การแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม
“ท่านเป็นใคร?” โอวหยางเหม่ยมองไปที่เย่กู่เฉินอยู่เพียงแค่ครู่เดียวเท่านั้น ก่อนที่จะถามออกมา
การที่เธอเรียกหาเขาว่า ‘ท่าน’ นั้น เป็นเพราะว่าตั้งแต่ที่เธอสัมผัสได้ถึงการปรากฏตัวของเขา ก็รับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าเขาเป็นผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่ง อยู่เหนือเธอห่างไกลลิบลิ่ว
เย่กู่เฉินยิ้มวางมาดผู้อาวุโสในโลกผู้ฝึกตนอันสูงส่ง “ข้าเพียงผู้ฝึกตนธรรมดาๆ ที่ผ่านทางมาก็เท่านั้น”
คิ้วคู่สวยของโอวหยางเหม่ยขมวดเล็กน้อย
ผู้ฝึกตนธรรมดาๆ? ไปหลอกเด็กเถอะ!
เธออยากจะพูดแบบนี้ แต่ไม่กล้าที่จะพูดออกมา เนื่องจากความแข็งแกร่งของอีกฝ่าย เธอไม่สามารถจ่ายราคาได้ หากไปทำให้ขุ่นเคือง
เธอส่ายหน้าไปมา “ท่านผู้อาวุโส อย่าได้ล้อข้าเล่นเลย ท่านไหนเลยเป็นผู้ฝึกตนธรรมดาไปได้”
เย่กู่เฉินยิ้มเล็กน้อย เขามองไปที่ขาซ้ายและแขนซ้ายของโอวหยางเหม่ย “ดูเหมือนว่าแขนซ้ายและขาซ้ายของเจ้าจะเป็นของเทียม”
“ผู้อาวุโสรู้ได้อย่างไร?!” โอวหยางเหม่ยตกใจ ในเรื่องนี้มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้
แต่หลังจากที่เธอนึกขึ้นมาได้ว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งกว่าเธอมาก การที่จะรู้ก็คงจะไม่ใช่เรื่องแปลก
“แค่มองดูก็รู้” เย่กู่เฉินตอบ ก่อนจะถาม “เจ้าต้องการทำให้แขนซ้ายและขาซ้ายของเจ้ากลับมาเป็นเหมือนเดิมหรือไม่?”
เห็นได้ชัดว่านี่ก็คือวิธีที่จะทำให้เขาได้รับจูบอันดูดดื่มจากเธอ เขารู้จักบุคลิกของเธอดี หากว่าเป็นการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม เธอจะยอมตกลงอย่างแน่นอน
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการทำให้แขนซ้ายและขาซ้ายของเธองอกออกมาใหม่ ให้เหมือนเดิมราวกับไม่เคยสูญหายไป
ในเรื่องที่เธอสูญเสียแขนซ้ายและขาซ้าย ถ้าเขาจำไม่ผิด มันมาจากการที่เธอต่อสู้กับผู้ฝึกตนที่ชั่วร้ายคนหนึ่ง ที่แข็งแกร่งกว่าเธอหนึ่งขั้น
แม้ว่าในท้ายที่สุด เธอจะฆ่าอีกฝ่ายได้ แต่ก็ต้องสูญเสียแขนซ้ายและขาซ้ายไป ซึ่งมันเป็นราคาที่ใหญ่มากอย่างแท้จริง
เย่กู่เฉินอดไม่ได้ที่จะสบถด่าผู้เขียนสุนัขในใจ ผู้หญิงแต่ละคนที่เกี่ยวข้องกับตัวเอก มีแต่คนที่ทุกข์ทรมานทั้งนั้น
แต่เขาก็พอจะเข้าใจผู้เขียนสุนัข เพราะผู้เขียนสุนัขต้องการปูทางให้ลูกรักอย่างตัวเอกไปรักษาหรือไปช่วยพวกเธอ เพื่อสร้างความประทับใจให้ชอบตัวเอกขึ้นมา
นี่ล้วนเป็นกิจวัตรที่ตัวเอกต้องเผชิญ เพื่อให้ได้ฮาเร็มผู้หญิงสวยอย่างพวกนางเอกมาครอง
ได้ฟังคำพูดของเย่กู่เฉิน ร่างกายของโอวหย่างเหม่ยสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เธอเบิกตากว้างมองไปที่เขา ถามออกมาอย่างไม่รู้ตัวว่า “ท่านทำได้หรือ?”
เย่กู่เฉินพยักหน้าอย่างไม่ปิดบัง “ย่อมแน่นอน ข้าสามารถสร้างแขนซ้ายและขาซ้ายของเจ้าขึ้นมาใหม่ได้ การได้พบเจอของพวกเรา อาจจะเป็นลิขิตฟ้า เจ้าคิดว่าอย่างไร?”
โอวหยางเหม่ยพลันสูดลมหายใจเข้าลึก เพื่อสงบอารมณ์ของตัวเองลง ในเรื่องนี้แม้ว่าเธอจะรู้สึกตื่นเต้น แต่เธอรู้ดีว่าในโลกนี้ไม่มีของฟรี
เธอที่เป็นถึงผู้ฝึกตนระดับปราณสวรรค์ขั้นปลาย ย่อมเข้าใจชัดถึงความเป็นจริงข้อนี้และคิดว่าชายหนุ่มตรงหน้า ต้องไม่ได้มาเพื่อช่วยเธอฟรีๆ อย่างแน่นอน
สรุปคือเขาต้องการอะไรบางอย่างจากเธอนั่นเอง
“ท่านต้องการอะไร?” เธอถามออกไป แต่เธอก็คิดไม่ออกว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งมากกว่าเธอหลายเท่า มีอะไรต้องการจากตัวเธอกัน
เธอแน่นอนว่าไม่มีอะไรล้ำค่าที่จะต้องตาอีกฝ่ายได้เลย
กระบี่ในมือของเธอเองก็เป็นเพียงอาวุธระดับสี่เท่านั้น ไม่ได้หายากมากในโลกผู้ฝึกตนประเทศจีน ไม่น่าที่จะดึงดูดอะไรเขาได้
“แน่นอนว่าข้ามีสิ่งที่ต้องการจากเจ้า จะเรียกว่ามันเป็นการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมก็ได้” เย่กู่เฉินตอบ แต่เขายังไม่ได้พูดออกมา เนื่องจากเขารู้สึกกระดากปากเล็กน้อย
“เอาอย่างนี้ เป็นอย่างไร ข้าจะช่วยสร้างแขนซ้ายและขาซ้ายของเจ้าขึ้นมาก่อน แต่เจ้าต้องรับปากข้าจะจะมอบสิ่งที่ต้องการให้ข้า หลังจากที่ข้าช่วยเจ้าแล้ว” ด้วยความที่รู้สึกกระดากปาก ทำให้เขาได้แต่พูดแบบนี้ออกมาก่อน
โอวหยางเหม่ยเงียบลงไป เธอครุ่นคิดกับตัวเองเล็กน้อย ก่อนพยักหน้า เธอจะไม่พยักหน้าได้ยังไง ในเมื่อเธอไม่มีทางเลือก
หากจะปฏิเสธ ก็กลัวว่าอีกฝ่ายที่แข็งแกร่งกว่าจะฆ่าเธอ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าเธออยากที่จะให้แขนซ้ายกับขาซ้ายกลับมา รวมไปถึงอยากที่จะรู้ด้วยว่าเขาต้องการอะไรจากเธอกันแน่
“ดี ถ้าอย่างนั้น เจ้าถอดแขนและขาเทียมออก” เย่กู่เฉินบอก เขาย่อมไม่อยากที่จะเสียเวลาอะไร เรื่องแบบนี้ จัดการให้จบเร็วจะเป็นการดีที่สุด
ถ้าหากว่าเขาได้รับจูบอันดูดดื่มจากโอวหยางเหม่ย ภารกิจที่ระบบสุนัขมอบให้เขาก็เหลืออีกเพียงสองคนเท่านั้น ซึ่งก็คือนางเอกคนแรกและนางเอกคนที่ห้า ซึ่งเป็นคนสุดท้าย
โอวหยางเหม่ยพยักหน้า นำกระบี่เข้าไปเก็บไว้ภายในแหวนมิติ แหวนมิติจัดเป็นสมบัติระดับสาม หายากระดับหนึ่ง เนื่องจากมันสามารถเก็บสิ่งใดก็ตามไว้ภายในได้
ส่วนจะมีพื้นที่มิติภายในมากเพียงไหน ย่อมขึ้นอยู่กับระดับของมัน
หลังจากนั้นเธอก็ค่อยๆ ถอดแขนซ้ายและขาซ้ายออกมา พวกมันล้วนเป็นของเทียม ถูกสร้างมาอย่างประณีตให้เชื่อมต่อกับเส้นประสาทได้
บวกกับที่เธอเป็นผู้ฝึกตนระดับปราณสวรรค์ขั้นปลาย จึงทำให้เธอ สามารถใช้งานมันได้อย่างดีเยี่ยม
แต่จะอย่างไรก็เป็นของเทียม ไม่อาจเทียบกับแขนและขาจริงๆ ของเธอได้
หลังจากถอดแขนขาเทียมแล้ว เธอก็ส่งมันเข้าไปเก็บไว้ภายในแหวนมิติ
เย่กู่เฉินที่เห็นโอหยางเหม่ยถอดแขนขาเทียมแล้ว เขาก็ไม่รอช้า ยื่นมือออกไป แสงสีฟ้าก็เปล่งประกายขึ้นมาในมือของเขา ก่อนที่มันจะพุ่งออกไปหาโอวหยางเหม่ยที่ยืนอยู่สองครั้ง
แสงสีฟ้าแรกไปหยุดอยู่ที่ไหล่ซ้ายที่ไร้แขนของโอวหยางเหม่ย ส่วนแสงที่สองไปหยุดอยู่ที่ต้นขาซ้ายที่ไร้ขาของเธอ
จากนั้นแสงทั้งสองก็ระเบิดออกมา จนสว่างไสวไปหมด สว่างไสวมากเสียจนโอวหยางเหม่ยต้องปิดเปลือกตาลงอย่างไม่อาจต้านทานได้
เธอพลันรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิตนี้ ทั้งยังให้ความรู้สึกที่สบายเป็นอย่างยิ่ง
ภายในแสงสีฟ้าที่งดงามทั้งสองจุด แขนซ้ายและขาซ้ายของโอวหยางเหม่ยเริ่มการสร้างใหม่ขึ้นมา กระดูกงอกออกมา เลือดเนื้อ เส้นเอ็นและเส้นประสาทปรากฏขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
พริบตาเดียวก็ถูกสร้างใหม่จนเสร็จสิ้น!
ถูกต้อง!
ในเวลานี้แขนซ้ายและขาซ้ายของโอวหยางเหม่ยได้กลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว!
จากจุดนี้ เพียงพอที่จะบอกได้ว่าพื้นฐานฝึกตนระดับปราณนิรันดร์นั้น ไม่ได้แตกต่างจากพระเจ้าในโลกนี้เลยแม้แต่น้อย!
เย่กู่เฉินพลันโบกมือครั้งหนึ่ง แสงสีฟ้าก็สลายหายไปทั้งหมด จากนั้นเขาก็บอกกับโอวหยางเหม่ย “ลืมตาเถอะ”
เธอพลันค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา หลังจากที่ลืมตาคนทั้งคนก็ตกตะลึง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความเหลือเชื่อ
จบบทที่ 39