โลกหมื่นมิติ

    110.เผ่าวานรสวรรค์

       เมื่อทั้งสี่คนก้าเดินเข้ามาในอาณาเขตของเผ่าวานรสวรรค์ ก็พบว่ามีเผ่าวานรสวรรค์จำนวนมากกระโดดตามพวกเขาอยู่บนต้นไม้

       ภายในส่วนสึกของอาณาเขตเผ่าวานรสวรรค์ ภายใต้ต้นไม้ใหญ่สูงเสียดฟ้ามีแท่นหินขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนแท่นหินมีวานรสวรรค์ตัวหนึ่งร่างกายสูงใหญ่ขนสีทองนั่งอยู่แรงกดดันที่ปล่อยออกมาบ่งบอกว่าอีกฝ่ายเป็นถึงระดับเพชรขั้นสูงสุดและยังเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งในระดับเดียวกันอีกด้วย

       ที่แท่นหินขนาดเล็กรองลงมามีวานรสวรรค์อีกหลายสิบตัวนั่งอยู่สัมผัสจากแรงกดดันที่ทั้งหมดปล่อยออกมาคือระดับทับทิมขั้นสูงสุด

       “มีมนุษย์บุกรุกเข้ามาในอาณาเขตของเรางั้นรึ”วานรสวรรค์ที่นั่งอยู่บนแท่นหินหลักพูดขึ้นด้วยความสนใจ

       “ขอรับนายท่าน”วานรสวรรค์ตัวที่เข้ามารายงานเอยขึ้น

       “อาจจะเป็นกลุ่มมนุษย์ที่เข้ามาผ่านประตูมิติที่เชื่อมต่อกันก็ได้ เพราะตอนนี้ก็เป็นเวลาที่ประตูมิติเปิดขึ้นพอดี”วานรสวรรค์ที่นั่งรองลงมาจากเอยขึ้น

       “พวกเจ้าจะมารายงานทำไมเพียงแค่สังหารมนุษย์เหล่านั้นทิ้งไปเหมือนเดิมก็พอแล้ว”วานรสวรรค์อีกตัวพูดขึ้นอย่างเย็นชา

       “มนุษย์ที่เข้ามาไม่ได้ขโมยสมุนไพรหรือผลไม้เลย พวกเขาเพียงแค่เดินตรงเข้ามาเรื่อย ๆ พวกเราจึงไม่ได้โจมตีขอรับ”วานรสวรรค์ที่มารายงานรีบตอบด้วยความหวาดกลัว

       “น่าสนใจ ข้าเคยได้ยินมาเช่นกันแต่ยังไม่เคยเจอเลยสักครั้ง พวกมันมากี่คน”ผู้นำวานรสวรรค์ที่นั่งอยู่บนแม่นหินหลักเอยขึ้นด้วยความสนใจ

       “มีสี่คนขอรับ ทั้งสี่ต่างก็อยู่ระดับเพชร”วานรสวรรค์ที่มารายงานเอยตอบ

       “ไปพามนุษย์เหล่านั้นมา ถ้าขัดขืนก็ฆ่าทิ้งได้เลย”ผู้นำวานรสวรรค์เงยหน้ามองไปไกลแล้วสั่งออกไป

       เมื่อได้ยินคำสั่งพวกมันก็กระโดดขึ้นต้นไม้หายไปทันที

       “มากันแล้ว”ไผ่พึมพำเบา ๆ เมื่อการเคลื่อนไหวของผู้แข็งแกร่งของเผ่าวานรสวรรค์หลายตัวเข้ามาในระยะการรับรู้ของพลังจิตวิญญาณของเขา

       พริบตาต่อมาบนต้นไม้ใหญ่ด้านหน้าของพวกเขาปรากฏร่างของวานรสวรรค์ห้าตัวแต่ละตัวสูงใหญ่กว่าสามเมตรอีกทั้งยังปล่อยแรงกดดันระดับทับทิมขั้นสูงสุดออกมาข่มขู่พวกเขาอีกด้วย

       “บ้าเอยสมกับเป็นเผ่าชั้นสูงพวกมันแข็งแกร่งมาก”หลินเฟยพูดด้วยสีหน้าจริงจังเมื่อสัมผัสถึงแรงกดดันที่อีกฝ่ายจงใจปล่อยออกมาข่มขู่

       “แย่ละสิแบบนี้”โขวเทียนพึมพำเบา ๆ ทางด้านราฟาเอลก็แสดงสีหน้าตกใจเช่นกัน

       แตกต่างจากไผ่ที่ยังคงแสดงสีหน้าเรียบเฉยแรงกดดันของอีกฝ่ายไม่สามารถสร้างความหวาดกลัวให้เขาได้เลย

       “น่าสนใจ”วานรสวรรค์ตัวหนึ่งเห็นท่าทางไม่แย่แสของไผ่ก็ไม่ได้ที่จะชื่นชม

       “ผมได้ยินชื่อเสียงของสุราวานรวิญญาณมานานแล้ว บังเอิญประตูมิติที่เชื่อมต่อดินแดนหมื่นอสูรเปิดขึ้นพอดีผมจึงถือโอกาสล่วงล้ำเข้ามาในอาณาเขตของพวกคุณต้องขออภัยด้วย”ไผ่พูดด้วยรอยยิ้มเป็นมิตรพร้อมกับโค้งตัวไปด้านหน้าเล็กน้อย

       เหล่าวานรสวรรค์พากันหรี่ตามองเมื่อได้ยินคำพูดของไผ่ จากนั้นวานรสวรรค์ตัวหนึ่งพูดขึ้น “ตามมานายท่านอยากพบพวกเจ้า”

       ไผ่หรี่ตาเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่านายท่าน จากแรงกดดันที่วานรสวรรค์ที่อยู่ตรงหน้าเหล่านี้ปล่อยออกมาก็รู้แล้วว่าต้องเป็นตัวตนที่มีสายเลือดระดับสูง แต่การที่วานรสวรรค์เหล่านี้เรียกคนอื่นว่านายท่านแบบนี้อีกฝ่ายจะมีสถานะแบบไหนกัน เมื่อคิดแบบนั้นไผ่ก็เผยรอยยิ้มแล้วพึมพำเบา ๆ “น่าสนใจ”

       ขณะที่ไผ่กำลังตื่นเต้นแต่หลินเฟย โจวเทียนและราฟาเอลกลับมีสีหน้าเคร่งเตรียดก่อนที่หลินเฟยจะเอยกระซิบกับไผ่ “เราถอยดีกว่าไหม ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาพวกเราไม่สามารถสู้พวกมันได้เลย”

       “ข้าเห็นด้วยกับหลินเฟยนะหัวหน้า”โจวเทียนพูดขึ้นโดยมีราฟาเอลพยักหน้าเห็นด้วยอยู่ข้าง ๆ

       ไผ่สัมผัสได้ถึงอารมณ์ความตึงเครียดของทั้งสามคนเขาก็เข้าใจได้ ไม่ว่าใครเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ยอมกังวลทั้งนั้น แต่เมื่อมาถึงที่นี่แล้วไผ่ไม่คิดจะถอยกลับ เขามั่นใจว่าความแข็งแกร่งของตัวเองสามารถรับมือได้

       “ไม่ต้องกังวลผมจัดการเอง”ไผ่ตบไหล่ของหลินเฟยแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม

       เมื่อทั้งสามคนเห็นท่าทางมั่นใจของไผ่ต่างก็สูดหายใจเข้าลึกจากนั้นก็พยักหน้าเบา ๆ ในเมื่อยกให้ไผ่เป็นบอสแล้วพวกเขาก็จะเคารพในการตัดสินใจของอีกฝ่าย

       ไผ่เผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางของทั้งสามคน ‘นี่แหละพี่น้องที่ดี’

       “ตกลงเชิญท่านนำทางได้เลย”ไผ่หันมาพูดกับเหล่าวานรสวรรค์ที่ยืนอยู่บนต้นไม้

       “ตามมา”พูดจบวานรสวรรค์เหล่านั้นก็กระโดดไปตามต้นไม้อย่างรวดเร็ว

       เมื่อทั้งสี่คนเห็นแบบนั้นก็รีบกระโดดขึ้นต้นไม้ตามไปอย่างรวดเร็ว

       ผ่านไปไม่นานทั้งสี่คนก็มาถึงที่หมาย ด้านหน้าของพวกเขาเป็นต้นไม้ใหญ่สูงเสียดฟ้ามีแท่นหินสูงใหญ่อยู่ด้านล่างและมีวานรสวรรค์ขนทองตัวใหญ่กว่าห้าเมตรนั่งอยู่และกำลังมองพวกเขาด้วยสายตาเย็นชา

       ทางด้านผู้นำเผ่าวานรสวรรค์กำลังหรี่ตามองไปที่ไผ่คนเดียวโดยไม่มองอีกสามคนเลย ‘มนุษย์ผู้นี้อันตราย’

       เมื่อไผ่สบตากับผู้นำวานรสวรรค์ก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที จากนั้นก็เอยกันทั้งสามคนด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ถอยออกไป” เมื่อเห็นทั้งสามคนกำลังทำหน้าสงสัยไผ่ไม่มีเวลาอธิบายจึงตะโกนออกมาเสียงดัง “เดี๋ยวนี้”

       เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของไผ่ทั้งสามคนกระโดดถอยหลังออกไปอย่างรวดเร็ว

       ในจังหวะเดียวกันกับที่ทั้งสามคนถอยหลังไปไผ่ก็ระเบิดพลังออกมาพร้อมกับต่อยไปด้านหน้าสุดแรง

       ตู้ม.