ตอนที่ 10: บทลงทัณฑ์ของการรอคอย
วันเวลาคืบคลานไปอย่างเชื่องช้าราวกับจงใจจะลงทัณฑ์วรุตม์ให้ทรมานอยู่กับความอยากและความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่ต่อสู้กันในจิตใจ ตลอดทั้งสัปดาห์หลังจากวันจันทร์แรกที่อพาร์ตเมนต์ลับซอยอารีย์ วรุตม์พบว่าตัวเองไร้สมาธิกับการทำงานอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน สายตาของเขาคอยแต่จะชำเลืองมองปฏิทิน เฝ้ารอคอยวันจันทร์ถัดไปราวกับคนเสพติดยาที่กำลังรอคอยเวลาได้รับสารกระตุ้น
จนกระทั่งวันอาทิตย์เดินทางมาถึง... วันที่ความเป็จริงอันโหดร้ายแล่นเข้ามากระแทกใบหน้าของเขาอย่างจัง
ในบ่ายวันอาทิตย์ที่แสงแดดส่องสว่างผ่านกระจกโถงนั่งเล่นบ้านตระกูลวรวงศ์ตระการ พีทและอัญชิสาเดินทางมาหาเขาและกิ่งแก้วด้วยสีหน้าเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มและหีบห่อของสำคัญในมือ
"คุณพ่อครับ คุณแม่ครับ! การ์ดแต่งงานของเราสองคนพิมพ์เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ!" พีทเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นและกิริยาร่าเริง ชายหนุ่มเปิดหีบห่อกระดาษคราฟต์ออก เผยให้เห็นตั้งการ์ดวิวาห์ดีไซน์หรูหรากระดาษการ์ดนำเข้าสีขาวออฟไวท์ (Off-white) อัดลายเส้นขอบสีทองคำนูนหรูหรา และที่ใจกลางการ์ด... ชื่อของ **'พชร วรวงศ์ตระการ'** และ **'อัญชิสา วรวงศ์สุวรรณ'** ถูกพิมพ์เคียงคู่กันด้วยตัวอักษรสีทองเป็ประกายระยิบระยับยามต้องแสงแดด
"อุ๊ย... สวยงามมากเลยค่ะลูกพีท หนูอัญญ์เลือกแบบเองใช่ไหมจ๊ะ? เรียบหรูดูดีมากเลยค่ะ" กิ่งแก้วรับการ์ดไปดูพลางเอ่ยชมด้วยความพึงพอใจล้นอก
พีทรีบพยักหน้ารับคำแม่พร้อมรอยยิ้มกว้างขวาง "ใช่ครับแม่ อัญญ์เธอใส่ใจรายละเอียดมากเลยครับ ั้แ่การเลือกผิวััของกระดาษ ฟอนต์ตัวหนังสือ ไปจนถึงโทนสีทองคำนูน หล่อนคอยบอกผมตลอดว่า... อยากให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด โดยเฉพาะเพื่อไม่ให้คุณพ่อต้องติ เพราะหล่อนรู้ว่าคุณพ่อมีรสนิยมที่ประณีตและใส่ใจรายละเอียดมากครับ"
คำชมเชยที่ใสซื่อและจริงใจจากปากของลูกชายทำให้วรุตม์รู้สึกเหมือนถูกค้อนเหล็กทุบกลางอก เขาพยายามรักษาอาการสงบนิ่ง ใบหน้าปั้นรอยยิ้มบางเบาอันเป็เอกลักษณ์ทั้งที่ในหัวใจสั่นสะท้านร้อนผ่าว
กิ่งแก้วทอดสายตามองอัญชิสาด้วยความเอ็นดูลึกซึ้ง หล่อนเอื้อมมือไปตบหลังมืออัญชิสาเบาๆ "เห็นหนูกับพีทเตรียมงานแล้ว แม่ก็นึกถึงสมัยก่อนเลยค่ะวัธน์ การ์ดแต่งงานของเราตอนนั้นก็กระดาษขาวเรียบๆ แบบนี้แหละค่ะ... การแต่งงานมันไม่ใช่แค่พิธีการหรือเกียรติยศนะจ๊ะหนูอัญญ์ แต่มันคือคำสัญญาว่าเราจะร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่ ดูแลและเชื่อใจกันไปตลอดชีวิตไม่ว่าจะเกิดเื่เลวร้ายขนาดไหนก็ตาม เห็นพวกหนูรักกันแม่ก็หมดห่วงจริงๆ ค่ะ"
ประโยคสอนใจและแววตาเปี่ยมด้วยความจริงใจของกิ่งแก้วเปรียบเหมือนมีดคมกรีดแทงเข้าขั้วหัวใจของวรุตม์ เขาหันหน้าหลบสายตาภรรยา รอยยิ้มของอัญชิสายังคงดูอ่อนหวานนอบน้อม ทว่ายามที่หล่อนยื่นการ์ดใบหนึ่งส่งตรงมาให้เขา ปลายนิ้วเรียวบางกลับแสร้งแตะโดนข้อนิ้วของวรุตม์แ่เบา ััร้อนจากปลายนิ้วปะทุขึ้นจนเขาเกือบสะดุ้ง
"ค่ะคุณแม่... อัญญ์จะจดจำคำสอนของคุณแม่ไว้ชั่วนิรันดร์ค่ะ" อัญชิสาตอบเสียงหวาน แววตาของหล่อนที่จับจ้องจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของวรุตม์ไม่ได้ไหวระริกแม้แต่น้อย มันเต็มไปด้วยประกายของตัณหาและคำเชื้อเชิญอันตราย
"จริงสิครับคุณพ่อ... สำหรับรายชื่อแขกผู้เกียรติฝั่งคุณพ่อ ผมเตรียมส่งการ์ดเชิญให้แพทย์และผู้บริหารโรงพยาบาลในสมาคมศัลยแพทย์ประสาทและสมองจำนวนห้าสิบท่านด้วยนะครับ พ่อเห็นว่ายังไงดีครับ? หรือมีใครที่คุณพ่ออยากเชิญเพิ่มเป็กรณีพิเศษเป็ทางการไหมครับ?" พีทหันมาถามด้วยรอยยิ้มอบอุ่นพลางยื่นแท็บเล็ตแสดงรายชื่ออาจารย์แพทย์าุโให้ดู
วรุตม์รับแท็บเล็ตมากวาดสายตามองดูรายชื่ออาจารย์และแพทย์ผู้ใหญ่าุโระดับประเทศในวงการแพทย์ที่เขาเคารพรักและคุ้นเคยกันดี ทุกชื่อสะท้อนเกียรติยศและความก้าวหน้าของวิชาชีพที่เขาใช้เวลาครึ่งค่อนชีวิตสร้างสมขึ้นมา ทว่ายามนี้เขากลับกำลังทำลายเกียรติยศและศักดิ์ศรีทั้งหมดลงด้วยการลักลอบเป็ชู้รักกับแฟนของลูกชายตนเอง มันเป็ความรู้สึกสมเพชและละอายใจอย่างรุนแรง
"รายชื่อสมบูรณ์ดีครับพีท ส่งตามนี้ได้เลย" วรุตม์ตอบเสียงเรียบ พยายามไม่ให้มือสั่น
"ถ้าอย่างนั้น กิ่งกับพีทเข้าไปเตรียมกาแฟและขนมในครัวดีกว่าค่ะ จะได้เอาการ์ดออกมาจัดใส่ซองเตรียมส่งให้แขกวีไอพีด้วยเลย หนูอัญญ์นั่งคุยกับคุณพ่อรอตรงนี้ก่อนนะจ๊ะ" กิ่งแก้วเอ่ยชวนลูกชาย
"ได้ครับแม่ เดี๋ยวผมช่วยยกขนมเค้กออกมาร้านอร่อยที่อัญญ์ซื้อมาฝากด้วยครับ"
ทันทีที่กิ่งแก้วและพีทเดินก้าวเท้าเข้าไปในห้องครัว เสียงประตูกระจกปิดลงเบาๆ ปล่อยให้ห้องโถงนั่งเล่นกว้างขวางตกอยู่ในความเงียบงันและบรรยากาศอึดอัด อัญชิสาลุกขึ้นจากโซฟาช้าๆ หล่อนไม่ได้สวมเดรสสีดำหรือสีแดงเฉี่ยวเหมือนวันก่อน ทว่าสวมเพียงชุดกระโปรงยาวลำลองผ้าลินินสีฟ้าอ่อนดูอ่อนหวานไร้เดียงสา หล่อนเดินตรงเข้ามาหยุดยืนชิดขอบเก้าอี้โซฟาของวรุตม์
"คุณหมอกำลังจ้องการ์ดใบนั้น... เหมือนอยากจะฉีกมันทิ้งให้แหลกคามือเลยนะคะ" อัญชิสากระซิบถามแ่เบา สายตาจับจ้องที่ข้อมือแกร่งของเขาที่กุมกระดาษแน่น
วรุตม์ค่อยๆ เงยใบหน้าคมคายขึ้นสบตาหล่อน แววตาของศัลยแพทย์ผู้สุขุมบัดนี้เต็มไปด้วยความมืดมิดและครอบงำอย่างน่ากลัว "ใช่... ฉันอยากทำลายมัน"
อัญชิสาคลี่ยิ้มลึกลับยั่วยวนพึงพอใจในคำตอบ หล่อนก้มตัวลงมาหาเขาเล็กน้อย ปล่อยให้กลิ่นหอมหวานของวานิลลาและแซนดัลวูดโชยละมุนล้อมรอบตัวเขา "วันจันทร์พรุ่งนี้... ในอพาร์ตเมนต์ห้องนั้น อัญญ์จะเป็ของคุณหมอร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ... ไม่มีงานวิวาห์ ไม่มีเกียรติยศ ไม่มีพีท... มีแค่เราสองคนบนเตียงนั้น"
คำพูดของเด็กสาวตรงหน้าเปรียบเหมือนการราดน้ำมันลงบนกองไฟโทสะความปรารถนาที่สะสมมาตลอดทั้งสัปดาห์ วรุตม์ไม่หลบเลี่ยงอีกต่อไป เขาลุกขึ้นยืนประชิดตัวหล่อน มือหนาเอื้อมไปกุมข้อมือบางของหล่อนไว้แน่น บีบเน้นน้ำหนักแกร่งราบเพื่อแสดงสิทธิ์ แววตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาดำสนิทของหล่อนอย่างดุดัน
"ฉันจะไป... และเมื่อฉันก้าวเข้าไปในอพาร์ตเมนต์ห้องนั้นแล้ว อย่าคิดว่าเธอจะเดินกลับออกมาได้ง่ายๆ อัญชิสา" วรุตม์กระซิบเสียงทุ้มต่ำ ดุดัน แฝงความดิบชื้นของสัญชาตญาณชายที่ตื่นตัวขึ้นเต็มที่ "เธอเลือกทางเดินนี้เอง... และเธอต้องรับบทลงทัณฑ์จากความคลั่งไคล้ของฉันทั้งหมด"
อัญชิสาสะท้านเฮือก แววตาสั่นระริกปนปรือปรอยสะท้อนประกายความกระสันตื่นเต้นอย่างชัดเจน หล่อนไม่ได้ดึงข้อมือหนี ตรงกันข้าม หล่อนกลับเบียดกายเข้าหาอกแกร่งของเขาในระยะประชิด "อัญญ์ยอมค่ะ... ยอมคุณหมอทุกอย่างชั่วนิรันดร์"
เสียงฝีเท้าของพีทและกิ่งแก้วเดินใกล้เข้ามา วรุตม์ปล่อยข้อมือบางของหล่อนออกทันทีและทรุดตัวนั่งลงบนโซฟาขยับกางการ์ดแต่งงานเปิดอ่านปกติ อัญชิสาถอยหลังไปก้าวหนึ่งยืนเอามือประสานกันเรียบร้อยด้วยรอยยิ้มหวานใสเช่นเดิม
หลังจากที่พีทและอัญชิสาขอตัวลากลับใน่หัวค่ำ วรุตม์เดินกลับขึ้นมาที่ห้องทำงานส่วนตัวในบ้าน เขาไม่เปิดไฟส่องสว่าง ปล่อยให้ห้องจมดิ่งอยู่ในความสลัวรางที่มีเพียงแสงสีเหลืองจากโคมไฟถนนสาดส่องเข้ามาตามช่องบานเกล็ดหน้าต่าง ชายวัยกลางคนทรุดตัวนั่งลงหลังโต๊ะทำงาน วางการ์ดแต่งงานสีขาวลงตรงหน้า
นิ้วมือสั่นระริกเอื้อมไปแตะลูบไล้ตัวอักษรสีทองบนกระดาษ ััชื่อ 'พชร' และ 'อัญชิสา' ซ้ำๆ มันช่างเป็ชื่อที่ทิ่มแทงหัวใจของเขาอย่างเ็ปรุนแรง ยิ่งวันแต่งงานของลูกชายใกล้เข้ามาเท่าไหร่ ความรู้สึก้าที่จะอัญชิสากลับยิ่งพุ่งสูงขึ้นอย่างบ้าคลั่งจนน่ากลัว เขารู้สึกริษยาลูกชายของตัวเองอย่างรุนแรง รู้สึกหึงหวงสิทธิ์เหนือกายของหญิงสาวคนนั้นจนแทบควบคุมสติตนเองไม่ได้
นี่คือตัวตนจริงที่แหลกเหลวและบิดเบี้ยวของเขา... ปีศาจร้ายที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้หน้ากากแพทย์ผู้ทรงเกียรติ
วรุตม์เอื้อมมือไปเปิดลิ้นชักโต๊ะ หยิบกระเป๋าเอกสารขึ้นมาเปิดช่องลับ คีย์การ์ดสีดำซอยอารีย์นอนนิ่งอยู่ตรงนั้นสะท้อนแสงไฟสลัว เขากำมันไว้ในอุ้งมือเย็นเฉียบ แววตาสั่นระริกเปี่ยมไปด้วยตัณหาเร่าร้อนที่พร้อมจะพังทลายขีดจำกัดศีลธรรมทุกข้อของตนเองลงในวันรุ่งขึ้น
เขานิ่งเงียบมองออกไปนอกหน้าต่าง สายฝนเริ่มโปรยปรายลงมาอีกครั้ง เสียงเม็ดฝนกระทบกระจกหน้าต่างเบาๆ กระซิบชื่อ "อัญชิสา" ในความมืดมิด วรุตม์หลับตาลงและยิ้มบางเบา ยอมจำนนต่อโชคชะตาและพายุที่กำลังจะพัดทำลายวิมานครอบครัวของเขาให้พังพินาศในวันพรุ่งนี้ ความปรารถนาอันบ้าคลั่งป่าเถื่อนได้ครอบงำจิติญญาและอนูร่างกายของเขาอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว