เหนือฟ้าดาราข้าเป็นหนึ่ง!

    บทที่ 52 ถนนที่แปด(1)

            “หมดเวลาแล้วจากนี้ไปทุกคนที่อยู่ที่นี่จะกลายเป็นศิษย์ของหอฟ้าเก้าอักษร”

            เสียงเย็นชาที่คุ้นเคยดังขึ้นร่างของผู้อาวุโสเนี่ยปรากฏขึ้นที่ปลายสุดของบันไดหินเฉาหนิงกับศิษย์คนอื่นๆรีบเข้ามาคารวะเขาก่อนจะถอยไปยืนอยู่ด้านข้างหลังจากพูดคุยกับผู้อาวุโสเนี่ยเล็กน้อยเฉาหนิงก็นำเหล่าศิษย์น้องของเขาจากไปทันทีแม้ว่าทางหลัวซู่จะติดต่อมาเป็นระยะแต่เวลาก็ผ่านมานานแล้วราชาหมาป่าทองแดงอาจจะแข็งแกร่งกว่าที่คิดไว้

            “เรื่องคร่าวๆพวกเจ้าคงเคยได้ยินมาบ้างแล้วสำนักจะฝึกฝนพวกเจ้าเป็นเวลาหกปีก่อนจะมีการทดสอบอีกครั้งหนึ่งอย่างไรก็ตามระหว่างหกปีนี้จงจำไว้ว่าพวกเจ้าสามารถถูกไล่ออกจากสำนักได้ทุกเมื่อ ในหกปีนี้จะมีการทดสอบจัดขึ้นทั้งหมดสามครั้งคือปีที่สองสี่ และหกนอกจากการทดสอบครั้งสุดท้ายแล้วสำหรับสองครั้งแรกหากพวกเจ้าทำได้ดีจะสามารถเข้าเป็นศิษย์สายในได้”

            ผู้อาวุโสเนี่ยกล่าวแนะนำเกี่ยวกับพื้นฐานอีกเล็กน้อยหอฟ้าเก้าอักษรแบ่งออกเป็นเก้าหอสามตำหนักตั้งแต่หออักษรอี่จนถึงหออักษรจิ่วนั้นแต่ละหอมีความถนัดที่แตกต่างกัน วิชาหมัดหอก ทวน ดาบ กระบี่หรือแม้แต่วิชาค่ายกลและวิชาปรุงโอสถก็มีผู้เชี่ยวชาญอยู่ในหอทั้งเก้าดังนั้นการจะเลือกเข้ากับหอไหนต้องคิดอย่างรอบครอบนอกจากนี้ยังมีอีกสามตำหนักแบ่งออกเป็นตำหนักสงคราม ตำหนักอาวุโส และตำหนักสำรวจอย่างไรก็ตามการรับคนของทั้งสามตำหนักนั้นเข้มงวดมากโดยเฉพาะตำหนักสงครามและตำหนักอาวุโส

            “เอาล่ะที่จริงประตูบานนี้ไม่ใช่สิ่งที่หอฟ้าเก้าอักษรสร้างขึ้นมาแต่เป็นเพราะประตูบานนี้ถึงได้มีหอฟ้าเก้าอักษรหนึ่งปีหลังจากนี้พวกเจ้าจะอาศัยอยู่ในเขตมังกรครามด้วยสถานะศิษย์สายนอกจงตั้งใจฝึกฝนให้ดี หลังจากการทดสอบครั้งแรกพวกเจ้าถึงจะมีโอกาสเข้าเป็นศิษย์สายในและได้รับการบ่มเพาะที่แท้จริงจากสำนัก”

            กล่าวจบผู้อาวุโสเนี่ยก็กวาดสายตามองเหล่าศิษย์ใหม่ครั้งหนึ่งก่อนจะหายตัวไปผู้อาวุโสเนี่ยอธิบายอย่างคร่าวๆและเรื่องพวกนี้ส่วนใหญ่คนที่สามารถมาถึงที่นี่ได้ก็ล้วนรู้ดีกันอยู่แล้วเสวียนเทียนชิงรวมตัวกับเย่ว์อิงเดินตามกลุ่มคนเบื้องหน้าขึ้นไปถึงประตูหินโบราณด้านหลังประตูบานนี้ก็คือเมืองใหญ่เมืองหนึ่ง!กำแพงที่พวกเขาเห็นด้านนอกที่แท้ก็ถูกสร้างขึ้นมาตามแนวเทือกเขาที่กันขวางระหว่างเขตมังกรครามกับป่าโบราณนั่นเอง

            “ฮ่าๆยินดีต้อนรับพวกเจ้าสู่เขตมังกรครามข้านามว่ากวงฉู่เป็นรองผู้จัดการของตำหนักกิจการฝ่ายนอก”

            เสียงหัวดังขึ้นพร้อมกับร่างอ้วนท้วมของชายคนหนึ่งร่วงลงมาจากท้องฟ้าไม่มีใครรู้ว่ากวงฉู่ผู้นี้จู่ๆก็ปรากฏตัวได้อย่างไรแต่ด้วยร่างกายที่ใหญ่โตของเขายามที่ถึงพื้นกลับไม่มีแม้แต่เสียงกระทบเลยด้วยซ้ำที่สำคัญแม้จะไม่ได้แผ่แรงกดดันแต่กลิ่นอายของเขาก็สามารถบอกได้ว่าชายอ้วนคนนี้เป็นถึงปรมาจารย์ขั้นเก้า!

            “โอ้ๆ เด็กใหม่ปีนี้ไม่เลวเลยขั้นห้าเจ็ดคนงั้นรึ? ยังมีคนที่น่าสนใจอยู่ด้วยมาๆ พวกเจ้าตามข้ามา พวกอาวุโสเนี่ยไม่มีเวลามาพูดคุยกับพวกเจ้ามากนักต่อจากนี้ข้าจะแนะนำเกี่ยวกับเขตมังกรครามให้พวกเจ้ารู้เอง”

            ระหว่างทางกวงฉู่เดินนำกลุ่มศิษย์ใหม่ไปยังเขตมังกรคราวก็พูดอธิบายกฏต่างๆและเรื่องสำคัญของเขตมังกรครามอย่างต่อเนื่องข้อหนึ่งที่ต้องรู้คือโลกใบนี้คือหนึ่งในแดนสมบัติที่เป็นของแดนเบญจภพนี่คือโลกทั้งใบที่บุกเบิกโดยบรรพบุรุษของแดนเบญจภพและสร้างหอฟ้าเก้าอักษรขึ้นมาในภายหลังดังนั้นแล้วต่อให้ผ่านมาหลายยุคสมัยหอฟ้าเก้าอักษรก็ยังไม่สามารถสำรวจดินแดนแห่งนี้ได้ทั้งหมดนอกจากหอฟ้าเก้าอักษรจะมีหน้าที่อบรมปลุกปั้นอัจฉริยะของแดนเบญจภแล้วยังมีหน้าที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือการบุกเบิกดินแดนแห่งนี้

            ลักษณะคร่าวๆของหอฟ้าเก้าอักษรในตอนนี้ประกอบไปด้วยสี่เมืองใหญ่ก็คือเขตมังกรครามเขตหงส์เพลิง เขตพยัคฆ์ขาว และเขตเต่าดำทั้งสี่เขตนี้ไม่เพียงเป็นที่อยู่อาศัยของคนทั่วไปแต่ยังถือเป็นที่ถือของศิษย์สายนอกด้วยหลายปีที่ผ่านมามีศิษย์จำนวนไม่น้อยที่เลือกอยู่กับหอฟ้าเก้าอักษรหลังจบการศึกษาและสุดท้ายก็กลายเป็นพลเมืองของดินแดนแห่งนี้หลังผ่านยุคสมัยมากมายจึงทำให้ที่นี่มีประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วยิ่งไปกว่านั้นชาวเมืองของทั้งสี่เขตยังมีโอกาสสอบเข้าหอฟ้าเก้าอักษรในทุกๆสามปีด้วยส่วนพื้นที่ใจกลางที่มีสี่เขตล้อมรอบก็คือสำนักฝ่ายในของหอฟ้าเก้าอักษร

            “อันที่จริงถึงจะบอกว่าพวกเจ้าเป็นศิษย์สายนอกแต่ก็มีอภิสิทธิ์เหนือกว่าชาวเมืองไม่มากยิ่งไปกว่านั้นในเขตมังกรครามหรือเขตอื่นๆก็มีขุมอำนาจที่คอยดูแลอยู่เช่นกันดังนั้นหากไม่ได้เป็นศิษย์สายในก็อย่าได้ไปยั่วยุคนพวกนั้นมีเพียงคนที่สวมชุดคลุมของหอฟ้าเก้าอักษรเท่านั้นชาวเมืองถึงจะให้ความเคารพแน่นอนว่าพวกเจ้าที่เป็นศิษย์สายนอกยังไม่มีคุณสมบัติจะได้รับชุดคลุมของสำนัก”

            ย้อนกลับไปเล็กน้อยตอนที่เจอพวกศิษย์พี่จากหออักษรจิ่วพวกเขาก็สวมชุดคลุมสีขาวตัดขอบด้วยขริบสีดำเรื่องนี้แม้แต่ลูกหลานขุมอำนาจใหญ่ต่างๆก็รู้ไม่มากเพราะเรื่องเกี่ยวกับการพัฒนาของเขตทั้งสี่นั้นเป็นความลับที่ห้ามเปิดเผยส่วนใหญ่แล้วที่สามารถบอกกับลูกหลานได้จะเกี่ยวข้องกับกฏสำคัญของหอฟ้าเก้าอักษรมากกว่า

            “เปิดประตูเด็กพวกนี้เป็นศิษย์ใหม่ที่ยังไม่ได้รับป้ายประจำตัว”

            พูดไปพูดมาก็เดินมาถึงประตูเมืองแล้วด้านหน้ามีศิษย์สายในสองคนเฝ้าอยู่แต่ชุดคลุมของพวกเขาไม่ได้มีลายขริบสีดำเหมือนกับหออักษรจิ่วชุดคลุมของพวกเขามีลายขริบสีแดงแม้กวงฉู่จะกล่าวเช่นนั้นแต่ก็ยังต้องนำป้ายประจำตัวของเขาออกมาให้ตรวจสอบก่อน

            “เชิญ”

            การเข้าเมืองเป็นไปอย่างราบรื่นกวงฉู่นำกลุ่มเด็กใหม่เดินลัดเลาะตามตรอกซอยไม่นานก็มาถึงอาคารใหญ่หลังหนึ่งที่ล้อมด้วยรั้วเหล็กสูง

            “ประตูทางป่าโบราณนั้นปกติแล้วไม่ค่อยมีคนมากนักเขตมังกรครามมีประตูทั้งออกทั้งหมดสี่ด้านด้านหน้าก็คือทางที่พวกเราเข้ามาจะอยู่ติดกับป่าใหญ่หรือแดนรกร้างภายนอกด้านหลังจะอยู่ติดกับสำนักฝ่ายใน ทั้งสองด้านนี้ไม่ค่อยจะมีคนเท่าไหร่นักส่วนทางซ้ายและขวาจะเป็นทางเชื่อมไปยังเขตอื่นซึ่งมีคนพลุกพล่านมากที่สุดที่พวกเจ้าเห็นอยู่คือตำหนักกิจการฝ่ายนอกเรื่องต่างๆในเขตเมืองของสำนักจะมีตำหนักกิจการฝ่ายนอกคอยดูแล”

            กวงฉู่ไม่ได้พาเด็กใหม่กลุ่มนี้ไปด้านหน้าแต่ลัดเลาะตามกำแพงเหล็กเข้าสู่ทางด้านหลังอาคารแทนโดยทั่วไปแล้วศิษย์สายนอกจะไม่ต่างกับชาวเมืองมากนักนอกจากความสะดวกบางอย่างที่สำนักจัดไว้ให้ที่เหลือพวกเขาก็ต้องใช้ชีวิตด้วยตัวเองในเมืองพอมาถึงห้องโถงใหญ่ด้านหลังแกวงก็นำป้ายประจำตัวออกมาแจกให้กับทุกคนรวมไปถึงถุงหนังใบหนึ่งด้วย

            “เอาหล่ะหน้าที่ของข้าจบลงเพียงเท่านั้น รายละเอียดต่างๆพวกเจ้าสามารถดูในถุงหนังได้การเป็นศิษย์สายนอกสถานะของพวกเจ้าไม่ได้นับว่าสูงส่งอะไรดังนั้นจงใช้ชีวิตให้ดีอย่าได้สร้างปัญหาให้ตัวเองตอนนี้พวกเจ้าไปได้แล้ว”

            กวงฉู่ยิ้มพลางโบกมือไล่ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไปทิ้งให้เหล่าศิษย์ใหม่มึนงงอยู่อย่างนั้นหลายปีที่ผ่านมาพวกเขาพยายามแทบตายเพื่อให้สามารถเข้าเป็นศิษย์ของหอฟ้าเก้าอักษรได้แต่ผลลัพธ์กลับเป็นเช่นนี้?ในจำนวนศิษย์ใหม่เจ็บสองคนมีแค่เย่ว์อิงคนเดียวเท่านั้นที่ยังคงสงบอยู่นางบอกลาเสวียนเทียนชิงคำหนึ่งก็เดินออกจากห้องโถงไปทันที

            เสวียนเทียนชิงเองก็ไม่ได้สนใจคนอื่นของที่กวงฉู่มอบให้มีสองอย่างคือป้ายประจำตัวและถุงหนังใบหนึ่ง ถึงจะดูเย็นชาไปหน่อยแต่หอฟ้าเก้าอักษรย่อมไม่ปล่อยให้พวกเขาอยู่ที่นี่โดยไม่รู้อะไรเลยแน่นอนป้ายประจำตัวเป็นของส่วนบุคคลที่หอฟ้าเก้าอักษรสร้างขึ้นโดยเฉพาะแม้ว่าเสวียนเทียนชิงจะไม่รู้ว่าพวกเขาได้อย่างไรแต่ป้ายนี้ก็เป็นของน่าตื่นตาตื่นใจจริงๆ

            ‘ ชื่อ : เสวียนเทียนชิง  สังกัด : ไม่มี  สถานะ: ศิษย์สายนอก  แต้มภารกิจ : หนึ่งร้อย’

            แม้จะไม่รู้ว่าแต้มภารกิจใช้ทำอะไรได้บ้างแต่เสวียนเทียนชิงก็ไม่ได้กังวลมากนักก่อนหน้านี้เขาล่าหมาป่าทองแดงได้ไม่น้อยคาดว่าคงพอใช้ทำอะไรได้บ้างหลังจากสำรวจจนแน่ใจว่าป้ายประจำตัวไม่มีอะไรซ่อนอยู่แล้วเขาก็เริ่มเปิดดูของในถุงหนังภายในนั้นมีของอยู่ห้าอย่าง หนึ่งคือเหรียญทองแดงสลักลายมังกร สองคือแผนที่ สามคือหนังสือคู่มือสี่คือจดหมายหนึ่งฉบับ และสุดท้ายตำราฝึกเล่มหนึ่ง

            เสวียนเทียนชิงใช้เวลาครู่หนึ่งตรวจดูของในถุงหนังยกเว้นตำราฝึกก็ถอนหายใจออกมาในจดหมายนั้นระบุไว้เพียงอยู่ของเขาในหนึ่งปีหลังจากนี้ ส่วนเหรียญทองแดงก็เป็นเหมือนกุญแจบ้านหากไม่มีมันก็จะไม่สามารถเข้าพักในบ้านที่สำนักจัดเตรียมเอาไว้ให้ได้อีกอย่างเจ้าเหรียญทองแดงนี่ยังมีอายุใช้งานแค่หนึ่งปีเท่านั้น ส่วนหนังสือคู่มือมีรายละเอียดที่น่าสนใจไม่น้อยเสวียนเทียนชิงจึงข้ามไปก่อน

            “ดูท่าแล้วการเอาตัวรอดในเขตมังกรฟ้าหนึ่งปีคงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ”

            เสวียนเทียนชิงถอนหายใจส่ายหัวออกมาเล็กน้อยตอนนี้มีคนออกไปจำนวนหนึ่งแล้ว เขาเองก็ไม่คิดจะเสียเวลาอยู่ที่นี่หลังจากออกมาด้านนอกสิ่งที่เห็นแทบจะไม่ต่างจากเมืองหลวงนภาครามเลย ตึกราบ้านช่องและสิ่งปลูกสร้างใหญ่โตมีให้เห็นเต็มไปหมดรวมถึงผู้คนมากมายที่เดินกันบนท้องถนนนี่คือเมืองที่มีความเจริญมากกว่าเมืองหลวงของแดนเบญจภพเสียอีก ยิ่งไปกว่านั้นกลิ่นอายของคนในเมืองนี้ก็สูงส่งจนน่าตกใจอย่างรองผู้จัดการเกาฉู่นั่นก็เป็นถึงปรมาจารย์ขั้นเก้า ด้วยระดับของเขาหากเป็นแดนเบญจภพก็อยู่ต่ำกว่าคนไม่ถึงสิบคนเท่านั้น

            เสวียนเทียนชิงกางแผนที่ดูก่อนจะมุ่งหน้าไปอย่างเงียบๆโดยไม่เป็นจุดสนใจบ้านพักของเขาอยู่บนถนนที่แปดเลขที่หกสิบหกหากยึดประตูเมืองที่ติดกับป่าโบราณเป็นด้านหน้าเช่นนั้นบ้านพักของเขาก็อย่างทางฝั่งขวาโชคดีที่บ้านพักของเขาอยู่ไม่ไกลจากตำหนักกิจการฝ่ายนอกมากนัก หลังจากเดินอยู่ครึ่งชั่วยามเสวียนเทียนชิงก็มาถึง

            “ถึงจะดูซ่อมซ่อไปหน่อยแต่ก็ถือว่าไม่เลวจากนี้ไปที่นี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของคุณชายเสวียนผู้นี้!”

            เสวียนเทียนชิงกล่าวออกมาพร้อมกับหัวเราะแววตาของเขาเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานและความหวัง อย่างไรก็ตามขณะที่เขากำลังหัวเราะอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงตะคอกดังออกมาจากในบ้าน

            “ไอ้เด็กบ้า! มัวพูดเพ้อเจ้ออะไรของเจ้าอยู่? รีบๆเอาเหรียญมังกรมาข้าจะได้ไปสักที!”

            ชายชราซอมซ่อคนหนึ่งเดินออกมาจากบ้านพักเรื่องนี้เสวียนเทียนชิงรู้จากจดหมายแนะนำแล้วว่าบ้านพักที่สำนักจัดเตรียมไว้ให้นั้นที่จริงคือการเช่าจากชาวเมืองเหรียญทองแดงของเขาก็คือสิ่งแลกเปลี่ยน เสวียนเทียนชิงอึ้งไปเล็กน้อยขณะมองชายชราที่เหมือนกับขอทานตรงหน้าพลางส่งเหรียญมังกรให้เขาตาปริบๆ

            “อืมๆ เหรียญมังกรของแท้จำไว้หล่ะว่าเจ้าอยู่ที่นี่ได้แค่หนึ่งปีหากเจ้าทำบ้านข้าเสียหายเจ้าจะต้องรับผิดในตอนที่ย้ายออกด้วย!”

    คล้ายกับเรื่องเหนือฟ้าดาราข้าเป็นหนึ่ง! ที่คุณอ่าน