‘ทำไมพวกท่านถึงไม่มาไถ่ตัวกันเลยล่ะ’ เ้าลูกวัวว่า…จากนั้นจึงได้คำตอบเป็การหัวเราะคิกคัก ก่อนจะพูดว่า
‘อยู่ที่นี่ก็สบายดี แต่เดิมพวกข้าถูกขายมาก็ไม่มีครอบครัวที่ไหนอยู่แล้ว อยู่ที่นี่ยังมีเพื่อนแถมก็ไม่ได้ลำบากอะไร ตอนนี้ไม่มีใครคิดว่าพวกเราต้อยต่ำแล้วด้วย พวกข้าไม่มีเหตุผลใดที่จะออกไปจากความสุขสบายนี้ แล้วจะพูดกันตามตรงแล้ว พี่พูดค่ะยังเชิดหน้าแล้วเดินอย่างไม่อายใครได้ในเมืองนี้ ก็เพราะว่าอยู่ในสังกัดของหอหมื่นมาลี เป็เพราะคุณชายน้อยจริง ๆ ที่ทำให้พวกข้ามีชีวิตได้อย่างปลอดภัย และไม่อายใครเช่นนี้
ในแคว้นเซี่ยหอนางโลมอื่นก็ยังเป็เช่นเดิมอยู่ เป็สตรีที่ต้องนอนกับผู้ชายมากหน้าหลายตา ถูกสังคมภายนอกรังเกียจ ไปที่ไหนก็ต้องเดินอย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ ยิ่งถ้าบุรุษภายนอกรู้ว่ามีสถานะเป็หญิงขายเรือนร่าง ก็เกรงว่าจะถูกรังแกได้ง่าย ๆ หากพวกข้าออกจากหอหมื่นมาลีไปก็คงต้องพบกับชะตากรรมเช่นนั้น เกรงว่าออกจากหอเพียงไม่กี่ก้าวก็คงจะโดนฉุดไปกระทำชำเราแล้ว'
ได้ฟังเช่นนั้นคุณชายฮวาเจ๋อถึงกับตกตะลึง นางเอกไม่คาดคิดว่าจะมีเหตุผลเช่นนี้อยู่ด้วย แต่เดิมนางคิดว่าคนเรามีอิสระย่อมเป็เื่ที่ดี แต่ว่าวันนี้เด็กสาวตัวน้อยได้รู้แล้วว่า คนเรามีสถานะที่ต่างกัน เื่ที่ดีสำหรับคนหนึ่ง ก็อาจจะไม่ใช่เื่ดีและเหมาะสมสำหรับอีกคนก็เป็ได้ เื่นี้นางไม่มีปัญหาอะไร แล้วก็โล่งใจอย่างยิ่งที่ได้คำตอบแน่ชัด สุดท้ายแล้ว….เสี่ยวฮวาก็เหมือนกับพี่สาวของนาง ขอแค่ทุกคนที่พวกนางมีความเกี่ยวข้อง มีชีวิตที่สงบสุขก็พอแล้ว….
นั่นคือความคิดที่อยู่ในหัวของเสี่ยวฮวาฮวา ที่ตอนนี้นอนแผ่อยู่บนเรือที่นางปล่อยให้ลอยไปตามคลอง ซึ่งอยู่คนละด้านกับทางไปทะเลสาบกลางเมือง เพราะว่าตอนนี้นางมีวรยุทธที่ค่อนข้างดีแล้ว อีกทั้งยังมีองครักษ์เงาคอยเฝ้าอารักขาอยู่ เวลาที่นางมีเื่ที่จะต้องคิด และมานั่งเรือกินเนื้อย่างไป คิดเื่ต่างๆไป ก็มักจะไม่มีฝีพายคอยบริการ นางทำเช่นนี้มาหลายครั้งแล้ว วันนี้นางแอบพกสุราผลไม้มาด้วย หากคุณชายคนโปรด หรือพี่สาวพี่ชายคนอื่นอยู่ด้วย แล้วรู้ว่านางจะออกมาล่องเรือคนเดียว ก็คงไม่มีใครยอมให้นางแต่ต้องสุราเ่าั้แน่
แต่ตอนนี้นางไม่มีใคร ไม่ใช่สิ…ไม่เชิงว่าไม่มีใคร เพียงแต่ว่าพี่สาวกับพี่ชายล้วนไม่ว่างทั้งนั้น ทุกคนต่างทำงาน แม้กระทั่งคุณชายคนโปรดที่ปกติแล้วจะต้องตัวติดกับนาง วันนี้เขาก็ไม่อยู่….
“ข้า…เหงานิด ๆ แฮะ” นางพึมพำขณะที่นอนแผ่กับพื้นเรือ เงยหน้ามองท้องฟ้ากว้างไกล ในขณะที่รอบกายมืดลงเรื่อย ๆ มีหิ่งห้อยบินไปรอบ ๆ แสงสีส้มระยิบระยับทำให้นางเบิกตากว้างอย่าง ไม่คาดคิดที่จะพบความสวยงามเช่นนี้
นางลุกขึ้นนั่งสะบัดหัวไปมา คืนนี้นางดื่มไปหมดขวดเล็กเลยทีเดียว ดวงตาเล็ก ๆ ที่มักจะแฝงความร่าเริงซุกซนอยู่เป็นิจ กวาดตามองแสงสีทองส้มรอบตัว ฉันรู้สึกว่าตนเองเรากับอยู่ในสรวง์ หรือเด็กเข้าไปในหุบเขาของเหล่าภูตดอกไม้น้อย น้ำตกอยู่ในภวังค์เนิ่นนาน แล้วรู้สึกอยากจะให้คุณชายคนโปรดมานั่งอยู่ข้างกาย…
เช้าวันนี้เสี่ยวฮวาฮวาตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตนเองนอนอยู่บนเตียงในห้องพักที่ภัตตาคารเซียงปิ่งโหล่ว (ภายหลังนางเจอเหล่าจ้างจึงได้รู้ว่า เมื่อคืนนางเมาหลับไป องครักษ์ที่คุณชายใหญ่สกุลลู่ทิ้งเอาไว้ให้อารักขานาง เกรงว่านางจะเป็อันตรายตกน้ำโดยที่ตนเองยังไร้สติอยู่ จึงช่วยกันพาตัวนางมาที่นี่)
“ฮึ่ย ข้าปวดหัวจัง” นางเอียงตัวไปมา เหล่าจ้างทำเพียงแต่เหล่มองอย่างกึ่งระอา กึ่งเอ็นดู เมื่อคืนตอนที่องครักษ์นำตัวนางกลับมา เขารู้สึกโล่งอกมากที่คุณชายใหญ่ไม่อยู่ ไม่เช่นนั้นก็คงมีใครต้องเดือดร้อนกันบ้าง ก็เมื่อวานเสี่ยวฮวาเล่นเมาหลับไปขนาดนั้น
“เ้าขึ้นไปห้อง้าก่อนเถอะ ข้าจะให้คนเอาน้ำแกงสร่างเมาไปให้”
“ข้าหิวด้วย” นางลูบท้องตัวเองไปมา
“มีโจ๊กกับผักดองผัดแฮม เ้ากินได้หรือไม่”
“ได้เ้าค่ะ น่าอร่อยมาก!” นางตอบอย่างร่าเริง
เหล่าจ้างพยักหน้าแล้วไล่ให้นางขึ้นไป้า โผล่หน้าเข้าไปในห้องครัว ที่ตอนนี้บรรดาพ่อครัวกำลังเตรียมของ รอการเปิดร้านในอีกประมาณหนึ่งชั่วยาม
“กับข้าวอย่างเดียวพอหรือขอรับ วันนี้เขาได้รากบัวสดใหม่มา เอาไปยำใส่พริกแล้วก็ใส่เต้าหู้ทอด แบบที่ท่านหญิงหลันเคยสอนเอาไว้ก็น่าจะอร่อยมาก” พ่อครัวเสนอขึ้น ก็พอได้ยินเหล่าจ้างสั่งอาหารเพียงแค่อย่างเดียวก็ทำให้รู้สึกทั้งแปลกใจ ทั้งไม่ชิน เพราะหากเ้านายทั้งสองอยู่กันครบ พวกเขามักจะกินข้าวด้วยกัน สำรับไม่เรียกว่าใหญ่ไปถึงเชียงรายก็ต้องมีกับข้าวสอง น้ำแกงหนึ่ง อีกครั้งก็ต้องมีเนื้อย่างน้ำมันหอยติดมือด้วย เพราะเป็ของชอบของท่านหญิงรอง
พ่อครัวที่นี่ทุกคนรู้ดีว่า หากอยากได้ความสนใจจากนายท่านใหญ่ รวมถึงคำชมเชยผู้ว่ากันว่ายากนักพี่จะได้รับจากเขา ก็ต้องทำให้ท่านหญิงรองพอใจ ทุกคนรู้แล้วว่าเอาใจเด็กสาวตัวน้อย ก็เท่ากับว่าเอาอกเอาใจลู่จางเหว่ยที่เป็นายจ้างตัวจริงของพวกเขา
“เช่นนั้นเ้าก็ทำมาเถอะยำรากบัวอะไรนั่น แต่ไม่ต้องทำเยอะหรอกนะ วันนี้นางหนูฮวากินคนเดียว”
“อ้าว แต่ท่านยังไม่กลับอีกหรือขอรับ” พ่อครัวถามอย่างแปลกใจ ในขณะที่มือของเขาคว้าเต้าหู้มาหั่นเตรียมจะทอด อีกด้านหนึ่งผู้ช่วยที่ได้ยินว่าพ่อครัวใหญ่จัดทำยำรากบัวก็รีบเอารากบัวขึ้นมาหั่นเตรียมพร้อมไว้ให้
“อืม ยังไม่กลับ ข้าได้ยินว่าปัญหาที่คุณชายต้องเร่งกลับไปช่วยแก้ไข เป็ปัญหาเื่การรับและส่งสินค้าของพวกชาวซยงหนู”
เหล่าจ้างพูดแล้วก็ทำหน้าเคร่งเครียดขึ้นมา กลุ่มการค้าของสกุลลู่ แม้ว่าไม่ได้ร่ำรวยและยิ่งใหญ่ในด้านของกำไรมากเท่ากับกลุ่มการค้าหงส์ขององค์หญิงใหญ่ แต่สิ่งที่พวกเขาเหนือกว่าก็คือสายสัมพันธ์ และการติดต่อค้าขายกับพ่อค้าต่างแดน พวกเขาทำแม้กระทั่งการค้ากับคนที่สูงใหญ่ที่ล่องทะเลมาจากแดนไกล มีผมสีเหลือง ดวงตาสีอำพันหรือสีมรกตมาแล้ว แต่การค้าที่ทำกับพวกซยงหนู พวกเขากลับมีประสบการณ์ค้าขายด้วยน้อยนัก นั่นเป็เพราะว่าชาวซยงหนู เป็ชนเผ่าที่เร่ร่อนในเขตทะเลทรายทางเหนือ พวกเขาไปมาแทบจะไร้ร่องรอย อีกทั้งที่พักของพวกเขามักจะเป็กระโจมขนาดใหญ่ที่กางขึ้นมาเองโดยวิธีการเฉพาะ พวกเขาจะอยู่ในที่ที่หนึ่งไม่นาน หากบริเวณนั้นหากินลำบาก หรือเสี่ยงต่อพายุทะเลทราย ก็จะเก็บกระโจมแล้วพากันรอนแรมไปหาที่กางกระโจมใหม่
เพราะมีลักษณะเฉพาะเช่นนี้ เลยทำให้การค้ากับพวกเขาทำได้ยากมาก คงไม่มีพ่อค้าคนไหนจะไปแลกเปลี่ยนสินค้าในพื้นที่เสี่ยงขนาดนั้น หากว่าไม่ใช่สินค้าหายากหรือมีค่ามาก หาไม่ได้จากในพื้นที่อื่น ต่างจากพวกตาต้าร์ที่มีเมืองและแคว้นเล็ก ๆ ของตนเอง
ในเขตทะเลทรายมีชนเผ่าที่เร่ร่อนอยู่หลายกลุ่ม คนทั่วไปเรียกพวกเขารวม ๆ ว่าเป็ชาวซยงหนู โดยปกติแล้วนอกจากที่พวกเขาจะมีหัวหน้าของตนเองแล้ว ก็ยังมีการรวมกลุ่มกันระหว่างกลุ่มเพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการต่อต้านศัตรูที่อาจมารุกราน คนที่แข็งแรงกว่าก็คุ้มครองคนที่อ่อนแอกว่า
เมื่อรวมตัวกันเช่นนั้นแล้วก็จะมีหัวหน้าใหญ่อีกคน หัวหน้าใหญ่ที่เป็ผู้นำทุกกลุ่มของชาวซยงหนูนี้เปรียบเสมือนฮ่องเต้ในหมู่ชนเผ่าเร่ร่อน เหล่าจ้างได้ยินว่าฮ่องเต้ของบรรดาชนเผ่า มีความสนใจในแคว้นเซี่ย ที่ตอนนี้มีความเจริญรุ่งเรืองรุดหน้าไปมาก อันที่จริงมันก็เริ่มมาจากที่เมืองสุยโจวแห่งนี้ เื่ที่นางหนูหลันทำเอาไว้ตอนนี้ส่งผลกระทบในวงกว้างมาก ๆ ทั้งระบบการขนส่งสาธารณะ การทำอาหาร การทำน้ำแข็ง หรือแม้กระทั่งแิเื่โรงเรียนทหาร ดึงดูดความสนใจของคนแคว้นข้างเคียงมาก ๆ พวกเขาได้ยินเื่เหล่านี้ ผ่านทางผู้คนที่เดินทาง และต่างก็กระตือรือร้นที่จะได้เห็น แล้วเข้ามาแสวงหาการเรียนรู้อย่างยิ่ง
พวกซยงหนูก็เช่นเดียวกัน แม้พวกเขาจะเป็เผ่าที่อาศัยอยู่ในทะเลทราย แต่พวกเขาก็จำเป็จะต้องแสวงหาความก้าวหน้าเช่นเดียวกัน อีกทั้งพวกเขาได้ยินว่าเมืองเล็ก ๆ ที่ชื่อว่าสุยโจว ได้สร้างเกวียนหลายแบบมากมาย รวมถึงเกวียนที่สามารถแล่นได้ดีกับพื้นทรายด้วย พวกเขามีเกวียนที่ทำหน้าที่ได้หลากหลาย ทั้งห้องครัว ห้องอาบน้ำ ทั้งยังมีระบบทำน้ำแข็งซึ่งจำเป็มากในการถนอมอาหาร...
ของพวกนี้เป็สิ่งที่ฮ่องเต้ของชาวซยงหนู้าทั้งหมด