ายธรรมะก่อนลงมือต้องแลกดอกไม้กันก่อนหรือยังไง?

            “เห็นเก้าอี้แล้วใช่มั้ย?”จางเสินซวีกล่าว ชี้ไปยังเก้าอี้ตาแป๊ะที่แบกมา

            จางเสินซวีสำแดงเก้าอี้รหัสยืนยันออกไปแล้วแต่คนชุดดำพวกนั้นไหนเลยจะเข้าใจ

            “เฉินเทียนหยวนส่งเจ้ามา?เก้าอี้ตัวนี้?” บุรุษชุดแดงมองดูเก้าอี้ด้วยความฉงนฉงาย

            เก้าอี้? เก้าอี้นี้มีอะไรพิเศษพิสดารรึ?

            “ใช่ นี่คือเก้าอี้!เจ้ามองออกก็ดีแล้ว ! ตอนนี้รู้แล้วสินะว่าพวกเรามาที่นี่ทำไม?” จางเสินซวีแย้มยิ้ม

            ขณะกล่าววาจาจางเสินซวีก็กางพัดพร้อมสะบัดเสื้อ ค่อยๆ นั่งลงบนเก้าอี้ไม้ โบกสะบัดพัดจีบไปมามองดูเจ้าตำหนักชุดแดงด้วยสายตาพึงพอใจ

            ท่าทางปลอดโปร่งสบายเหมือนถือตั๋วชัยชนะไว้ในมือนั้นไม่ต่างอะไรกับท่าทีเย้ยหยามต่ออีกฝ่าย เจ้าตำหนักชุดแดงยิ่งมองดูยิ่งขัดตา

            ถูกเปิดโปงแล้ว? ถูกย้อนรอยเข้าแล้ว?ติดกับเข้าแล้ว?

            เจ้าตำหนักห้าและเฉินเทียนหยวนสุมหัวรวมกันลวงข้ามาที่นี่แท้ที่จริงแล้วพวกมันล้วนตระเตรียมพรักพร้อม รอคอยข้ามางับเหยื่อ? ขุดหลุมดักจับพวกเราทั้งหมด?แถมยังส่งศิษย์ของมันมานั่งอวดโอ่ต่อหน้าข้าคิดหยามอัปยศข้าถึงที่สุด?

             

    คล้ายกับเรื่องข้ามโลกมาเป็นเซียนกระบี่ยอดนักต้มตุ๋น ที่คุณอ่าน