ตอนที่ 35 ปกป้องเมืองเดอร์ล็อคคืนแรก 3
หมาป่าขนเงินที่คอยสังเกตการมาตลอดนั้นจู่ ๆ มันก็เชิดคอสูงแล้วส่งเสียงหอนดังกังวานเมื่อนั้นเองหมาป่าแดงที่เหลืออยู่ราว ๆ ห้าสิบตัวนั้นก็ได้วิ่งกลับไปล้อมรอบหมาป่าขนสีเงินเอาไว้ หมาป่าขนเงินกระโดดลอยตัวขึ้นไปบนฟ้าแล้วกพุ่งตัวลงกระทืบเท้าเกิดคลื่นเสียงและคลื่นอากาศดังสนั่นหวั่นไหว
ตู้ม!
คลื่นอากาศจากการกระแทกของมันนั้นสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ทันใดนั้นเองเหล่าหมาป่าสีแดงที่ล้อมรอบมันอยู่นั้น ขนของพวกมันก็เริ่มผลัดเปลี่ยนจากสีแดงเปลี่ยนไปเป็นสีเงิน เฉกเช่นเดียวกันกับหมาป่าขนเงิน ร่างกายของพวกมันเติบโตขึ้นอย่างฉับพลัน คมเขี้ยวที่แหลมคมงอกยาวจนสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้านี้ทำให้กองทัพปกป้องเมืองเดอร์ล็อคทุกคนในสนามรบรับรู้ได้ทันทีว่าเหล่าหมาป่าแดงนั้นไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
บรู๊ววววววววววววว!
เมื่อการเปลี่ยนแปลงของเหล่าหมาป่าแดงเสร็จสิ้น หมาป่าขนสีเงินก็หอนขึ้นมาอีกครั้ง ดั่งเป็นการลั่นกลองรบ หมาป่าสีแดงที่ขนแปรเปลี่ยนเป็นสีเงินพุ่งเข้าหาเหล่าทหารและนักผจญภัยในทันที
" ทุกคน! เตรียมรับแรงปะทะ! " หัวหน้านายทหารคนหนึ่งตะโกนคำสั่งเสียงดังสนั่น
เหล่าทหารที่เป็นแนวหน้าใช้โล่ไม้ของพวกเขามากั้นขวางเหล่าฝูงหมาป่าขนสีเงินเอาไว้ แต่ภาพที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นทำให้ทุกคนในสนามรบแทบหยุดหายใจ พวกมันฉีกกระชากโล่ไม้ออกอย่างง่ายดายแล้วขย้ำเข้าไปที่คอของทหารแนวหน้าเหล่านั้น ภาพอันสยดสยองนี้ทำให้ทุกคนรับรู้ได้ทันทีว่าสถานการณ์ที่กำลังได้เปรียบของพวกเขาได้แปรเปลี่ยนเป็นที่เรียบร้อย
" ทุกคน! อย่าปล่อยให้มันเข้าใกล้เด็ดขาด ระดมยิงทุกอย่างเข้าไป! " เมิร์ฟออกคำสั่งแก่เหล่านักผจญภัย
โอลิเวียง้างคันธนูคู่ใจ เธอเล็งเป้าไปยังหมาป่าขนเงินตัวหนึ่งที่พุ่งมาด้วยความเร็วสูง เมื่อระยะที่เธอกะไว้นั้นเหมาะสมแล้ว เธอก็ปลดปล่อยสายคันธนูในทันที ลูกธนูพุ่งไปยังหมาป่าขนเงินอย่างแม่นยำ แต่ผิดจากที่เธอคาดไว้ แทนที่ลูกศรของเธอจะปักลงไปกลางหัวของหมาป่าขนเงิน ในวินาทีสุดท้ายนั้นมันกระโดดหลบซ้ายแล้วพุ่งเข้าหาเธอต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
โอลิเวียง้างธนูของเธอขึ้นมาอีกครั้ง แต่เวลาและระยะทางที่เหลือระหว่างเธอและหมาป่าขนเงินนั้นไม่เพียงพอที่จะให้เธอได้ปล่อยคันศรออกไปอีกครั้ง
ผัวะ!
" ระวังไว้หน่อยก็ดี ยัยหูยาว ไอหมาหน้าโง่พวกนี้มันไม่ปกติ" เสียงอันเคร่งขึ้นเอ่ยขึ้นมา
" ขอบใจนะ คาลอส " โอลิเวียกล่าว
ก่อนที่หมาป่าขนเงินจะเข้าถึงตัวเธอนั้น ชายร่างกายกำยำก็พุ่งเข้ามาขวางทางมันไว้ เขาชกไปที่ท้องของหมาป่าขนเงินอย่างจังจนมันกระเด็นออกไป
" พวกเจ้าไม่เป็นอะไรใช่มั้ย ? " เมิร์ฟเดินเข้ามาหาโอลิเวีย
" บอกว่าไม่เป็นอะไรเลยคงไม่ได้ละค่ะ ท่านเมิร์ฟ หมาป่าขนเงินพวกนี้มันแข็งแกร่งขึ้นมาก สถานการณ์ของเราย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ แล้วล่ะค่ะ " โอลิเวียรายงานจากสิ่งที่เธอเห็น
ด้วยความที่เธอเป็นเอลฟ์นั้น สายตาของเธอที่แหลมคมสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนและยิ่งเป็นเวลากลางคืนนั้นเธอสามารถมองเห็นชัดเจนได้ราวกับกลางวันเสียด้วยซ้ำ สถานการณ์ตรงหน้าที่เธอประเมินนั้น หากยังเป็นแบบนี้ต่อไป พวกเขาทุกคนจะกลายเป็นมื้อค่ำของหมาป่าเหล่านี้เป็นแน่
" ถ้าหากจะมีใครพลิกสถานการณ์นี้ได้ ก็คงต้องเป็นพวกเขาเท่านั้นแล้วล่ะค่ะ " โอลิเวียกล่าว
พวกเขามองไปยังเหล่าผู้ได้รับพรที่กำลังปะทะกับหมาป่าขนเงินถึงห้าตัว แม้ว่าหมาป่าเหล่านี้จะแข็งแกร่งขึ้นนั้น แต่จากสิ่งที่เธอเห็น พวกเขาก็ยังสามารถรับมือกับพวกมันได้อยู่โดยไม่เพลี่ยงพล้ำ
' พวกเขาแข็งแกร่งขึ้นอีกแล้ว! ' โอลิเวียคิด
ตั้งแต่ที่การต่อสู้ได้เริ่มขึ้นโอลิเวียก็คอยจับตาดูนทีอยู่เสมอ ในคราแรกที่เขาเข้าปะทะกับหมาป่าแดงนั้น เธอรู้สึกราวกับว่าเขาเหมือนกับนักผจญภัยทั่วไปในกิลด์ของเธอ ถึงแม้ว่านทีจะสามารถร่ายเวทมนตร์ได้ แต่เขาก็ใช้ได้เพียงแค่ทักษะเดียวเท่านั้นแต่เธอก็ต้องประหลาดใจเมื่อเธอพบว่าสหายของเขานั้นไม่ใช่แค่คนติดตามธรรมดาแต่พวกเขากลับเป็นผู้ได้รับพรเช่นเดียวกัน
ความแข็งแกร่งของผู้หญิงผิวแทนร่างสูงที่สามารถรับมือกับหมาป่าแดงได้ถึงสามสี่ตัวในคราวเดียวนั้น แม้แต่คาลอสที่โดดเด่นในเรื่องความแข็งแกร่ง ในความคิดของโอลิเวียแล้วเขาก็ยังไม่สามารถทำได้แบบเดียวกันกับผู้หญิงคนนั้น เธอสามารถรับมือกับหมาป่าเหล่านั้นได้โดยไม่มีร่องรอยของอาการบาดเจ็บเลยด้วยซ้ำ
ต่อมาคือหญิงสาวหัวชมพู ในตอนแรกโอลิเวียคาดว่าเธอนั้นเป็นเพียงแค่คนรักของนที แต่เมื่อการต่อสู้เริ่มต้นขึ้น เธอก็ควักอาวุธประหลาดในสายตาของโอลิเวียขึ้นมา ถึงโอลิเวียจะไม่รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร แต่เธอก็สามารถรับรู้ได้ถึงความรุนแรงในแต่ละครั้งที่พลังงานบางอย่างพุ่งออกมาจากอาวุธนั้น เธอคนนั้นสามารถทำให้หมาป่าแดงบาดเจ็บได้ในพริบตา
แต่เมื่อการต่อสู้ดำเนินไประยะหนึ่งโอลิเวียก็ต้องกลับมาเพ่งสมาธิกับการจัดการศัตรูตรงหน้า เธอจึงไม่มีเวลาไปสังเกตพวกเขาต่อ แต่หลังจากที่เหล่าหมาป่าแดงแปรเปลี่ยนเป็นหมาป่าขนเงิน
เมื่อเธอกลับมาสังเกตพวกเขาอีกรอบนั้น การต่อสู้ของพวกเขาสามารถเข้าขากันได้อย่างเป็นธรรมชาติและความแข็งแกร่งของพวกเขาที่แสดงออกมาผ่านการจัดการกับเหล่าหมาป่าขนเงินอย่างง่ายดายนั้น ก็เป็นเครื่องยืนยันอย่างดีว่าพวกเขาใช้เวลาเพียงไม่นานก็สามารถแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างมหาศาล
" นที! ขอบาเรียหน่อย! หมาเงินพวกนี้มันกัดแรงกว่าเดิมมาก! " กันยาตะโกน
" มันยังติดคูลดาวน์อยู่เลย! อดทนไว้ก่อนนะ " นทีตะโกนกลับพร้อมร่ายศรน้ำแข็งอย่างต่อเนื่อง
ฉึก!
- 80
ปัง ปัง ปัง!
- 30 -30 -30
หมาป่าแดง [BERSERK] LV5
HP 80/250
" มันจะเลือดเยอะเกินไปแล้ว! " ไลล่ากล่าวพลางหอบหายใจ
เหล่าหมาป่าแดงที่ได้รับบัฟจากหมาป่าขนเงินนั้น พวกมันได้เข้าสู่สถานะบ้าคลั่งและแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก กันยาที่สามารถรับมือกับเหล่าหมาป่าแดงได้อย่างสบาย ๆ ในตอนแรกเพราะบาเรียของนทีนั้นก็เริ่มตึงมือ เพราะหมาป่าขนเงินเหล่านี้ว่องไวขึ้นเป็นอย่างมาก พวกมันลอบโจมตีเธออย่างไม่หยุดหย่อนทำให้บาเรียของนทีลดลงอย่างรวดเร็ว
" ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปบาเรียผมเอาไม่อยู่แน่! เราต้องการพิม! " นทีตะโกน
ทันทีที่นทีกล่าวจบไลล่าก็เปิดโฮโลแกรมเพื่อที่จะเรียกพิมให้กลับมาในทันที แต่ก่อนที่เธอจะได้ส่งข้อความไปนั้น เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้น
" ฉันมาแล้ว!! ขอโทษนะทุกคน! " พิมกล่าว
ตั้งแต่ที่เธอละทิ้งปาร์ตี้ไปช่วยเหลือเหล่าทหารและนักผจญภัยนั้น เธอก็คอยมองมายังปาร์ตี้ของเธอตลอดเวลาด้วยความเป็นห่วง เธอกลัวว่าถ้าหากพวกเขาได้รับอันตรายแล้วเธอไม่ได้คอยอยู่ช่วยนั้น ความผิดนั้นก็จะไม่ใช่ใครเลยแต่เป็นความเห็นแก่ตัวของเธอเอง
ในทุกครั้งที่เสียงเลเวลอัพดังขึ้นในหัวของเธอ เธอก็รับรู้ได้ว่าพวกเขากำลังต่อสู้กับเหล่าหมาป่าแดงอย่างเอาเป็นเอาตาย มันจึงเป็นครั้งแรกที่ทำให้พิมชนกนั้นตั้งคำถามกับตัวเธอเองว่า ถ้าเกิดพวกเขาเป็นอะไรไปเพราะตัวเธอที่มัวแต่ช่วยเหลือคนอื่นแล้วล่ะก็ เธอจะรับผิดชอบเรื่องนี้ได้อย่างไร
ตัวตนของเธอที่เกิดมาเพื่อช่วยเหลือคนอื่นนั้นกำลังต่อสู้กับความต้องการอีกอย่างที่ค่อย ๆ งอกเงยขึ้น มันคือความรู้สึกที่เธออยากจะละทิ้งคนป่วยทุกคนไป เพียงเพื่อให้เพื่อน ๆ ของเธอปลอดภัยเท่านั้น ความขัดแย้งของสองสิ่งนี้ทำให้เธอสับสนเป็นอย่างมาก
" ท่านพิมชนก...ไม่ต้องรักษาพวกผมแล้วล่ะครับ ท่านช่วยเหลือพวกเรามามากพอแล้ว ถึงเวลาที่ท่านจะต้องกลับไปช่วยเหลือคนสำคัญของท่านแล้วล่ะครับ "
คำพูดของนักผจญภัยคนนี้ทำให้พิมที่กำลังสับสนได้สติกลับคืนมา เธอมองไปยังใบหน้าของนักผจญภัยคนนี้ครู่หนึ่ง ก่อนที่เธอจะผุดรอยยิ้มอันแสนบริสุทธิ์ออกมา
" ขอบคุณนะคะ ขอบคุณจริง ๆ ที่ทำให้ฉันได้รู้ว่าแท้จริงแล้วฉันต้องการอะไร "
นักผจญภัยที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ของรอยยิ้มของพิมไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เขาได้รับรู้แล้วว่าสวรรค์นั้นมีอยู่จริงบนโลกใบนี้
" มาได้เวลาเลยเจ้าเปี๊ยก ! เธอรีบฮีลฉันเลยนะถ้าเกิดไอหมาพวกนี้มันงับแขนฉันจนเลือดออก " กันยาตะโกนออกมาในทันทีที่ได้ยินเสียงของพิมชนก
" อื้อ! ไม่ต้องห่วง..ต่อให้แขนขาเธอหายไปฉันก็จะเสกมันขึ้นมาใหม่เอง! " พิมตอบกลับ
" ก็อย่าให้แขนขาฉันหายไปก่อนสิ! " กันยาตะโกนดุเธอ
รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าของเหล่าปาร์ตี้ ฉันกับวันสิ้นโลก พวกเขาต่อสู้กับศัตรูตรงหน้าด้วยทุกอย่างที่พวกเขามี ไม่ว่าอย่างไรแล้ว พวกเขาก็ได้สัญญากันไว้ตั้งแต่ต้นว่าพวกเขาทั้งสี่คนจะต้องผ่านบททดสอบนี้ไปด้วยกันให้จงได้
บรู๊ววววววววววว!
ทันใดนั้นเอง หมาป่าขนสีเงินร่างยักษ์ก็หอนขึ้นอีกครั้ง ทุกคนที่ได้ยินเสียงนี้ก็ตื่นตัวในทันที ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดที่มันจะทำ พวกเขาก็พร้อมที่จะต่อสู้ เพราะภาพของเหล่าผู้ได้รับพรทั้งสี่ที่ต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตายทั้ง ๆ ที่พวกเขาไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเมืองนี้เสียด้วยซ้ำ ทำให้ทุกคนในที่แห่งนั้นคิดเช่นเดียวกันว่าไม่ว่าศัตรูจะแข็งแกร่งขึ้นอีกขนาดไหน พวกเขาก็สามารถชนะได้เมื่อมีเหล่าผู้ได้รับพรนี้อยู่ด้วยอย่างแน่นอน
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นทำให้พวกเขาต้องงวยงง เมื่อเสียงหอนของหมาป่าขนเงินสิ้นสุดลง มันจ้องมองมายังปาร์ตี้ของนทีครู่หนึ่งแล้วหันหลังจากไป เหล่าหมาป่าขนเงินที่เหลือก็ทำการวิ่งตามหมาป่าขนเงินร่างยักษ์ไปเช่นกัน เกิดความเงียบขึ้นทั่วทั้งสนามรบอึดใจหนึ่ง
" นี่เรา...เราชนะ ? "
นักผจญภัยคนหนึ่งเอ่ยขึ้น ราวกับมันคือสัญญาณป่าวประกาศการสิ้นสุดการต่อสู้ เสียงเฮลั่นดังขึ้นทั่วทั้งสนามรบ เหล่าทหารและนักผจญภัยมากมายตะโกนออกมาอย่างไม่ได้ความ พวกเขาโอบกอดกันอย่างแนบแน่น การสู้รบเป็นตายกับเหล่าหมาป่าที่บุกรุกนั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว
" เทพธิดาพิมชนก! เทพธิดาพิมชนก! "
เสียงตะโกนลั่นร้องเรียกชื่อพิมชนกดังขึ้นราวกับมนตร์สะกด ผู้คนเริ่มตะโกนชื่อของพิมชนกพร้อมกันอย่างพร้อมเพรียง ไม่ว่าจะเป็นทหารและนักผจญภัย พวกเขาเหล่านั้นที่ถูกรักษาโดยพิมชนกนั้นซาบซึ้งบุญคุณของเธอเป็นอย่างมาก อาการบาดเจ็บที่ถ้าหากพวกเขาต้องทำการรักษาในแบบปกติล่ะก็
พวกเขารู้ดีว่าจะต้องพิการไปตลอดชีวิต แต่พิมชนกก็ช่วยพวกเขาให้ไม่ต้องตกอยู่ในสภาพแบบนั้น สำหรับพวกเขาแล้วพิมชนกก็เปรียบเสมือนเทพธิดาที่ลงมาจากสรวงสรรค์เลยทีเดียว
" ว้าว ยังไม่ทันข้ามวันเธอก็กลายเป็นเทพธิดาแล้วเหรอเนี่ย " กันยาเอ่ยแซวพิมชนกที่ตอนนี้หน้าแดงเป็นมะเขือเทศ
" ฮิ ฮิ ต่อไปเทพธิดาพิมชนกก็คงไม่มาคุยกับพวกเราแล้วสิน้า " ไลล่าผสมโรง
" หยุดเลยนะพวกเธอ! ห้ามเรียกฉันด้วยชื่อนั้นนะ ถึงที่จริงแล้วฉันจะสวยเหมือนเทพธิดาก็เถอะ " พิมชนกกล่าวชมตัวเองเพื่อเก็บซ่อนความอับอายของเธอ
" งั้นต่อไปนี้เราก็มีเทพธิดาถึงสองคนในปาร์ตี้แล้วสินะ ใช่มั้ย? เทพธิดาไลล่า " นทีเอ่ยขึ้น
" นาย! หยุดเลยนะ! ห้ามพูดเรื่องนั้นเด็ดขาด ไม่งั้นฉันฟ้องพี่ลอเรน่าแน่ว่านายแอบมองนมเอลฟ์คนนั้น! " ไลล่าสวนกลับ
นทีผงะทันทีที่เธอเอ่ยขึ้น เขาไม่สามารถรับรู้ได้ว่าเธอรู้ได้อย่างไรว่าเขานั้นแอบมองหน้าอกหน้าใจของโอลิเวียแต่ตอนนี้เขารับรู้แล้วว่าถ้าหากเขารอดกลับไปได้ สิ่งแรกที่เขาต้องทำคือการติดสินบนไลล่าให้เร็วที่สุด ไม่งั้นชะตาชีวิตของเขาคงสั้นลงเป็นแน่
" โอ๊ะ! ไหน ๆ มันเป็นยังไงเล่าให้พี่สาวคนนี้ฟังซิ " พิมชนกวิ่งมาหานทีอย่างรวดเร็วเมื่อเธอเห็นทางสว่าง
แต่นทีนั้นไม่ปริปากแม้แต่น้อย เขายังไม่อยากเป็นศัตรูกับไลล่า ไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาเป็นเพียงลูกไก่ในกำมือของเธอ
พวกนทีพูดคุยได้เพียงแปปเดียวนั้น เสียงฝีเท้าจำนวนมหาศาลก็ดังขึ้น
" ท่านพิมชนก ขอบคุณมากที่ช่วยรักษาผม ไม่งั้นล่ะก็ ผมคงไม่มีโอกาสได้กลับไปเจอลูกสาวแน่ ๆ "
ทหารคนแรกที่มาถึงเอ่ยขอบคุณพิมในทันที
หลังจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์นี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกคนที่ได้รับการช่วยเหลือโดยพิมชนกนั้นรุมล้อมเธอราวกับเธอคือดาราดัง
" ผมไม่คิดเลยนะครับว่า พวกคุณอีกสามคนก็เป็นผู้ได้รับพรเช่นเดียวกัน " เมิร์ฟเอ่ยขึ้นหลังจากที่เขาเดินมาถึง
ตามมาด้วยคือโอลิเวียที่ยิ้มทักทายพวกเขาและคาลอสที่จ้องมองกันยาอย่างไม่ละสายตา
" ผมไม่ได้ตั้งใจจะโกหกหรอกนะครับ แต่ผลลัพธ์ก็ไม่ได้เลวร้ายใช่ไหมละครับ? " นทียิ้มตอบ
" แน่นอนอยู่แล้วล่ะครับ ไม่ว่าจะเป็นท่านพิมชนกที่มีพรแห่งการรักษา ท่านกันยาที่มีพรแห่งการปกปักษ์ และท่านไลล่าที่มีพรแห่งนักล่านั้นถือว่าเป็นส่วนสำคัญในการต่อสู้กับเหล่าหมาป่าเลยล่ะครับ ถ้าหากมีเพียงแค่ท่านนทีล่ะก็.." เมิร์ฟเอ่ยค้างไว้แบบนั้น
นทีที่ได้ยินดังนั้นก็คิ้วกระตุกเล็กน้อย แต่ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไรต่อการแจ้งเตือนแชทจากโฮโลแกรมก็เด้งขึ้น
ไลล่า : ฉันว่ามีคนตกหลุมรักพี่กันยาล่ะ (สติ๊กเกอร์หัวใจ)
กันยา : หมอนั่นก็แค่อยากจะทดสอบความแข็งแกร่งเท่านั้นแหละ (สติ๊กเกอร์ปวดหัว)
พิมชนก : อ๊าา กันยาจะมีแฟนแล้ว!!
กันยา : เฮอะ! พวกใช้แต่กำลังน่ะ ไม่ใช่สเป็คฉันหรอก...
นทีอ่านข้อความของแชทปาร์ตี้พลางมองไปที่คาลอสที่จ้องมองกันยาอย่างเปิดเผย
' อืม...หมอนั่นแค่อยากทดสอบความแข็งแกร่งกับเธอจริง ๆ นั่นแหละ ไม่ต้องสงสัยเลย ' นทีคิด
" เหล่าท่านผู้ได้รับพรคงจะเหนื่อยมากแล้ว กระผมขอเชิญท่านทั้งสี่กลับไปพักผ่อนที่รังมังกรก่อนนะครับ " ลูคัสเอ่ยขึ้นในทันทีที่เขาเข้าถึงตัวนทีหลังจากการเบียดเสียดกับฝูงชนมากมาย
ลูคัสนั้นไม่ใช่นักสู้ เขาจึงไม่ได้เข้าร่วมในการต่อสู้ในครั้งนี้ แต่สิ่งที่เขาทำคือคอยส่งเสบียงและยาต่าง ๆ ให้กับเหล่านักผจญภัย เมื่อเขาเห็นว่าการต่อสู้จบลงแล้วนั้นเขาจึงเข้ามาหาพวกนที
ปาร์ตี้ ฉันและวันสิ้นโลก จึงจบค่ำคืนของพวกเขาที่ร้านรังมังกร โดยที่พวกเขาไม่ได้รับรู้เลยว่า เพียงแค่ชั่วข้ามคืนนั้น ข่าวคราวของผู้ได้รับพรถึงสี่คนได้ปกป้องเมืองเดอร์ล็อคจากการรุกรานของเหล่าหมาป่าแดงนั้นได้แพร่สะพัดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว