บทที่ 7 ผมจะกลับบ้าน
“เสี่ยวฉุย แจกไพ่ต่อไป” หญิงสาวเ้าเสน่ห์กัดฟันพูดด้วยความโกรธ
คงเป็เพราะถูกเฉินเซิงทำให้โกรธจนควบคุมอารมณ์ไม่ได้ หญิงสาวเ้าเสน่ห์จึงไม่มีท่าทีใจเย็นอีกต่อไป ขณะที่เธอหายใจหอบถี่ขึ้นอกของเธอก็สั่นไหวเล็กน้อย ทำให้ดึงดูดสายตาอันน่ารังเกียจจากผู้ชายจำนวนมาก
ผู้ชายเ่าั้จ้องมองหญิงสาวเ้าเสน่ห์ ต่างก็พากันจินตนาการถึงหิมะบนยอดเขาอันยอดเยี่ยมที่หน้าอกของอีกฝ่ายว่าจะยิ่งใหญ่อลังการแค่ไหน และแทบไม่มีใครสนใจการพนันบนโต๊ะอีก
เมื่อเห็นหญิงสาวผู้มีเสน่ห์ไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด เด็กสาวที่แจกไพ่อยู่ก็ยิ่งระมัดระวังตัวมากขึ้นไปอีกเพื่อไม่ให้เธอโกรธไปมากกว่านี้
ไพ่สองใบที่ถูกวางลงตรงหน้าหญิงสาวเ้าเสน่ห์คือไพ่ เก้าโพแดงกับสิบโพแดง
เฉินเซิงมีไพ่สองอยู่ในมือสองใบ
“ห้าแสน” เฉินเซิงพูดพลางดันกองชิปไปข้างหน้า
“ตาม...ฉันไม่เชื่อว่าโชคของนายจะดีขนาดนั้น”
จากหน้าไพ่หญิงสาวมีโอกาสสูงที่จะชนะ หากเธอได้ไพ่แปดกับแจ็กดอกจิกเพิ่ม เธอจะมีดอกเดียวกันเรียง ซึ่งมีโอกาสชนะสูงมาก ส่วนเฉินเซิงมีโอกาสพลิกกลับมาชนะได้ก็ต่อเมื่อเขาได้ไพ่สองเพิ่มอีกใบเท่านั้น
หญิงสาวคิดว่าตัวเองมีโอกาสชนะสูง จึงตัดสินใจเล่นต่อกับคู่ต่อสู้
สาวชุดกี่เพ้าแจกไพ่ใบสุดท้าย หลังจากเห็นไพ่ในมือใบหน้าของหญิงสาวก็เผยรอยยิ้มที่มั่นใจอย่างที่สุด ราวกับว่าเธอชนะเกมนี้ไปแล้ว
หญิงสาวเ้าเสน่ห์ผลักกองชิปจำนวนมากบนโต๊ะแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันว่า “ฉันจะเพิ่มชิปอีกหนึ่งล้าน ฉันไม่แน่ใจว่านายจะกล้าตามต่อไหม?”
“ผมไม่มีอะไรเลย นอกจากความกล้าหาญ” เฉินเซิงพูดพร้อมกับเพิ่มชิปอีกหนึ่งล้าน แล้วเปิดไพ่โพแดงสองขึ้นมา “ขอโทษด้วยครับ ผมได้ตอง ผมชนะคุณพี่สาวอีกแล้ว”
ในเกมไพ่โป๊กเกอร์ไพ่ที่ใหญ่ที่สุดคือไพ่ตอง ซึ่งประกอบด้วยไพ่สามใบที่มีแต้มเหมือนกัน แม้ว่าไพ่ตองของเฉินเซิงจะเป็ไพ่ตองที่เล็กที่สุด (ตองสอง) แต่มันก็ยังชนะไพ่ดอกเดียวกันเรียง (สเตรตฟลัช) ที่ใหญ่ที่สุดที่หญิงสาวถืออยู่ได้
ขณะที่พยายามอ่านใจคู่ต่อสู้ เฉินเซิงก็มองออกว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีไพ่สเตรตฟลัช ความมั่นใจที่แสดงออกมานั้นเป็เพียงการขู่เท่านั้นเฉินเซิงเข้าใจว่าแม้ฝั่งตรงข้ามจะมีสเตรทฟลัชจริง ไพ่ฟูลล์เฮ้าส์ในมือของเขาก็ยังสามารถเอาชนะได้อยู่ดี
เขาจึงกล้าลงเดิมพันครั้งใหญ่ขนาดนี้
“พี่สาวไม่อยากเปิดไพ่ให้ทุกคนดูหน่อยเหรอครับ?” เฉินเซิงเงยหน้าถามหลังจากเห็นอีกฝ่ายหมอบไพ่ยอมแพ้
“ไม่จำเป็” หญิงสาวเ้าเสน่ห์เอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์
เมื่อครู่ไพ่ในมือของเธอไม่ใช่สเตรตฟลัช หากเปิดไพ่ก็เท่ากับเป็การเผยไต๋ สถานการณ์หลังจากนั้นในโต๊ะพนันนี้คงไม่เป็ผลดีต่อเธอ
เสียเงินก็ยังดีกว่าเสียหน้า เธอจึงไม่สนใจข้อเสนอของอีกฝ่าย
สาวชุดกี่เพ้าแจกไพ่ใหม่อีกครั้ง ทั้งเฉินเซิงและหญิงสาวเปิดไพ่สองใบออกมาเป็ควีนกับคิง ทั้งคู่มีโอกาสชนะพอ ๆ กัน
ใครจะเป็ฝ่ายชนะขึ้นอยู่กับไพ่ใบสุดท้ายที่หญิงสาวในชุดกี่เพ้าจะแจก
เมื่อหญิงสาวในชุดกี่เพ้าแจกไพ่ใบสุดท้ายไปให้เฉินเซิงกับหญิงสาวเ้าเสน่ห์ หญิงสาวแอบมองไพ่ในมือแล้วดีใจ ‘ที่แท้ก็เป็แจ็ก คาดไม่ถึงว่าดันได้แจ็กมาซะได้ งั้นก็เท่ากับว่ามีโอกาสชนะถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว จะได้ทวงเงินที่ไอ้หน้าอ่อนนั่นชนะไปก่อนหน้านี้คืนซะที หลังจบรอบนี้เ้าหมอนั่นคงเหลือแต่กางเกงในแล้ว’
ไพ่เหล่านี้แจกโดยหญิงสาวในชุดกี่เพ้าที่ไม่รู้เื่ไพ่ โอกาสแพ้ชนะของหญิงสาวเ้าเสน่ห์กับเฉินเซิงจึงขึ้นอยู่กับโชคและการตัดสินใจ รวมทั้งความกล้าของแต่ละคนเธอไม่เชื่อว่าดวงของเธอจะแย่ขนาดนั้น จึงตัดสินใจครั้งสำคัญอย่างเงียบ ๆ
“ตอนนี้ในมือของหนุ่มน้อยน่าจะมีชิปกว่าห้าล้านหรือเปล่า?” หญิงสาวเ้าเสน่ห์กล่าวถามทั้งที่รู้คำตอบ
“คุณพี่สาวหมายความว่ายังไง?” เฉินเซิงแสร้งทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้แล้วถามกลับ
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่อยากเดิมพันรอบเดียวให้จบไปเลย กล้าไหมล่ะ?” หญิงสาวเ้าเสน่ห์พูดพลางผลักชิปมูลค่าห้าล้านไปข้างหน้า
“คุณพี่สาวพูดแบบนี้ ผมก็ยังยืนยันคำเดิม ไม่มีอะไรที่ผมไม่กล้าทำ ตราบใดที่คุณกล้าเดิมพัน ผมก็กล้าตาม” เฉินเซิงพูดพร้อมกับยิ้ม
ทั้งสองคนลงเดิมพันกัน หญิงสาวเ้าเสน่ห์เปิดไพ่ใบหนึ่งเป็แจ็ก ใบหน้าสะสวยปรากฏรอยยิ้มแห่งชัยชนะ “อุ๊บ! โทษทีนะฉันโชคดีจังเลยได้สเตรตมาซะแล้ว รอบนี้หนุ่มน้อยคงแพ้แน่ ๆ”
“พอดีว่าผมก็ได้สเตรตเช่นกัน” เฉินเซิงเปิดไพ่เอซตัวใหญ่ในมือ พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ “แต่ไพ่ใบสุดท้ายของผมใหญ่กว่าคุณพี่สาวนิดหน่อย ดังนั้นคนที่แพ้คือคุณพี่สาวครับ”
หญิงสาวมีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย ทั้งสองคนได้ไพ่เรียงคนละสามใบ ใครมีไพ่ใบสุดท้ายใหญ่กว่าก็มีโอกาสชนะ หญิงสาวมีไพ่แจ็ก ซึ่งถือว่าไม่เล็ก เฉินเซิงจะชนะได้ก็ต่อเมื่อมีไพ่เอซในมือเท่านั้น
เธอคิดว่าอีกฝ่ายคงไม่มีทางดวงดีได้ตลอด แต่ไม่คิดว่าเฉินเซิงจะมีไพ่เอซอยู่ในมือจริง ๆ
ในรอบนี้เฉินเซิงชนะไปห้าล้าน รวมกับเงินที่ชนะก่อนหน้านี้ทำให้ได้ชิปไปทั้งหมดกว่าสิบล้าน
คนรอบข้างต่างพูดคุยกันบางคนอิจฉา บางคนก็ชื่นชม
“วันนี้ก็ดึกมากแล้ว คุณผู้หญิงกรุณาแลกชิปเหล่านี้เป็เงินให้ผมด้วยครับ ผมควรจะกลับบ้านได้แล้ว” เฉินเซิงพูดพร้อมกับโยนชิปหนึ่งหมื่นให้เด็กสาวในชุดกี่เพ้า
เด็กสาวในชุดกี่เพ้ามีเงินเดือนเพียงห้าพันหยวนต่อเดือน เมื่อได้ทิปที่เกือบจะเท่ากับเงินเดือนสองเดือน เธอจึงยิ้มหวานให้เฉินเซิง
“ชนะแล้วคิดจะไปก็ไปได้งั้นเหรอ นายคิดว่าจะมีเื่ง่าย ๆ แบบนี้ในโลกด้วยเหรอ?” เมื่อได้ยินว่าเฉินเซิง้าจะกลับไป หญิงสาวก็หน้าซีดและพูดด้วยน้ำเสียงข่มขู่
เมื่อเห็นว่าเฉินเซิงชนะได้เงินก้อนโตแล้วจะจากไป ลูกค้าที่เสียเงินรอบ ๆ ต่างไม่พอใจและออกมาปกป้องบ่อน บางคนถึงกับกล่าวหาว่าเฉินเซิงเป็คนนิสัยไม่ดี
คนเราก็เป็ซะแบบนี้ หากเห็นคนอื่นพ่ายแพ้ให้กับตัวเองก็จะรู้สึกภูมิใจ แต่หากตัวเองเป็ฝ่ายแพ้ก็รู้สึกว่าเื่นี้ไม่ยุติธรรม
แม้แต่เ้าของโต๊ะพนันเองจะไม่้าเอาเื่ แต่เหล่าขาพนันที่ไม่เกี่ยวข้องกับเกมต่างก็ยุยงอยู่ข้าง ๆ สุดท้าย เ้าของโต๊ะพนันก็ต้องทำตามเสียงเรียกร้องจากประชาชน จัดการกับเฉินเซิง
“ถ้าคุณพี่สาวยืนยัน ผมก็จะเล่นกับพี่เป็เกมสุดท้าย ไม่ว่าใครจะแพ้หรือชนะ ผมก็ต้องไปจากที่นี่” เฉินเซิงพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
เขารู้ดีว่าหากยังดื้อดึงต่อไป คงไม่มีทางออกจากโต๊ะพนันได้จึงตัดสินใจเดิมพันครั้งสุดท้ายกับเธอ
หญิงสาวในชุดกี่เพ้าแจกไพ่ใหม่อีกครั้ง เฉินเซิงเปิดไพ่เป็เอซสองใบ ส่วนหญิงสาวเ้าเสน่ห์มีไพ่สองใบเป็คิง
ผู้คนที่มุงดูต่างพากันแอบถอนหายใจว่า เฉินเซิงช่างมีโชคดีจริง ๆ เพราะดูจากไพ่สองใบในตอนนี้ เขาก็เหนือกว่าหญิงสาวมีเสน่ห์อยู่เล็กน้อย แต่ว่าใครจะได้รับชัยชนะในท้ายที่สุด ก็ยังคงต้องดูที่ไพ่ใบสุดท้ายอยู่ดี
ในสำรับไพ่ที่มีมากกว่าห้าสิบใบ โอกาสที่จะหยิบได้ไพ่ตองโดยอาศัยเพียงโชค มีความเป็ไปได้ค่อนข้างต่ำ ถ้าหญิงสาวสามารถจับไพ่คิงได้ เธอก็จะมีโอกาสพลิกชีวิตได้
เฉินเซิงเหลือบมองไพ่ใบสุดท้าย แล้วก็ผลักชิปมูลค่าหนึ่งล้านออกไป
หญิงสาววางชิปสามล้านลงอย่างเด็ดเดี่ยว จากนั้นก็จ้องมองคู่ต่อสู้อย่างใจเย็น ครั้งนี้เฉินเซิงไม่ได้ตามต่อแต่เลือกที่จะหมอบไพ่แทน
จากนั้นเฉินเซิงก็ลุกขึ้น แล้วแลกชิปในมือเป็เงินสดเต็มกระเป๋า
ทั้งสองฝ่ายตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้แล้ว แม้หญิงสาวเ้าเสน่ห์จะไม่พอใจแต่ก็ไม่สามารถขัดขวางเฉินเซิงได้
“แม่งเอ๊ย ฉันอุตส่าห์ได้ไพ่ดี ๆ มาแท้ ๆ ์เพิ่งจะเริ่มเข้าข้าง ไอ้หน้าจืดนั่นก็ฉวยโอกาสหนีไปเฉยเลย ในป่าใหญ่มีนกนานาชนิดจริง ๆ เื่ไร้ศักดิ์ศรีแบบนี้ก็ทำได้ ไอ้หน้าจืดนั่นน่ะสงสัยจะรู้ชะตากรรมตัวเอง” หญิงสาวเ้าเสน่ห์ด่ากราด แล้วก็ปาไพ่คิงที่ซ่อนไว้อยู่ลงบนโต๊ะอย่างแรง
“ว้าว ผู้จัดการติง ได้ไพ่คิงสามใบเลยเหรอ นี่มันไพ่เก่งที่หาได้ยากมากนะ ถ้าไอ้หน้าจืดนั่นสู้ต่อ คงจะต้องแพ้พนันจนหมดตัวแน่” ชายหนุ่มคนหนึ่งอุทานด้วยความทึ่ง
“ใช่ ๆ ชนะแล้วก็เผ่น คนแบบนี้ไม่มีน้ำใจนักกีฬาเลย คราวหน้าถ้าคนนี้มาที่นี่อีก เราจะไม่เล่นกับเขาอีก” ป้าที่กำลังสูบบุหรี่พูดอย่างดูถูก
“ตอนเริ่มเกมเขามีไพ่เอซตั้งสองใบ แสดงว่าไพ่ใบสุดท้ายในมือต้องห่วยแตกมากแน่ ๆ เขาถึงได้ยอมหมอบแล้วออกจากเกมไป” ชายวัยกลางคนมีหนวดเครารูปร่างท้วมวิเคราะห์สถานการณ์
ชายชราคนหนึ่งเสนอว่า “ยังไงไอ้หมอนั่นก็ไปแล้ว เราเปิดไพ่ใบสุดท้ายของมันดูก็รู้แล้วว่ามันถือไพ่ดีหรือไพ่เสีย”
ข้อเสนอของชายชราได้รับการเห็นด้วยจากคนจำนวนมาก
ใคร ๆ ก็อยากรู้อยากเห็น พวกเขาอยากรู้มากว่าไพ่ใบสุดท้ายในมือเฉินเซิงคืออะไร ทำไมถึงยอมทิ้งเงินเดิมพันตั้งล้านหนึ่ง แม้แต่จะเปิดไพ่ดูยังไม่กล้า แล้วก็ออกจากเกมไปเลย
“เสี่ยวฉุย ไปเปิดไพ่ใบนั้นซิ ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าไอ้หน้าจืดนั่นได้ไพ่แย่แค่ไหน ถึงได้ไม่กล้าสู้ต่อแล้วก็รีบเผ่นหนีไปเลย” หญิงสาวเ้าเสน่ห์พูดอย่างดูถูก
“ค่ะ”
เมื่อได้ยินคำสั่งของหญิงสาวเ้าเสน่ห์ หญิงสาวในชุดกี่เพ้าก็ยื่นมือเล็ก ๆ ที่งดงามไปเปิดไพ่ที่เฉินเซิงทิ้งไว้บนโต๊ะ
เมื่อทุกคนเห็นไพ่ใบนั้นก็ต้องตกตะลึงไปตาม ๆ กัน
รวมถึงหญิงสาวเ้าเสน่ห์ด้วย ทุกคนต่างคาดไม่ถึง
ทุกคนในบ่อนจินตนาการไปต่าง ๆ นานาว่า ทำไมเฉินเซิงจึงไม่กล้าเปิดไพ่แล้วเดินจากไป จนกระทั่งหญิงสาวในชุดกี่เพ้าเปิดไพ่ ทุกคนถึงได้รู้ตัวว่า การคาดเดาของตนผิดพลาดไปไกลเพียงใด