ฟู่เยี่ยน สาวน้อยเนตรสวรรค์ (นิยายแปล)

    ตอนที่ 76 เครื่องลายครามซ่อมตัวเอง

    ตอนที่76 เครื่องลายครามซ่อมตัวเอง

     

    เด็กสาวทั้งสองใช้เวลาเพียง5 นาที และตอนนี้พวกเธอก็ได้มาถึงร้านของเก่าของชุมชนแล้ว

     

    ซึ่งคนที่เฝ้าอยู่หน้าประตูก็ยังคงเป็นชายชราเหมือนกับร้านของเก่าที่อื่นฟู่เยี่ยนยังคงสงสัยว่าสิ่งนี้เป็นเอกลักษณ์มาตรฐานสำหรับร้านของเก่าทั่วประเทศหรือเปล่าอยู่เลย

     

    เมื่อได้ยินว่าเด็กสาวทั้งสองคนมาที่นี่เพื่อหาหนังสือเก่าเขาจึงได้ปล่อยให้พวกเธอเข้าไปข้างใน และราคาของหนังสือก็ยังคงเท่าเดิม ซึ่งก็คือหนังสือเก่าน้ำหนัก 5 ชั่งมีราคา 5 เจี่ยวนั่นเอง

     

    โจวชิวลู่มาที่นี่เพื่อหาหนังสือจริงๆ ดังนั้นเธอจึงรีบไปหาหนังสือที่ตัวเองอยากอ่านในทันทีซึ่งต่างจากฟู่เยี่ยนอย่างสิ้นเชิง

     

    หลังจากที่เดินผ่านประตูเข้ามาฟู่เยี่ยนก็ได้มองเห็นแสงระยิบระยับที่กำลังเปล่งประกายขึ้นมาตามมุมต่าง ๆอย่างชัดเจน มันทำให้เธอก็รู้ได้ทันทีว่าตรงนั้นจะต้องมีของดีบางอย่างอยู่แน่นอนเดิมทีชายชราคนที่เฝ้าประตูก็ได้จับตามองเด็กสาวทั้งสองอย่างไม่คลาดสายตา แต่เมื่อเขาเห็นว่าพวกเธอกำลังหาหนังสืออยู่จริงๆ เขาจึงเลิกสนใจไปในที่สุด

     

    เมื่อฟู่เยี่ยนเห็นว่าชายชราไม่ได้สนใจพวกเธอแล้วเธอจึงได้เดินไปยังจุดที่มีแสงเปล่งประกายออกมา ก่อนที่เธอจะรู้สึกตกตะลึงไปทันที

     

    มันเป็นเครื่องลายครามที่ชำรุดเสียหายอย่างหนักซึ่งฟู่เยี่ยนเคยเห็นภาพแบบนี้มาก่อนแล้วนั่นก็เป็นเมื่อครั้งที่เธอไปยังร้านของเก่าในเมืองนั่นเองครั้งนั้นฟู่เยี่ยนได้พบเครื่องลายครามสีฟ้าชิ้นหนึ่งเช่นกันและมันก็ดูเหมือนกับชิ้นที่อยู่ตรงหน้าของเธอตอนนี้มาก ๆ

     

    ทันใดนั้นเองฟู่เยี่ยนก็ได้ทำทีว่าจะหยิบหนังสือเก่าเล่มเล็กที่อยู่ข้าง ๆ ขึ้นมาก่อนจะนำชิ้นส่วนเครื่องลายครามที่แตกนั้นเข้าไปไว้ในดินแดนต่างมิติของเธออย่างคล่องแคล่ว

     

    จากนั้นเธอก็เดินไปยังจุดอื่นต่อ ซึ่งครั้งนี้เป็นจุดที่มีแสงหรี่ลงไปเล็กน้อยมันเป็นกล่องสีดำที่ดูธรรมดาใบหนึ่ง เมื่อฟู่เยี่ยนเพ่งมองมันดี ๆ อีกครั้งเธอก็ได้พบบางอย่างเข้า

     

    มีบางอย่างอยู่ในชั้นลอยของกล่องใบนั้นซึ่งดูเหมือนว่ามันจะเป็นกล่องที่มีเรื่องราวบางอย่างซ่อนอยู่ และก็เหมือนเช่นเคยฟู่เยี่ยนทำทีก้มลงไปหยิบหนังสือที่อยู่ข้าง ๆก่อนจะแอบหยิบกล่องใบนั้นและวางมันเอาไว้ในดินแดนต่างมิติของเธอซึ่งเธอตั้งใจว่าจะกลับไปศึกษามันอย่างละเอียดที่บ้านอีกครั้ง

     

    ด้วยความบังเอิญหนังสือที่ฟู่เยี่ยนหยิบขึ้นมานั้นเป็นหนึ่งเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์และเคมีพอดี ซึ่งเป็นอะไรที่โชคดีมากจริง ๆครั้งที่แล้วฟู่เยี่ยนก็หาหนังแบบนี้ได้หลายเล่มเลยทีเดียวและหนึ่งในนั้นก็ได้ถูกฟู่ซินยืมไปอ่านอีกด้วย

     

    ฟู่เยี่ยนยังคงหาต่อไปอีกครู่หนึ่งก่อนที่เธอจะหยิบขวดยานัตถุ์ใบเล็กขึ้นมา ดูเหมือนว่ามันจะเป็นของที่เก่าแก่มาก ๆแต่ของชิ้นนี้ก็ไม่ได้มีแสงเปล่งออกมามากเท่าไหร่นักนอกจากนี้ยังมีหนังสือโบราณที่หน้าปกขาดไปเล็กน้อยอีกหนึ่งเล่มซึ่งด้านในนั้นเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับการแพทย์แผนจีน

     

    ครั้งนี้มีหนังสือคณิตศาสตร์ฟิสิกส์ และเคมีเพียงเล่มเดียวเท่านั้นฟู่เยี่ยนจึงได้หยิบหนังสือวรรณกรรมเรื่องความฝันในหอสีแดงขึ้นมาอีก 2-3 เล่มก่อนจะนำมันไปชั่งน้ำหนัก

     

    ส่วนโจวชิวลู่เองก็พบหนังสือดีๆ หลายเล่มเช่นกัน ซึ่งหนังสือทั้งหมดนั้นได้ผูกเอาไว้ด้วยด้ายหลังจากที่ชั่งน้ำหนักและจ่ายเงินเสร็จแล้ว ทั้งสองก็ได้เดินจากไป

     

    บ้านของโจวชิวลู่อยู่ไม่ไกลมากนักต่างจากฟู่เยี่ยนที่ยังคงต้องเดินอีกนานเลย ดังนั้นทั้งสองจึงบอกลากันก่อนจะนัดเจอกันอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ และแยกย้ายกันกลับบ้านไป

     

    ฟู่เยี่ยนกำลังเดินกลับบ้านเพียงลำพังในตอนนี้แสงแดดตอนเที่ยงยังคงสว่างจ้า และทุ่งข้าวโพดที่อยู่รอบ ๆได้ถูกลมพัดจนใบของมันส่งเสียงดังกรอบแกรบ ทันใดนั้นเองฟู่เยี่ยนก็ได้เงยหน้าขึ้นไปมองบนท้องฟ้า ก่อนจะเห็นว่ามีพายุฝนกำลังจะมาทางนี้ดังนั้นเธอจึงต้องเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น

     

    ขณะที่ฟู่เยี่ยนกำลังเดินอยู่นั้นเธอก็คิดว่าหลังเลิกเรียน เธอต้องอ่านหนังสือให้มากขึ้นเธอจะต้องพยายามอ่านหนังสือของชั้นมัธยมปลายที่เธอจะขึ้นชั้นใหม่ในอนาคตให้จบโดยเร็วที่สุดเพื่อที่เธอจะได้ทบทวนมันหลาย ๆ ครั้ง เพราะท้ายที่สุดแล้วความรู้เหล่านั้นก็ยังจำเป็นที่จะต้องได้รับการทบทวนอยู่บ่อยๆ อยู่แล้ว

     

    เมื่อเดินมาถึงทางแยกที่อยู่ไม่ไกลจากทางเข้าหมู่บ้านมากนักฟู่เยี่ยนก็ได้ยินเสียงบางอย่างที่แผ่วเบาดังมาจากข้างถนนซึ่งฟังดูเหมือนว่าจะเป็นเสียงร้องของอะไรบางอย่าง

     

    ทันใดนั้นเองฟู่เยี่ยนจึงค่อย ๆ เดินไปยังทุ่งนาที่อยู่ข้าง ๆ ก่อนจะเห็นแมวสีส้มตัวหนึ่งมันกำลังส่งเสียงร้องเหมียว ๆพร้อมกับมองมาที่เธอราวกับว่ามันกำลังจะบอกให้เธอตามมันไปอย่างไรอย่างนั้น

     

    ฟู่เยี่ยนที่เห็นเช่นนั้นจึงได้เดินตามมันไปซึ่งมันได้พาเธอไปยังพงหญ้าเล็ก ๆ ที่อยู่ข้างทุ่งนาก่อนที่เธอจะเห็นว่ามีลูกแมวสามตัวกำลังส่งร้องเหมียว ๆ ไม่หยุดเหมือนกับพวกมันมีลางสังหรณ์ว่าฝนกำลังจะตกลงมาหนักจึงได้เข้ามาขอความช่วยเหลือจากเธอ

     

    ด้วยความที่ฟู่เยี่ยนเป็นที่มีจิตใจอ่อนโยนและรักสัตว์ตัวเล็ก ๆ แบบนี้อยู่แล้วเธอจึงได้เอื้อมมือไปแตะลูกแมวตัวหนึ่งอย่างระมัดระวังและเมื่อเธอเห็นว่าแม่แมวไม่ได้หวงลูกของมันเธอจึงได้อุ้มลูกแมวทั้งสามเข้ามาไว้ในอ้อมแขนทันที

     

    ซึ่งลูกแมวทั้งสามตัวนั้นน่ารักมากๆ โดยลูกแมวตัวแรกมีลวดลายหลากสี ส่วนลูกแมวตัวที่สองนั้นมีสีดำล้วนและลูกแมวตัวที่สามมีสีส้มเหมือนกับแม่ของมัน

     

    เมื่อเห็นเช่นนั้นฟู่เยี่ยนจึงได้แอบบ่นเงียบ ๆ อยู่ในใจ ทำไมกันครอบครัวของมันมีพ่อหลายตัวอย่างนั้นหรือ ! เมื่อแม่แมวเห็นว่าเธออุ้มลูกทั้งสามตัวของมันมันก็ได้เดินจากไปทันทีโดยไม่หันกลับมามองแม้แต่น้อย

     

    ดูเหมือนว่ามันตั้งใจที่จะมอบลูกๆ ของมันให้กับเธออย่างไรอย่างนั้น และทันใดนั้นเองก็ได้เริ่มมีลมกระโชกแรงพัดเข้ามา ฟู่เยี่ยนจึงรีบลุกขึ้นและเดินกลับบ้านทันทีและพายุฝนได้ใกล้เข้ามาแล้ว

     

    ฟู่เยี่ยนกึ่งเดินกึ่งวิ่งและในที่สุดเธอก็กลับถึงบ้านก่อนพายุฝนจะมาถึงทันทีที่ฟู่เยี่ยนเดินเข้าไปในบ้านนั้น ฝนก็ตกลงมาพอดี ทั้งยังตกหนักมากอีกด้วย

     

    เมื่อเห็นเช่นนั้นหวังซู่เหมยจึงได้ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกซึ่งก่อนหน้านี้เธอได้ดุฟู่เซินและฟู่เหมี่ยวที่พวกเขาทั้งสองไม่รอฟู่เยี่ยน

     

    “เสี่ยวฮั่วเธอไปอยู่ที่ไหนมา ? รู้หรือเปล่าว่าฉันกับฟู่เซินถูกแม่ดุก็เพราะเธอเลยนะ”ฟู่เหมี่ยวพูดพร้อมกับจ้องเขม็งไปที่น้องสาวของตัวเอง

     

    แต่ก่อนที่ฟู่เยี่ยนจะได้พูดอะไรออกไปนั้นลูกแมวที่อยู่ในกระเป๋าของเธอก็ได้ส่งเสียงร้องขึ้นมาเสียก่อนเธอจึงได้อุ้มพวกมันทั้งสามตัวออกมาอย่างทะนุถนอม

     

    “เสี่ยวฮั่วเธอไปเอาลูกแมวพวกนั้นมาจากไหนกัน ? พวกมันมีถึงสามตัวเลยอย่างนั้นเหรอ ! ” ทันใดนั้นเองฟู่เหมี่ยวก็ถูกดึงดูดความสนใจไปที่ลูกแมวทั้งสามตัวทันที

     

    “ตอนที่กำลังเดินผ่านทุ่งนาหนูบังเอิญได้ยินแม่ของพวกมันส่งเสียงร้องมันคงคิดว่าฝนกำลังจะตกก็เลยพาหนูไปหาลูก ๆ ของมันและเมื่อหนูอุ้มลูกแมวทั้งสามตัวขึ้นมาแม่ของมันก็ได้เดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองด้วยซ้ำ”

     

    ฟู่เวยและฟู่หรงเองก็ชอบลูกแมวมากเช่นกันก่อนหน้านี้พวกเธอเคยแอบเลี้ยงแมวมาก่อน แต่ย่าของพวกเธอกลับไม่ยอมให้เลี้ยงดังนั้นพวกเธอจึงต้องยอมแพ้ไปโดยปริยาย

     

    ด้วยความที่ผู้หญิงไม่สามารถต้านทานต่อสัตว์ที่มีขนปุกปุยแบบนี้ได้อยู่แล้วดังนั้นฟู่ต้านีจึงรีบไปหากล่องพร้อมกับใส่ฟางเอาไว้ข้างในจนเต็มและนำลูกแมวทั้งสามตัวไปวางเอาไว้ข้างในทันที

     

    “เสี่ยวฮั่วฉันขอลูกแมวตัวสีดำ ฉันจะตั้งชื่อให้มันเอง ต่อจากนี้ไป ฉันจะเรียกมันว่าเจียงจวิน! ” ฟู่เซินรีบพูดขึ้นมาทันที และในที่สุดลูกแมวตัวสีดำก็ได้ถูกตั้งชื่อแล้ว

     

    เมื่อได้ยินเช่นนั้นฟู่เหมี่ยวเองก็ไม่ยอมแพ้เช่นกัน ก่อนจะรีบตั้งชื่อให้กับลูกแมวตัวลายอีกตัวโดยเธอได้ตั้งชื่อให้กับมันว่าเสี่ยวฮวาซึ่งเป็นชื่อที่ฟังดูไม่มีความคิดสร้างสรรค์เลย ทำให้ฟู่เซินหัวเราะเยาะเธอทันทีดังนั้นฟู่เหมี่ยวจึงเปลี่ยนชื่อให้กับมันอีกครั้ง โดนเรียกมันว่ามู่ฮวาแทนฟู่เซินจึงได้เลิกหัวเราะไปในที่สุด

     

    ส่วนฟู่เยี่ยนไม่ได้มีทางเลือกอื่นเลยเพราะตอนนี้เหลือลูกแมวสีส้มเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอจึงได้มองไปยังอนาคตซึ่งแมวตัวนี้ก็จะต้องเติบโตขึ้น ก่อนจะเรียกมันว่าวั่งไฉ

     

    ทันใดนั้นเองฟู่เซินและฟู่เหมี่ยวต่างก็พากันหัวเราะกับชื่อวั่งไฉในทันที

     

    ทว่าฟู่เวยและฟู่หรงกลับชอบวั่งไฉมากๆ เพราะวั่งไฉยอมให้พวกเธอจับ ในขณะที่ลูกแมวอีกสองตัวนั้นดูดุร้ายเล็กน้อยมีเพียงวั่งไฉเท่านั้นที่เข้ากับคนได้ง่าย

     

    เมื่อฟู่เยี่ยนเห็นว่าวั่งไฉได้พบกับผู้ดูแลถึงสองคนแล้วเธอจึงได้เข้าไปในห้องด้วยความพึงพอใจ ต่อจากนี้ไป วั่งไฉก็มีคนดูแลแล้วทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น

     

    ตอนนี้ฟู่เยี่ยนอยากจะเข้าไปในดินแดนต่างมิติจนแทบจะทนรอไม่ไหวแล้วเธออยากจะรู้ว่าในชั้นลอยของกล่องใบนั้นมีอะไรซ่อนอยู่

     

    แต่คิดไม่ถึงเลยว่าทันทีที่เธอเข้าไปในดินแดนต่างมิตินั้นความสนใจของเธอกลับถูกดึงดูดด้วยชามกระเบื้องเคลือบสีฟ้าใบเล็ก ๆ ที่วางอยู่บนพื้นเอ๊ะ เจ้าสิ่งนี้มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน ?

     

    ทันใดนั้นเองฟู่เยี่ยนก็ได้กลิ่นที่คุ้นเคยโชยมาเธอจึงนึกถึงเศษเครื่องลายครามที่แตกและถูกโยนทิ้งเมื่อตอนกลางวันขึ้นมาได้ทันทีนี่มัน... มันได้รับการซ่อมแซมหลังจากที่นำชิ้นส่วนต่าง ๆเข้ามาในดินแดนต่างมิติอย่างนั้นหรือ ? ตอนนี้ฟู่เยี่ยนได้เข้าใจถึงสิ่งที่ดินแดนต่างมิติของเธอสามารถทำได้ขึ้นมาแล้วและเธอก็รู้สึกมีความสุขเป็นอย่างมาก

     

    มันเป็นพื้นที่ที่สามารถทำอะไรได้หลายอย่างจริงๆ !

     

    จากนั้นฟู่เยี่ยนก็ได้หยิบชามกระเบื้องเคลือบใบนั้นขึ้นมา ก่อนจะมองมันอย่างระมัดระวังและเมื่อเธอมองไปยังแสงที่เปล่งออกมานั้น เธอก็สังเกตเห็นแสงสีแดงเปล่งออกมาโดยที่ลำตัวของมันนั้นมีสีเทาและมีสีเหลืองปนอยู่เล็กน้อย ซึ่งมันดูสวยมาก ๆแม้แต่ฟู่เยี่ยนที่ไม่ค่อยชำนาญในด้านนี้ยังรู้สึกชอบมันเลย

     

    ตอนนี้ฟู่เยี่ยนคิดว่าหากพ่อของเธอมีเวลา เธอจะขอให้เขาผู้ซึ่งเชี่ยวชาญในเรื่องของโบราณนำมันไปขาย

     

    หลังจากที่วางชามกระเบื้องเคลือบใบนั้นลงฟู่เยี่ยนจึงหันไปหยิบกล่องไม้ขึ้นมาทันที ซึ่งหากดูจากภายนอกแล้วกล่องไม้สีดำใบนี้ดูธรรมดามาก แต่ภายในของกล่องใบนั้นกลับดูผิดปกติเป็นอย่างมากเพราะบริเวณใต้ฝาของมันดูหนากว่าปกติไปเล็กน้อย

     

    หลังจากที่นั่งมองมันอยู่ครู่หนึ่งฟู่เยี่ยนจึงได้หยิบมีดขึ้นมา ก่อนจะใช้มันงัดบริเวณมุมด้านล่างของกล่องซึ่งหลังจากที่มันถูกเปิดออกเพียงเล็กน้อยนั้นเธอก็ได้สังเกตเห็นแผ่นหนังสีเหลืองปรากฏขึ้นมา

     

    ทันใดนั้นเองฟู่เยี่ยนก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเพ่งมองไปยังสิ่งนั้นซึ่งดูเหมือนจะเป็นหนังของแกะดังนั้นเธอจึงรีบใช้ปลายมีดงัดมันต่อทันทีและในที่สุดสิ่งนั้นก็ถูกเปิดออกอย่างสมบูรณ์

     

    แน่นอนสิ่งที่อยู่ภายในนั้นเป็นหนังแกะชิ้นหนึ่ง เมื่อเห็นเช่นนั้น ฟู่เยี่ยนจึงค่อย ๆคลี่มันออก จนในที่สุดก็เผยให้เห็นสิ่งที่อยู่ด้านในมันเป็นแผนที่ที่ภูมิประเทศต่าง ๆ ถูกทำเครื่องหมายเอาไว้หลายจุดเลยทีเดียวซึ่งมีอยู่สถานที่หนึ่งที่ถูกทำสัญลักษณ์รูปธงไว้

     

    สิ่งนี้คือแผนที่ขุมทรัพย์ในตำนานอย่างนั้นหรือ?ทันใดนั้นเอง ฟู่เยี่ยนก็ได้รู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากจริง ๆ

     

    เธอรู้แค่ว่าภูเขาลูกนี้ชื่อว่าภูเขาต้าอันแต่ไม่รู้เลยว่ามันอยู่ที่ไหน ?

     

    คล้ายกับเรื่องฟู่เยี่ยน สาวน้อยเนตรสวรรค์ (นิยายแปล) ที่คุณอ่าน