ขณะที่อนาเธอร์เพิ่งได้รับอวาตาร์เทพปีศาจของลูซิเฟอร์ พลังอันยิ่งใหญ่ที่กำลังหลั่งไหลอยู่ในร่างกายก็ได้ก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนในมิติแห่งพลังศักดิ์สิทธิ์และมิติแห่งความมืดมิดพร้อมๆกัน
ย้อนกลับมา ท่ามกลางหุบเขาผลไม้ที่แสนเงียบสงบ ซุนหงอคงที่กำลังนอนเอกเขนกอยู่บนโขดหินก็รับรู้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น
ฝ่ามือที่กำลังถือผลไม้อยู่ชะงักค้าง กลิ่นอายพลังอันแปลกประหลาดและคุ้นเคยนั้น
ทำให้สายตาของวานรสวรรค์เต็มไปด้วยความกังวลใจ เขาโยนผลไม้ทิ้งไปอย่างไม่ใยดี ก่อนจะลุกขึ้นนั่งและพูดพึมพำกับตัวเอง
“ไอ้เจ้าเด็กนั่น... จะไม่ทำให้ข้ารู้สึกสบายใจได้สักครั้งเลยหรือยังไง?”
เสียงของเขาเต็มไปด้วยความหนักใจ
ดวงตาที่เคยซุกซนและเปี่ยมไปด้วยความยโสของวานรสวรรค์ บัดนี้กลับสั่นไหวราวกับต้องแบกรับภาระที่เกินจะต้านทานได้
“ถึงข้าจะยังไม่รู้แน่ชัดว่ามันเกิดอะไรขึ้น”
“แต่ไอ้เจ้าบ้านั่นกำลังจะกลายเป็นผู้สืบทอดของลูซิเฟอร์เนี่ยนะ?”
ซุนหงอคงพูดกับตัวเอง พลางลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว ร่างของเขาสะบัดฝุ่นจากเสื้อคลุมด้วยอาการหงุดหงิด และบ่นออกมาอีกครั้ง
“ไอ้เด็กนั่นรู้หรือเปล่าว่าพลังแห่งสวรรค์กับพลังแห่งความมืดของขุมนรกไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้! ถ้าปล่อยให้พลังทั้งสองหลั่งไหลอยู่ในร่างกายไปเรื่อยๆ ร่างกายและดวงวิญญาณของเจ้าจะต้องสูญสลายไปในสักวันหนึ่งแน่ๆ!”
ซุนเดินวนไปมาบนโขดหิน สายตาเปี่ยมไปด้วยความคิดคำนึง พลางถอนหายใจยาว
“แล้วที่สำคัญ...เจ้าลูซิเฟอร์มันคงไม่ยอมให้พลังของมันถูกสืบทอดไปแบบง่ายๆ”
“โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้กับเจ้าหนูนั่น มันไม่ใช่ปีศาจที่จะปล่อยให้ใครใช้พลังโดยไม่ต้องชดใช้!”
ซุนหงอคงยืนนิ่งครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้ามองท้องฟ้า เขาพ่นลมหายใจออกมาอย่างแรง
“ช่วยไม่ได้.. ใครใช้ให้เจ้ามาเป็นผู้สืบทอดของข้าล่ะ ไอ้เด็กอนาเธอร์คนนั้น..”
“ดึงดูดแต่เรื่องวุ่นวายมาเสมอ!”
เขาพูดพลางสะบัดหางยาวของเขาอย่างไม่พอใจ ทันใดนั้น ร่างของซุนหงอคงก็ลุกโชนไปด้วยเปลวไฟสีทอง เขากำกระบองวิเศษของเขาแน่นก่อนจะสะบัดมันออกเบาๆ กระบองขยายตัวจนใหญ่ขึ้นพอจะทะลวงผ่านก้อนเมฆบนท้องฟ้า
“ข้าคงต้องไปดูด้วยตัวเองแล้วละ ถ้าปล่อยให้เจ้าหนูนั่นจัดการเรื่องนี้คนเดียว มีหวังได้สร้างความเดือดร้อนครั้งใหญ่แน่ๆ!”
เสียงหัวเราะเบาๆที่ปนความขบขันและความเหนื่อยใจดังขึ้นจากปากของวานรสวรรค์ เขากระโดดขึ้นไปบนกระบองวิเศษที่ขยายตัวยาวไกล และพุ่งทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า ร่างของเขาหายลับไปในเสี้ยววินาที พร้อมกับที่ท้องฟ้าก็สว่างไสวขึ้น
ตัดกลับมายังอาณาจักรแห่งทวยเทพ ภายในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของแอสการ์ด บนบัลลังก์ที่สูงสุดซึ่งเป็นที่ประทับของมหาเทพสูงสุดอย่างโอดิน
ในเวลานี้บรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่เต็มไปด้วยความเคร่งขรึมและหนักอึ้ง โอดินผู้ทรงอำนาจซึ่งปกติจะมีใบหน้าเยือกเย็น กลับยกมือขึ้นกุมขมับด้วยท่าทางที่แสดงออกถึงความปวดหัว
“เฮ้อ..เอาเข้าไป!”
เสียงถอนหายใจของชายชราดังขึ้นเป็นครั้งที่เท่าไรแล้วก็ไม่อาจทราบได้ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลาฉายชัดถึงความเคร่งเครียด ดวงตาข้างเดียวของเขาเปล่งประกายเจิดจ้า แต่ในขณะเดียวกันก็สั่นไหวด้วยความหนักใจ
“ผู้สืบทอดที่ข้าไม่เคยคิดจะยอมรับ..เจ้ากลับสร้างเรื่องที่น่าปวดหัวให้อีกจนได้”
“เจ้าเด็กนั่นทำได้ยังไงกัน สิ่งนี้มันไม่ใช่อะไรที่มนุษย์ทั่วไปจะสามารถทำได้เลยสักนิด!”
เขาเอนหลังพิงบัลลังก์อย่างช้าๆ
ในขณะที่ความคิดในหัวของเขาวนเวียนอยู่กับความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธ
“แม้แต่เทพเจ้าก็ไม่เคยมีความคิดที่จะหลอมรวมพลังด้านสว่างและความมืดเข้าด้วยกัน.. ”
“เพราะมันเป็นไปไม่ได้! ความมืดและแสงสว่างเปรียบเสมือนขั้วตรงข้าม เหมือนไฟและน้ำ เหมือนดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ มันคือกฎเกณฑ์ที่สมบูรณ์แบบที่โลกนี้ได้สรรสร้างเอาไว้ แต่ในตอนนี้ เจ้าเด็กนั่นกำลังรนหาที่ตายด้วยมือของตัวเอง”
โอดินส่ายศีรษะเล็กน้อย ราวกับพยายามลบความคิดที่วุ่นวายออกจากหัว แต่เมื่อเอ่ยถึงอีกชื่อหนึ่ง เขากลับรู้สึกถึงความหนักอึ้งที่มากขึ้น
“แล้วเจ้านั่น.. ลูซิเฟอร์.. ”
น้ำเสียงของโอดินแฝงไปด้วยความเยือกเย็นและเคร่งขรึม
“เขาไม่ใช่คนที่จะสืบทอดพลังให้กับมนุษย์ได้ง่ายๆ! หลังจากนี้ เจ้านั่นจะต้องเริ่ม 'พิธีกรรมอารยะวิญญาณ' กับเด็กคนนั่นแน่นอน”
เมื่อนึกถึงสิ่งนั้น โอดินก็ถอนหายใจอีกครั้ง เสียงนั้นสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถง ราวกับเป็นเสียงสะท้อนของความหนักใจที่ไม่อาจสลัดหลุด ในขณะเดียวกัน ดวงตาแห่งโอดินซึ่งสามารถมองทะลุผ่านห้วงมิติและกาลเวลา ได้จับภาพของวานรสวรรค์ผู้หนึ่งที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่
“ดูเหมือนซุนหงอคงเองก็รับทราบเรื่องนี้และเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว..”
น้ำเสียงของเขาเจือด้วยความกังวลเล็กน้อย แต่ก็เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจในตัววานรสวรรค์
“ช่วยไม่ได้ ครานี้ต้องพึ่งพาเธอแล้วล่ะ”
“เทพราชันแห่งแสงสว่าง อูเรีย!”
เขากล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนจะเอนหลังพิงบัลลังก์อีกครั้ง ดวงตาแห่งปัญญาของเขายังคงมองลึกลงไปในห้วงมิติที่ไร้จุดสิ้นสุด
“อนาเธอร์... เจ้าช่างเป็นผู้สืบทอดที่นำพาความวุ่นวายมาให้ข้าอย่างไม่รู้จบจริงๆ”
“แต่ถ้าเจ้าทำสำเร็จ ข้าก็อาจต้องยอมรับเจ้าอย่างเต็มใจเสียที!”
เขากล่าวด้วยรอยยิ้มบางๆที่แฝงไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย จากนั้นเขาก็ใช้หอกของตนเปิดช่องว่างมิติขนาดใหญ่ขึ้น
ตัดกลับมาอีกฟากนึง ภายในห้วงมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ที่ซึ่งเป็นที่หลับไหลของสิ่งมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่และทรงพลังเหนือคำบรรยาย
ร่างสีเงินขนาดมหึมาแห่งเทพมังกรแสงศักดิ์สิทธิ์ บาฮามุท นอนแน่นิ่งอยู่ในส่วนลึกที่สุดของก้นทะเลอันเงียบสงบ เปลือกตาที่ปิดสนิทเสมือนหลับใหลมานานหลายยุคหลายสมัย ร่างกายที่ส่องประกายเกล็ดเงินสะท้อนแสงราวกับเป็นตัวแทนของความบริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์
ในวินาทีนั้นเอง เปลือกตาของบาฮามุทก็ขยับเล็กน้อย ก่อนจะเปิดขึ้นช้าๆ เผยให้เห็นดวงตาสีเงินเปล่งประกาย ราวกับดวงตาที่สามารถมองเห็นความจริงทุกประการ นัยน์ตามังกรที่ดูสงบเยือกเย็นนั้นกลับแฝงไปด้วยประกายของความกังวลลึกๆ
“ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเด็กที่ชื่ออนาเธอร์นั้นสืบทอดพลังของข้าได้ยังไง..”
“ทั้งๆที่ตัวของข้าเองก็ไม่เคยคิดที่จะยอมรับมนุษย์คนไหน หรือมอบพลังให้ใครทั้งสิ้น!”
เสียงทุ้มต่ำของบาฮามุทดังก้องอยู่ภายในจิตใจ แสงสีเงินสว่างไสวแผ่ออกมาจากร่างกายมหึมาของมัน ทุกอณูน้ำรอบๆร่างของบาฮามุทพลันแปรเปลี่ยนเป็นประกายแสง พลังงานที่เอ่อล้นนั้นทำให้กระแสน้ำโดยรอบสั่นสะเทือนรุนแรง
“จากที่ข้าสัมผัสดูแล้ว.. มันน่าจะมีบางสิ่งบางอย่างที่ชักจูงข้าและเหล่าเทพองค์อื่นๆให้ดำเนินการไปในทิศทางเช่นนั้นเหมือนกัน”
เสียงพึมพำของมันฟังดูเหมือนคำรำพึงรำพัน แต่เต็มไปด้วยอำนาจที่สะท้อนก้องไปในมหาสมุทร
“ตอนแรกเป็นซุนหงอคง.. ตามมาด้วยโอดิน.. และคราวนี้ก็ถึงตัวข้า”
บาฮามุทหยุดไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังไตร่ตรองอะไรบางอย่าง
“แต่คราวนี้มันคือเจ้านั่น..”
“บาปที่แข็งแกร่งที่สุด... เจ้าลูซิเฟอร์!!”
นัยน์ตามังกรสีเงินสว่างไสวขึ้น การเอ่ยชื่อของเทพปีศาจผู้ทรงอำนาจที่สุดทำให้กระแสน้ำในมหาสมุทรไหลเชี่ยวรุนแรง ราวกับว่าสรรพสิ่งรอบข้างกำลังตอบสนองต่ออำนาจอันน่าสะพรึงกลัวนั้น
“ถึงข้าจะยังไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังว่าทำไมถึงเลือกพลังของเจ้านั่น แต่ข้าก็มั่นใจว่าลูซิเฟอร์ไม่ใช่ตัวตนที่จะยอมอยู่นิ่งเฉยให้มนุษย์ใช้พลังของมันได้ง่ายๆ มันจะต้องเริ่มทำอะไรบางอย่างแน่นอน”
ในวินาทีนั้น บาฮามุทที่เคยแน่นิ่งมาตลอดก็เริ่มเคลื่อนไหว ร่างกายมหึมาของมันสั่นไหว สร้างกระแสน้ำวนขนาดใหญ่ที่หมุนวนรอบตัว น้ำในมหาสมุทรถูกดึงขึ้นมาจากส่วนลึก คลื่นยักษ์กระหน่ำโหมไปทั่วทุกทิศทาง
“เจ้าหนูนั่น..”
“ข้าคงต้องออกไปดูด้วยตัวเองแล้ว!”
ทันใดนั้น ร่างสีเงินที่เปล่งแสงแห่งศักดิ์สิทธิ์ก็เริ่มพุ่งตัวขึ้นจากก้นมหาสมุทร มวลน้ำที่ถาโถมตามแรงขยับของมันโหมกระหน่ำราวกับพายุลูกใหญ่ กระแสน้ำวนขนาดยักษ์ที่หมุนรอบตัวมังกรแสงศักดิ์สิทธิ์พลันหยุดนิ่งชั่วขณะ
และในวินาทีถัดมา บาฮามุทก็กระโจนขึ้นสู่ผิวน้ำด้วยพลังมหาศาล ร่างของมันทะยานขึ้นสูงเหนือมหาสมุทร ประกายแสงสีเงินสว่างไสวเปล่งออกมาจากปีกอันกว้างใหญ่
บนท้องฟ้า ร่างของบาฮามุทสะท้อนแสงดวงอาทิตย์ ประกายแสงสีเงินทอดยาวจากทิศหนึ่งไปยังอีกทิศหนึ่ง ราวกับสายรุ้งที่ไม่มีที่สิ้นสุด บาฮามุทกางปีกออกกว้าง และพุ่งทะยานไปในท้องฟ้า ราวกับดาวตกสีเงินที่แผดเผาผ่านขอบฟ้า
“ถ้าข้าไม่ออกหน้าในครั้งนี้ เด็กนั่นอาจนำพาตัวเองไปสู่จุดจบที่ไม่มีวันหวนคืน”
และด้วยเหตุนี้ เทพมังกรแสงบาฮามุทก็เริ่มการเดินทางของตนอีกครั้งในรอบหลายพันปี เพื่อติดตามและเฝ้าดูผู้สืบทอดของตน—เด็กหนุ่มผู้ซึ่งเป็นทั้งความหวังและความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของมัน
...
สร้างเรื่อง 5555+