Druw 015 ความจริงบางอย่าง
ด้วยท่าทางและบุคลิกที่เปลี่ยนไปของคนตัวเล็กบวกกับจิตมารที่ไม่ว่าอย่างไรก็น่ากลัวกว่าฏระดับสูงที่อยู่ตรงหน้าพวกเขา นั่นทำให้ทุกคนใและเริ่มใจเสียมากขึ้นเรื่อยๆ จิตมารเ่าั้สามารถแพร่ไปยังผู้ที่อยู่ใกล้เคียงให้กลายเป็ฏเหมือนกันได้...หรือว่าดรูว์ในตอนนี้จะกลายเป็ฏไปแล้ว!?
เสียงหัวเราะเย็นะเืที่ฟังดูบ้าคลั่งอย่างน่าประหลาดดังขึ้นมาอีกครั้ง มันเป็เสียงหัวเราะที่ไม่มีวันดังออกมาจากดรูว์แน่ๆ นั่นทำให้อินและพวกสมาชิกหอเซาท์เริ่มแน่ใจมากขึ้นว่าดรูว์คงจะกลายเป็ฏไปแล้วจริงๆ หากเมื่อดวงตาสีแดงฉายประกายความบ้าคลั่งราวกับปีศาจคู่นั้นเงยหน้าขึ้นมองตรงไปยังฏระดับสูงพร้อมกับรอยยิ้มหยัน นั่นเป็ตัวกระตุ้นความทรงจำในอดีตให้กับอินเป็อย่างดี
ไม่ผิดแน่...ดวงตาแบบนั้น...รอยยิ้มแบบนั้น...นั่นแหละ ดรูว์ที่เธอรู้จัก!
ไม่ใช่แค่อินเท่านั้น ซาเมลเองก็รู้สึกได้เหมือนกัน...ว่านั่นคือดรูว์คนที่เขาเจอครั้งแรก ในตอนที่เขาทำการทดสอบอีกฝ่ายที่เหวในป่าทมิฬ
“เ้าเองหรือ...คนที่ทำให้ตัวข้าอีกคนปลุกข้าขึ้นมาในครั้งนี้น่ะ” อสูรแดงที่ตอนนี้ไม่เหลือจิตของดรูว์อีกแล้วกอดอกแล้วเอียงคอมองอีกฝ่าย หากแต่ท่าทีสบายๆ ของอสูรแดงกลับไม่ทำให้ใครในที่นี้รู้สึกผ่อนคลายได้เลยสักนิด เพราะจิตมารอันแสนคมกริบและบ้าคลั่งนั้นยังคงอยู่รอบๆ ตัวเด็กสาวไม่จางหาย ทั้งยังน้ำเสียงเย้ยหยันอีกฝ่ายและดวงตาสีแดงเปล่งประกายเช่นคนอำมหิต
นั่นไม่ใช่ดรูว์...ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอันใด ดูอย่างไรเ้าเด็กที่ยืนอยู่ตรงหน้าของพวกเขาในตอนนี้ก็ไม่ใช่ดรูว์แน่ๆ
หากแต่คำพูดของดรูว์กลับทำให้ฏระดับสูงที่เมื่อครู่กำลังลำพองในพละกำลังและฝีมือของตนตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว จากสัญชาตญาณของมันทำให้มันสามารถรับรู้ได้ไม่ยากว่าคนตรงหน้านั้นเป็คนละคนกับเมื่อครู่ อีกทั้งยังมีอัตราความน่ากลัวสูงกว่าเ้าเด็กตาแดงคนเมื่อครู่เสียอีก
ทำไม? มันก็ไม่ได้ต่างจากเมื่อครู่ตรงไหน แต่ทำไมมันถึงได้รู้สึกว่าคนตรงหน้านี้เปลี่ยนไป?
หรือจิตมารของตัวมันจะไปกระตุ้นด้านมืดของเ้าเด็กตรงหน้าขึ้นมาจนเ้าเด็กนั่นเสียสติไปแล้ว? แต่จิตมารที่อยู่รายล้อมนั่นเป็ตัวบ่งบอกได้อย่างดีว่าเ้าเด็กตรงหน้าเองก็เป็ฏเหมือนมันเช่นกัน ทว่าตลอดเวลาจนถึงเมื่อครู่มันไม่อาจััได้ถึงจิตมารที่รุนแรงและบ้าคลั่งเช่นนี้ของเ้าเด็กนั่นได้เลยแม้เพียงนิด แถมยังคำพูดที่ว่า ‘ปลุกขึ้นมาในครั้งนี้’ อีก...ราวกับว่ามันสามารถซ่อนตัวอยู่ในกายเนืุ้์ได้โดยที่ไม่คลุ้มคลั่งขึ้นมาได้อย่างนั้นแหละ
ถ้าเป็เช่นนั้นจริง...นั่นไม่เท่ากับว่าเ้าเด็กนั่นน่ากลัวมากกว่ามันเลยหรือ!?
“เป็แค่ลูกเจี๊ยบแท้ๆ กล้าดีอย่างไรมาทำให้ร่างเนื้อของข้าบอบช้ำเช่นนี้...เกิดเละขึ้นมาข้าจะไปอยู่ที่ไหนล่ะนี่” น้ำเสียงของอสูรแดงเริ่มแผ่ความหงุดหงิดออกมา เปลวเพลิงสีดำลุกพรึบที่มือขวา รอยยิ้มบ้าคลั่งปรากฏขึ้นบนเรียวปากอีกครั้ง “เผาทั้งเป็นี่แหละ โทษที่เหมาะกับเ้าที่สุดแล้ว”
จบประโยคร่างเล็กก็โถมเข้าใส่อีกฝ่ายด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นจากเมื่อครู่จนแทบจะเรียกได้ว่าเป็คนละคนกัน มือขวาพุ่งไปหมายจะซัดอีกฝ่ายหากฏระดับสูงก็หลบหลีกการโจมตีเมื่อครู่ได้อย่างเฉียดฉิว อสูรแดงหัวเราะในลำคออย่างถูกใจแล้วเริ่มกลายเป็ฝ่ายรุกไล่จนอีกฝ่ายทำได้เพียงแค่หลบหลีก
จากสัญชาตญาณของมันนั้นทำให้มันรู้สึกว่าเพลิงสีดำที่อยู่ที่มือขวาของอสูรแดงนั้นเป็สิ่งอันตรายที่ไม่ควรให้ััถูกตัวเป็อย่างยิ่ง ทางที่ดีควรจะหลบมากกว่าเป็ฝ่ายรับเพลิงดำน่าขนลุกนั่น ฏระดับสูงย่อตัวลงแล้วใช้ดาบในมือฟาดฟันใส่่ท้องของเด็กสาวที่เปิดช่องว่างเอาไว้ หากแต่สิ่งที่มันได้รับจากเธอกลับเป็ริมฝีปากที่แสยะยิ้มอย่างเ้าเล่ห์แทนที่จะเป็ใบหน้าหวาดหวั่นดังเช่นที่เขาหวัง
แล้วคำตอบของรอยยิ้มนั้นก็ปรากฏขึ้นทันใดเมื่อเพลิงสีดำพุ่งทะยานขึ้นจากเงาของอสูรแดง ฏระดับสูงผงะก่อนที่จะะโถอยหลังเพื่อหลบเพลิงดำที่พุ่งมาจากเงาของดรูว์หมายจะเผาร่างเนื้อมัน หากแต่ก็หลบไม่พ้นทั้งหมดเพราะประกายเพลิงได้กระเด็นมาโดนมือข้างหนึ่งของมัน มันรีบใช้เวทน้ำดับหากแต่ก็ไม่เป็ผลและเพลิงสีดำก็ลุกลามเร็วขึ้นมากกว่าเดิม มันจึงตัดสินใจตัดแขนข้างนั้นออกไปเพื่อไม่ให้เพลิงลุกไปยังส่วนอื่นของร่าง ประกายตาสีดำของฏระดับสูงจ้องมองดรูว์ด้วยความคับแค้นใจ ใบหน้าของมันบิดเบี้ยวด้วยโทสะที่ตอนนี้แทบจะตรงดิ่งเข้าไปฉีกร่างเนื้อของอสูรแดงที่อยู่ตรงหน้ามันตอนนี้เสียเหลือเกิน
“...มันยังไม่จบหรอกนะ” มือขวาสะบัดตรงไปข้างหน้า เปลวเพลิงสีดำยิ่งลุกโชนไม่แพ้ประกายตาในดวงตาสีแดงคู่นั้น “โทษฐานที่คิดทำร้ายร่างเนื้อของข้า...คือตายสถานเดียว!”
พูดจบร่างเล็กก็พุ่งเข้าใส่ร่างสูงของฏระดับสูงอีกครั้ง หากแต่มันกลับดีดนิ้วหนึ่งเปาะ ร่างของฏมากมายก็โผล่ออกมาจากทางเข้าทุกทิศทาง! พวกมันส่วนหนึ่งพุ่งตรงเข้ามาในสนามและวิ่งเข้าใส่อสูรแดงจนมือขวาต้องออกแรงกำจัดมันเสียก่อนที่พวกมันจะเข้ามาถึงตัว เด็กสาวสบถออกมาอย่างหงุดหงิดเมื่อฏระดับสูงยังคงดีดนิ้วอย่างต่อเนื่อง จำนวนของพวกฏก็ยิ่งโผล่ขึ้นมาอย่างต่อเนื่องตามจำนวนครั้งที่ฏระดับสูงดีดนิ้ว...ดูท่าเ้าระดับสูงนี่มันจะบ่มเพาะฏระดับต่ำและซ่อนเอาไว้ยังที่แห่งนี้เอาไว้มากพอดู...อย่างน้อยเท่าที่กะด้วยสายตาก็ปาเข้าไปสี่กองทัพกว่าๆ แล้ว พวกฏหิวกระหายพุ่งเข้าใส่ดรูว์อย่างไม่กลัวตาย ตอนนี้พวกมันคิดแต่เพียงว่าจิตมารของอสูรแดงที่เป็ถึงผู้ล่าฏนั้นน่ากินมากกว่าฏระดับสูงเสียอีก และพวกมันต้องกินคนตรงหน้าเพื่อเพิ่มพลังให้ตัวมันเองให้ได้! และความคิดนี้เองก็ได้พาพวกมันเข้าสู่เปลวเพลิงสีดำแห่งความตายที่รออยู่ตรงหน้าพวกมัน
“เ้าพวกโง่...” อสูรแดงพูดขึ้นมาอย่างหงุดหงิดเมื่อพวกมันเอาแต่เล็งเป้าหมายมาที่เธออย่างไม่กลัวตาย
อสูรแดงเริ่มหงุดหงิดกับจำนวนของพวกมันที่เพิ่มขึ้นมาไม่มีหยุด ถ้าหากร่างเนื้อนี้อยู่ในสถานะปกติก็คงจะไม่เป็ไร...แต่ครั้งนี้กลับได้แผลใหญ่มาที่กลางหลัง และการปะทะกับฏระดับสูงทำให้ตราบาปที่เคยปิดสนิทฉีกออกมา เืไหลออกมาทั้งจากแผลเก่าและแผลใหม่ไม่หยุด พิษร้ายที่ถูกฝังอยู่ในร่างมาเนิ่นนานก็เริ่มทะลักออกมาพร้อมกับเืทางาแเก่าซึ่งเป็ตราบาป
ตอนนี้อสูรแดงเริ่มรู้สึกเหมือนร่างกายของตนจะแตกออกเป็เสี่ยงๆ แล้วร่างของเด็กสาวก็ทรุดลงจากพิษของาแและพิษร้ายที่ตอนนี้ไหลตามกระแสเืจะแพร่กระจายไปทั่วร่างของเธอแล้ว ภาพตรงหน้าเริ่มแยกออกเป็หลายๆ ภาพซ้อนกันและพร่ามัวในที่สุด
ฏระดับสูงชะงักกับจิตมารบางส่วนที่ทะลักออกมาพร้อมกับพิษและเืของตราบาป แม้จะน้อยนิด แต่มันก็รู้สึกได้
"จิตมารของท่านผู้นั้น...เ้าเด็กนี่มีจิตส่วนหนึ่งของท่านผู้นั้นอยู่!!"
จิตมารนี้แทบจะทำให้ฏระดับสูงคลุ้มคลั่งจนหลุดการควบคุม ไม่ต้องพูดถึงพวกระดับต่ำเลย พวกมันคลั่งไปเรียบร้อยแล้ว แต่ละตัวแย่งกันพุ่งเข้าใส่เหยื่อที่ตอนนี้แรงจะลุกก็ยังไม่มี
ในขณะที่พวกฏเตรียมจะฉีกร่างของอสูรแดงนั้นเอง ร่างของพวกมันก็ถูกสายฟ้าสายใหญ่ฟาดใส่ ร่างของพวกมันถูกแผดเผาแล้วแตกสลายไป
ร่างสูงของเ้าของพลังเมื่อครู่มาหยุดอยู่ตรงหน้าอสูรแดง ดวงตาสีแดงเพ่งมองแผ่นหลังของคนที่เข้ามาช่วยตนแล้วก็ต้องเบิกกว้างอย่างคาดไม่ถึง เมื่อคนคนนั้นคือ...
“นั่นเ้าลงไปทำอะไรน่ะฟรองเซ่!!” ซาเมลที่กำลังรับมือกับพวกฏระดับต่ำบางส่วนที่ยังเข้ามาโจมตีพวกเขาหันมาเห็นฟรองเซ่ที่กำลังยืนหันหลังให้อสูรแดง
ไอเวทอันแข็งแกร่งที่แผ่ออกมาจากร่างของชายหนุ่มนั้นตัดร่างของพวกฏระดับต่ำที่คิดจะเข้ามาใกล้ เป็เชิงว่าเขานี่แหละจะปกป้องเด็กคนนี้เอง
“เ้า...” อสูรแดงคาดไม่ถึงว่าจะคนคนนี้จะเข้ามาช่วยเธอ ถึงเธอจะเคยเห็นผู้ชายคนนี้ในความทรงจำของดรูว์อีกคน แต่ก็ไม่คิดว่าเขาจะมาช่วยเธอในร่างนี้...
ร่างจิตที่เกิดการเปลี่ยนแปลงจากจิตมารของเ้านั่น...ร่างที่เกิดขึ้นมาจากเหตุการณ์วันนั้นเมื่อสิบแปดปีก่อน!
“เป็อะไรไปล่ะดรูว์ เ้าจะยอมตายเพียงแค่เพราะแผลที่อยู่กลางหลังนั่นหรือไร” ฟรองเซ่ว่าพลางเหลือบมองดรูว์ แล้วเขาก็แทบจะถอนคำพูดที่ได้พูดออกไปเมื่อครู่
เืที่ไหลออกมาจากหลังนั้นยังคงไหลไม่หยุด หนำซ้ำตอนนี้มันยังถูกเืสีดำผสมจนไม่เหลือสีแดงอีก! เืสีดำที่หยดลงพื้นนั้นกลายเป็ควันฟู่อย่างรวดเร็ว พื้นตรงนั้นที่ัักับเืยุบเป็หลุมเหมือนโดนน้ำกรด
ฟรองเซ่เบิกตากว้างด้วยความใ เขาย่อตัวลงตรงหน้าอสูรแดงที่ตอนนี้กัดฟันกรอดอย่างระงับความเจ็บจากาแที่หลัง ดวงตาสีแดงฉานราวกับปีศาจใกล้จะดับแสงลงเต็มทน
“เ้า...นี่เ้าโดนพิษหรือ!?” ฟรองเซ่แทบจะพูดไม่ออก เืสีดำ...กลิ่นแบบนี้ เขารู้จักมันดี ในเมื่อตัวเขาในอดีตเกือบตายก็เพราะมัน!
หากแต่อสูรแดงไม่ตอบคำถามนั้น เธอกลับเป็อีกฝ่ายกลับแทน “ทำไม...เ้าถึงช่วยข้า”
"..." ฟรองเซ่ชะงักกับคำถามนี้ ดวงตาสีแดงคู่นั้นยังเพ่งมองใบหน้าและดวงตาของเขาอยู่
“เ้าก็น่าจะรู้สึกได้...ว่าข้าในตอนนี้น่ะ เป็ฏ”
“...”
“ข้าในตอนนี้เป็คนละคนกับที่เ้ารู้จัก ข้าเป็อีกตัวตนหนึ่งที่สามารถกลืนกินตัวตนของดรูว์ที่เ้ารู้จักให้หายไปได้...ตลอดเวลา”
“แต่ถึงอย่างไรเ้าก็ยังเป็เ้า...เป็ดรูว์ไม่ใช่หรือ”
คำพูดที่คาดไม่ถึงทำให้อสูรแดงชะงัก เธอไม่คิดว่าจะมีใครในโลกนี้ที่สามารถพูดอย่างนี้กับเธอได้ด้วยน้ำเสียงที่จริงจังแบบนี้ ทั้งยังมาจากคุณชายผู้ไร้อารมณ์คนนี้อีก และด้วยคำพูดนี้เองที่ทำให้อสูรแดงพยายามจะลุกขึ้นสู้อีกครั้งแม้จะรู้สึกว่าร่างกายกำลังจะแหลกลงตรงนี้ก็ตาม...เด็กสาวนิ่วหน้าและพยายามฝืนความเจ็บ ไม่เคยคิดเลยว่าดารูวาร์...ตัวตนที่แท้จริงของร่างนี้ทนรับพิษาแและพิษร้ายแรงของเ้าบ้านั่นได้อย่างไร ทั้งยังสามารถต่อสู้ได้เหมือนกับว่าไม่เคยได้รับาแแบบนี้มาก่อน...าแนี้เทียบไม่ได้เลยกับาแสดๆ ที่ดารูวาร์ต้องทนรับมันเมื่อสิบแปดปีก่อน!
แขนทั้งสองข้างกางออกไปด้านข้างสุดแขน อสูรแดงเริ่มแสยะยิ้มออกครั้งก่อนที่เปลวเพลิงจะลุกโหมออกมาจากมือทั้งสองข้าง เพลิงที่สร้างความใให้กับทุกคน...เพลิงสีดำที่ออกมาจากมือขวา และเพลิงสีขาวบริสุทธิ์ที่ออกมาจากมือซ้าย!
“อ้อ...ข้าขอบอกเ้าเอาไว้เื่หนึ่งเป็คำขอบคุณสำหรับความรู้สึกของเ้าเมื่อครู่ก็แล้วกัน” ดวงตาสีแดงเหลือบมองฟรองเซ่ น้ำเสียงของอสูรแดงในตอนนี้นั้นไม่มีใครได้ยินนอกจากฟรองเซ่ “ดรูว์ที่เ้าเห็นอยู่ทุกวันน่ะ...เป็ของปลอม เป็ตัวตนที่ไดรลูเกียร์สร้างขึ้นมา ตัวตนที่แท้จริงของร่างนี้คือดารูวาร์ ผู้ที่โเี้และน่ากลัวกว่าข้าคนนี้เป็ไหนๆ ต่างหากล่ะ”
ไดรลูเกียร์? ใครล่ะนั่น?? ฟรองเซ่ขมวดคิ้ว เขาไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน
แต่ก่อนที่เขาจะได้ถามหาคำอธิบายใดๆ ร่างของอสูรแดงก็พุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ไฟสองสีจากมือทั้งสองข้างจัดการเผาพวกฏที่พยายามจะเข้ามาฉีกทึ้งเนื้อเธอด้วยความหิวกระหาย ชั่วครู่ร่างเล็กก็มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าฏระดับสูง มันผงะถอยหลังด้วยความใ โชคดีของมันที่พวกฏระดับต่ำของมันเข้ามาขวางไฟสองสีเอาไว้ก่อน ฏระดับสูงถอยหนีลนลาน เพียงแค่เพลิงสีดำก็ทำให้มันหวาดหวั่นจะแย่อยู่แล้ว ยิ่งเพลิงสีขาวนั่นอีก...
“เพลิงนั่น...เพลิงที่ใช้รังสรรค์์ขึ้นมาใหม่! เ้า เ้าเป็ใครกันแน่!!”
ฏระดับสูงมองอสูรแดงด้วยสายตาหวาดกลัว พวกฏตัวอื่นๆ เองตอนนี้ก็ไม่กล้าเข้าใกล้เด็กสาวคนนี้แม้แต่นิด เนื่องด้วยอสูรแดงในตอนนี้น่ากลัวกว่าเมื่อครู่เสียอีก แม้พวกมันจะหิวกระหายและอยากจะฉีกทึ้งร่างเนื้อของอสูรแดงมากแค่ไหนพวกมันก็ไม่กล้าอยู่ดี
“เห็นเพลิงพวกนี้เ้าก็น่าจะรู้ดีนะ” เพลิงในมือทั้งสองข้างลุกพรึบตอบสนองคำพูดของอสูรแดง มือทั้งสองข้างวางไว้บนหัวของฏระดับสูงที่ใกับตัวตนที่แท้จริงของอสูรคลั่งตรงหน้าที่มันเพิ่งนึกออก เสียงกรีดร้องอย่างทรมานดังขึ้นเพียงชั่วครู่แล้วหายไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับร่างเนื้อของมัน
ทั้งเพลิงสองสีและร่างของฏระดับสูงหายไปแล้วท่ามกลางความตื่นใของทุกคน
ยังไม่ทันได้สติคืนมา ความใก็เข้ามาหาทุกคนอีกครั้ง เมื่อชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดอาภรณ์สีดำปรากฏขึ้นมาเมื่อไหร่ไม่มีใครทราบตรงเข้าต่อยที่ท้องน้อยของอสูรแดง ดวงตาสีแดงเหลือกโพลนและหลับไป ทว่าภาพความเกลียดชังและเคียดแค้นที่อยู่ในดวงตาสีแดงคู่นั้นยามเมื่อจ้องมองชายคนนี้ก่อนที่จะสลบไปนั้นกลับตราตรึงอยู่ในความรู้สึกของทุกคน
ร่างเล็กล้มลงตามแรงโน้มถ่วงหากแขนกำยำของชายหนุ่มคนนั้นกลับคว้าร่างของเด็กสาวเอาไว้ได้เสียก่อน ทันใดนั้นก็ปรากฏร่างของหญิงสาวอีกคนที่อยู่ในชุดสีดำเหมือนชายหนุ่ม ชุดที่พวกเขาทั้งสองสวมใส่อยู่นั้นสามารถบอกสถานะของพวกเขาได้เป็อย่างดี คนหนึ่งเป็บาทหลวง และอีกคนหนึ่งเป็แม่ชี!
ชายในชุดบาทหลวงสีดำสะบัดมือ เพลิงทมิฬพุ่งทะลวงจากพื้นเข้าใส่เหล่าฏระดับต่ำที่เตรียมจะพุ่งเข้าใส่เขา...ไม่สิ เข้าใส่ร่างเล็กในวงแขนของเขาอีกครั้ง เสียงกรีดร้องเ่าั้สั่นะเืลานประลองก่อนที่ร่างเ่าั้จะหายไป ทว่าก็ยังมีพวกมันอยู่หลายตนที่รอด พวกมันชะงัก ไม่กล้าเข้ามาใกล้ แต่ก็ยังไม่ยอมหนีไป พวกมันมองมาทางร่างที่สลบไปของดรูว์อย่างชั่งใจ
ภาพเหล่านี้ทำเอาชายหนุ่มชุดบาทหลวงเลิกคิ้ว...ดูเหมือนว่าเ้าพวกระดับต่ำพวกนี้จะมีความคิดมากกว่าพวกระดับต่ำตัวอื่น คาดว่าไม่นานพวกมันต้องวิวัฒนาการเป็ระดับกลางแน่
“คนนี้หรือ เด็กที่ท่านเคยพูดถึงน่ะ” แม่ชีถามบาทหลวงที่ประคองร่างเด็กสาวเอาไว้อย่างระวังที่สุด
“ใช่” ดวงตาสีเืก้มมองใบหน้าของคนในอ้อมแขน “ไม่คิดเลยว่าจิตมารในปีนั้นจะสร้างตัวตนเป็อีกบุคลิกขึ้นมาแบบนี้”
“นี่พวกท่านคือนักบวชที่จะเข้ามาประจำการในศาสนจักรคนใหม่ใช่หรือไม่!?” ซาเมลร้องถามออกไปอย่างใเมื่อเห็นชุดที่ทั้งสองใส่อยู่ชัดๆ เขานั้นได้รับเอกสารยืนยันตัวตนของสองคนนี้เอาไว้ั้แ่สามวันก่อนแล้ว แต่ไม่คิดว่าพวกเขาจะมาถึงที่นี่เร็วถึงเพียงนี้
“ใช่ พวกเขานั่นแหละ” โคเรลและเพลที่เพิ่งวิ่งเข้ามาใหม่หอบหายใจแฮ่กๆ “ไม่คิดว่าจะวิ่งเร็วขนาดนั้น เป็นักบวชแท้ๆ” โคเรลบ่นเสียงเบาเพราะเขากับเพลเป็คนนำทางทั้งสองมาที่นี่ โคลเรลแทบจะล้มแล้วหากเขาไม่เห็นพวกฏจำนวนมากเสียก่อน ชายหนุ่มตาโตด้วยความใ
ในเมื่อตัวอันตรายอย่างอสูรแดงหมดสติไปแล้ว และการยืนนิ่งอยู่อย่างนี้ก็ไม่ใช่วิสัยของพวกมัน พวกฏที่เหลือจึงเกิดอาการคลุ้มคลั่งอีกครั้ง ทั้งยังดูเหมือนว่าคราวนี้จะคลั่งหนักกว่าเมื่อครู่เสียอีก พวกมันกรูเข้ามายิ่งกว่าพวกสัตว์ร้ายกระหายเื และความใก็เข้าโจมตีทุกคนอีกรอบเมื่อมีชายหนุ่มคนหนึ่งที่โผล่ขึ้นมาโดยที่ไม่มีใครทราบว่าชายผู้นี่เข้ามาที่นี่ั้แ่เมื่อไหร่ เขาตรงเข้าต่อยหน้าของท่านบาทหลวงอย่ารวดเร็ว!
ด้วยความแรงและความเร็วของหมัดปะทะเข้าใบหน้าโดยที่บาทหลวงไม่ทันได้ตั้งตัว ทำให้บาทหลวงร่างเซ เขาใและปล่อยร่างของเด็กสาวออก มือหนาของผู้มาใหม่คว้าร่างเล็กเข้ามากอดอย่างหวงแหน มืออีกข้างสะบัดไปรอบตัว แรงอัดอากาศพร้อมกับพลังที่มองไม่เห็นแผ่กระจายรอบตัวเป็วงกว้าง ฉีกร่างเนื้อของพวกฏทุกตัวที่อยู่ ณ ที่นี้จนไม่เหลือชิ้นดี!
ทุกคนตกตะลึงกับพลังจิตของผู้มาใหม่ แม้มันจะไม่น่ากลัวและทรงพลังเท่าพลังจิตของดรูว์ แต่ชายหนุ่มคนนี้สามารถฆ่าพวกฏที่พวกเขาสู้มาตั้งนานก็ไม่หมดไปเสียทีด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว เหนือสิ่งอื่นใดคือใบหน้าของเขาคนนั้น!!
“ดรูว์!?” คนทั้งหอใกับใบหน้าของผู้มาใหม่ หากแต่ซาเมลและบาทหลวงผู้นั้นกลับเรียกชื่อของอีกฝ่ายขึ้นมาพร้อมกัน
“ไดรกอน!/ไดรลูเกียร์!” ทั้งหมดชะงักแล้วมองหน้ากันอย่างงุนงงสงสัย
ฟรองเซ่ชะงัก ไดรลูเกียร์? ไดรกอนคือไดรลูเกียร์ที่อสูรแดงพูดถึงหรือ!?
“นั่นไดรกอนหรือ!?” พวกหอเซาท์ใแล้วหันขวับไปยังไดรกอนในร่างมนุษย์อีกครั้งอย่างไม่เชื่อสายตา ชุดที่สวมใส่อยู่นั้นดูแปลกตา ทั้งชุดเป็สีขาวสะอาด เส้นผมตรงสลวยสีขาวบริสุทธิ์ที่ยาวถึงหลังถูกรวบเอาไว้อย่างเรียบร้อย แต่ใบหน้ากับดวงตาสีฟ้าเข้มคู่นั้นน่ะมันดรูว์ชัดๆ! ...ถึงแม้ว่ามันจะดูคมคายสมเป็ชายมากกว่าเดิม (?) ก็เถอะ นั่นยิ่งทำให้พวกหอเซาท์ไม่แน่ใจ “เ้าัแสงนั่นเนี่ยนะ!!??”
“ั? นั่นมนุษย์ไม่ใช่หรือ!? แล้วไดรกอนนี่...” อินเริ่มสับสนกับตนเอง ในเมื่อเธอไม่เคยได้เจอกับไดรกอนมาก่อน
“ไดรกอนเป็ัคู่หูของดรูว์...เ้าตัวว่าเอาไว้แบบนี้นะ ส่วนนั่นน่ะ เป็ร่างแปลงมนุษย์ของไดรกอน” ซาเมลจำได้ดี เพราะเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ดรูว์แทบจะฆ่าเขาให้ตายเสียตรงนั้นที่เขาบังอาจไปจับไดรกอนมาล่ามโซ่เอาไว้ด้วยโซ่ตรวนั
ซาเมลลูบคาง ไดรกอนเป็ผู้ใช้พลังจิตแต่กลับถูกไอเทมเวทมนต์อย่างโซ่ตรวนัสะกดไว้ ในขณะที่โซ่ตรวนัพังทันทีที่โดนดาบจิตของดรูว์...
นั่นก็หมายความว่า พลังจิตของดรูว์แข็งแกร่งกว่า! ผลการคำนวณในครั้งนี้ทำเอาหัวหน้าหอเซาท์อ้าปากค้าง
เอาจริงดิ!?
กลับไปยังในสนาม ดวงตาสีแดงเืของบาทหลวงจ้องมองไดรกอนตาไม่กะพริบ หลังมือข้างหนึ่งเช็ดเืที่เริ่มซึมตามมุมปาก แม่ชีสาวที่มาพร้อมกับเขาวิ่งเข้ามาดูอาการด้วยความเป็ห่วง...ก็ฟังจากเสียงหมัดที่กระแทกใบหน้าของบาทหลวงผู้นี้น่ะ มันเบาเสียที่ไหน?
“เ้ายังมีชีวิตอยู่...อีกทั้งใบหน้านั่น อย่างนี้นี่เอง เ้าคือไซย์ทาเลียตนนั้นจริงๆ สินะ” ก่อนที่ดวงตาคู่นั้นจะตวัดไปยังร่างไร้สติของเด็กสาวที่ไดรกอนกอดเอาไว้อย่างหวงแหน “ส่วนดารูวาร์ก็คงจะเป็...”
“ดรูว์ต่างหาก” ไดรกอนขัดขึ้นก่อนที่บาทหลวงชุดดำจะได้ทันพูดจบ เขากอดร่างของดรูว์แน่นขึ้น ดวงตาสีฟ้าเข้มมองตรงมาอย่างไม่เป็มิตร “ข้าไม่มีวันส่งตัวเด็กคนนี้ให้พวกเ้าเด็ดขาด โดยเฉพาะเ้า าาัทมิฬ ชาโดว์ อิสกราท!”
เหล่าคนฟังสะดุ้งก่อนที่จะหันขวับไปยังบาทหลวงคนใหม่อย่างรวดเร็วและไม่เชื่อสายตา นั่นก็ัเรอะ!
เ้าพวกัพวกนี้ อย่าหน้าตาดีเกินมนุษย์อย่างพวกข้าได้หรือไม่?
หากแต่ชาโดว์กลับนิ่วหน้าเมื่อได้ยินชื่อเรียกนั่น “อดีตต่างหาก”
“จะอดีตหรืออะไรข้าก็ไม่สนใจทั้งนั้น เพราะสุดท้ายความจริงที่ว่าเ้าเป็คนฆ่าดรูว์เมื่อสิบแปดปีก่อนมันก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปหรอก!!”
ดูเหมือนว่าวันนี้จะเป็วันใแห่งชาติ เพราะั้แ่พวกเขามาที่ลานประลานมืดแห่งนี้พวกเขาก็ได้รู้เื่ที่น่าใไม่หยุด โดยเฉพาะสิ่งที่ได้ยินล่าสุด...เื่ที่บาทหลวงท่านใหม่ผู้นี้เป็คนลงมือฆ่าดรูว์เมื่อสิบแปดปีก่อน!
แต่แล้วทำไมดรูว์ยังไม่ตายล่ะ ดรูว์ก็อยู่ตรงนี้ไม่ใช่หรือ!?
ดวงตาสีแดงเืหรี่ตามองไดรกอนก่อนที่จะกดเสียงหนัก “เ้าก็รู้...เื่ที่เกิดขึ้นในครั้งนั้นไม่ใช่ความ้าของข้า”
“แต่เ้าก็ทำ” ไดรกอนกัดฟันกรอด “เ้าไม่รู้หรอกว่าดรูว์ต้องทนรับข้อกล่าวหาอะไรบ้างจากพวกซาบรีย์และควาเซนครฝั่งเหนือ เพราะการกระทำของเ้า เ้าไม่รู้หรอกว่าดรูว์ต้องทนรับความทรมานเพราะาแที่เ้าสร้างขึ้นด้วยความรู้สึกอย่างไร ร้ายที่สุด...เ้าเป็คนปลุกจิตมารที่หลับอยู่ในตัวดรูว์ให้ตื่นขึ้นมา สร้างตัวตนด้านมืดที่ไม่สมควรจะเกิดขึ้นมาในร่างนี้!!”
“...เ้าเองก็สร้างเด็กคนนั้นขึ้นมาไม่ใช่หรือไร...คนที่เ้าเรียกว่า ‘ดรูว์’ น่ะ” บรรยากาศที่แผ่ออกมาโดยรอบจากร่างของชาโดว์และไดรกอนทำให้คนรอบข้างอึดอัด หากดูเหมือนว่าสองัในร่างมนุษย์จะไม่ได้รับผลกระทบนี้แม้แต่นิด “ถ้าเ้าไม่สร้างตัวตนที่เรียกว่า ‘ดรูว์’ ขึ้นมา ด้านมืดที่ตื่นขึ้นมาเมื่อครู่ก็จะยังคงอยู่ก้นบึ้งในใจของเด็กคนนั้นต่อไป โลกนี้จะไม่มีดรูว์ ไม่มีอสูรแดง มีเพียงแค่ดารูวาร์ ไม่สิ มีแค่ซิ...”
"หุบปาก! เ้าไม่มีสิทธิเรียกเด็กคนนี้ด้วยชื่อนั้น!" ไดรกอนตะหวาดขึ้นมาทันทีโดยที่ชาโดว์ยังไม่ทันได้พูดจบ ทำเอาอดีตัทมิฬชะงัก “หากข้าไม่ทำแบบนี้ ดารูวาร์ก็จะต้องเป็เครื่องมือให้กับพวกมันต่อไป ถ้าข้าไม่หยุดดารูวาร์แล้วกดเอาไว้ให้อยู่ลึกที่สุดของจิตใจและสร้างดรูว์ขึ้นมา...” ดวงตาสีฟ้าเข้มสบกับดวงตาสีแดงเือย่างดุดัน “เ้าก็ลองคิดดูแล้วกัน...ว่าตอนนี้โลกใบนี้จะเป็อย่างไร ภายใต้การควบคุมของผู้หญิงคนนั้น”
“...”
ชาโดว์เบิกตากว้างเมื่อนึกถึงความเป็ไปได้ข้อหนึ่งขึ้นมา...ปีศาจที่ไร้ความรู้สึก เครื่องจักรสังหารชั้นดีที่จะทำให้ซาบรีย์ได้โลกใบนี้ภายในเวลาเพียงแค่ไม่ถึงปี!
“พวกเ้าคิดจะเอาแต่หนทางที่จะนำมาซึ่งอำนาจของตนเอง แต่พวกเ้าไม่เคยคิดเลยว่าเพราะการกระทำของพวกเ้า ทำให้เด็กคนหนึ่งต้องสูญเสียแม้กระทั่งความรู้สึกของตนเอง ทรยศแม้กระทั่งความภักดีของคนที่แม้จะรู้ว่าความรู้สึกของพวกเ้าที่มอบให้มันเป็เพียงแค่การเสแสร้งแกล้งทำ แต่ก็ยังหวังว่าพวกเ้าจะยอมรับเขาจากใจจริง แล้วอย่างไรล่ะ...สุดท้ายแล้วก็เพราะการกระทำของพวกเ้าไม่ใช่รึที่เปลี่ยนเด็กคนนี้ให้กลายเป็ปีศาจร้ายในสายตาคนอื่นน่ะ!!!”
“ถึงข้าจะเป็คนของนครฝั่งเหนือ แต่ข้าไม่เคยคิดร้ายกับพวกเ้า ในครั้งนั้นข้าควบคุมตัวเองไม่ได้จริงๆ ข้าไม่รู้ตัวด้วยซ้ำจนข้าได้ลงมือกระทำไปแล้ว!”
ไดรกอนไม่ฟังอะไรทั้งนั้น เขาอุ้มร่างของดรูว์แล้วเดินออกไปจากลานประลองมืดแห่งนี้โดยที่ไม่หันกลับมามองอีกฝ่าย ไม่สนใจกระทั่งคำอธิบายของชาโดว์ ฟรองเซ่รีบวิ่งตามไดรกอนไปอย่างรวดเร็ว เื่ที่ชายหนุ่มได้ยินเมื่อครู่ทำให้สมองของเขาปั่นป่วนไปหมด
‘ที่เ้าพยายามหนีข้า เพราะเ้ากลัวว่าข้าจะหักหลังเ้าใช่ไหมล่ะ’ เสียงของดรูว์ที่เคยพูดกับเขาเมื่อไม่กี่วันก่อนผุดขึ้นมาในหัว ทว่าเมื่อประโยคนี้ผุดขึ้นมา ประโยคอื่นๆ ก็ผุดตามมาเป็ดอกเห็ด
‘เพราะข้าก็เป็แบบเ้าเหมือนกันอย่างไรล่ะ และข้า...ก็ถูกหักหลังมาแล้ว จากพี่ชายของตัวเอง’
ให้ตายสิ! ทำไมตอนนั้นเขาถึงไม่ทันได้ฉุกคิดท่าทางกับเสียงเศร้าสร้อยในตอนนั้นของดรูว์กันนะ นี่มันเื่ใหญ่ยิ่งกว่าที่เขาเคยประสบมาเสียอีก
เขานึกไม่ออกเลยว่าดรูว์ทนอยู่กับความเ็ปพวกนั้นได้อย่างไร ดรูว์ก้าวผ่านพวกมันมาจนมายืนอยู่ตรงหน้าเขาทุกวันนี้ได้อย่างไร เขารู้แต่เพียงว่าในตอนนี้นั้นดรูว์เป็คนที่เข้มแข็งกว่าเขาเสียอีก
‘แต่เ้าไม่ต้องห่วง เพราะต่อให้เ้าเป็ฏที่หนีออกมาจากอาณาจักรอื่น ข้าก็จะยังเป็เพื่อนของเ้า ว่าแต่ ตอนนี้เ้ารับข้าเป็เพื่อนหรือยัง’
ตอนนี้เขากำลังเสียใจ...เสียใจที่ในตอนนั้นเขาไม่พูดออกไปต่อหน้าเด็กคนนั้นตรงๆ
ว่าเขานั้นยอมรับดรูว์เป็เพื่อนมาตั้งนานแล้ว แต่มันเกิดขึ้นั้แ่ตอนไหนนั้น...เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน
ตอนนี้ เขายังจะมีโอกาสได้บอกกับเด็กคนนั้นอีกหรือไม่? ในเมื่อสภาพของดรูว์ในตอนนี้...รอดยากเหลือเกิน