ตอนที่45 อาณาจักรเจียงอันเกรียงไกร
ในห้องนอนคฤหาสน์เมืองซู
หลิวเย่หยิบสมุนไพรที่จะใช้สำหรับการปรุงเม็ดยาแกนทองคำออกมาจากมิติพื้นที่
ผลอัคคีวิญญาณบัวธาราสวรรค์ ผลหิมะไฟ และสมุนไพรหายากอื่นๆ
จากนั้นเขารวบรวมสมาธิและใช้พลังปราณพ่นไฟนิรมิตออกมาพลางหยิบสมุนไพรหลอมรวมทีละรายการ
ครึ่งชั่วยามผ่านไป
กลิ่นหอมฟุ้งกระจายเต็มห้องนอน
เม็ดยาสีน้ำตาลอ่อนขนาดเท่าเล็บมือส่องประกายสวยงามจำนวนสามเม็ดบินเข้าหาหลิวเย่
เขากำมันไว้แล้วหยิบเข้าปากทั้งหมด
คลื่นความอบอุ่นแผ่กระจายทั่วร่างกายทันที
หลิวเย่รีบขับเคลื่อนพลังปราณหมุนวนรอบตันเถียนและจุดชีพจรทั่วร่างกายอย่างรวดเร็ว
ที่โลกโบราณนี้มีพลังฉีเข้มข้น
จึงไม่เป็นปัญหาสำหรับเขาในการเลื่อนขั้นขอบเขตการฝึกฝนแต่อย่างใด
ถ้าเป็นที่โลกปัจจุบันเขาคงลำบากมากนัก
รุ่งเช้าห้องนอนของหลิวเย่มีคลื่นพลังอันแข็งแกร่งเปล่งประกายออกมานอกห้องเป็นระยะ
หลิวเย่ค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างช้ามีหมอกพลังปราณหมุนวนรอบตัวสีขาวจางๆ
เขาสำรวจขอบเขตพลังใหม่ด้วยความสุขใจ
กำหมัดแน่นมีเสียงดังเปรี๊ยะของกล้ามเนื้อที่ทรงพลังมากขึ้น
รอยยิ้มอย่างพึงพอใจระบายเต็มใบหน้า
เขาใช้สัมผัสสวรรค์ตรวจสอบบริเวณโดยรอบคฤหาสน์และพื้นที่ข้างเคียง
พบว่าสามารถเปิดใช้งานสัมผัสสวรรค์ได้ไกลมากถึง20 ลี้(10 กิโลเมตร)
นี่มัน! สุดยอด!
ทักษะระดับเทพ!
“เอ๊ะ!”ทันใดนั้นหลิวเย่พบว่าโยวจี้นอนหลับในห้องข้างๆ คล้ายหมดเรี่ยวแรง
เขาส่งเสียงทางจิตวิญญาณปลุกมันขึ้นมา
“หาว หาวนายท่านมีอะไรขอรับ?”เสียงงัวเงียของโยวจี้ดังขึ้น
“พวกเราต้องเดินทางไปเมืองหลวงกันแล้วจะมีการสถาปนาอาณาจักรเจียงวันนี้” หลิวเย่อธิบายอย่างใจเย็น
เขากำลังอารมณ์ดีที่วันนี้เลื่อนขอบเขตได้สูงขึ้นดังนั้นความผิดเล็กน้อยของโยวจี้ สามารถอภัยให้ได้
“โอ้! ข้าจำได้นายท่าน! โปรดรอสักครู่!”โยวจี้ดีดตัวขึ้นจากเตียงนอนอย่างรวดเร็ว
หลิวเย่ส่ายหัวเบาๆให้กับพฤติกรรมของโยวจี้
ยังมีเต่าทองคำอีกตัวที่มีพฤติกรรมแปลกๆ
หลิวเย่เดินไปเก็บใบเว่ยเข้ามิติพื้นที่คราวนี้มีมากถึง 400,000 ชั่ง
หลังจากนั้นครึ่งก้านธูปโยวจี้ก็พร้อมออกเดินทาง
..........
ครึ่งชั่วยามต่อมา
โยวจี้บินนำหลิวเย่มาถึงเมืองหลวงเดิม
มันตกใจที่พบว่ามีทหารและผู้คนมากมายจากทั่วสารทิศหลั่งไหลมุ่งหน้าเข้าเมืองหลวง
การแต่งกายที่แปลกตาและแตกต่างจากชนพื้นเมืองของที่นี่
หลิวเย่ขมวดคิ้วแน่นและแปลกใจกับปรากฏการณ์นี้เช่นกัน
เขาไม่คิดว่าการสถาปนาอาณาจักรใหม่จะสร้างความโกลาหลได้มากขนาดนี้
โยวจี้ค่อยๆร่อนลงจอดอย่างสง่างามบนลานกว้างหน้าพระราชวัง
ที่ตอนนี้คับแคบถนัดตาเนื่องจากมีขบวนทหารและขุนนางน้อยใหญ่จากทั่วสารทิศ
เมื่อหลิวเย่กระโดดลงจากหลังของโยวจี้แล้ว
มันหันหน้ามาบอกหลิวเย่ทันทีว่า“นายท่านขอรับ ข้าไปแปลงโฉมก่อนนะ วันนี้ข้าต้องหล่อเหลาไม่น้อยกว่าเจ้าเต่าทองคำ”
ทันทีที่พูดจบมันโผบินไปทางด้านหลังของพระราชวังอย่างรวดเร็ว
หลิวเย่อมยิ้มเล็กน้อยกับพฤติกรรมของมัน
เขาคิดว่ารู้แล้วพวกมันทั้งคู่เป็นอะไร?
ส่ายหน้าเล็กน้อยๆกับพฤติกรรมขี้เล่นของพวกมัน
เมื่อขุนนางน้อยใหญ่และทหารมองเห็นหลิวเย่
พวกเขาพากันคุกเข่าและตะโกนทำความเคารพเสียงดังลั่น
“คารวะองค์จักรพรรดิหลิวเย่!”
เสียงทักทายนั้นสะท้อนออกไปยังนอกวังทำให้ประชาชนที่อยู่ด้านนอกที่ได้ทราบข่าวการเปลี่ยนแปลงราชวงศ์ต่างพากันคุกเข่าและส่งเสียงทำความเคารพเช่นกัน
“คารวะองค์จักรพรรดิหลิวเย่!”
“คารวะองค์จักรพรรดิหลิวเย่!”
หลิวเย่ยิ้มเล็กน้อยหันไปมองลานกว้างหน้าพระราชวังที่ตอนนี้เต็มไปด้วยผู้คนและส่งเสียงบอกพวกเขา
“ลุกขึ้น! จงรักษาความเรียบร้อยให้ดี! อย่าได้ก่อความวุ่นวายใดๆ!”
เขาบอกอย่างกังวลใจที่พบเห็นผู้คนมากมายมาร่วมงานวันนี้
“นายท่านมาแล้ว! นายท่านมาแล้ว!”เจ้าเต่าทองคำที่ตอนนี้ได้แปลงโฉมเป็นชายวัยกลางคนหล่อเหลารีบเดินเข้ามาต้อนรับหลิวเย่
“อืม”หลิวเย่พยักหน้ารับเบาๆ
“ข้าเตรียมการไว้ให้นายท่านเรียบร้อยแล้วขอรับพิธีจะเริ่มขึ้นที่ห้องโถง แม่ทัพฟางหลงจินและแม่ทัพซุนต้าหวงมาพร้อมแล้วขอรับ”เต่าทองคำรายงานผลงานอย่างรวดเร็ว
“อืมข้าจะไปเปลี่ยนชุดก่อน” หลิวเย่ตอบรับเบาๆ
“เชิญองค์จักรพรรดิทางนี้”ขันทีหนุ่มคนรับใช้ รีบก้าวเท้าออกมาเชิญหลิวเย่ไปแต่งตัว
หนึ่งก้านธูปต่อมาณ ห้องโถงพระราชวัง
ในตอนนี้มีจักรพรรดิอาณาจักรเหอเหอฟ่าน พร้อมธิดาหนึ่งเดียว องค์หญิงเหอหยุน ที่สวยงามอ่อนหวานน่ารัก
จักรพรรดิอาณาจักรหยางหยางเป่า พร้อมธิดาหนึ่งเดียว องค์หญิงหยางเป่าเจี๋ย ซึ่งมีท่าทางตื่นเต้นดีใจพลางชะเง้อคอหาใครบางคน
จักรพรรดิอาณาจักรลู่ลู่โจว พร้อมธิดาหนึ่งเดียว องค์หญิงลู่อิง ที่สวยเย้ายวนเซ็กซี่ ทรวดทรงองค์เอวเว้าโค้งสวยงาม
แม่ทัพซุนต้าหวงพร้อมด้วยบุตรสาวคนโต ซุนต้าหลิน ที่สวยสง่างดงาม แต่เดิมนางเป็นคู่หมายขององค์ชายรองเล่ยซุนอย่างไรก็ตามนางไม่ได้รักใคร่ชอบพอกับองค์ชายรอง เมื่อบิดาให้นางมาถวายตัวต่อองค์จักรพรรดิใหม่
นางไม่พึงพอใจแต่ก็ไม่ได้ขัดขืนยังคงยึดถือคำสั่งของบุพการีเป็นสำคัญ
หลิวเย่เดินเข้ามาในห้องโถงด้วยชุดจักรพรรดิสีเหลืองทองเต็มพิธี
ใบหน้าที่หล่อเหลาและสูงโปร่งเมื่อสวมชุดอันศักดิ์สิทธิ์เข้าไปยิ่งทำให้ความหล่อเหลามีออร่ากระจายคล้ายเทพเซียนบนสวรรค์
หญิงสาวในห้องโถงต่างพากันอึ้งตะลึงและอ้าปากค้างด้วยความตื่นเต้นยินดี
หลายคนใบหน้าแดงก่ำใจเต้นแรงสั่นไหว และเขินอายที่ได้พบกับองค์จักรพรรดิที่หล่อเหล่าเช่นนี้
พวกนางยินดีที่จะได้เป็นพระมเหสีสนมเอก หรือแม้แต่นางสนมตัวเล็กๆ
“คารวะองค์จักรพรรดิหลิวเย่!”
“คารวะองค์จักรพรรดิหลิวเย่!”
“คารวะองค์จักรพรรดิหลิวเย่!”
เสียงทำความเคารพดังกึกก้องห้องโถง
หลิวเย่พยักหน้าและตอบกลับ“ลุกขึ้นเถิด!”
วันนี้เต่าทองคำทำหน้าที่แทนขุนนางทุกคนเนื่องจากยังไม่ได้มีการแต่งตั้งใหม่จากองค์จักรพรรดิ
“กราบทูลองค์จักรพรรดิพิธีสถาปนาอาณาจักรในครั้งนี้มีองค์จักรพรรดิจากอาณาจักรเหอ อาณาจักรลู่และอาณาจักรหยาง ได้มาถวายบรรณาการและเสนอพิธีมงคลสมรสระหว่างอาณาจักรเพื่อแสดงความจงรักภักดี”
หลิวเย่ผงะไปชั่วครู่และคิดในใจอย่างตื่นตระหนก“อะไรนะ? จะยกลูกสาวให้ข้าเหรอ?”
เขาครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนเอ่ยถามจักรพรรดิทั้งสามคนว่า
“ข้าไม่ปฏิเสธน้ำใจของพวกท่านแต่หากในอนาคตข้างหน้ามีบุตรที่เกิดจากพวกนางทุกคน แต่พวกเขาจะไม่มีสิทธิ์ได้ครองบัลลังก์นี้พวกท่านยินยอมหรือไม่?”
“โอ้นั่นคืออะไร?”
“องค์จักรพรรดิหมายความเช่นไร?”
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
เสียงฮือฮาดังไปทั่วห้องโถงพวกเขาสับสนงุนงงกับคำกล่าวขององค์จักรพรรดิหลิวเย่
มันหมายความว่าอย่างไร?
พวกเขาไม่เข้าใจ?
หลิวเย่ปล่อยให้พวกเขาแสดงความคิดเห็นกันอย่างเต็มที่
เขาเข้าใจพวกเขาเหล่านั้นเป็นอย่างดี
พวกเขาต้องการให้มีแม่ของแผ่นดินหรืออาณาจักรเพื่อความเจริญรุ่งเรืองสืบไป
แต่เขาไม่สามารถทิ้งความห่วงใยไว้เบื้องหลังเมื่อมีภารกิจสำคัญที่ต้องทำในอนาคต
ผู้ที่เขาต้องการให้ครองบัลลังก์ต่อจากเขานั่นคือ เจิ้งอี้ น้องชายต่างสายเลือด
หากว่าเขาคือผู้ทรงธรรมตามตำนานเขาย่อมเป็นคนที่เหมาะสมที่สุด
หลิวเย่แค่ช่วยทำให้เรื่องราวมันกระชับขึ้นและเสียเลือดเนื้อของประชาชนน้อยที่สุด
สงครามอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของสันติสุข
แต่สงครามนำมาซึ่งสันติสุขอย่างแท้จริง
ครึ่งก้านธูปที่หลิวเย่ปล่อยให้พวกเขาวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเต็มที่
ในตอนนี้เขาส่งเสียงโดยใช้พลังปราณเพื่อขจัดความวุ่นวายตรงหน้า
“พวกท่านเห็นว่าอย่างไรกันบ้าง?”
“ทูลองค์จักรพรรดิหลิวเย่ข้าจักรพรรดิเหอฟ่านและองค์หญิงเหอหยุน ยินดีตกลงกับข้อเสนอของท่าน”จักรพรรดิเหอฟ่านตอบรับอย่างไม่เต็มใจ เป็นเพราะว่าธิดาของตนได้ตกหลุมรักหลิวเย่โดยปราศเงื่อนไขใดๆนางยินยอมที่จะได้ตกแต่งถึงแม้จะไร้อำนาจก็ตาม แต่ที่สำคัญคือเขาเกรงกลัวในพลังความแข็งแกร่งของหลิวเย่
จักรพรรดิหยางเป่าก็พูดขึ้นต่อมา“ทูลองค์จักรพรรดิหลิวเย่ ข้าจักรพรรดิหยางเป่าและองค์หญิงหยางเป่าเจี๋ยยินดีตอบแทนพระคุณและตกลงกับข้อเสนอของท่าน” หยางเป่าแทบจะยื่นธิดายกใส่พานถวายหลิวเย่
ในช่วงที่หลิวเย่หายตัวออกจากวังตั้งแต่ครานั้นนางซึมเศร้าและทานอาหารได้น้อยลง ทุกวันพร่ำเพ้อถึงแต่หลิวเย่
จักรพรรดิลู่เหลียวมองรอบตัวและไม่ยอมแพ้เช่นกัน“ทูลองค์จักรพรรดิหลิวเย่ ข้าจักรพรรดิลู่โจวและองค์หญิงลู่อิง ยินดีตกลงกับข้อเสนอของท่าน”องค์หญิงลู่อิงกระตุกชายแขนเสื้อของจักรพรรดิลู่โจวพลางยิ้มเอียงอายอย่างพอใจนางยินดีที่จะได้เป็นหนึ่งในสตรีของเขา ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งใดก็ตาม
อันที่จริงเขาไม่กล้าต่อรองกับหลิวเย่นั่นเป็นเพราะข้อมูลการต่อสู้ที่ชายแดนอาณาจักรเล่ยและอาณาจักรเทียนความโหดเหี้ยมและวรยุทธ์ที่สูงส่งดั่งเทพในตำนานทำให้เขาไม่กล้าขัดขืนและเกรงกลัวหลิวเย่มาก
แม่ทัพซุนต้าหวงรีบเอ่ยขึ้นทันที“ทูลองค์จักรพรรดิหลิวเย่ ข้าแม่ทัพซุนต้าหวง ข้ายินดีตกลงกับข้อเสนอนั้น”
ที่ผ่านมาบุตรสาวของตนไม่เคยชายตาแลชายใดแต่ตอนนี้นางหน้าแดงเขินอายยิ่งนักเมื่อได้พบกับหลิวเย่
เขาได้แต่ถอนหายใจที่จำต้องยกบุตรสาวที่รักดั่งแก้วตาดวงใจให้กับหลิวเย่
หลิวเย่รู้สึกสมองบวมและปวดหัวทันใดพลางกลืนน้ำลายลงคออย่างลำบาก
เขาครุ่นคิดหนักและจำยอมรับสภาพนั้น“เฮ้อ นี่ข้าจะมีภรรยาหลายคนในคราวเดียวเหรอนี่!”
อันที่จริงเขาต้องการสูญเสียความบริสุทธิ์ของตนให้กับหญิงคนรักที่โลกมนุษย์ไม่ใช่ที่โลกโบราณแห่งนี้
หลิวเย่พยักหน้ารับคำตอบตกลงจากจักรพรรดิทั้งหลายและป่าวประกาศทันที
“ตกลงถ้าเช่นนั้นข้าจะรับไมตรีนี้ไว้ และแต่งตั้งองค์หญิงทุกคนและบุตรสาวแม่ทัพซุนให้เป็นพระสนมจะไม่มีพระมเหสีหรือสนมเอกแต่อย่างใด”
คำประกาศกร้าวของหลิวเย่สร้างความพึงพอใจให้กับองค์หญิงและซุนต้าหลินพวกนางยินยอมและยินดีที่มีฐานะเท่าเทียมกับทุกคน ไม่มีใครสูงหรือต่ำกว่ากันมันยุติธรรมสำหรับพวกนาง
จักรพรรดิทั้งสามคนก็ถอนหายใจโล่งอก
จากนั้นหลิวเย่ประกาศข้อความสำคัญ
“นับแต่นี้ต่อไปที่นี่คืออาณาจักรเจียง มีอาณาเขตเหนือใต้ครอบคลุมพื้นที่เดิมของอาณาจักรเทียนและอาณาจักรเล่ย”
“การปกครองอำนาจสูงสุดอยู่ที่จักรพรรดิแต่ให้มีผู้ทำหน้าที่ตรวจสอบ สั่งการ และดำเนินงานได้ทันทีโดยไม่ต้องรอจักรพรรดิโดยจะมอบหมายตำแหน่งงานดังนี้”
“งานทหาร แบ่งเขตทางเหนือมอบหมายการรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชนให้กับแม่ทัพซุนต้าหวงส่วนอาณาเขตทางใต้มอบหมายให้แม่ทัพฟางหลงจินทำหน้าที่เช่นเดียวกับทางเหนือ”
“ด้านการค้าขายมอบหมายให้จูผิงอัน เปิดเสรีระหว่างอาณาจักร ยึดถือความเสมอภาคและยุติธรรมเป็นหลักผู้ใดคดโกงต้องโทษสถานหนักถึงขั้นประหารชีวิต และจะมีกฎบังคับย่อยออกมารักษาความสงบเรียบร้อยภายในอาณาจักร”
“ด้านการเกษตรมอบหมายให้ไป๋ฉวนและหลี่ชางเจ๋อเร่งฟื้นฟูพื้นที่ทำการเกษตรและเพาะปลูกโดยเร็วเพื่อลดปัญหาขาดแคลนอาหาร”
“ด้านการพัฒนาชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนให้ครอบคลุมเด็ก สตรี คนชรา ผู้อพยพให้คืนภูมิลำเนาเดิมส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้มอบหมายให้จูผิงเอ๋อและหลี่อันอัน”
“ด้านการจัดเก็บภาษีเข้าคลังหลวงให้เดือดร้อนประชาชนน้อยที่สุดและมีความเป็นธรรม มอบหมายให้ไป๋หมิงและจูผิงเหอ”
“ตำแหน่งอื่นๆให้คงไว้และจะทำการตรวจสอบคุณสมบัติหากมีความสามารถและซื่อตรงจะได้ดำรงตำแหน่งเดิมต่อไป หากพบความผิดใดๆจะลงโทษตามความผิดนั้น”
“ด้านการดูแลทรัพย์สินส่วนตัวของจักรพรรดิมอบหมายให้หลินซ่ง”
สิ้นคำประกาศราชโองการของหลิวเย่
ทุกคนในห้องโถงยกเว้นจักรพรรดิสามองค์ ต่างพากันคุกเข่าและขานรับเสียงดังก้องห้องโถง
“น้อมรับคำสั่งองค์จักรพรรดิ!”
“น้อมรับคำสั่งองค์จักรพรรดิ!”
“น้อมรับคำสั่งองค์จักรพรรดิ!”
เต่าทองคำประกาศต่อท้ายทันที“พรุ่งนี้จะมีพิธีมงคลสมรสขององค์จักรพรรดิและพระสนม”
หลิวเย่แปลกใจที่พบว่าพิธีขั้นตอนการแต่งงานไม่เหมือนกับโลกหรือประเทศของเขาเลย
ดูเหมือนในโลกโบราณแห่งนี้พวกเขาจะทำแบบเรียบง่ายและสะดวก
ในตอนนี้หญิงสาวงดงามทั้งสี่คนยืนอยู่ต่อหน้าเขาคล้ายมารายงานตัว
หลิวเย่โบกมือบอกพวกนางอย่างนุ่มนวล
“พวกเจ้าแยกย้ายกันไปพักผ่อนและเตรียมตัวสำหรับงานในวันพรุ่งนี้เถิด”
..........
หลังเสร็จสิ้นพิธีการสถาปนาอาณาจักรเจียง
ในห้องรับรองที่ตำหนักของหลิวเย่
เขากลับมาพักผ่อนและเตรียมตัวเตรียมใจเข้าพิธีมงคลสมรสในวันพรุ่งนี้
“เฮ้อ! ทำอย่างไรดี?” หลิวเย่เท้าคางอย่างกลุ้มใจว่าควรจะจัดการปัญหาเจ้าสาวหลายคนเช่นไรดี
โยวจี้และเต่าทองคำเดินเข้ามาหาและทำความเคารพหลิวเย่
“คารวะองค์จักรพรรดิ!”
หลิวเย่โบกมือพลางบอกเสียงเบาๆอย่างกังวลใจกับทั้งสองตัวว่า“พูดเหมือนเดิมเถอะ อย่าให้ข้ามีตำแหน่งตลอดเวลาเลย”
ทั้งสองตัวมองหน้ากันและขานรับทันที“ขอรับนายท่าน!”
เต่าทองคำที่มองเห็นพฤติกรรมของหลิวเย่ถามขึ้นอย่างสงสัย“นายท่านเป็นอะไรขอรับ?”
หลิวเย่ถอนหายใจเฮือกใหญ่และกล่าวว่า“ข้ากลุ้มใจว่าควรจัดการว่าที่ภรรยาหลายคนอย่างไรดี?”
โยวจี้ยิ้มเจ้าเล่ห์พลางเสนอแนะว่า“ไม่เห็นยากเลยนายท่าน ท่านชอบทีละหลายคนหรือทีละคน”
โยวจี้และเต่าทองคำมองหน้ากันและหัวเราะเบาๆ
หลิวเย่กลอกตาไปมาอย่างปลงกับชีวิตตนเอง“เฮ้อ! คนมันหน้าตาหล่อเหลาเกินไปก็ลำบากเสียนี่”
โยวจี้เสนอแนะความคิดเห็น“นายท่านก็จับฉลากสิ ให้แล้วแต่โชคชะตาจะนำพา หรือไม่ก็วันละคน หรือวันละสองคนเวียนไปเรื่อยๆก็ครบเอง”
“ข้าไม่โลภเหมือนพวกเจ้านี่อย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะว่าพวกเจ้าไปทำอะไรกันมา?”หลิวเย่เหล่ตามองทั้งสองตัวอย่างจับผิดกับพฤติกรรมแปลกๆของพวกมัน
“อุ๊ย! ไม่มี!ไม่มีอะไรเลยนายท่าน!” โยวจี้โบกมือปฏิเสธเสียงดัง
“ใช่ๆไม่มีอะไรเลย! นายท่านคิดมากเกินไปแล้ว!” เต่าทองคำยืนยันคำตอบของโยวจี้
อันที่จริงหลิวเย่เพียงแค่ต้องการรีบกลับไปจัดการเรื่องที่ค้างคาทางโลกปัจจุบัน
ไม่รู้ว่าโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตรวจสอบนักฆ่าแกนทองคำนั่นไปถึงไหนแล้ว?
“ไปๆ พวกเจ้าออกไปเถอะ”สุดท้ายหลิวเย่โบกมือไล่พวกเขาออกไปจากห้อง
เขาคิดว่าเร่งสร้างความแข็งแกร่งให้กับตัวเองดีกว่า
ครานี้ได้พบกับคู่ต่อสู้น่าหวาดหวั่นแกนทองคำ!
อนาคตไม่รู้ว่าจะได้พบเจอคนที่แข็งแกร่งมากกว่านี้อีกหรือไม่?!
สมุนไพรสำคัญที่จะใช้ปรุงยาแกนสวรรค์ก็จะยิ่งหายากมากขึ้น!
ในที่สุดหลิวเย่ก็นั่งบนเตียงนอนและเริ่มทำการฝึกฝนอย่างจริงจังจวบจนรุ่งสาง
บรรยากาศเริ่มคึกคักแต่เช้าผู้คนยิ้มแย้มแจ่มใสดูมีความสุขกันถ้วนหน้า
มีเสียงกระซิบจากทหารและขุนนางน้อยใหญ่เป็นระยะ
“ข้าละอิจฉาองค์จักรพรรดิเสียจริงที่ได้แต่งงานคราวเดียวหลายคน แต่ละนางงามหยดย้อยปานเทพธิดา”
ทหารเฝ้าประตูคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอิจฉา
“เรื่องแบบนี้มันขึ้นอยู่กับโชคชะตาแต่ละคน” ทหารอีกคนกล่าวอย่างทำใจ
“เฮ้อภรรยาที่บ้านข้า หากนางงามได้สักครึ่งก็คงจะดีไม่น้อย”ทหารอีกคนกล่าวอย่างไม่เต็มใจ
“ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็แต่งคนใหม่เสียสิ” ทหารอีกคนยุยงเพื่อน
และอีกหลายเสียงที่หลิวเย่เปิดใช้สัมผัสสวรรค์แล้วได้ยินคำนินทาเหล่านี้
อืม มันช่วยไม่ได้จริงๆที่จะมีภรรยาสวยงามทีละหลายคน
นอกเขตพระราชวังหลิวเย่พบว่าประชาชนเริ่มกลับมาค้าขายและใช้ชีวิตกันอย่างเต็มที่
ความหวาดระแวงจากภัยสงครามไม่มีในแววตาพวกเขา
ผู้อพยพเริ่มลดน้อยลงแม้แต่ขอทานยังมีรอยยิ้มเนื่องจากมีคนใจดีหยิบยื่นสิ่งของให้อย่างเต็มใจ
หลิวเย่มองภาพเหล่านั้นด้วยความสุขใจ
ขอเพียงเจิ้งอี้สามารถทำได้เท่านี้หรือดียิ่งมากกว่านี้
นั่นก็ถือได้ว่าเป็นบุญวาสนาของปวงประชา!
บางทีเขาอาจเป็นแค่คนที่ผ่านมาและผ่านไป
วันข้างหน้าจะพบเจอสิ่งใดหรืออะไร? ไม่มีใครตอบได้!
เพราะเขาเองก็ไม่ใช่คนที่กลับมาเกิดใหม่เหมือนในนิยาย!
..........
ในห้องโถง บางคนเรียกท้องพระโรงนั่นแล้วแต่คำเรียกขาน
ผู้คนแต่งกายสวยงามตระการตางานมงคลที่สร้างรอยยิ้มให้กับใครหลายคน
แต่ห้ามสายตาอิจฉาจากชายหนุ่มชายแก่ทั้งหลายไม่ได้
นี่เป็นครั้งแรกของอาณาจักรเจียงที่มีงานพิธีมงคลสมรสพร้อมด้วยพระสนมจำนวนมากในคราวเดียว
สิ่งนี้สร้างความฮือฮาทั่วทั้งอาณาจักรทั้งสี่แห่งนั่นคือ อาณาจักรเจียง อาณาจักรเหอ อาณาจักรหยาง และอาณาจักรลู่
“กราบไหว้ฟ้าดิน!”
“กราบไหว้บุพการี!”
“กราบไหว้กันและกัน!”